- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 366 นี่หรือเทพราชา
ตอนที่ 366 นี่หรือเทพราชา
ตอนที่ 366 นี่หรือเทพราชา
ตอนที่ 366 นี่หรือเทพราชา
เขารู้ว่าเทพราชาแห่งนิรันดร์ถูกฉินมารนั่นครอบงำจิตใจ
แต่การเตือนของเขาก็สายไปเสียแล้ว
เมื่อเห็นเทพราชาแห่งนิรันดร์พุ่งเข้ามาใกล้ ซูอันก็เผยรอยยิ้มเยาะเย้ยออกมา
“ตายซะเถอะ!” เทพราชาแห่งนิรันดร์ใบหน้าเหยเกด้วยความโกรธ พลังแห่งกาลเวลาหมุนเวียนก่อนจะกลายเป็น ‘หวนคืนสู่ความเวิ้งว้างแห่งกาลเวลา’ แยกเวลารอบข้างออกจากกัน ทำให้เวลาโดยรอบหยุดนิ่งลง ทุกสรรพสิ่งในบริเวณนั้นเงียบสงัด
เขาคือเทพราชาผู้ควบคุมกาลเวลา ผู้ได้ครอบครองพลังอันน่าอัศจรรย์นี้
พลังแห่งกาลเวลาไหลวนล้อมซูอันอย่างไร้ปรานี พยายามจะทำให้ผู้รุกรานตรงหน้าสลายกลายเป็นความว่างเปล่า
แต่สิ่งที่ตอบกลับเขาไป กลับเป็นเพียงรอยยิ้มของซูอัน
ทันใดนั้นเงาบนบัลลังก์สีดำได้สลายหายไปราวกับหมอกควัน และเสียงฉินมารยังคงดังก้องอยู่ นั่นก็เพราะนี่เป็นเพียงภาพลวงตา
ในที่สุด สติของเทพราชาแห่งนิรันดร์ก็หวนคืนมาอีกครั้ง เขาตัดสินใจที่จะล่าถอย
แต่แล้ว มวลพลังมารมหาศาลที่อยู่รอบตัวได้แปรสภาพเป็นวุ้นที่เหนียวหนืด บีบรัดเขาไว้จนไม่อาจขยับได้ จากนั้นได้มีมือสีขาวบริสุทธิ์ข้างหนึ่งทะลวงผ่านจากด้านหลัง และกุมหัวใจเทพที่ยังคงเต้นอยู่เอาไว้ในกำมือ
ความเจ็บปวดจากพลังมารอันดำมืดได้แผ่กระจายไปทั่วทั้งร่าง ทำให้เทพราชาผู้มีอายุนับหมื่นปีถึงกับส่งเสียงร้องครวญครางออกมาอย่างไม่อาจทานทน
“เป็นเทพก็อย่าใจแคบไปนักสิ”
ซูอันยิ้มบางๆ ก่อนจะบีบมือแน่น “วันนี้ข้าจะมอบหัวใจอันกว้างใหญ่ให้เจ้า”
พูดจบลง หัวใจสีฟ้าอ่อนก็ระเบิดออกเสียงดัง
ขณะนั้นเอง ได้มีอำนาจอันน่าสะพรึงแผ่มาจากด้านหลังพร้อมกับเสียงตะโกนว่า “ทั้งความดีและความชั่ว ล้วนอยู่ภายใต้การพิพากษาของข้า!”
เทพราชาแห่งโทษทัณฑ์หลอมรวมพลังแห่งการพิพากษาสร้างกระบี่ยาวเล่มใหม่และฟันไปที่ซูอัน
ในชั่วพริบตาเดียว ความชั่วร้ายอันไม่มีที่สิ้นสุดได้แผ่ซ่านออกมา ราวกับว่าโลกทั้งใบกำลังหันมาทำร้ายซูอัน
พลังมารที่อยู่รอบตัวเริ่มสั่นคลอน และในขณะเดียวกัน เทพราชาแห่งนิรันดร์ก็ใช้โอกาสนี้ก้าวข้ามกาลเวลาหายไปจากสายตาของซูอัน
“ฟู่...เกือบไปแล้ว!”
เทพราชาแห่งนิรันดร์รีบหลบหนีอย่างรวดเร็ว พลางมองบาดแผลที่เป็นรูโหว่ตรงกลางอก จากนั้นแววตาที่เยือกเย็นราวกับน้ำแข็งก็เริ่มแสดงความหวาดกลัวออกมา
บาดแผลทางกายไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับผู้เป็นเทพราชา แต่พลังมืดที่ซูอันฝากไว้ในร่างเขากำลังค่อยๆ กัดกร่อนวิญญาณและพลังเทพของเขา
ในขณะนั้น เขาสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าจิตวิญญาณของเขากำลังถูกบดขยี้ให้แหลกละเอียด
โชคดีที่ในจังหวะหน้าสิ่วหน้าขวานนั้น ฝาจุ้ยได้เข้ามาช่วยเอาไว้
ดวงตาของเขาเปล่งประกายสีเงิน “กาลเวลาถอยกลับ!”
สายน้ำแห่งกาลเวลาปรากฏขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เขาได้ใช้มันห่อหุ้มตัวเองเอาไว้ ราวกับจะใช้พลังแห่งกาลเวลาเพื่อย้อนกลับสู่สภาพเดิม
ทว่าไม่ว่าเขาจะย้อนเวลากลับไปเพียงใด พลังมารที่อยู่ในร่างกายก็ยังคงฝังแน่นและยากที่จะลบล้าง เหมือนกับว่ามันอยู่เหนือกาลเวลาจนไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด
และเหล่ามารที่อยู่รอบๆ ก็ยังคงพุ่งเข้าหาพร้อมกัดกร่อนพลังเทพของเขาอย่างต่อเนื่อง
สีหน้าของเทพราชาแห่งนิรันดร์ค่อยๆ กลายเป็นสีดำ หรือจะกล่าวให้ถูกต้องก็คือแสงเทพที่เคยส่องประกายบนร่างเขาค่อยๆ จางหายไป แล้วถูกแทนที่ด้วยพลังมารที่แทรกซึมเข้าไปในร่างกายอย่างไม่หยุดยั้ง
“แย่ล่ะ!” เขากัดฟันขมวดคิ้วแน่น พยายามจะขอความช่วยเหลือจากเทพราชาแห่งโทษทัณฑ์
ในชั่วขณะนั้นเอง ฝ่ามือที่เต็มไปด้วยเลือดได้พุ่งผ่านกระโหลกของเขาไป
นิ้วทั้งห้าบีบจับศีรษะและจิตวิญญาณที่อ่อนแอนั้น
ใบหน้าที่เคร่งขรึมของเทพราชาแห่งโทษทัณฑ์ปรากฏขึ้นตรงหน้าเขา เทพราชาแห่งนิรันดร์เบิกตากว้างด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
พริบตาต่อมา จิตวิญญาณของเทพราชาแห่งนิรันดร์ก็ถูกทำลายอย่างสิ้นเชิงด้วยพลังแห่งการพิพากษา พร้อมถูกดูดกลืนโดยพลังลึกลับอันมหาศาล
“ผู้ดูหมิ่นเทพ วันนี้เจ้าต้องตาย!”
เทพราชาแห่งโทษทัณฑ์มองไปที่ซูอัน ยกมือข้างหนึ่งขึ้นไปบนฟ้า รวมพลังจากอากาศสร้างกระบี่ยาวทรงพลังออกมา เสียงของเขาเย็นชาเหมือนกำลังกล่าวถึงข้อเท็จจริงอย่างหนึ่ง
ในขณะเดียวกัน ลมหายใจของเขาก็ค่อยๆ แรงขึ้นและแรงขึ้นเรื่อยๆ
กลิ่นอายของระดับซวีเซียนค่อยๆ เพิ่มขึ้นมาทีละน้อย
การสังเวยชีวิตของเทพราชาหนึ่งองค์ ก็เพื่อเรียกใช้พลังจากศูนย์กลางของโลกเทพเสมือน และทำให้พลังของเขาเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลในช่วงเวลาสั้น ๆ
แต่ว่าการเพิ่มพลังครั้งนี้จะทำให้เกิดผลข้างเคียงอย่างมาก เช่นนั้นแล้วคนที่บังคับให้เขาต้องใช้ไพ่ตายนี้ต้องตายไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม
“ไม่คิดเลยว่าโลกเทพเสมือนได้ซ่อนพลังมืดอันมหาศาลเอาไว้”
ซูอันยกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ในความทรงจำของถังชวนเขาจำไม่ได้เลยว่าเทพราชาจะมีพลังเช่นนี้
เห็นได้ชัดว่าท่านเทพราชาแห่งโทษทัณฑ์มีแผนการของตัวเอง และได้แอบสร้างพลังนี้ขึ้นมาแบบลับๆ
บางทีเขาอาจต้องการควบคุมศูนย์กลางของโลกเทพเสมือน หรือไม่ก็มีความปรารถนาที่สูงยิ่งกว่านี้
น่าเสียดายที่พลังของเทพราชาแห่งโทษทัณฑ์ในตอนนี้มากสุดแค่แข็งแกร่งกว่าหลี่เฟิงที่มีทักษะไร้พ่ายเพียงเล็กน้อย ยังไม่สามารถก้าวไปอีกขั้นได้จริงๆ
แค่นี้ไม่ยากเกินกำลัง
ในมือของซูอันปรากฏประตูเซียนสูงสุดที่เปล่งแสงเซียนอันลึกลับออกมา
เสียงสวดแห่งเต๋าดังกึกก้องไปทั่ว พร้อมด้วยกระแสเสียงแห่งเต๋าและแสงเซียนลิขิตชะตาถูกสาดส่องออกมาจากประตูเซียน
ไม่อาจหลบเลี่ยงและไม่อาจต้านทาน
ทันทีที่แสงเซียนสาดออกมา มันได้ถูกกำหนดไว้แล้วจะพุ่งสู่ร่างของเทพราชาแห่งโทษทัณฑ์
ในพริบตาเดียว พลังอันมหาศาลของเทพราชาแห่งโทษทัณฑ์ได้ลดลงอย่างรวดเร็ว
เมื่อพลังของเขากลับคืนเท่าเดิมภายในชั่วอึดใจ กระบี่ยาวในมือก็ค่อย ๆ สูญสลายไป
ซูอันมองไปที่เทพราชาแห่งโทษทัณฑ์ ซึ่งสีหน้าเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว ทั้งที่ยังยืนอยู่ท่าเดิมและไม่ได้ตอบสนองต่อสถานการณ์
ซูอันส่ายศีรษะเล็กน้อย รู้สึกผิดหวังพอสมควร “นี่คือไพ่ตายของเจ้าหรือ?”
ช่างทำให้ผิดหวังเสียจริง
เขาเตรียมที่จะขอความช่วยเหลือจากพี่รั่วซีอยู่แล้วเชียว แต่ผลกลับเป็นเช่นนี้หรือ?
ซูอันนั่งลงบนพลังมารที่ทับถมกันอยู่ มองลงไปที่เทพราชาแห่งโทษทัณฑ์และเอ่ยด้วยเสียงเย็นชา
“เทพน้อยแห่งโลกเทพเสมือน เจ้าทำเต็มที่แล้ว”
การเรียกเทพราชาผู้ยิ่งใหญ่ว่าเทพน้อย ถือเป็นการดูถูกเหยียดหยามอย่างรุนแรง หากแต่เทพราชาแห่งโทษทัณฑ์กลับไม่สนใจและมีความคิดที่จะหนี
อย่างมากก็แค่สูญเสียโลกเทพเสมือน เขาเป็นถึงเทพราชาผู้ยิ่งใหญ่ จะมายอมตายได้อย่างไรกัน
ถึงแม้ว่าพลังเทพของเขาจะเชื่อมโยงกับศูนย์กลางของโลกเทพเสมือน หากโลกเทพเสมือนเกิดปัญหาขึ้น พลังของเขาก็คงอ่อนแอลงไปมาก แต่ไม่ว่าอย่างไรก็คงดีกว่าการต้องมาตายที่นี่
เพียงพริบตาเดียว เทพราชาแห่งโทษทัณฑ์ก็ตัดสินใจได้
และในตอนที่เขากำลังหลบหนีนั้นเอง มือมารจำนวนนับไม่ถ้วนได้ทะลุผ่านออกมาจากร่างของเขา
จะเป็นไปได้อย่างไรที่ซูอันยอมปล่อยให้ใครหนีรอดไป
แม้เป็นเพียงแมลงมีพิษตัวเล็กๆ ก็ควรจะเหยียบให้ตายเสีย
พลังมารอันมหาศาลได้ห่อหุ้มเทพราชาที่กำลังต่อต้านอย่างแข็งกร้าวเอาไว้ และพลันเปลี่ยนเป็นรังไหมสีดำขนาดใหญ่ จากนั้นพลังมารอีกจำนวนมากก็พากันหลั่งไหลเข้ามา
เสียงร้องครวญครางอันเจ็บปวดค่อยๆ จางหายไป และในไม่ช้ารังไหมสีดำนั้นก็เงียบสงบลง
ดูเหมือนว่าเทพราชาที่อยู่ภายในจะสิ้นใจไปแล้ว เมื่อไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ อีกต่อไป
ซูอันยิ้มเบาๆ โดยไม่สนใจว่าผู้ที่อยู่ภายในจะตายหรือไม่ เขายกมือข้างหนึ่งขึ้น จากนั้นหอกทองและหอกดำสองเล่มได้พุ่งจากอากาศทะลุเข้าไปในรังไหมสีดำตามลำดับ
หอกบรรพชนมังกร หอกเทพสงคราม
หอกบรรพชนมังกรใช้โจมตีร่างกาย ส่วนหอกเทพสงครามใช้โจมตีวิญญาณ อาวุธทั้งสองถือเป็นสมบัติวิญญาณล้ำค่าชั้นยอด
เมื่อหอกทั้งสองเล่มพุ่งทะลุเข้าไป รังไหมสีดำที่เงียบสงบก็สั่นสะเทือน จากนั้นเสียงร้องครวญครางอันเจ็บปวดและเสียงแตกหักก็ดังขึ้นอย่างรุนแรง
“ข้าไม่ยอมตายแบบนี้!”
พลังมารค่อยๆ สลายไป หอกทั้งสองเล่มปักอยู่บนร่างของเทพราชาที่ถูกกัดกร่อนจนเกือบหมด ดวงตาที่ยังคงเหลืออยู่จ้องมองไปข้างหน้าด้วยความโกรธแค้นสุดขีด
ทันใดนั้น ซากศพก็สลายหายไปเหมือนกับฝุ่น
เทพราชาแห่งโทษทัณฑ์ผู้นี้ก็เดินตามรอยเพื่อนเก่าของเขาไป เหลือไว้เพียงแก่นเทพสีเลือดรูปทรงเพชรลอยอยู่กลางอากาศ ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่ระหว่างความเป็นจริงและความว่างเปล่า
“แก่นเทพราชาอย่างนั้นหรือ?”
ไม่ต้องคิดแต่อย่างใด ซูอันบีบแก่นเทพราชาให้แตกละเอียดแล้วนำมันเข้าไปในโลกภายในเพื่อใช้เป็นยาเสริมพลังของโลก