เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 371 เยือนบ่อผันวิญญาณ

ตอนที่ 371 เยือนบ่อผันวิญญาณ

ตอนที่ 371 เยือนบ่อผันวิญญาณ


ตอนที่ 371 เยือนบ่อผันวิญญาณ

ทุกสถานการณ์ที่สามารถจินตนาการได้และจินตนาการไม่ถึง เกิดขึ้นในช่วงเวลาแห่งความหายนะ

เวลาค่อยๆ ผันผ่านไปโดยไม่รู้ว่านานเท่าใด

พื้นที่สีขาวบริสุทธิ์ค่อยๆ สงบลง และลูกบอลสีเงินก็ถูกดูดจนเหลือเพียงจุดสว่างจุดสุดท้าย

เมื่อจุดสว่างจุดสุดท้ายถูกดูดซึมเข้าไปในรากต้นไม้แห่งโลก พื้นที่สีขาวบริสุทธิ์ก็เริ่มสลาย

ซูอันเดินออกไปจากที่แห่งนั้นอย่างไม่ใยดี และเมื่อออกมาสู่โลกภายนอก  สถานการณ์ภายนอกก็มีความเลวร้ายไม่ต่างกัน

เมื่อมองออกไปสุดสายตา เห็นได้อย่างชัดเจนว่าโลกทั้งใบกำลังพังทลายและสูญสลาย

โลกเทพเสมือนกำลังนับถอยหลังสู่ความพินาศ

ดูเหมือนไม่ถึงร้อยปี โลกที่ว่างเปล่าแห่งนี้จะสูญสิ้นไปอย่างสมบูรณ์

โชคดีที่ซูอันได้ส่งเหล่าเทพเข้าสู่ยามเย็นล่วงหน้า ทำให้ตอนนี้ไม่ต้องกังวลว่าจะมีผู้บริสุทธิ์ได้รับความเดือดร้อน

ไม่มีความตั้งใจที่จะเฝ้าดูวันสิ้นโลก สัมผัสถึงการเปลี่ยนแปลงของต้นไม้โลกภายในตันเถียน ซูอันจึงเรียกใช้ประตูสู่ความวิเศษส่งร่างของเขาหายไปจากโลกเทพเสมือน

……

เมืองหลวง พระราชวังต้าซาง

หลังจากที่ได้ขัดเกลาผลไม้แห่งโชคแล้ว จิตใจที่ตึงเครียดของซููรั่วซีจึงผ่อนคลายลงมาก

บางครั้งนางก็อ่านหนังสือเพื่อฝึกฝนจิตใจ หรือใช้วิหคดำแห่งโชคในการตรวจสอบดินแดนต้าซาง หรือไม่ก็ลองทำสิ่งใหม่ๆ

อย่างเช่นการเล่นไพ่นกกระจอกที่ได้มาจากหยวนอันหวาง

แค่เพียงไร้ซูอัน ก็ทำให้หัวใจรู้สึกว่างเปล่า

ด้วยภัยคุกคามจาก ‘สวรรค์’ ในอดีต ทำให้นางแทบจะไม่ได้ออกจากวังเลย และหลังจากขึ้นครองราชย์แล้วก็ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ที่พระตำหนักไท่หยวนเพื่อฝึกฝนหรืออ่านหนังสือ

แม้ในตอนนี้นางจะไม่ต้องกังวลเหมือนในอดีต แต่เพราะติดนิสัยรักสงบเลยชอบที่จะมาอยู่ในตำหนักไท่หยวน

หลังจากพลิกอ่านถึงหน้าสุดท้ายของ 'พี่สาวจักรพรรดินีผู้เย็นชาภาค 4' ซููรั่วซีวางหนังสือลงบนเตียง ใจของนางรู้สึกว่างเปล่าและห่อเหี่ยว นางเอามือรองแก้มนอนตะแคงอยู่บนเตียง แสดงให้เห็นรูปร่างที่งดงามอย่างที่สุด

เท้าคู่งามถูกห่อหุ้มด้วยถุงเท้าผ้ายสีขาววางอยู่ขอบเตียง ราวกับนางฟ้าบนยอดเขาหิมะ ขาวบริสุทธิ์และไร้ที่ติ

“เสี่ยวอันจื่อไปซุกซนอยู่ในที่แห่งใดกันนะ”

นางพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย แต่หงเสารับรู้ถึงความไม่พอใจเล็กน้อยที่ซ่อนอยู่ในนั้น

เมื่อเห็นจักรพรรดินีในสภาพเช่นนี้ ความคิดบางอย่างก็ได้ผุดขึ้นมาในใจนาง “ฝ่าบาท หากไม่มีสิ่งใดต้องทำ ลองไปแช่น้ำที่บ่อผันวิญญาณให้ผ่อนคลายดีหรือไม่เพคะ”

แม้ว่าบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้จะเป็นสถานที่อันหมายปองของเหล่าขุนนางในวัง  แต่สำหรับซููรั่วซีแล้ว ก็เป็นเพียงบ่อน้ำร้อนธรรมดาที่ใช้เพื่อผ่อนคลายเท่านั้น

“บ่อผันวิญญาณ?”

เมื่อนึกถึงอดีตวัยเยาว์ที่เคยพาเสี่ยวอันจื่อไปแช่ที่บ่อผันวิญญาณด้วยกัน  ริมฝีปากของซููรั่วซีก็โค้งขึ้นเล็กน้อยด้วยความรู้สึกสนใจขึ้นมา

“รู้สึกเหนื่อยล้าเหมือนกัน ไปแช่น้ำสักหน่อยก็ไม่เลว”

ซููรั่วซีจึงไปยังบ่อผันวิญญาณกับหงเสาโดยไม่ได้รับสั่งให้นางกำนัลคนอื่นตามไป

ที่พื้นปูด้วยหยกวิญญาณ รายล้อมไปด้วยพืชพรรณและดอกไม้วิญญาณ

รอบๆ มีแผ่นหินจำนวนมากที่สลักด้วยกระแสเสียงแห่งเต๋า และยังมีค่ายกลที่ทรงพลังปกป้องอยู่

ในน้ำสีฟ้าอ่อนที่อบอุ่น มีไอระเหยลอยฟุ้งขึ้นมา ซึ่งเต็มไปด้วยพลังวิญญาณอันบริสุทธิ์

มันคือสถานที่ฝึกฝนที่ยอดเยี่ยมที่สุด

หากเป็นในรัชสมัยก่อน คงต้องคำนึงถึงว่าในบ่อผันวิญญาณจะมีเหล่านางสนมของจักรพรรดีพระองค์ก่อนฝึกฝนอยู่หรือไม่  แต่ในตอนนี้ไม่ต้องกังวลเช่นนั้นอีกแล้ว

หลังจากเปลื้องอาภรณ์ของนางอย่างนุ่มนวล ร่างอันเปลือยเปล่าของซููรั่วซีก็ถูกเผยออก เท้าขาวเนียนย่างเหยียบลงไปในน้ำ

อาศัยเอนกายพิงขอบสระ เผยให้เห็นไหล่เปลือยปราศจากสิ่งปกปิด ดุจดังหิมะขาวบริสุทธิ์ ดุจดังหยกขาวผ่องใส ส่วนที่เหลือซ่อนเร้นอยู่ใต้น้ำไม่อาจมองเห็น

ไอระเหยล่องลอยฟุ้งกระจายไปทั่วบ่อน้ำ    เปรียบเสมือนสวรรค์บนดิน

ซูรั่วซีกวักน้ำในสระขึ้นมาแล้วปล่อยให้ไหลผ่านนิ้ว นางไม่อาจหลีกเลี่ยงการนึกถึงตอนที่เล่นน้ำร่วมกับซูอัน

น่าจะเกิดขึ้นราวสิบกว่าปีก่อน

ช่วงเวลาสิบกว่าปีนั้นถือว่าสั้นมากเมื่อเทียบกับอายุขัยอันยาวนาน แต่นางกลับรู้สึกเหมือนเป็นช่วงเวลาที่เนิ่นนานมาแล้ว

ยังจำได้ว่าตอนนั้นตนเองชอบแกล้งเสี่ยวอันจื่อมาก และยังบังคับให้เขาหลบอยู่ใต้กระโปรงแล้วนั่งอยู่บนศีรษะของเขา จากนั้นสวมใส่ชุดตัวใหญ่และทำท่าทางเหมือนผู้ใหญ่

เมื่อเสี่ยวอันจื่อถูกแกล้งจนทนไม่ไหว ก็วิ่งไปซบที่อกของหมู่โฮ่ว แล้วร้องไห้

จากนั้นหมู่โฮ่ว ก็ตีที่ก้นของนาง สุดท้ายก็เป็นเสี่ยวอันจื่อที่ยังร้องไห้ต้องจับมือหมู่โฮ่ว เพื่อขอร้องให้อภัยนาง

พอหายเจ็บก้นก็กลับไปแกล้งเสี่ยวอันจื่อต่อ

แต่ตอนนี้เสี่ยวอันจื่อโตขึ้นแล้ว คงไม่ง่ายที่จะแกล้งเหมือนแต่ก่อน

พอคิดถึงตรงนี้ นางก็เผยยิ้มมุมปากเบาๆ แล้วพูดขึ้นมา“หากทำให้เสี่ยวอันจื่อกลับไปเป็นเด็กได้คงดี คงสนุกน่าดู”

เหมือนว่า...ก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้

ในขณะนั้น มีการสั่นสะเทือนของอากาศเล็กน้อยเกิดขึ้นที่ตำหนักไท่หยวน

ร่างของซูอันก้าวออกมาจากความว่างเปล่า ลงบนพื้นที่ปูด้วยผ้าไหมอันนุ่มนวล

ที่นี่เขาได้ตั้งจุดยึดไว้ และฝ่าบาทก็ทรงทราบดี

“ไม่มีคนอยู่หรือ?”

เห็นแท่นบรรทมที่ว่างเปล่า ซูอันรู้สึกเสียดายเล็กน้อย

เดิมทีตั้งใจจะเข้าไปหาฝ่าบาทเพื่อขอเติมพลังจากพี่สาวเสียหน่อย และถ้าได้เจอฉากเปลี่ยนอาภรณ์ด้วยก็คงจะดีไม่น้อย

น่าเสียดาย...

นอกจากนั้นยังไม่เห็นเงาของพี่หงเสาอีกด้วย

เขาเดินออกจากประตูตำหนัก มีเพียงแค่นางกำนัลน้อยหน้าตาซื่อผู้หนึ่งยืนเฝ้าอยู่ที่ประตูตำหนัก นางมองตรงไปข้างหน้าอย่างไม่กะพริบตา เหมือนกำลังรอคอยสิ่งใดบางอย่าง โดยไม่ได้สังเกตเลยว่ามีคนเดินมาจากด้านหลัง

ซูอันเดินไปสะกิดนางกำนัลน้อยแล้วถามว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่าฝ่าบาททรงอยู่ที่ใด?”

“อ๊ะ!”

นางกำนัลน้อยสะดุ้งโหยงเมื่อถูกมือใหญ่สะกิดจากด้านหลังอย่างกะทันหัน นางตกใจจนแทบจะลงมือป้องกันตัว

โชคดีทนางกำนัลน้อยตั้งสติได้ทันที นางหันกายมาทำความเคารพด้วยท่าทางเคอะเขินเล็กน้อย “ขอคารวะท่านหยวนอันหวาง ขอให้หวางเยี่ยเกษมสำราญเจ้าค่ะ”

นางเหลือบตามองซูอันด้วยความสงสัย ว่าเหตุใดหวางเยี่ยผู้นี้ถึงปรากฏตัวขึ้นในตำหนักบรรทมของฝ่าบาทโดยไม่คาดคิด

ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตำหนักบรรทมของฝ่าบาทไม่มีผู้ใดอยู่เลย นางใช้สมองเล็กๆ ของตนคิดเท่าใดก็ยังไม่เข้าใจ

“ใต้เท้าผู้ดูแลฝ่ายในให้ข้าเรียนท่านว่า หากท่านมาเยือน ให้ไปที่บ่อผันวิญญาณเพราะฝ่าบาททรงรอพบท่านอยู่ที่นั่นเจ้าค่ะ” เมื่อนางกำนัลน้อยนึกเรื่องสำคัญขึ้นมาได้  จึงรีบกล่าวแจ้งแก่ซูอันอย่างไม่รอช้า

ใต้เท้าผู้ดูแลฝ่ายในที่กล่าวถึงก็คือหงเสา หงเสาดำรงตำแหน่งหัวหน้าข้าราชสำนักฝ่ายใน ดูแลเรื่องการแต่งตั้ง เลื่อนขั้นและลงโทษบรรดานางกำนัลในวังหลวง ตำแหน่งของนางคือขุนนางชั้นเอกขั้นสอง ซึ่งถือว่ามีระดับที่สูงไม่น้อยเลยทีเดียว

ส่วนชิงหลิงดำรงตำแหน่งผู้ตรวจการส่วนพระองค์  ซึ่งต่ำกว่าหงเสาอยู่ครึ่งขั้น

“บ่อผันวิญญาณสินะ เข้าใจแล้ว” ซูอันพยักหน้า ไม่ได้สร้างความลำบากใจให้นางกำนัลน้อยผู้นั้น ก่อนจะหมุนตัวเดินไปทางบ่อผันวิญญาณ

“พี่หงเสาต้องการทำอันใดอีกแล้ว?”  เขาบ่นพึมพำในใจพร้อมกับรู้สึกคาดหวังเล็กน้อย

ถ้าเป็นการเรียกพบจากฝ่าบาทจริงๆ  เหตุใดถึงต้องให้พี่หงเสาฝากแจ้งผ่านปากนางกำนัล

ซูอันได้รับอนุญาตให้เข้าถึงทุกที่ในวังหลวง จึงเดินทางมาถึงบริเวณลานหน้าบ่อผันวิญญาณได้อย่างรวดเร็ว

ยังไม่ทันจะเคาะประตูู ประตูบานใหญ่ก็ถูกเปิดออก พร้อมกลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกไม้ลอยออกมา

โดยไม่ได้ส่งเสียงใดๆ ร่างกายครึ่งท่อนโผล่ออกมา ใบหน้าที่อ่อนโยนและสง่างามนั้นกลับมีแววซุกซนและฉลาดปราดเปรื่องปนอยู่

“เสี่ยวอันจื่อ เข้ามาเร็ว”

หงเสากระซิบบอกพร้อมกับส่งสายตาให้ซูอัน

ประตูใหญ่บานนี้ไม่ใช่ประตูธรรมดา มันได้เชื่อมต่อกับทางเข้าสู่ค่ายกล รวมถึงสวนแห่งนี้ก็ถูกคุ้มกันด้วยค่ายกลเช่นกัน  หากพยายามเข้าไปในบ่อผันวิญญาณด้วยวิธีอื่น จะถูกค่ายกลทำลายจนสิ้น

นอกจากนั้นซูอันยังสัมผัสได้ถึงพลังของหยางบริสุทธิ์สามคนที่กำลังเฝ้ายามอยู่ด้านนอกสวน

ซูอันไม่ได้คิดอันใดมากนัก เพียงแค่เหลือบตามองหงเสาแล้วเดินตามเข้าไปในสวน

จบบทที่ ตอนที่ 371 เยือนบ่อผันวิญญาณ

คัดลอกลิงก์แล้ว