เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 380 สี่หยวนเสินบุกเผ่าปีศาจ

ตอนที่ 380 สี่หยวนเสินบุกเผ่าปีศาจ

ตอนที่ 380 สี่หยวนเสินบุกเผ่าปีศาจ


ตอนที่ 380 สี่หยวนเสินบุกเผ่าปีศาจ

พายุใกล้เข้ามาแล้ว เผ่าปีศาจยังไม่ตระหนักถึงสถานการณ์ และยังคงเฉลิมฉลอง

เหล่าปีศาจได้จัดงานเลี้ยงฉลองให้กับธิดาของจักรพรรดินีที่เพิ่งประสูติอย่างไม่คาดฝัน บรรพจารย์อสรพิษปีกกำลังสนุกสนานอยู่ที่งานเลี้ยงฉลอง โดยมีขุนนางเข้ามาทักทายเป็นระยะ

ถึงจะเป็นปีศาจบ้านนอก แต่ก็เป็นหยางบริสุทธิ์ ย่อมมีคนเข้าหาเป็นธรรมดา

นี่แสดงให้เห็นด้วยว่าความขัดแย้งภายในเผ่าปีศาจเมื่อยี่สิบกว่าปีก่อนส่งผลกระทบต่อเผ่าปีศาจมากเพียงใด

ในอดีต แม้จะเป็นผู้แข็งแกร่งหยางบริสุทธิ์ การจะเป็นขุนนางระดับสูงในราชสำนักเผ่าปีศาจนั้นยังทำไม่ได้เลย

ตระกูลปีศาจเช่นอสรพิษปีกมาจากสถานที่เล็ก ๆ จะต้องผ่านการตรวจสอบหลายขั้นตอน จึงจะได้รับตำแหน่ง ซึ่งไม่ง่ายเลย

กล่าวได้เพียงว่าบรรพจารย์อสรพิษปีกมาถูกเวลาพอดี

งานเลี้ยงฉลองครั้งนี้ ปีศาจศักดิ์สิทธิ์ไป๋เสอที่ปกติชอบเก็บตัวก็มาแสดงความยินดีด้วย และเข้าเฝ้าจักรพรรดินีชิงเซียนด้วยท่าทางจริงจัง

“ฝ่าบาท กระหม่อมมีลางสังหรณ์ว่าเผ่าปีศาจจะต้องเผชิญกับภัยพิบัติ ทว่าภัยพิบัติจักคลี่คลายได้ด้วยการตามหาบิดาแท้ ๆ ของพระธิดาเท่านั้น มิทราบว่าฝ่าบาทมีทางติดต่อกับพระสวามีหรือไม่?”

“บิดาแท้ๆ น่ะหรือ?” ตี้ชิงเซียนขมวดคิ้วและไม่ต่อบทสนทนา กลับถามว่า “ปีศาจศักดิ์สิทธิ์ไป๋เสอรู้หรือไม่ว่าเป็นภัยพิบัติประเภทใด?”

ไป๋เสอส่ายหัว “กระหม่อมก็ไม่รู้เหมือนกัน รู้เพียงว่ามันเป็นภัยพิบัติ และหวังว่าฝ่าบาทจะใส่พระทัยกับมัน!”

แม้เขาจะมีพรสวรรค์ในการอ่านความลับจากสวรรค์ แต่สายเลือดของเขายังไม่บริสุทธิ์เพียงพอ เมื่อเผชิญกับภัยพิบัติซึ่งเกี่ยวข้องกับเผ่าปีศาจทั้งปวง จึงสามารถรับรู้ได้เพียงผิวเผินเท่านั้น

“เราจะพิจารณาดู” ตี้ชิงเซียนตอบรับอย่างลวก ๆ

หลังจากส่งไป๋เสอไปแล้ว นางจึงมองลูกสาวที่นอนหลับอย่างสงบอยู่ในอ้อมแขน หลังจากลังเลอยู่เป็นเวลานานก็ยังไม่ตัดสินใจที่จะตามหาซูอัน

หากนางไม่สามารถแก้ไขภัยพิบัติของเผ่าปีศาจได้

ซูอันเป็นแค่หยางบริสุทธิ์ จะสามารถทำอะไรได้?

……

สองวันผ่านไปรวดเร็วราวกับกะพริบตา

ตี้ชิงเซียนมองไปที่สาวใช้ชุดเขียวที่คุกเข่าอยู่บนพื้นโดยไม่พูดอะไรด้วยแววตามืดมน ข้าง ๆ นั้นมีชามอาหารวิญญาณที่ยังไม่ถูกแตะต้อง

ถัดไปนั้นมีนางสนองพระโอษฐ์ยืนอยู่ด้วยสีหน้าไม่เชื่อ

“พูดมา เหตุใดถึงคิดวางยาพิษเรา?” ตี้ชิงเซียนอุ้มซูซูไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าสุดเย็นชา

หากตนเองไม่สังเกตว่าคนผู้นี้มีอารมณ์ไม่ปกติ แล้วลูกสาวซูซูเริ่มร้องไห้โดยไร้เหตุผล เกรงว่านางจะกลืนอาหารที่มีพิษเข้าไปจริง ๆ

พิษที่สามารถทำให้หยวนเสินรู้สึกอันตรายได้ กอปรกับวิธีที่จะหลบหนีการตรวจจับนั้น ไม่ใช่สิ่งที่สาวใช้ระดับล่างจะทำได้

สาวใช้ในชุดสีเขียวตัวสั่นและกัดฟันแน่น จากนั้นไม่นาน ก็พูดว่า “บ่าวทำผิดร้ายแรง ฝ่าบาทได้โปรดประหารบ่าวด้วยเถิด!”

“ยังจะปากแข็งอีก!” ดวงตาของตี้ชิงเซียนยิ่งดุร้ายขึ้น

นางไม่เคยเป็นผู้หญิงที่ใจดีอยู่แล้ว

ตรงกันข้าม วิธีการของนางโหดร้ายเสมอ มิเช่นนั้นคงไม่สามารถทำให้เผ่าปีศาจมั่นคงในช่วงเวลาวิกฤติได้

ด้วยเพราะสาวใช้ไม่ยอมพูด จึงต้องดึงวิญญาณออกมา

ทันใดนั้น นางชี้ไปที่ร่างของสาวใช้เพื่อแยกวิญญาณออกจากร่างกาย

ความเจ็บปวดสาหัสเกิดขึ้นที่จิตใจของสาวใช้ รู้สึกว่าตนเองกำลังจะตาย จู่ ๆ สาวใช้ก็หัวเราะ และถามอย่างแฝงความนัย “ฝ่าบาท ทรงเข้าใจหรือไม่ว่าความรักคืออะไร?”

“รสชาตินั้น งดงามนัก...”

เสียงนั้นแผ่วลงเรื่อย ๆ จิตวิญญาณของสาวใช้ก็เริ่มสลายไป

การแสดงออกของตี้ชิงเซียนเปลี่ยนไปเล็กน้อย และใช้พลังเวทย์มนตร์ หมายจะเก็บวิญญาณสาวใช้ไว้

น่าเสียดายที่มันไม่มีประโยชน์เลย ใช้เวลาเพียงชั่วครู่เท่านั้น วิญญาณของสาวใช้พลันสลายไปอย่างสิ้นเชิง

วิญญาณกระจัดกระจาย ไม่เหลือแม้แต่ร่องรอย!

ร่างกายที่เหลือก็เริ่มละลายอย่างรวดเร็ว

“ดูเหมือนคนเหล่านี้จะเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี!” การแสดงออกของตี้ชิงเซียนค่อย ๆ สงบลง แต่ดวงตากลับเย็นชาและจดจ้องมากขึ้น

ความรัก?

ความรักแบบใดกัน ถึงทำให้สาวใช้ที่เติบโตในตำหนักของจักรพรรดินีสามารถทรยศและวางยาพิษนางได้?

มันอันตรายยิ่งกว่าพิษ เพราะทำให้ผู้คนสูญเสียสติ และสูญเสียชีวิต

ด้วยสาเหตุใดมิทราบ ภาพเงาร่างของซูอันก็ปรากฏขึ้นในใจของนางอย่างกะทันหัน และคำพูดของปีศาจศักดิ์สิทธิ์ไป๋เสอก็แทบจะสั่นคลอนหัวใจนาง

ทันใดนั้น นางบังคับร่างกายให้ถอยกลับไปที่มุมห้อง

“เป็นจักรพรรดิ ไม่จำเป็นต้องรัก!” ตี้ชิงเซียนกล่าวอย่างเย็นชา

“อุแว อุแว...”

จู่ ๆ ซูซูที่ตอนแรกนอนหลับอยู่ในอ้อมแขนกลับเริ่มร้องไห้อีกครั้ง โดยร้องดังกว่าเดิม

ดวงตาของจักรพรรดินีอ่อนลงทันที นางอุ้มทารกไว้ในอ้อมแขนและโยกเบา ๆ ใบหน้าเต็มไปด้วยประกายความเป็นมารดา

“อย่าร้องนะ อย่าร้อง ซูซูอย่าร้องไห้ แม่อยู่นี่แล้ว!”

ฉากนี้ทำให้นางสนองพระโอษฐ์ที่อยู่ข้าง ๆ รู้สึกสะเทือนใจ

ตี้ชิงเซียนเบนความสนใจไปที่ลูกสาว ขณะเดียวกันมีบางคนที่ยังเคร่งเครียด

ภายในอาณาเขตของตระกูลอสรพิษปีก มีผู้อาวุโสหลายรายนั่งเรียงกันเป็นแถว ล้วนจ้องมองไปที่มือของชายหนุ่มคนหนึ่งด้วยสีหน้าจริงจัง

ถ้าพูดให้ชัดเจนกว่านั้นคือกำลังจ้องมองแผ่นหยกในมือของเขา

มวลอากาศเงียบสงบจนน่าใจหาย ชายหนุ่มมีแวววิตกกังวลและรู้สึกไม่สบายใจมาก

ทันใดนั้น แผ่นหยกในมือของชายหนุ่มก็แตกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยพร้อมกับเสียงดัง ‘กรุบ’ แสดงถึงภารกิจที่ล้มเหลว

ชายหนุ่มถูกบรรดาผู้อาวุโสทั้งหลายจ้องมอง เขาจึงกลืนน้ำลาย โยนป้ายหยกลงพื้นด้วยความรังเกียจ และก่นด่า “เวรเอ๊ย นังแพศยา ไร้ประโยชน์สิ้นดี”

เสียเวลาอยู่กับผู้หญิงคนนั้นนานขนาดนี้ กลับไม่สามารถแม้แต่จะวางยาพิษใครได้

ตัวเองตายก็ตายไปสิ ยังจะทำให้เขาดูแย่ต่อหน้าบรรพจารย์

บรรพจารย์อสรพิษปีกไม่ได้สูญเสียความสงบ แต่จับเก้าอี้แน่นขึ้นเล็กน้อยและพูดด้วยเสียงทุ้มลึก “ตอนนี้ก็ทำได้เพียงรอให้ใต้เท้าบรรพจารย์มังกรมาถึงเร็ว ๆ เท่านั้น”

พวกเขาหันหลังกลับไม่ได้แล้ว โชคดีที่สาวใช้ต้องคำสาป ทำให้วิญญาณกระจัดกระจาย และไม่อาจเปิดเผยพวกเขาได้ในขณะนี้

ทว่าขอเพียงติดตามจากเบาะแส ไม่ช้าก็เร็วจะสาวถึงตระกูลอสรพิษปีกได้

ตอนนี้ พวกเขาทำได้เพียงรอ

เพียงคิดเช่นนี้ มุกมังกรในอ้อมแขนของเขาพลันสว่างวาบ

บรรพจารย์อสรพิษปีกยินดียิ่ง คิดไม่ถึงเลยว่าเผ่ามังกรจะเคลื่อนไหวเร็วขนาดนี้ และความไม่สบายใจของเขาพลันหายไปในพริบตา

เขายืนขึ้น ใบหน้าชราเต็มไปด้วยความอวดดี “มาแล้ว พวกบรรพจารย์มังกรมาแล้ว!”

ช่วงเวลารุ่งโรจน์ของตระกูลอสรพิษปีกใกล้จะมาเยือนแล้วเช่นกัน

พลังอันล้นหลามนี้ได้สร้างความกดดันแก่ราชสำนักของเผ่าปีศาจทันที

ท้องฟ้าเริ่มมืดลง เมฆดำก่อตัว และมีเม็ดฝนโปรยปรายลงมา

มังกรจริงนับสิบตัวบินวนอยู่เหนือราชสำนัก ร่างกายของพวกเขาทอดยาวกลางหมู่เมฆ มองเห็นหัวแต่ไม่เห็นหาง ความแข็งแกร่งของมังกรจริงนั้นไม่ด้อยไปกว่ามังกรหยางบริสุทธิ์เลย

สามร่างที่นำหน้าขบวนนั้นอยู่ในร่างของมนุษย์ แต่เขามังกรบนหัวและรัศมีอันแข็งแกร่งนั้น แสดงให้เหล่าปีศาจได้ตระหนักว่า นี่ก็คือมังกร และเป็นบรรพจารย์มังกร

เบื้องหลังของร่างทั้งสามนี้ มีชายวัยกลางคนผู้หนึ่งที่มีเกล็ดรูปเพชรอยู่บนหน้าผากด้วย

มีหยวนเสินดั้งเดิมสี่ท่าน!

ทันใดนั้น ราชสำนักของเผ่าปีศาจก็ตกอยู่ในความโกลาหล ฝูงปีศาจตัวใหญ่มองไปบนท้องฟ้าด้วยความสยดสยอง และรู้สึกหายใจไม่ออกเพราะแรงกดดัน

“หลงเจิ้นเทียน เจ้าคิดจะทำสงครามกับเผ่าปีศาจรึ?!”

น้ำเสียงชราเสียงหนึ่งดังขึ้น เมฆดำบนท้องฟ้าก็กระจายตัวออกไปในพริบตา

ชายชราสวมชุดคลุมสีขาว ผมและเคราสีขาวปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ เมื่อมองหยวนเสินที่น่าสะพรึงกลัวทั้งสี่ ดวงตาของเขาหรี่ลง

“ปีศาจศักดิ์สิทธิ์ไป๋เสอ!” มีสมาชิกเผ่าปีศาจเรียกชื่อของชายชราคนนั้นออกมา

จู่ ๆ เหล่าปีศาจใหญ่จำนวนนับไม่ถ้วนก็รู้สึกราวกับว่าได้พบที่พึ่งพิงแล้ว พวกเขารวมตัวกันอยู่รอบ ๆ ชายชรา รวมถึงบรรพจารย์อสรพิษปีกซึ่งคอยมองหาโอกาสท่ามกลางความวุ่นวายด้วย

ในหมู่ปีศาจ เกียรติยศของปีศาจศักดิ์สิทธิ์ไป๋เสอไม่ด้อยไปกว่าของจักรพรรดินีปีศาจเลย

“ไป๋เสอ เจ้าแก่ขนาดนี้แล้ว ยังไม่ตายอีก!” หลงเจิ้นเทียนยิ้มเยาะ ในดวงตายังมีความหวั่นเกรงอยู่บ้าง

แม้ว่าไป๋เสอจะชรามากแล้ว แต่ความแข็งแกร่งนั้นไม่ควรประมาท

เมื่อเขายังเป็นเพียงมังกรน้อย ก็เคยได้ยินชื่อเสียงของไป๋เสอแล้ว แต่ไม่คาดคิดว่าชายผู้นี้จะมีอายุขัยยืนยาวนัก

จบบทที่ ตอนที่ 380 สี่หยวนเสินบุกเผ่าปีศาจ

คัดลอกลิงก์แล้ว