เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 381 องค์หญิงเผ่าปีศาจ

ตอนที่ 381 องค์หญิงเผ่าปีศาจ

ตอนที่ 381 องค์หญิงเผ่าปีศาจ


ตอนที่ 381 องค์หญิงเผ่าปีศาจ

“หลงเจิ้นเทียน เผ่าปีศาจของข้าและเผ่ามังกรของเจ้าต่างไม่ยุ่งเกี่ยวกันเสมอมา ตอนนี้เจ้ากำลังเริ่มสงครามก่อน คิดจะใช้เผ่าปีศาจเป็นบันไดในการยึดครองใต้หล้ากระมัง”

น้ำเสียงของไป๋เสอนั้นมากประสบการณ์และทรงพลัง สื่อนัยยะของการเสียดสีและข่มขู่

หากเผ่ามังกรต้องการครอบครองใต้หล้าจริง ๆ ต้าซางจะไม่นิ่งเฉย

ไม่เห็นเหล่าผู้ปลูกฝังมารในแดนเหนือถูกกวาดล้างสิ้นซากหรือไร จนบัดนี้ยังไม่มีเผ่าพันธุ์ใดกล้าที่จะโจมตีชายแดนเหนือของต้าซางอีกเลย

สถานการณ์ของใต้หล้าในปัจจุบันนี้ เป็นประสงค์ของต้าซางทั้งสิ้น

“เฮอะ หยุดพูดเหลวไหลได้แล้ว!” การแสดงออกของหลงเจิ้นเทียนเปลี่ยนไปเล็กน้อย แม้ว่าเผ่ามังกรของเขาจะมีความทะเยอทะยานที่จะโค่นล้มเผ่าพันธุ์มนุษย์และปกครองดินแดนแห่งสวรรค์ผืนนี้มาโดยตลอด แต่ไม่สามารถพูดได้อย่างเปิดเผย

ต้าซางในปัจจุบันไม่ใช่สิ่งที่พวกเขาสามารถจัดการได้

แม้จะยอมให้พวกเขาเอาชนะเผ่าปีศาจ แต่จะไม่ยอมให้เผ่ามังกรครอบครองใต้หล้า

“ในอาณาจักรลับโบราณซิงหลิง สตรีจากเผ่าปีศาจของเจ้าได้สังหารหลงเอ้าความภาคภูมิใจของเผ่าเรา ข้าจึงมาที่นี่เพื่อทวงคำอธิบายจากพวกเจ้า!” มังกรทองหวงหลงเริ่มพูดก่อน

คำพูดของบรรพจารย์นั้นมีเหตุผลอันชอบธรรม ไม่ว่าใครก็ตามที่ฆ่าหลงเอ้า เผ่าปีศาจทั้งหมดจะต้องร่วมรับผิดชอบ

“ถูกต้อง หลงเอ้าลูกชายของข้าเป็นอัจฉริยะแห่งเผ่ามังกรที่ไม่มีใครเทียบได้ แต่คนของเผ่าปีศาจได้ฆ่าอัจฉริยะแห่งเผ่ามังกร ดังนั้นควรชดใช้ด้วยชีวิต” หลงเจิ้นเทียนเหลือบมองไปยังตำหนักจักรพรรดินีชิงตรงหน้าแล้วหัวเราะเยาะ

“ทำไมรึ จักรพรรดินีชิงแห่งเผ่าปีศาจนั้นขี้ขลาด กล้าทำแต่ไม่กล้ารับหรือไร”

“อย่าพูดใส่ร้ายไปเรื่อย การตายของหลงเอ้าไม่เกี่ยวอะไรกับเผ่าปีศาจของเราเลย!” ไป๋เสอยังโต้เถียงอยู่ แต่ใจของเขากลับค่อย ๆ จมลง

ดูมังกรที่บุกมาอย่างดุร้ายเช่นนี้ เกรงว่าวันนี้คงไม่จบลงด้วยดี

มิรู้ว่าฝ่าบาทได้ติดต่อกับพระสวามีหรือยัง

สุดท้ายตี้ชิงเซียนก็ให้คนไปส่งข้อความถึงซูอันแล้ว

หลังแยกกันครานั้น นางแทบจะไม่เคยถามถึงข่าวของซูอันเลย

นางพยายามยับยั้งความคิดของตนเองไว้ อย่าคิดถึงซูอัน อย่าพยายามที่จะเข้าไปในจิตใจของซูอัน และไม่มีใครได้รับอนุญาตให้พูดถึงท่านโหวเผ่ามนุษย์ที่เดินทางมาเยือนเผ่าปีศาจอีก

จนกระทั่งเมื่อวานนี้นางจึงทราบว่าซูอันได้บรรลุหยวนเสินแล้ว ทั้งยังได้รับบรรดาศักดิ์หวาง

ความเร็วของการฝึกตนนี้ค่อนข้างเกินเหตุ เขาเพิ่งจะอายุเท่าไรเอง น่าจะไม่เกินสามสิบด้วยซ้ำ

จักรพรรดินีปีศาจยังเชื่อว่าซูอันสามารถแก้ไขภัยพิบัติของเผ่าปีศาจได้

แต่ไม่ว่าจะส่งข้อความได้เร็วเพียงใด เกรงว่าในช่วงเวลาสั้น ๆ ก็ยังจะสายเกินไป

นอกจากนี้ตี้ชิงเซียนก็ไม่แน่ใจแล้ว

ซูอันเป็นมนุษย์ จะเต็มใจช่วยเผ่าปีศาจจริงหรือ

เหล่ามังกรได้บุกมาถึงราชสำนักแล้ว ตี้ชิงเซียนไม่ได้แสดงอาการตื่นตระหนกใด ๆ และแทนที่จะทำเช่นนั้นกลับสวมชุดคลุมอีกาทองของจักรพรรดินีปีศาจแทน

จากนั้นก็มองไปที่ทารกซึ่งนอนหลับข้างเตียง มีแววสงสารปรากฏในดวงตา ขณะที่อุ้มนางขึ้นอย่างอ่อนโยน

นี่เป็นครั้งแรกที่นางใช้เวทมนตร์เพื่อทำให้ลูกสาวหลับใหล

ครั้นมองใบหน้าอ้วนกลมน่ารักนั้น มุมปากของนางก็อดที่จะโค้งขึ้นเป็นเส้นโค้งที่งดงามไม่ได้

ในพริบตา พระราชวังอันงดงามก็สูญเสียความแวววาวไปบ้าง

“จืออวิ๋น ข้าจะไว้ใจเจ้าได้หรือไม่?”

นางหันไปถามนางสนองพระโอษฐ์ ซึ่งเป็นสาวใช้ที่อยู่กับนางมานานที่สุด และยังเป็นคนสนิทที่นางไว้วางใจที่สุดด้วย

“หม่อมฉันยินดีสละชีวิตเพื่อพระองค์เพคะ!” จืออวิ๋นกล่าวอย่างหนักแน่น

ตี้ชิงเซียนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งลูกสาวที่อยู่ในอ้อมแขนให้กับจืออวิ๋น

จืออวิ๋นรีบรับเด็กมาอุ้มไว้ด้วยความระมัดระวัง

“พาซูซูหนีไปเถอะ ไปที่เผ่ามนุษย์เพื่อตามหาอู่ซ่วน....ตอนนี้เขาควรจะได้ชื่อว่าหยวนอันหวางแล้ว จงบอกเขาว่านี่คือลูกสาวของเขา” ดวงตาของตี้ชิงเซียนจ้องไปที่ใบหน้าซึ่งหลับใหลของลูกสาว และไม่ผละออกไปเป็นเวลานาน

พอมองดี ๆ แล้ว ก็ดูเหมือนคนผู้นั้นจริง ๆ

“ฝ่าบาท!” หัวใจของจืออวิ๋นเต้นแรง ร้องตะโกนด้วยความกังวล

ฝ่าบาทวางแผนจะส่งลูกสาวไปต่างแดน เพื่อเผชิญหน้ากับศัตรูเพียงลำพัง

แต่ฝ่าบาทยังไม่ฟื้นกำลัง จะต่อสู้ได้อย่างไร!

“จืออวิ๋น เราสั่งให้เจ้าปกป้องลูกสาวของเรา” เสียงของตี้ชิงเซียนแข็งขึ้น เต็มไปด้วยความสง่างาม และแววตาแสดงถึงการวิงวอน

หลังจากมอบยันต์หยกและอาวุธเต๋าที่ปกปิดรัศมีให้แก่จืออวิ๋นแล้ว นางก็เดินออกจากตำหนักอย่างแน่วแน่

เมื่อมองแผ่นหลังของตี้ชิงเซียนที่หายลับไป จืออวิ๋นกัดฟันและอยากจะตามให้ทัน เพื่อร่วมต่อสู้จนตัวตายกับฝ่าบาท

แต่เมื่อมองไปที่ซูซูตัวน้อยในอ้อมแขน นางก็ล้มเลิกความตั้งใจนั้น

“ฝ่าบาท หม่อมฉันจะปกป้ององค์หญิงเพคะ!”

นางใช้อาวุธเต๋าเพื่อซ่อนรัศมี และเดินไปที่ประตูเล็กด้านข้างตำหนักจักรพรรดินีโดยอุ้มซูซูไว้

แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นว่ามีร่างสีดำซ่อนอยู่ในความมืดด้วย และติดตามทั้งสองคนไปอย่างใกล้ชิด

โลกภายนอก บรรยากาศเริ่มเคร่งเครียด

ทว่าภาวะชะงักงันไม่ยาวนาน

“ถ้ามัวแต่ชักช้า อาจจะล้มเหลวไปหมด อย่าเถียงกันอีกเลย หวงหลงไป๋หลง ตาเฒ่านี่ยกให้พวกเจ้า!” หลงเจิ้นเทียนเหลือบมองไปยังหยวนเสินแห่งเผ่าทะเลที่อยู่ข้างหลัง จากนั้นส่ายหัวและออกคำสั่ง

“ได้ ท่านประมุข” มังกรหยวนเสินทั้งสองมองไปที่ไป๋เสออย่างกระตือรือร้น

มีสัญญาณเพียงเล็กน้อย สงครามก็เริ่มทันที

ท้องฟ้ามีแต่เสียงร้องคำราม

เสียงคำรามของมังกรดังก้องไปทั่วทั้งราชสำนัก มังกรยักษ์สองตัว หนึ่งเป็นสีขาวและอีกหนึ่งเป็นสีทอง ดูเหมือนว่าจะมาจากยุคโบราณ โดยมีสายลมเมฆครึ้มและปรากฏการณ์ประหลาดพร้อมกัน

ร่างมังกรที่น่าสะพรึงกลัว ดูเหมือนว่าแต่ละเกล็ดจะทำด้วยเหล็กศักดิ์สิทธิ์ซึ่งมีความสง่างามอย่างยิ่งยวด

เผ่าปีศาจที่อยู่ต่ำกว่าระดับหยางบริสุทธิ์แทบจะยืนหยัดไม่ไหว

ขณะนั้น เสียงคำรามของสัตว์ร้ายได้ทำลายการเคลื่อนไหวของมังกรทั้งสอง ดวงตาของไป๋เสอเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น และเขาก็แปลงเป็นร่างเดิม

ลำตัวสีขาวราวกับหิมะ ใบหน้าเป็นมนุษย์ มีเขาอยู่บนหัว ยังมีเคราแพะที่คางซึ่งมีลักษณะเหมือนไป๋เสอทุกประการ

ไม่ว่าจะเป็นเผ่ามังกรหรือเผ่าปีศาจ สิ่งที่คุ้นเคยที่สุดก็คือใช้ร่างจริงของตนเองในการต่อสู้

สัตว์สามตัวที่น่าสะพรึงกลัวกำลังต่อสู้กัน แม้กระทั่งฟ้าดินยังเปลี่ยนสี

เนื้อหนังรอบตัวถูกฉีกขาดและเยียวยาได้เองทันที เลือดมังกรและเลือดปีศาจสาดกระเซ็นไปทั่วพื้นดิน

ในกลุ่มของสัตว์อสูร ดวงตาของบรรพจารย์อสรพิษปีกเคลื่อนไหวเล็กน้อย ขณะจ้องไปที่แผ่นหลังของบรรพจารย์พยัคฆ์ขาว โดยไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่

สายตาของหลงเจิ้นเทียนจ้องไปที่ตำหนักของจักรพรรดินีชิง เมื่อมองไปที่หญิงสาวที่เดินออกจากตำหนัก เขาก็รู้ว่านางดูแข็งแกร่งเพียงเปลือก แต่จริงๆ แล้วนางอ่อนแอมาก ภายใต้สีหน้าที่เต็มไปด้วยความแน่วแน่

จักรพรรดินีปีศาจที่พลังชีวิตได้รับความเสียหายอย่างหนัก ดูเหมือนจะไม่มีอะไรต้องกังวล

แค่ไม่เห็นเด็กปีศาจตัวน้อยนั่น หรือจะถูกเผ่าปีศาจส่งออกไปอย่างลับๆ แล้ว?

แต่ไม่เป็นไร สังหารตี้ชิงเซียนก่อนแล้วค่อยไปตามหานังเด็กนั่น

พลันได้เห็นตี้ชิงเซียนถือวงล้อสุริยเทพไว้ในมือ นางมีหน้าตาคล้ายกับเทพีแห่งดวงอาทิตย์ แต่ใบหน้ากลับเย็นชาราวกับน้ำแข็งหมื่นปี และมีรัศมีที่สูงส่ง

ไม่มีความประสงค์ที่จะพูดคุยใด ๆ เลย

หลงเจิ้นเทียนถอยหลังไปครึ่งก้าว เตรียมปล่อยให้หยวนเสินเผ่าทะเลที่อยู่ข้างหลังได้ลงมือก่อน...เพื่อลองหยั่งเชิง

ในขณะนี้ มีคลื่นเล็ก ๆ เกิดขึ้นในพื้นที่ใกล้เคียง และเสียงหัวเราะของทารกก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทารกหญิงตัวน้อยในผ้าอ้อมบินออกจากทางเดินอวกาศเล็ก ๆ อย่างไม่คาดคิด ขี่เงาของอีกาทองและบินไปหาตี้ชิงเซียน

การแสดงออกของตี้ชิงเซียนเปลี่ยนไปอย่างมาก ลมหายใจแทบจะหยุดลง “ซูซู!”

กระแสแสงหนึ่งตามมาอย่างใกล้ชิด เป็นจืออวิ๋นที่มีใบหน้าซีดเผือด ระหว่างการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ ได้เห็นมังกรที่จ้องมองนางอย่างหิวโหย นางกำมือแน่น ดวงตาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดและเสียใจ

“ฝ่าบาท จืออวิ๋นไร้ความสามารถ ดูแลองค์หญิงไม่ได้!”

นางมุ่งมั่นที่จะปกปิดรัศมีของตน ไม่คาดคิดว่าจู่ ๆ ทารกน้อยในอ้อมแขนจะเปิดช่องอวกาศและหนีออกไปได้เอง

“เป็นพรสวรรค์ด้านมิติ ฮ่าฮ่า สมเป็นเสนียดจัญไร!”

ที่ฝังตรงกันข้าม หลงเจิ้นเทียนกลับหัวเราะเสียงดังขึ้นไปบนท้องฟ้า “นี่คือองค์หญิงของเผ่าปีศาจ นางมีความสามารถมาก เก่งนัก ข้าจะส่งนางไปเซ่นไหว้ลูกชายของข้า!”

“นี่คือโชคชะตาอย่างนั้นหรือ” ตี้ชิงเซียนกอดลูกสาวและปกป้องนางด้วยพลังเวทย์ รอยยิ้มขมขื่นเล็กน้อยแต่ยังแน่วแน่

พรสวรรค์กับอายุนั้นต่างกัน ไม่มีความเกี่ยวโยงทางสายเลือดเสมอไป ทุกคนมีศักยภาพที่จะระเบิดพลังในเวลาที่รวดเร็ว แต่ผู้ฝึกตนที่ทำได้ตั้งแต่เป็นทารกนั้นเรียกว่าเป็นหนึ่งในหมื่นก็ว่าได้

จบบทที่ ตอนที่ 381 องค์หญิงเผ่าปีศาจ

คัดลอกลิงก์แล้ว