- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 370 ทำลายศูนย์กลางของโลกเทพเสมือน
ตอนที่ 370 ทำลายศูนย์กลางของโลกเทพเสมือน
ตอนที่ 370 ทำลายศูนย์กลางของโลกเทพเสมือน
ตอนที่ 370 ทำลายศูนย์กลางของโลกเทพเสมือน
“ถ้าเช่นนั้นก็ถือว่าพวกนางเป็น...แฝดเจ็ดสินะ?” ความคิดแปลกๆ ผุดขึ้นมาในใจของซูอัน เจ็ดเทพีที่มีจิตใจเชื่อมโยงกัน!
ปฏิกิริยานี้ทำให้เทพีเซิงมิ่งมองมาด้วยสายตาประหลาด นางชะงักไปครู่หนึ่งแล้วพูดต่อ
“ตอนที่ข้าไปถึงมันก็สายไปเสียแล้ว ทำได้เพียงปกป้องเทพีเกิดใหม่ทั้งเจ็ดจากการทำลายของเทพราชาแห่งโทษทัณฑ์...หึ ตอนนี้เทพราชาแห่งโทษทัณฑ์ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องภัยคุกคามใดๆ อีกแล้ว”
พูดถึงตรงนี้ นางก็ยิ้มออกมาแบบขมขื่น แม้จะหัวเราะเยาะเทพราชาแห่งโทษทัณฑ์ แต่ก็เหมือนหัวเราะเยาะตัวเองไปด้วย
ซูอันพยักหน้า เห็นด้วยอย่างยิ่ง!
การรวมพลังของเทพีแห่งบาปทั้งเจ็ดเพื่อสร้างค่ายกลนั้น ถึงแม้จะสามารถเข้าถึงพลังเทพราชาระดับต้นได้ แต่ก็ยังมีช่องโหว่ใหญ่อยู่ นั่นก็คือสามารถถูกจัดการได้ทีละคน
หากหาวิธีรวมตัวกันไม่ได้ ก็ไม่สามารถเป็นภัยต่อเทพราชาแห่งโทษทัณฑ์
“ช้าก่อน เทพโดยกำเนิดองค์ที่เก้า?” ซูอันพูดขึ้นมาด้วยความฉงน
“โลกเทพเสมือนเคยมีเทพราชาเจ็ดองค์ ถ้าองค์ที่เก้าคือเทพแห่งบาป แล้วองค์ที่แปดคือผู้ใดกัน?”
“เทพีเซิงมิ่งหันไปมองเทพีกวงหมิงที่กำลังเบิกตากว้างอย่างมีเลศนัย จากนั้นลูบศีรษะเล็กๆ ของนางเบาๆ”เทพราชาองค์ที่แปดคือเทพแห่งความมืด ซึ่งเป็นปรปักษ์กับแสงสว่างตั้งแต่กำเนิด ในตอนที่เป็นเพียงเมล็ดพันธุ์แห่งความมืด ได้ถูกกวงหมิงกำจัดไปก่อนที่จะมีสติสัมปชัญญะ และอันที่จริงเทพราชาแห่งโทษทัณฑ์ก็ได้ต้นแบบจากนางนั่นแหละ”
ซูอันหันไปมองเทพีน้อยที่กำลังยิ้มออกมาอย่างบริสุทธิ์และไร้เดียงสา
“อันใดคือเทพราชาแห่งความมืดหรือ? ข้าไม่รู้เรื่องเลย ข้าเพียงแค่เก็บเมล็ดพันธุ์แห่งความมืดได้เท่านั้นเอง”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ซูอันก็สนใจสาวน้อยผู้นี้มากขึ้น
แน่นอนว่าเทพีกวงหมิงได้ซ่อนความมืดเอาไว้ภายใน เหมาะจะเป็นตัวร้ายเสียจริง
แต่ว่าเมล็ดพันธุ์แห่งความมืดนั้นน่าสนใจมาก น่าจะนำมาศึกษาค้นคว้าเสียหน่อย
แต่ในตอนนี้อย่าเพิ่งไปแหย่เด็กน้อยผู้นี้ดีกว่า
เทพีกวงหมิงไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองได้ถูกใครบางคนหมายตาเข้าแล้ว ในใจของนางกำลังคิดถึงแผนการที่จะหาทางแก้แค้นคนชั่วและหลบหนีออกจากกรงเล็บปีศาจ
“ถึงแล้ว” เสียงของเทพีเซิงมิ่งดังขึ้น
พวกเขามาถึงยังยอดเขายิ่งใหญ่แห่งหนึ่งในโลกเทพเสมือน
แต่เดิมภูเขาศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ช่างงดงาม ทว่าในเวลานี้กลับกลายเป็นเพียงที่รกร้างว่างเปล่า
กิ่งไม้แห้งบางส่วนยังคงยืนหยัดอยู่ได้อย่างทรหด ยิ่งเพิ่มความรู้สึกแห้งแล้งและรกร้างให้กับสถานที่นี้
“ทางเข้าสู่ใจกลางโลกเทพเสมือนอยู่ที่นี่ แต่ต้องเป็นเทพราชาเท่านั้นที่จะเปิดได้”
นางหันไปมองเทพีกวงหมิงและกงเสวียนชิง
ถ้าจะกล่าวให้ถูกต้อง นางไม่มีแก่นเทพแล้ว จึงไม่ถือว่าเป็นเทพราชาอีกต่อไป แต่เป็นเพียงเทพโบราณผู้มีพลังเทพราชาอันยิ่งใหญ่
เมื่อเห็นใบหน้าของเทพีกวงหมิงที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น ซูอันยิ้มเล็กน้อยแล้วเอ่ยว่า “เสวียนชิง เจ้าไปเถอะ”
ทันใดนั้น ใบหน้าของสาวน้อยก็เปลี่ยนเป็นผิดหวัง
ซูอันไม่ได้สนใจนางมากนัก เพราะเทพีผู้นี้ยังไม่ได้ผ่านการฝึกฝน จึงยังไม่อาจใช้นางได้อย่างวางใจ
กงเสวียนชิงรับฟังคำแนะนำของเทพีเซิงมิ่งเกี่ยวกับวิธีการเปิดช่องว่าง จากนั้นใช้พลังเทพของตนกระตุ้นแก่นเทพ
พลังวิญญาณของนางหลั่งไหลออกมาอย่างรวดเร็ว พร้อมการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงตามมา แต่ทุกคนล้วนแต่เป็นผู้บำเพ็ญระดับหยวนเสินจึงไม่รู้สึกถึงผลกระทบจากเหตุการณ์นี้
ประมาณครึ่งชั่วยามต่อมา พร้อมกับที่การสั่นสะเทือนเงียบลง ประตูแสงสีเงินลึกลับก็ปรากฏขึ้นเบื้องหน้าทุกคน
สูงสุด สุดยอด เทพสูงสุด ศักดิ์สิทธิ์สูงสุด
ดุจดังสวรรค์เสด็จลงมา รัศมีอันยิ่งใหญ่และสูงส่งแผ่กระจายออกมาจากภายใน
มันคล้ายกับลมหายใจของ 'สวรรค์' ที่ซูอันเคยสัมผัสจากหินฉายซ้ำของนักพรตนิกายเทียนเต๋าเมื่อครั้งก่อน แต่บริสุทธิ์และอ่อนแอกว่ามาก หากเทียบกันแล้ว
เมื่อเผชิญหน้ากับพลังอำนาจอันยิ่งใหญ่นี้ กงเสวียนชิงที่พลังวิญญาณอ่อนล้าจึงแทบจะทรุดตัวลงไปกับพื้น
ซูอันที่เฝ้าดูอยู่ข้างๆ รีบเข้าไปประคองร่างของนางไว้ในอ้อมแขน แล้ววางมือลงบนท้องน้อยเพื่อช่วยฟื้นฟูพลังวิญญาณ
เมื่อสัมผัสถึงความอบอุ่นจากมือของญาติผู้พี่ กงเสวียนชิงรู้สึกหน้าแดงแต่ก็ไม่ได้ขัดขืน
หลีจื่อหนิงมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยสีหน้าครุ่นคิด คิ้วขมวดเข้าหากันราวกับกำลังคิดอะไรบางอย่าง แต่ก็ดูเหมือนจะจับจุดอะไรไม่ได้
“นี่คือศูนย์กลางของโลกเทพเสมือน” เทพีเซิงมิ่งถอนหายใจ
หากว่ากันตามหลักการ สิ่งที่นางทำก็ถือได้ว่าเป็นการทรยศต่อโลกเทพเสมือน
แต่ตอนนี้ โลกเทพเสมือนได้เหลือเพียงนางและเทพีกวงหมิงเท่านั้น เช่นนั้นแล้วการทรยศหรือไม่ทรยศจึงไม่มีความหมายอีกต่อไป”
“รอที่ด้านนอก...ช่างเถอะ พวกเจ้าเข้าไปในโลกภายในก่อนแล้วกัน”
เมื่อนึกถึงสิ่งที่อาจเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า ซูอันจึงเปิดประตูสู่โลกภายใน
เจ้าตำหนักไท่อินและหลีจื่อหนิง ไม่สงสัยอันใดจึงเดินนำเข้าไปก่อน
จากนั้นเทพีกวงหมิงก็ก้าวเท้าเล็กๆ เดินตามเทพีเซิงมิ่งเข้าไป โดยมีสายตากดดันจากมู่หนิงเจินและคนอื่นๆ
“ญาติผู้น้อง เจ้าก็เข้าไปด้านในด้วยเถอะ ในไม่ช้าเจ้าจะได้รับโอกาส”
สุดท้ายเมื่อซูอันมองกงเสวียนชิงที่ยังคงซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของตน นางจึงยอมปล่อยมือและเอ่ยขึ้นว่า
“อืม”
กงเสวียนชิงก้มหน้าและตอบรับเบาๆ ด้วยเสียงอันแผ่วเบา ก่อนจะถอนตัวออกจากอ้อมกอดของญาติผู้พี่อย่างไม่เต็มใจนัก แล้วเดินตามเข้าไปในโลกภายใน
เมื่อเหล่าสตรีออกไปหมดแล้ว ซูอันก็ไม่ลังเลอีกต่อไปและทำการเดินข้ามประตูสีเงินนี้
ทันใดนั้น ฉากตรงหน้าก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เท้าของซูอันลอยอยู่กลางอากาศราวกับกำลังยืนอยู่บนที่ว่างเปล่า
ที่นี่ล้วนเป็นสีขาวบริสุทธิ์ ไม่มีสิ่งใดแปลกปลอมและไม่มีทิวทัศน์ใดให้ชื่นชม มีเพียงความว่างเปล่าและความน่าเบื่อที่เป็นบรรยากาศหลักของที่แห่งนี้
ซูอันเดินสำรวจไปข้างหน้าโดยติดตามลมหายใจนั้น
ที่ใจกลางของพื้นที่ ซูอันพบกับลูกบอลสีขาวเงินขนาดใหญ่
วัตถุชิ้นเดียวที่มีอยู่ในพื้นที่แห่งนี้คือศูนย์กลางของโลกเทพเสมือน
แต่ถ้าจะกล่าวให้ถูก คำว่า ‘ศูนย์กลางของโลกเทพเสมือน’ ก็ยังไม่ค่อยเหมาะสม
เพราะนี่คือสวรรค์ ธรรมะ และเทพสูงสุด
พลังอำนาจศักดิ์สิทธิ์และยิ่งใหญ่ ที่ทำให้ผู้คนอยากกราบไหว้โดยไม่รู้ตัว กฎเกณฑ์ทั้งหมดของโลกเทพเสมือนถูกถักทอขึ้นจากพลังนี้
ไม่มีจิตสำนึก แต่สูงส่งที่สุด และไม่มีสิ่งใดสามารถทำอันตรายได้
ซูอันสัมผัสได้ว่าต้นกล้าโลกในร่างของตัวเองกำลังปล่อยความปรารถนาออกมาโดยสัญชาตญาณ ราวกับได้เห็นอาหารบำรุงคุณภาพสูง ทำให้เกิดความหิวกระหายอย่างรุนแรง
และลูกแสงสีขาวเงินนี้ก็ดูเหมือนจะรับรู้ถึงบางสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น มันเริ่มสั่นสะท้านเบาๆ
พายุพลังงานปะทุขึ้นในพื้นที่สีขาวทั้งหมด กฎเกณฑ์ต่างๆ ผสมปนกันและบดขยี้ทุกส่วนของพื้นที่ เหมือนกับมหาสมุทรสีขาวที่จู่ๆ ได้เกิดพายุรุนแรงขึ้น
‘มัน’ ไม่มีจิตสำนึก แต่มีสัญชาตญาณในการกำจัดสิ่งที่เป็นภัยคุกคาม
ซูอันไม่ลังเลอีกต่อไป ยื่นมือเข้าไปยังลูกบอลสีเงินตรงหน้า จากนั้นรากไม้เส้นหนึ่งได้ยื่นออกมาจากฝ่ามือของเขาและเริ่มดูดซับแหล่งพลังงานของลูกบอลอย่างบ้าคลั่ง
ความปั่นป่วนเริ่มทวีความรุนแรงขึ้น การรวมกันของกฎต่างๆ มาบดขยี้เหมือนกับเทพราชาหลายสิบองค์ที่ร่วมกันโจมตี ทำให้ซูอันเริ่มรู้สึกว่าไม่สามารถรับมือได้
เขาจำเป็นต้องเรียกประตูสู่ความวิเศษออกมาเพื่อหยุดยั้งการปั่นป่วน
เมื่อประตูเซียนปรากฏขึ้น พื้นที่ของซูอันก็พลันสงบลงทันที ราวกับว่าได้กลายเป็นดินแดนบริสุทธิ์ท่ามกลางมหาสมุทรสีขาว
ถึงแม้ว่าแก่นแท้ของลูกบอลสีขาวเงินจะสูงส่งเกินกว่าระดับเทพราชาและหยวนเสิน แต่กลับไม่มีจิตสำนึกของตัวเอง ทำให้มันทำตามสัญชาตญาณและกฎเกณฑ์ จึงไม่สามารถทำอันใดซูอันได้ นอกจากการสั่นสะท้านให้เกิดความปั่นป่วนที่ทวีความรุนแรงขึ้นไปอีก
แต่การปั่นป่วนทั้งหมดได้ถูกประตูแห่งความลึกลับขจัดไว้จนสิ้น มันไม่สามารถรบกวนพื้นที่ของซูอันได้
หากขณะนี้ยังมีผู้รอดชีวิตอยู่ในโลกเทพเสมือน พวกเขาคงได้เห็นฉากการล่มสลาย
แผ่นดินสั่นสะเทือน ภูเขาและหินถล่ม ต้นไม้ทั้งหมดเหี่ยวเฉา ลาวาหลั่งไหลปะทุ และพลังวิญญาณถูกดูดซึมจนหมดสิ้น