เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 368 พ่ายแพ้ยับเยิน

ตอนที่ 368 พ่ายแพ้ยับเยิน

ตอนที่ 368 พ่ายแพ้ยับเยิน


ตอนที่ 368 พ่ายแพ้ยับเยิน

“ครั้งนี้คงจบจริงๆ ฮือๆ ข้ายังไม่เคยผ่านผู้ชายเลยนะ!” เทพีแห่งราคะหรือเซ่ออวี้ เอ่ยพลางน้ำตาคลอ เมื่อมองดูกองกระดูกเทพที่กระจัดกระจายอยู่ภายนอก ท่าทีของนางเผยความอ่อนหวานและเสน่ห์เย้ายวนออกมา

ในบรรดาพี่น้องแห่งบาปทั้งเจ็ด นางเป็นผู้ที่พลังอ่อนแอที่สุด และไม่เคยปฏิบัติตามบาปแต่กำเนิดของตนมาก่อนเลย

เนื่องจากเทพีแห่งบาปทั้งเจ็ดนั้นจิตใจเชื่อมโยงกัน รู้สึกเหมือนกัน ย่อมทนไม่ได้ที่ตนเองต้องถูกทำลายเกียรติยศ อัตตามองไม่เห็นผู้ใดดีพอ โทสะอยากฉีกกระชากบุรุษที่มองด้วยสายตาสกปรก ความเกียจคร้านมัวแต่หลับใหลทั้งวัน ความตะกละที่สนใจแต่เรื่องกิน ความโลภไม่อยากให้ผู้ใดมาเอาของตนไป และความอิจฉาที่ชอบอิจฉาสตรีผู้งามกว่าตน

เมื่อถูกพี่น้องทั้งหกคุมเข้มไว้ ทำให้แม้จะเป็นเทพแห่งราคะ แต่ก็ยังไม่เคยสัมผัสประสบการณ์อันเย้ายวนเลยแม้แต่วันเดียว ชีวิตมันช่างขมขื่นเสียจริง และยังต้องมาตายในฐานะเทพีบริสุทธิ์เช่นนี้ มันยุติธรรมอย่างไรกัน?

“เวลาเช่นนี้ยังจะมาคิดถึงเรื่องผู้ชายอยู่อีก”

เทพีแห่งอัตตาหรือโอ้วมั่นส่งเสียงตำหนิ ดวงตาสีแดงพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงเลือด พลังวิญญาณพวยพุ่งขึ้นมา “เราจะแพ้ไม่ได้!”

“เจ้าหมอนี่มันชั่วร้ายยิ่งกว่าพวกเราเสียอีก” เทพีแห่งความริษยาหรือจี๋ตู้เอ่ยขึ้นด้วยร่างสั่นเทา  กัดฟันแน่น พลางจ้องมองบุปผามรณะที่กำลังกางอาณาเขตมารโลหิตออกมาต่อกรกับพวกนาง ความอิจฉาภายในใจพุ่งสูงจนยากจะระงับได้

พลังที่แข็งแกร่งเช่นนี้ เหตุใดถึงไม่ใช่พลังของนางกัน!

“พวกโง่ พวกเจ้าจะกลัวอันใดกัน จัดการนางซะ!”

ผิวสีแดงดุจดั่งจอมมาร เทพีแห่งโทสะหรือเป้านู่ กู่ร้องลั่นราวกับเปลวไฟกำลังพวยพุ่งออกมาจากร่างของนาง

“ข้าจัดการมันเอง!”

ป๊อก!

เสียงหนักๆ กระแทกเข้าที่ศีรษะ

ซูอันเคาะเข้าที่ศีรษะของสาวน้อยที่กำลังโกรธเป็นฝืนเป็นไฟ

ในทันใดนั้น เป้านู่ก็รู้สึกเหมือนโลกหมุนติ้ว ตาพร่ามัว ก่อนที่ทุกอย่างจะมืดลงและสลบไปในอ้อมแขนของซูอัน

ซูอันมองดูร่างหญิงสาวในอ้อมแขน แม้จะมีอารมณ์ร้อน แต่ไม่สามารถปฏิเสธได้ว่านางมีรูปร่างอันเย้ายวน โดยเฉพาะผิวสีแดงที่ดูแตกต่างออกไปจากปกติ ทำให้มีเสน่ห์ในตัวเอง

ซูอันโบกมือเบาๆ แล้วส่งนางเข้าไปยังโลกภายใน

อารมณ์ร้อนเกินไป ต้องได้รับการอบรมสั่งสอนเสียหน่อย

“เป้านู่!”

“หล่อจัง!”

ค่ายกลของเทพทั้งเจ็ดพังทลายลงพร้อมกับภาพของเทพราชาหายไป เทพแห่งบาปที่เหลืออยู่รู้ตัวจากการเจ็บศีรษะและเริ่มเข้าใจสถานการณ์ด้วยความตกใจและโกรธเกรี้ยว

จากนั้นพวกนางมองไปที่เซ่ออวี้ด้วยความโกรธอย่างพร้อมเพรียงกัน เพราะเสียงพูดว่า ‘หล่อจัง’ เมื่อครู่เป็นเสียงของนาง

เทพีแห่งบาปทั้งหลาย แม้จะครอบครองบาปแต่ก็ถูกบาปครอบงำ หากไม่ใช่เพราะบุปผามรณะเห็นซูอันมาถึง จึงหันไปจัดการกับเทพธิดาที่กำลังจะหนีคนอื่นแทน เกรงว่าเหล่าเทพีแห่งบาปทั้งเจ็ดจะสูญสิ้นแล้ว

“พวกเจ้าก็เข้าไปด้วยเถอะ”

ซูอันใช้สองมือเปล่าจับเทพีแห่งความโลภหรือทานหลันและจี๋ตู้เข้ามา ทำการผนึกพลังของพวกนางก่อนจะส่งเข้าไปยังโลกภายใน

ได้รับเทพแห่งบาปเพิ่มมาอีกสององค์

ดวงตาของพี่สาวคนโตผู้หยิ่งผยองหดลงเล็กน้อย แล้วพุ่งเข้าไปยังซูอันด้วยความโกรธ “เจ้ามนุษย์น่ารังเกียจ  ข้าจะทำให้เจ้าต้องชดใช้ในสิ่งที่ทำ!”

หลังจากกล่าวจบ นางก็เหมือนพุ่งเข้าหากับดักของซูอัน ตกเข้าไปในประตูสู่โลกภายในที่ซูอันเปิดขึ้นมา แล้วก็ถูกผนึกไว้ใต้ต้นโพธิ์

เทพีแห่งความตะกละหรือเป้าสือกลืนน้ำลายอึกใหญ่  พลางเคี้ยวน่องไก่ช้าๆ

น่ากลัวจริงๆ!

แม้แต่พี่สาวคนโตยังไม่ใช่คู่ต่อสู้

เคยได้ยินว่าผู้เป็นเชลยไม่มีสิทธิ์อะไรเลย การถูกคนผู้นี้จับไป นางจะไม่ได้กินสิ่งใดอร่อยๆ อีกเลยอย่างนั้นหรือ?

เมื่อนึกถึงฉากที่ชวนหดหู่ นางก็กัดน่องไก่สองคำเพื่อกลบความกลัว แก้มที่ป่องขึ้นมาเล็กน้อยทำให้ดูน่ารักน่าเอ็นดู

“สาวน้อย มาทานของอร่อยกับอาเถอะ”

ซูอันอดไม่ได้ที่จะบีบแก้มกลม ๆ ที่อวบอิ่มของเป้าสือ จากนั้นก็เปิดยาหยกขาวต่อหน้านาง

กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยไปแตะจมูกของเป้าสือในทันที ดวงตาสาวน้อยผู้หลงใหลในอาหารเปลี่ยนไปในพริบตา ราวกับคนที่หิวโหยมาสามวันสามคืนแล้วได้เห็นอาหารเป็นครั้งแรก นางจ้องมองขวดหยกอย่างไม่วางตา จนแม้แต่น่องไก่ในมือก็ไม่รู้สึกน่ากินอีกต่อไป

“หอม หอมมากจัง!”

“อยากกินหรือไม่?”

เมื่อซูอันขยับขวดหยกในมือไปทางขวา หัวเล็กๆ ของสาวน้อยก็ตามไปด้วย ปากน้อยๆ ของนางอ้ากว้าง น้ำลายไหลย้อยออกมา

“อ๋า อยากกินจัง!”

“เช่นนั้นก็เข้าไปเถอะ” ซุูอันเปิดประตูสู่โลกภายในอีกครั้ง แล้วขว้างขวดหยกเข้าไป เป้าสือรีบวิ่งเข้าไปคว้าขวดหยกด้วยแววตาเป็นประกาย ก่อนจะเข้าไปยังโลกภายใน

เห็นพี่น้องถูกจัดการไปทีละคนๆ เทพีแห่งความเกียจคร้านหรือหล่านตั้วและเซ่ออวี้ก็ยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ด้วยความกลัว

ซุูอันมองหล่านตั้วที่พยายามฝืนลืมตาอยู่ แล้วใช้ปลายนิ้วสองนิ้วดึงเปลือกตาที่ล้าลงมา

พริบตาเดียว เทพีสูงสง่าผู้ชอบนอนก็ล้มตัวลงในอ้อมแขนของซุูอันแล้วหลับสนิทในทันที

“เหลือแต่เจ้าผู้เดียวแล้วสิ” ซูอันมองไปที่เซ่ออวี้

เทพีที่ดูละม้ายคล้ายมารสาว ประดับด้วยเครื่องประดับรูปหัวใจเอาไว้ด้านข้างเขาเล็กๆ สีชมพู หางแมงป่องที่อยู่ด้านหลังแกว่งไปมาเบาๆ เเสดงถึงความเย้ายวน

ผมที่อยู่ด้านบนเขามีลวดลายที่เหมือนมารสาว เสื้อผ้าโอบรัดรูปร่างอันเร่าร้อนให้เห็นอย่างเด่นชัด แม้ในสถานการณ์เช่นนี้นางก็ยังปลดปล่อยเสน่ห์ดึงดูดของตัวเองออกมา

ใบหน้าหวานที่แดงระเรื่อพร้อมกับแววตาที่ดูเหมือนจะร้องไห้ ทำให้ผู้พบเห็นยากที่จะห้ามใจไม่รังแกนาง

“ฮือๆ พี่ชายสุดหล่อ อย่า... อย่าทำร้ายข้าเลย ข้าจะเข้าไปเอง!”

นางหดตัวด้วยความกลัว แต่ก็ไม่อาจต้านทานความอยากที่จะเข้าใกล้ซูอัน ดวงตาสีชมพูของนางปรากฏรูปหัวใจ โดยเต็มไปด้วยความรักและความปรารถนา นางค่อยๆ ก้าวขาเรียวยาวช้าๆ ทีละก้าว ทีละก้าว และเดินเข้าไปในประตูที่เปิดออกนั้นอย่างไม่เต็มใจ

จัดเก็บเทพแห่งบาปทั้งเจ็ดสำเร็จแล้ว!

เมื่อขาดเทพแห่งบาปทั้งเจ็ดที่เป็นกำลังหลักของกองทัพไปแล้ว เทพีองค์อื่นๆ ก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของบุปผามรณะอีกต่อไป

ไม่นานเทพีผู้สูงส่งแต่ละองค์ก็ถูกผนึกพลังเอาไว้ และถูกทิ้งรวมกันเหมือนกับกองขยะ

อย่างน้อยการเป็นเทพก็ไม่ต้องกลัวว่าจะทับกันจนตาย ดังนั้นการกระทำของบุปผามรณะจึงดูหยาบคายไปเสียหน่อย

เหลือเพียงเทพีเซิงมิ่งและเทพีกวงหมิงที่ยังคงต่อสู้ต่อไปอย่างยากลำบาก

แม้ว่าพวกนางจะเป็นเทพแต่กำเนิดและมีพลังวิญญาณสูงกว่าเทพีองค์อื่นๆ ทว่าทำได้เพียงต่อสู้ด้วยสัญชาตญาณและใช้พลังวิญญาณที่คิดค้นขึ้นเอง จึงไม่อาจเทียบได้กับรากฐานแห่งการฝึกฝนในโลกต้นกำเนิดที่สั่งสมมานานกว่าล้านปี

การที่ใช้พลังวิเศษโจมตีในกระบวนท่าเดียว ก็สร้างความเจ็บปวดให้กับเทพีทั้งสองอย่างยิ่งแล้ว

เมื่อเห็นว่าเทพีองค์อื่นๆ ถูกจับกุมทั้งหมด ก็ยิ่งทำให้จิตใจสิ้นหวัง

และในที่สุด มู่หนิงเจินทำการฟันกระบี่ออกไปหนึ่งครั้ง แสงกระบี่ส่องประกายเจิดจรัสทำลายแสงแห่งชีวิตตรงหน้า เพียงชั่วพริบตา ศีรษะอันงดงามของเทพีเซิงมิ่งได้หลุดลงมา พลังวิญญาณของมู่หนิงเจินพุ่งสูงขึ้นและบรรลุสู่หยวนเสินขั้นกลาง

ซูอันเห็นดังนั้น รอยยิ้มที่มาจากใจจริงก็ปรากฏบนใบหน้า ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า “พอได้แล้ว หยุดมือเถอะ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น ทุกคนจึงเลิกต่อสู้แล้วถอยกลับไปอยู่ด้านข้างซูอัน

“หึ พลังวิญญาณของเทพเหล่านี้ช่างอ่อนแอเสียจริง”  เจ้าตำหนักไท่อินบ่นจากด้านข้าง

“เซิงมิ่ง!” เทพีกวงหมิงร้องเสียงหลงด้วยความตื่นตระหนก และเมื่อไม่มีผู้ใดขัดขวาง ใบหน้าเล็กๆ ของนางแสดงออกถึงความร้อนรนรีบคว้าศีรษะของเทพีเซิงมิ่งขึ้นมาแล้วใส่กลับเข้าสู่ร่างไร้ศีรษะในชุดสีเขียวนั้นอย่างระมัดระวัง

พลังแห่งแสงไหลหมุนเวียนพร้อมกับพลังแห่งชีวิตทำการสลายอำนาจพลังกระบี่ที่หลงเหลืออยู่บนร่างนั้น

แน่นอนว่าเทพีเซิงมิ่งไม่ได้ตายง่ายดายถึงเพียงนี้ หากแต่กระบี่ของมู่หนิงเจินนั้นมีพลังที่ขัดขวางไม่ให้พลังแห่งชีวิตของนางทำงานได้เท่านั้นเอง

หลังจากประกอบศีรษะกลับเข้าที่ด้วยความช่วยเหลือของเทพีกวงหมิงแล้ว ร่างกายของนางก็ฟื้นตัวอย่างรวดเร็ว นางลูบคอเรียวของตัวเองก่อนจะลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าซีดเซียวเล็กน้อย

สองเทพราชาที่อยู่ด้วยกันมาหลายหมื่นปียืนเคียงข้างกันโดยไม่ได้ต่อสู้ต่อ

เทพีเซิงมิ่งมองดูเหล่าเทพีและเทพธิดาที่ถูกกองรวมกันด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย

นางรู้ดีว่าตนเองและโลกเทพเสมือนได้พ่ายแพ้โดยสิ้นเชิง ไม่มีทางพลิกสถานการณ์ได้อีกแล้ว

จบบทที่ ตอนที่ 368 พ่ายแพ้ยับเยิน

คัดลอกลิงก์แล้ว