เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 375 องค์หญิงน้อย

ตอนที่ 375 องค์หญิงน้อย

ตอนที่ 375 องค์หญิงน้อย


ตอนที่ 375 องค์หญิงน้อย

ตอนนี้เทพีทั้งหลายกำลังเตรียมสร้าง ‘ป่าแห่งชีวิต’ แห่งใหม่

“ผู้ใดกัน ช่างหอมนัก!” เป้าสือจ้องมองไปที่ **ของหลีหวั่นเอ๋อด้วยความหิวกระหายราวกับเห็นอาหารอันโอชะ

จนกระทั่งซูอันกระแอมไอออกมา นางถึงรู้สึกตัว รีบกลืนน้ำลายแล้วมองไปที่ซูอันด้วยสายตาอ้อนวอน “นาย นายท่าน ขอข้าลิ้มรสได้หรือไม่? ขอแค่คำเดียว...สามคำ ไม่สิห้าคำก็พอ”

“ไม่ได้” ซูอันปฏิเสธทันที

เป้าสือหมดแรงและทรุดตัวลงกับพื้นทันที ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความอาลัยต่อชีวิต  ปากเบ้ขึ้นอย่างไม่พอใจ

หากไม่ได้กินของอร่อย ความสุขก็จางหายไป

เมื่อเห็นเช่นนั้น ซูอันก็ยิ้มและพูดว่า “แต่ข้าทำให้เจ้าลิ้มรสของสดใหม่ได้”

ไฟที่ถูกฝ่าบาทจุดขึ้นมา มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะดับลง

เมื่อได้ยินดังนั้น เป้าสือก็ตื่นตัวขึ้นมาทันที ตาเบิกกว้างพร้อมกับถามด้วยความตื่นเต้นว่า “สดใหม่เลยหรือ?”

“ถูกต้อง มานี่สิ” ซูอันโบกมือเรียกพร้อมกับยิ้มอย่างอ่อนโยน

“คุกเข่าลงแล้วข้าจะสอนวิธีกินให้”

เขาลูบศีรษะของเป้าสือเบาๆ พร้อมกับส่งพลังจิตไปยังเทพีแห่งบาปคนอื่นๆ

ดังที่คาดไว้ พวกนางทุกคนรู้สึกเหมือนกัน

“ให้ตายสิ เป้าสือมันกินอันใดเข้าไป!” พอรู้สึกถึงสิ่งแปลกปลอมในปาก เป้านู่ก็ฉุนเฉียวขึ้นมาทันที นางปิดปากแล้วเหาะไปยังที่ที่เทพีแห่งความตะกละอยู่

ส่วนเซ่ออวี้ ดวงตาของนางกลายเป็นรูปหัวใจ “ดีจัง สุดยอด!”

ทันใดนั้น ราคะอันแรงกล้าของนางก็พุ่งพล่านขึ้นมา แววตาเต็มไปด้วยความต้องการอันเร่าร้อน หางแมงป่องที่อยู่ด้านหลังเปลี่ยนเป็นสีชมพูู

เมื่อทนไม่ไหวอีกต่อไป ในชั่วพริบตา นางก็เหาะไปตามทิศทางที่บาปแห่งราคะชี้นำ

โอ้วมั่นลากร่างที่งัวเงียของหล่านตั้วด้วยสีหน้าบึ้งตึง “เป้าสือไปกินอันใดเข้า เหตุใดถึงได้เจ็บคอเช่นนี้!”

ปกติกินแต่อาหารธรรมดาก็พอทำเนา แต่พฤติกรรมที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องคนอื่นอย่างนี้ จำเป็นต้องต่อต้านอย่างเด็ดขาด

จี๋ตู้และทานหลันตามมาติดๆ

เมื่อสัมผัสถึงการปรากฏตัวของอีกหกคน ซูอันก็ยิ้มมุมปากเบาๆ พร้อมกับลูบศีรษะเป้าสือที่ว่านอนสอนง่าย “ดูเหมือนว่าข้าไม่ต้องออกไปตามผู้ใดแล้ว วันนี้คงได้ลิ้มลองเหล่าเทพีแห่งบาปทั้งเจ็ดที่มีจิตเชื่อมโยงกันเสียที”

ส่วนเป้าสือก็ยังไม่รู้ตัวเลยว่าเหล่าพี่น้องกำลังจะมาหาถึงที่ ด้วยใจที่จดจ่ออยู่กับการลิ้มรสของอร่อย ใบหน้าของนางเต็มไปด้วยความสุข  หากมีหางอยู่ที่ด้านหลัง ในตอนนี้คงแกว่งไปแกว่งมาอย่างสุขใจ

ผู้ที่มาถึงก่อนใครคือเป้านู่  ประตูห้องถูกถีบเปิดออกอย่างรุนแรง

เป้านู่พูดด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองว่า “เป้าสือ เจ้ากำลังกินอันใดอยู่...”

เสียงเงียบลงทันที เมื่อนางเห็นสิ่งที่เป้าสือกำลังลิ้มรส

รวมถึงท่าทางหมอบคลานที่พื้นราวกับสุนัข

ทันใดนั้นโทสะของเป้านู่ก็พลุ่งพล่านอย่างรุนแรงจนแทบจะระเบิดออกมา ด้วยความรู้สึกราวกับเห็นตัวเองถูกซูอันหยามเกียรติ   ทั้งร่างกายของนางเหมือนลุกเป็นไฟ

“พวกเจ้า...อ๋า! ฆ่า ข้าจะฆ่าพวกเจ้า!”

ในฐานะที่เป็นเทพีแห่งโทสะ ทำให้โทสะมีมากกว่าสติ

นางจึงไม่ใช้ความคิด และก็ไม่สนใจถึงความแตกต่างระหว่างตัวเองกับซูอัน

เช่นนั้นก็พุ่งตรงเข้าไปอย่างไม่กลัวตาย

ฟึบ!

ซูอันไม่ได้ขยับตัวแม้แต่น้อย แต่โซ่มัดเทพที่เตรียมไว้ได้ถูกยิงออกไปอย่างรวดเร็ว และในพริบตาเดียวมันก็พันร่างของเป้านู่ไว้จนแน่น

“ไอ้สารเลว อ้าก ปล่อยข้า ข้าจะฆ่า...เพี๊ยะ!”

ซูอันตบไปที่บั้นท้ายแดงๆ ของเป้านู่ จากนั้นหันมาลูบศีรษะเป้าสือเบาๆ

“หนูน้อย ไปพักผ่อนก่อนนะ”

ซูอันดันเป้าสือออกไป แล้วหันไปหาเป้านู่ที่ถูกมัดไว้ ใช้สายตามองผิวกายสีแดงของนางอย่างพินิจพิจารณา

“ไอ้สารเลว! เจ้าจะทำอันใด!”

“ปล่อยข้า ข้าจะฆ่าเจ้า!”

“อ้ากกก!” ศีรษะของเป้านู่ถูกกระแทกอย่างกะทันหัน เลือดสีแดงสดไหลออกมาจากบาดแผล

“ข้าจะฆ่า...อ้ากกก!”

“ข้าจะต้อง...อ้ากกก ฆ่าเจ้าให้ได้!”

"เพราะผิวของนางเป็นสีแดง จึงไม่อาจบอกได้เลยว่านางกำลังรู้สึกเขินอายหรือไม่

เมื่อโอ้วมั่นมาถึงและเห็นฉากนี้จากไกลๆ ร่างกายก็หยุดชะงักทันที ดวงตาหดเล็กลงด้วยความตกใจ

สัญชาตญาณทำให้นางรีบเอามือปิดปากของหล่านตั้วที่ทำเสียงเคี้ยวอยู่ ก่อนจะหันหลังและพยายามหนี

ทันใดนั้นก็ถูกมือใหญ่จับเอาไว้แล้วเหวี่ยงเข้าไปในห้อง

“ไหนๆ ก็มาแล้ว อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนสิ” ซูอันกล่าวด้วยน้ำเสียงเป็นกันเอง

วันนั้นในโลกไท่ชู ก็สงบสุขเป็นพิเศษ

……

พระราชวังเผ่าปีศาจของจักรพรรดินีชิง บรรดานางกำนัลทุกคนต่างกำลังยุ่งเหยิงและเป็นกังวลใจ

เตรียมการอาหารวิญญาณ อาหารบำรุงรวมไปถึงโอสถที่อาจต้องใช้

ส่วนในใจกลางตำหนักของจักรพรรดินีชิง ประตูบานใหญ่ที่ปิดสนิทนั้นมีแสงศักดิ์สิทธิ์เปล่งประกายออกมาเป็นระยะๆ  ดึงดูดความสนใจของเหล่านางกำนัลให้จดจ่ออยู่ตลอดเวลา

ในที่สุด ก็ได้ยินเสียงร้องไห้ของเด็กทารก

เสียงนั้นแม้จะไม่ดังนัก แต่กลับสะท้อนก้องไปไกลนับหมื่นลี้ ราวกับกระซิบอยู่ข้างหู

ประสูติแล้ว ประสูติแล้ว!

เหล่านางกำนัลต่างแสดงความยินดีออกมา เพราะการที่จักรพรรดินีปีศาจให้กำเนิดทายาทนับเป็นมหามงคลของทั้งเผ่าปีศาจ

ในชั่วขณะนั้น แสงอาทิตย์บนท้องฟ้าก็พลันเปลี่ยนเป็นสีทองอร่าม

กลุ่มเมฆมงคลลอยมาแต่ปลายขอบฟ้า อีกาทองอาบไล้แสงอาทิตย์โฉบบินวนอยู่เหนือตำหนักจักรพรรดิ พร้อมด้วยม่านแสงสีม่วงแผ่กว้างถึงสามหมื่นลี้

เหล่าปีศาจในวังต่างเงยหน้ามองฟ้าด้วยความงุนงง

ที่กระท่อมไม้เล็กๆ ริมทะเลสาบแห่งหนึ่ง ชายชราผู้มีคิ้วและหนวดเคราขาวโพลนเดินออกมานอกประตู หลังจากมองไปยังปรากฏการณ์เหนือพระราชวังเผ่าปีศาจ  สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนเล็กน้อย“อีกาทองอาบแสงสุริยัน จักรพรรดินีกำเนิดทายาท!”

มีเพียงทารกที่มีสายเลือดและพรสวรรค์อันแข็งแกร่งเท่านั้นจึงจะก่อให้เกิดปรากฏการณ์พิศดารเช่นนี้

ฝ่าบาทให้การประสูติ?

มิน่าใช่! ฝ่าบาททรงพระครรภ์ตั้งแต่เมื่อใดกัน?

หรือจะเป็นตอนเจอกับมนุษย์ผู้นั้นเมื่อคราก่อน

ขณะที่เขากำลังครุ่นคิดอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงดังสนั่นจากฟ้าอีกครั้ง

เงาของอสูรยักษ์นับไม่ถ้วนปรากฏขึ้นกลางอากาศ ไม่ว่าจะเป็นพยัคฆ์ทองแดง จิ้งจอกเก้าหาง ไปจนถึงไป๋เสอ  อสูรทั้งปวงของเผ่าปีศาจต่างคำรามก้องไปทั่วฟ้า

สัตว์อสูรนับพันคำรามประสานเสียง ช่างเป็นภาพที่ยิ่งใหญ่น่าเกรงขาม

เหล่าผู้บำเพ็ญปีศาจนับไม่ถ้วนสัมผัสได้ถึงตราประทับของบรรพชน และต่างก็เผยร่างที่แท้จริงของตนออกมา

ชายชราเคราขาวจ้องมองเงาของไป๋เสอบนท้องฟ้าอย่างไม่กะพริบตา ดวงตาค่อยๆ ชุ่มชื้น

ทันใดนั้น เงาของอสูรเหล่านี้ต่างก็หันไปทางพระราชวัง พร้อมคำรามต่ำออกมา ก่อนจะหมอบลงทำท่าถวายบังคม

“ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ” เสียงหัวเราะใสๆ ของเด็กทารกหญิงดังขึ้น

ในพริบตาเดียว ทั้งฟ้าทั้งดินสั่นสะเทือน

ชายชราตัวสั่นเทา น้ำตาแห่งความยินดีหลั่งไหลออกมาอย่างไม่อาจควบคุม พร้อมกล่าวด้วยเสียงสั่นเครือ “สวรรค์ประทานพรแก่เผ่าปีศาจ องค์จักรพรรดินีแห่งโชคชะตาของเผ่าปีศาจได้ประสูติแล้ว!”

ขณะเดียวกัน  เหล่าผู้บำเพ็ญปีศาจที่เคยศึกษาเรื่องราวโบราณต่างก็เริ่มเข้าใจ  และมองไปทางพระราชวังด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความยินดีและความเคารพ

และก็มีบางตนที่จ้องมองด้วยสายตาสงสัยและมีท่าทีเป็นปรปักษ์

ในห้องบรรทม จักรพรรดินีชิงใบหน้าซีดเซียวประคองเด็กทารกหญิงตัวอ้วนท้วนไว้ในอ้อมแขน แววตาของนางเต็มไปด้วยความรักและความอ่อนโยนอย่างไม่อาจซ่อนเร้น

ความรู้สึกที่ผูกพันกันด้วยสายเลือดและมาจากใจจริง

แม้จะมีเลือดของทั้งมนุษย์และปีศาจ แต่ก็ไม่ได้ส่งผลเสียต่อพรสวรรค์ของบุตรสาวเลย กลับกันมันยิ่งทำให้นางมีพรสวรรค์เหนือกว่าผู้อื่นตั้งแต่เกิด อีกทั้งยังกำเนิดมาพร้อมร่างกายเซียนต้ารื่อและสายเลือดอีกาทอง

ต้องยอมรับว่านี่เป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง

นางกำนัลผู้ซื่อสัตย์ที่ยืนด้านข้างก็ไม่สามารถกลั้นความปีติ กล่าวแสดงความยินดี “ขอแสดงความยินดีที่ให้ประสูติองค์หญิงเพคะฝ่าบาท!”

“ไม่ทราบว่าฝ่าบาทจะตั้งพระนามของพระธิดาว่าอย่างไรเพคะ”

“ชื่อของนาง” จักรพรรดินีชิงนึกถึงซูอันขึ้นมาในทันที ชายมนุษย์ชั่วร้ายผู้เป็นบิดาของธิดานาง คงยังไม่รู้เรื่องนี้กระมัง

นางเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วจึงเอ่ยขึ้นมา “ชื่อเล่นว่า ซู...ซูซู ก็แล้วกัน”

“ซูซู ซูซู” นางกำนัลมองเด็กทารกน้อยด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรัก

จบบทที่ ตอนที่ 375 องค์หญิงน้อย

คัดลอกลิงก์แล้ว