เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 376 ดันเจี้ยนยักษ์

ตอนที่ 376 ดันเจี้ยนยักษ์

ตอนที่ 376 ดันเจี้ยนยักษ์


ตอนที่ 376 ดันเจี้ยนยักษ์

ทันใดนั้นจักรพรรดินีชิงก็ตัวสั่นจนเด็กทารกในอ้อมแขนเกือบหลุดมือ

“ฝ่าบาท เป็นอันใดหรือเปล่าเพคะ!” นางกำนัลตกใจหน้าซีดเผือด

จักรพรรดินีชิงส่ายศีรษะ ดวงตาของนางดูอ่อนล้าเล็กน้อย “ไม่เป็นไร แค่เสียพลังวิญญาณไปมาก พักผ่อนเสียหน่อยก็ดีขึ้น”

สำหรับผู้บำเพ็ญแล้ว การให้กำเนิดบุตรจะทำให้พลังวิญญาณอ่อนแอลง ส่งผลให้ร่างกายอ่อนล้าในช่วงระยะหนึ่ง

โดยพื้นฐานแล้ว ทารกในครรภ์จะดูดซับพลังงานจากร่างกายของมารดา

แต่เนื่องจากจักรพรรดินีชิงเพิ่งเคยตั้งครรภ์ครั้งแรก และเป็นการตั้งครรภ์ที่ผสมระหว่างมนุษย์กับปีศาจ ดังนั้นเพื่อให้ลูกสาวได้เกิดมาอย่างแข็งแรง นางจึงใช้พลังวิญญาณระดับหยวนเสินบำรุงร่างกายของลูกอยู่เสมอ จนทำให้ร่างกายของนางเองอ่อนแอ

นางกำนัลไม่รอช้า รีบออกไปนำอาหารบำรุงที่เตรียมไว้มาถวาย

จักรพรรดินีชิงอุ้มพระธิดานั่งบนตัก มองดูรอยยิ้มบริสุทธิ์ของพระธิดาแล้วก็ยิ้มตาม

……

ซูอันที่กำลังสอนเทพีแห่งราคะพลันหน้าเปลี่ยนสี

จู่ๆ ก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่บอกไม่ถูกในใจ เขาจึงชะงักการกระทำไปชั่วขณะ

ดูเหมือนจะมีเรื่องสำคัญเกิดขึ้นกับเขา

“อึก...เกิดอันใดขึ้น?” เซ่ออวี้เอ่ยถามอย่างงุนงง

อาจเพราะนางเป็นเทพีแห่งราคะ จึงทำให้ยืนหยัดได้ยาวนานที่สุดในบรรดาพี่น้องทั้งเจ็ด ส่วนอีกหกคนได้นอนสลบอยู่กับหลีหวั่นเอ๋อร์แล้ว

อืม เป้านู่ยังคงคำรามเบาๆ อยู่ ปากของนางเต็มไปด้วยยาหยกขาวจนไม่อาจรู้ได้ว่านางกำลังด่าทอว่าอย่างไร

“ไม่มีอันใด เจ้ากินต่อไปเถอะ!”

ซูอันลูบศีรษะเซ่ออวี้เบาๆ แล้วพยายามค้นหาที่มาของความรู้สึกชั่วครู่นั้น

ดูเหมือนว่าจะมาจากสายเลือด แต่เมื่อพยายามค้นหากลับไม่สามารถตามหาหรือเข้าใจได้

ราวกับว่ามีคนจงใจปกปิดบางสิ่ง ทำให้เขาย่นคิ้วเล็กน้อย

ความจริงแล้วเขาก็ไม่ได้เชี่ยวชาญวิชานี้มากนัก หากผู้มีพลังวิญญาณระดับหยวนเสินเหมือนกันต้องการปกปิด เขาก็ยากที่จะคำนวณหรือค้นพบได้

“คงต้องให้คนไปสืบดูว่าช่วงนี้มีอันใดเกิดขึ้นบ้าง” เขาคิดพลางมองไปยังเรือนร่างอันงดงามของเซ่ออวี้

หนึ่งเค่อให้หลัง  ซูอันก็เดินออกมา

ความรู้สึกกระตุกวูบที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันทำให้เขารู้สึกกังวลใจ

“ฮวาฮวา!” เขาเรียกหา

หลังสิ้นเสียง เงาบุปผามรณะก็ปรากฏขึ้นตรงหน้า ยืนนิ่งสงบ แม้จะต้องเผชิญหน้ากับซูอันที่เปลือยกายก็ไม่แสดงความประหลาดใจใดๆ

หากไม่ผิดพลาดอันใด นางน่าจะแอบมองมานานพอสมควร

สิ่งที่ควรเขินอายก็เขินอายไปนานแล้ว ที่เหลืออยู่ก็มีเพียงความรู้สึกเลือนรางบางประการ

มือของซูอันโอบเอวบุปผามรณะอย่างคล่องแคล่ว พลางพูดขึ้นว่า “ช่วยตรวจตราทั้งในและนอกเขตอนาจักรต้าซานให้ข้าหน่อย”

“ขอเพียงเป็นเรื่องที่แปลกประหลาด หรือก่อให้เกิดความฮือฮาก็ให้รวบรวมทั้งหมดมา”

เขาก็ไม่รู้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้น จึงได้แต่สั่งไปเช่นนั้น

แม้จะเป็นวิธีที่ดูไม่ฉลาดนัก แต่ก็อาจจะได้ผล

“เจ้าค่ะ นายท่าน!” เสียงของบุปผามรณะสั่นเล็กน้อย ขณะที่กำลังจะก้มศีรษะ ร่างกายของนางก็พลันเกร็งขึ้นทันที

เมื่อเงยหน้าขึ้นมาก็พบเข้ากับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของซูอันพอดี

……

“การประสูติของพระธิดาเป็นความโชคดีของเผ่าปีศาจเราจริงๆ!”

“เทพบรรพชนคุ้มครอง เผ่าปีศาจจักต้องรุ่งเรือง!”

บริเวณด้านนอกพระราชวัง มีเหล่าขุนนางปีศาจจำนวนมากมารวมตัวกันด้วยสีหน้าตื่นเต้นน

ปรากฏการณ์อีกาทองอาบแสงสุริยัน หากย้อนดูประวัติศาสตร์โบราณของเผ่าปีศาจ จะมีเพียงตอนที่ปฐมจักรพรรดิหยวนและจักรพรรดิองค์ที่สองถือกำเนิดขึ้นเท่านั้น ส่วนปรากฏการณ์ที่หมื่นอสูรทำการถวายบังคมนั้นไม่เคยมีมาก่อน จึงนับได้ว่าเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของเผ่าปีศาจ

แน่นอนว่าสิ่งนี้เกี่ยวข้องกับตอนที่จักรพรรดิหยวนถือกำเนิด เผ่าปีศาจในตอนนั้นยังไม่ได้ก่อร่างสร้างตัวเป็นรูปเป็นร่าง

แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งนี้ก็แสดงให้เห็นถึงความน่าเกรงขามขององค์หญิงที่เพิ่งถือกำเนิด

สิ่งใดที่เรียกว่าจักรพรรดิิ์แห่งโชคชะตา นั่นคือในชั่วขณะที่องค์หญิงถือกำเนิดขึ้น ผู้ที่เคยได้รับการคาดหวังอย่างสูงอย่างตี้เมิ่งเหยาก็พลันกลายเป็นตัวสำรองในทันที

ไม่ว่าใครก็มองออกว่าองค์หญิงผู้เกิดมาพร้อมปรากฏการณ์อัศจรรย์นี้มีพรสวรรค์ที่น่าเกรงขามเพียงใด

ไม่แน่ว่าในภายหน้า ภายใต้การนำขององค์หญิง์ เผ่าปีศาจอาจก้าวขึ้นเหนือกว่าเผ่ามังกรและทะเลทรายตะวันตก กลายเป็นขุมกำลังชั้นนำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดรองจากต้าซาง

น่าสงสารตี้เมิ่งเหยา ตอนนี้ยังอยู่ในอาณาจักรต้าชางและไม่รู้เรื่องราวอันใดเลย

“เรื่องใหญ่เช่นนี้ ก่อนหน้านี้ฝ่าบาทกลับปิดบังพวกเรา แล้วก็ไม่รู้ว่า...”

“ชู่ว หยุดพูดเสีย! ฝ่าบาทคงมีเหตุผลของพระองค์” คนข้างๆ รีบขัดคำพูดพร้อมทั้งเตือนด้วยเสียงเข้ม

ขุนนางผู้นั้นหน้าซีดเผือด รีบปิดปากด้วยความกลัว

แม้ว่าเดิมทีจักรพรรดินีชิงแห่งเผ่าปีศาจจะมีอำนาจศักดิ์สิทธิ์อยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นน่าเกรงขามเท่าปัจจุบัน จนกระทั่งเหตุการณ์ที่นางสังหารบรรพบุรุษมังกรในฝ่ามือเดียว ทำำให้บารมีของจักรพรรดินีชิงสูงขึ้นไปอีกขั้น

ขณะนั้นเอง บรรพจารย์พยัคฆ์ขาวก็นึกถึงจางจวินสวินขึ้นมา พลางลูบเคราถอนหายใจ “น่าเสียดาย บุตรหลานที่เป็นถึงยอดฝีมือตระกูลข้าผู้นั้น  หากไม่ได้สิ้นชีพในอาณาจักรลับโบราณซิงหลิง คงได้เป็นองครักษ์ขององค์หญิง!”

เขายังไม่รู้เลยว่า บิดาขององค์หญิงนี่เองคือผู้สังหารจางจวินสวิน และความจริงทั้งหมดก็ได้ถูกฝังไว้ในอาณาจักรลับโบราณซิงหลิง

“ในตอนนั้นฝ่าบาทสังหารมังกรแดงด้วยฝ่ามือเดียวจริงหรือ?” บรรพจารย์อสรพิษปีก ที่ยืนอยู่ข้างบรรพจารย์พยัคฆ์ขาวเอ่ยถามขึ้นอย่างกะทันหัน

เผ่าอสรพิษปีกเป็นหนึ่งในสาขาของเผ่างู ที่มีพลังวิญญาณอยู่ในระดับปานกลาง และเมื่อไม่นานมานี้ บรรพจารย์อสรพิษปีกสามารถบรรลุหยางบริสุทธิ์ได้สำเร็จ จึงได้นำส่วนหนึ่งของเผ่าย้ายมาอยู่ที่เมืองหลวงปีศาจ ก่อนจะได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งบางอย่าง อย่างไรก็ตามด้วยเหตุที่พวกเขาย้ายมาทีหลัง จึงไม่ทันเห็นเหตุการณ์ที่จักรพรรดินีชิงใช้ฝ่ามือเดียวสังหารมังกรแดงกับตาตนเอง

“จริงอยู่แล้วสิ!”

บรรพจารย์พยัคฆ์ขาวยืนตัวตรงอย่างสง่างาม มองไปยังบรรพจารย์อสรพิษปีกด้วยสายตาที่แสดงถึงความเหนือกว่าพลางคิดในใจว่า ‘พวกปีศาจบ้านนอกก็ยังคงไร้ความรู้เหมือนเคย’

จากนั้นเขาก็กดเสียงต่ำลงแล้วกล่าวว่า “แต่การสังหารมังกรแดงไม่ใช่ง่ายดาย ฝ่าบาทคงจะทุ่มกำลังทั้งหมดที่มี”

ความหมายโดยนัยคือ นั่นไม่ใช่พลังในสภาวะปกติ และมีความเป็นไปได้สูงว่าฝ่าบาทอาจใช้วิชาลับบางอย่าง

แม้จะได้เห็นกับตาของตนเอง เหล่าปีศาจก็ยังไม่ค่อยอยากจะเชื่อ

การสังหารยอดฝีมือระดับหยวนเสินผู้มากประสบการณ์ด้วยการใช้ฝ่ามือเพียงครั้งเดียว เป็นสิ่งที่ผู้มีพลังในระดับเดียวกันไม่อาจทำได้ง่ายๆ นอกจากนั้น ไม่มีทางที่จักรพรรดินีชิงจะก้าวข้ามไปถึงระดับตำนานอย่าง ระดับบรรลุวิถีได้ในเวลาอันสั้น เพราะหากเรื่องนี้แพร่ออกไป ย่อมทำให้ผู้คนคิดว่าเผ่าปีศาจกำลังพูดเกินจริง

เมื่อเทียบกันแล้ว การใช้วิชาลับกลับดูน่าเชื่อถือมากกว่า

“อย่างนั้นเอง ฝ่าบาทช่างทรงพลังยิ่งนัก!” บรรพจารย์อสรพิษปีกพยักหน้าอย่างเข้าใจพลางกล่าวชมเชย น้ำเสียงแฝงด้วยความเคารพ แต่ในดวงตาอันเยือกเย็นกลับสะท้อนให้เห็นความครุ่นคิดบางประการ

ภายในตำหนัก จักรพรรดินีชิงได้เสวยอาหารบำรุงและโอสถเรียบร้อยแล้ว แม้ยังไม่อาจฟื้นฟูพลังได้ทั้งหมด แต่สีหน้าก็ไม่ซีดเซียวอีกต่อไป และจากภายนอกก็มองไม่เห็นอาการอ่อนแอใดๆ

เมื่อมองลูกสาวที่อยู่ในอ้อมแขน ใบหน้าของนางงดงามราวกับภาพวาด เด็กน้อยดูอ่อนโยนน่ารักไม่มีท่าทางเหี่ยวย่นเหมือนทารกทั่วไปเลยแม้แต่น้อย

ยิ่งมองยิ่งรู้สึกว่าใบหน้าและดวงตาของทารกนั้นมีความคล้ายคลึงกับซูอันผู้ชั่วช้า

นางจึงกอดลูกสาวแน่นขึ้นอีกเล็กน้อย น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความรู้สึกที่ยากจะบรรยาย

“ซูซู มีแม่ก็เพียงพอแล้วนะ”

ผู้ให้กำเนิดบุตรสาวก็คือนาง และการปิดกั้นการทำนายโชคชะตาก็เป็นการกระทำของนางเองเช่นกัน

จักรพรรดินีชิงอยู่ในสภาวะที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งในใจ ใจหนึ่งอยากให้ซูอันรู้ แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากให้ซูอันรู้ หรือที่เรียกว่า ‘ลังเล’ นั่นเอง

“ฮ่ะฮ่ะ...”

ซูซูไม่เข้าใจสิ่งที่เกิดขึ้นเลย นางจ้องมองมารดาด้วยรอยยิ้มไร้เดียงสาบนใบหน้าขาวผ่อง

……

ในขณะเดียวกัน ที่โลกเจินอู่ก็กำลังเกิดเหตุการณ์ผิดปกติบางอย่างขึ้น

แสงเส้นตรงส่องลงมาจากท้องฟ้าในหลายพื้นที่เปิดโล่ง ร่างกายจำนวนมากปรากฏจากความว่างเปล่าและลงมาอย่างกะทันหัน

ร่างเหล่านี้สวมใส่ชุดที่แตกต่างจากชุดในโลกนี้โดยสิ้นเชิง แต่ละคนมีเอกลักษณ์ของตัวเอง และในแววตาของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น

เหมือนหมาป่าผู้หิวโหยได้เห็นแกะตัวอ้วน

“นี่คือดันเจี้ยนยักษ์ที่บริษัทจูเทียนใช้เวลาถึงสามปีในการสร้างงั้นหรือ? รู้สึกเหมือนอากาศที่นี่มันมีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ออกไปนะ”

ในเมืองชิ่งหยวน  เมื่อแสงสว่างสลายไป ก็ปรากฏร่างของชายหัวล้านคนหนึ่งแบกดาบยักษ์่ ยืนมองกำแพงเมืองที่สูงตระหง่าน ก่อนจะสูดหายใจลึกและแสดงสีหน้ามึนเมาราวกับพอใจ

เมื่อมองไปยังท้องฟ้าที่มืดครึ้มและกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง คนที่เหลือพลันเงียบงัน

จบบทที่ ตอนที่ 376 ดันเจี้ยนยักษ์

คัดลอกลิงก์แล้ว