- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 358 ผ่านบททดสอบเร็วเกินไป
ตอนที่ 358 ผ่านบททดสอบเร็วเกินไป
ตอนที่ 358 ผ่านบททดสอบเร็วเกินไป
ตอนที่ 358 ผ่านบททดสอบเร็วเกินไป
หากกงเสวียนชิงไม่ต้องการ เขาจะไม่บังคับนาง เพราะถึงอย่างไรเขาก็หาโลกเทพเสมือนได้เอง
เขาสามารถหาใครสักคนเช่นเซี่ยวเฮย ให้มาสืบทอดมรดกของเทพขยะระดับสองและสาม จากนั้นทิ้งจุดยึดไว้ในนั้น
เมื่อถึงเวลา ก็ปล่อยให้พวกเขาขึ้นไปที่โลกนั้น และซูอันก็จะสามารถรับพิกัดของโลกเทพเสมือนได้เช่นกัน
“ข้าตกลง” กงเสวียนชิงหยิบดาบยักษ์ที่พื้นขึ้นมาแล้วยิ้มเล็กน้อย “นับจากนี้ข้าต้องรบกวนญาติผู้พี่แล้ว”
ด้วยความช่วยเหลือของซูอัน ทำให้บททดสอบแห่งชีวิตอีกสองสามระดับถัดไปราบรื่นมาก
อาจมีกฎในบททดสอบศักดิ์สิทธิ์ แต่ซูอันก็ตรวจไม่พบเช่นกัน
แม้แต่ครั้งที่เจ็ดและแปดที่เกี่ยวข้องกับหยางบริสุทธิ์ก็ยังไม่สามารถขัดขวางเขาได้แม้แต่น้อย
สิ่งนี้ทำให้กงเสวียนชิงประหลาดใจมากยิ่งขึ้น เมื่อมองไปที่ซูอัน ความปรารถนาในดวงตาของนางแทบจะล้นออกมา
[การทดสอบครั้งที่เก้าของเทพแห่งชีวิต อาบน้ำในบ่อน้ำพุวิญญาณและควบแน่นกายวิญญาณแห่งชีวิต]
การทดสอบครั้งสุดท้ายเริ่มต้นขึ้น และทะเลสาบสีฟ้าครามเล็กๆ ก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าคนทั้งสอง
หลังจากตรวจพบว่าไม่มีอะไรผิดปกติกับน้ำในทะเลสาบ ซูอันจึงพยักหน้าให้กงเสวียนชิง
เทพีเซิงมิ่งองค์นี้เป็นเทพผู้ใจดีเช่นกัน ทะเลสาบแห่งชีวิตตรงหน้าประกอบด้วยพลังชีวิตคุณภาพสูงและพลังศักดิ์สิทธิ์จำนวนมากจริงๆ
แทนที่จะบอกว่าเป็นการทดสอบ จะเป็นการดีกว่าถ้าบอกว่าบททดสอบครั้งสุดท้ายนี้เพื่อช่วยให้ผู้สืบทอดได้ปรับปรุงสภาพร่างกาย
“เอ่อ...ต้องถอดเสื้อผ้าหรือไม่?” กงเสวียนชิงกำชายเสื้อผ้าของตัวเองแล้วลังเล
“ต้องถอดสิ เสื้อผ้าจะขัดขวางการดูดซึมพลังชีวิตของเจ้านะ” ซูอันตอบอย่างสงบ เมื่อมองไปที่กงเสวียนชิง ดวงตาของเขาชัดเจนและไม่มีความคิดชั่วร้ายใดๆ
“ถอดสิ!”
“บททดสอบศักดิ์สิทธิ์มีเวลาจำกัดนะ”
ท่าทางตรงไปตรงมาของซูอันทำให้กงเสวียนชิงทำตัวไม่ถูก และสงสัยว่ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นกับเขาหรือไม่
สาวน้อยกัดริมฝีปาก ใบหน้าเต็มไปด้วยเมฆสีแดง “ท่าน ท่านอย่ามองนะ”
“ไม่ได้!”
ซูอันปฏิเสธอย่างชอบธรรม “จะเกิดอะไรขึ้นถ้ามีอันตรายในการทดสอบครั้งที่เก้านี้ ข้าจะละสายตาจากเจ้าไม่ได้ จนกว่าเจ้าจะทำการทดสอบศักดิ์สิทธิ์ให้เสร็จสิ้น”
ทั้งคำพูดและการกระทำของเขานั้นสื่อถึงความปลอดภัยล้วนๆ
กงเสวียนชิงสะดุ้งเมื่อได้ยินคำพูดนั้น เมื่อเห็นใบหน้าของญาติผู้พี่ที่ไร้ร่องรอยของความคิดชั่วร้าย นางก็รู้สึกว่าเขาพูดมีเหตุผล
“ก็ได้ ก็ได้”
นางก้มศีรษะลงและกำมือแน่น หลังจากเตรียมจิตใจได้ครึ่งนาที ก็ถอดเสื้อผ้าออกด้วยมือสั่นเทา
ถ้าเป็นญาติผู้พี่ก็ไม่เป็นไร นางปลอบใจตัวเองแบบนี้
ในหมู่ผู้ชาย ญาติผู้พี่เป็นคนเดียวที่นางชื่นชมและเทิดทูน
สำหรับซูอัน นางยังมีความรู้สึกดี ๆ ที่ไม่อาจพรรณนาได้ต่อเขาด้วย
ในใจของนางยังมีภาพจำตอนที่ญาติผู้พี่ช่วยนางถอนหมั้นกับตระกูลเซียวด้วยความเผด็จการนั้น
รูปลักษณ์นั้น ก็ทำให้หัวใจของสาวน้อยสั่นไหวได้มากพอแล้ว
ในโลกนี้ เกรงว่าจะไม่สามารถหาผู้ชายที่ดีกว่าญาติผู้พี่ได้อีกแล้ว
กระโปรงและกางเกงร่วงหล่นลงพื้น กงเสวียนชิงก็ถูกเขาถอดชุดชั้นในออกอย่างรวดเร็ว
รูปร่างอันงดงามของนางเพิ่งถูกเปิดเผย ทันใดนั้นก็หลอมรวมเข้ากับน้ำพุสีฟ้าคราม เผยแค่ลำคอสีขาวเหมือนหิมะเพียงครึ่งบนและใบหน้าที่สวยงามเท่านั้น
แม้จะเป็นเช่นนี้ ก็ยังทำให้หัวใจของหญิงสาวเต้นเร็ว
ซูอันเม้มริมฝีปาก เขาไม่เคยสังเกตมาก่อนว่าญาติผู้น้องคนนี้มีรูปร่างค่อนข้างดีมากทีเดียว
สำหรับความคิดอื่นใดที่มากกว่านี้ ในขณะนี้เขาไม่มีนึกถึงเลย เนื่องจากว่าเขาได้เห็นมานักต่อนักแล้ว ตอนนี้แค่อยากจะแกล้งกงเสวียนชิงเท่านั้น
เมื่อเวลาผ่านไป พลังอันอุดมสมบูรณ์ในทะเลสาบแห่งชีวิตยังคงหลั่งไหลเข้าสู่ร่างกายของกงเสวียนชิง และด้วยความช่วยเหลือจากพลังศักดิ์สิทธิ์ มันค่อย ๆ ทะลุเข้าไปในกระดูกและกล้ามเนื้อของนาง เปลี่ยนแปลงร่างกายนาง
ทำให้คุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมของกงเสวียนชิงได้รับการปรับปรุงเพิ่มเติมเข้าไปอีก
ทันใดนั้น ลูกบอลแสงสีเขียวอ่อนลูกหนึ่งลอยออกมาจากร่างกายของกงเสวียนชิง หลังจากลอยวนไปรอบ ๆ สักพัก มันก็เข้าสู่หัวใจของกงเสวียนชิง
“มันคือหัวใจแห่งแสง” กงเสวียนชิงจำลูกบอลแสงลูกนี้ที่แนะนำให้นางรู้จักกับสถานที่แห่งมรดกนี้ได้
เพียงเริ่มต้นเข้าสู่วิหารเทพแห่งชีวิต ลูกบอลแสงนี้ก็รวมเข้ากับร่างกายของนาง แต่ไม่ได้คาดหวังว่ามันจะแสดงตัวออกมาตอนนี้
ดวงตาของซูอันหรี่ลงเล็กน้อย ใช้ความคิดศักดิ์สิทธิ์ตรวจสอบกงเสวียนชิงอย่างใกล้ชิด คอยสังเกตการเปลี่ยนแปลงของนาง
สักพักเขาก็ผ่อนคลายลง ทว่าสายตาเเปลกไปเล็กน้อย “เทพีเซิงมิ่งผู้นี้ค่อนข้างใจกว้างทีเดียว”
ที่แท้มันคือลูกบอลแห่งพลังศักดิ์สิทธิ์ดั้งเดิมที่บรรจุกฎแห่งชีวิตเอาไว้ หลังจากถูกขัดเกลาแล้ว จะทำให้การปรับปรุงทางกายภาพของกงเสวียนชิงแข็งแกร่งมากขึ้น มีประโยชน์ต่อการบรรลุพลังวิญญาณในอนาคต
เมื่อเป็นเช่นนี้...
“อืม เมื่อเข้าสู่โลกเทพเสมือนก็ลงมือกับนางก่อนแล้วกัน”
เนื่องจากญาติผู้น้องของเขาได้รับมรดกจากเทพีแห่งชีวิต ทุกคนจึงเป็นสมาชิกในครอบครัว จึงไม่ต้องเกรงใจ
……
โลกเทพเสมือน เทพีแห่งชีวิตออกจากการประชุมสภาสูงสุดของโลกเทพเสมือนด้วยความผิดหวัง
ทั้งเทพราชาแห่งโทษทัณฑ์และเทพราชาแห่งนิรันดร์คิดว่านางแค่คิดมากไป นอกจากนี้นางยังไม่สามารถอธิบายได้ว่าทำไม สุดท้ายเมื่อผลลัพธ์ที่ได้ดำเนินไปตามปกติทุกประการ ทางสภาจึงไม่เต็มใจที่จะใช้ศูนย์กลางของโลกเทพเสมือนเพื่อตรวจสอบ
“เซิงมิ่ง อย่าเสียใจไปเลย ข้าอยู่ข้างเดียวกับเจ้า!” เทพีกวงหมิงยืนเขย่งปลายเท้าและเอื้อมมือไปที่ศีรษะของเทพีเซิงมิ่ง ทำท่าทางลูบศีรษะเพื่อปลอบโยน
เทพีเซิงมิ่งปัดมือของเทพีกวงหมิงออกอย่างชำนาญ จากนั้นถอนหายใจอีกครั้ง พลันลางสังหรณ์ในใจแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ
“จะเสียใจเรื่องอะไรเล่า ข้าแค่กังวลว่าจะมีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้น”
แม้ว่านางจะมีเทพีกวงหมิงและผู้ใต้บังคับบัญชาคอยให้การสนับสนุน แต่เทพราชาแห่งโทษทัณฑ์ก็มีเสียงสนับสนุนไม่น้อยไปกว่านาง
แต่ว่าเทพระดับสองและสามส่วนใหญ่อยู่ใต้อำนาจเทพราชาชายสององค์นั้น ในขณะที่ผู้ใต้บังคับบัญชาของนางและเทพีกวงหมิงล้วนแต่เป็นเทพี จึงมีจำนวนน้อยกว่าฝ่ายสองเทพราชานั้นอยู่มากนัก
สาเหตุหลักก็คือนางค่อนข้างจะปล่อยวาง นอกจากเทพีที่มาขอการคุ้มครองจากนางโดยตรงแล้ว นางไม่เคยรับผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยตนเองและไม่มีความน่าเกรงขามแต่อย่างใด
ส่วนผู้ใต้บังคับบัญชาของเทพีกวงหมิงนั้นน้อยยิ่งกว่า มีเพียงเหล่าเทพบริวารที่เป็นเทพธิดาเท่านั้น
ดังคำกล่าวของนาง ยิ่งมากคนก็ยิ่งมากความ
เมื่อเทียบกันแล้ว เทพราชาแห่งโทษทัณฑ์และเทพราชาแห่งนิรันดร์มีความน่าเกรงขามมากกว่า มีผู้ใต้บังคับบัญชาเป็นถึงเหล่าเทพเจ้า โดยเฉพาะเทพราชาแห่งโทษทัณฑ์ ซึ่งเป็นคนแรกที่เสนอแผนการบุกเข้ารุกรานแดนอันยิ่งใหญ่แห่งนั้น
เดิมทีเขาเตรียมการออกไปสมทบกับผู้ใต้บังคับบัญชาทีหลัง และโชคดีที่ออกไปช้า มิเช่นนั้นบัดนี้อาณาจักรเทพเสมือนอาจเหลือเพียงแค่สามเทพราชา
“อ๊ะ ไม่จริงน่ะ!” เทพีเซิงมิ่งหยุดฝีเท้าทันที
รัศมีบนร่างกายของนางพลันอ่อนแสง ในเวลาเดียวกันพันธนาการบางอย่างก็ถูกปล่อยออกมาอย่างเงียบ ๆ
“เจ้า...ผู้สืบทอดของเจ้าทำสำเร็จแล้ว!”
เทพีกวงหมิงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเข้าใจความหมาย นางมองเทพีเซิงมิ่งด้วยความดีใจปนอิจฉาพลางรีบคว้ามือของอีกฝ่ายแล้วกล่าวออกมา “เจ้าอย่าเพิ่งหนีไปคนเดียวนะ รอให้ข้าพบกับผู้สืบทอดของข้าก่อน แล้วเราค่อยออกไปด้วยกัน”
พวกนางล้วนเป็นเทพที่เกิดมาในโลกเทพเสมือนนี้มาเป็นเวลาหลายหมื่นปีแล้ว สำหรับวิถีของตนเองนั้นนางทั้งสองได้บรรลุความเข้าใจอย่างลึกซึ้งไปแล้ว การที่จะเป็นเทพแท้จริงหรือไม่นั้นจึงไม่ได้ส่งผลกระทบต่อพวกนางมากนัก
กลับกลายเป็นว่าตำแหน่งเทพนี้คือสิ่งที่ผูกมัดพวกนางให้ติดอยู่ในโลกเทพเสมือนนั้นเสียมากกว่า
สถานะเทพที่พวกนางมีสามารถนำมาซึ่งข้อดีเพียงอย่างเดียว นั่นก็คือการเชื่อมต่อกับศูนย์กลางของโลกเทพเสมือน หากโลกเทพเสมือนไม่ถูกทำลาย อายุขัยของพวกนางก็จะไม่สิ้นสุด
แต่ชีวิตที่ถูกจองจำเช่นนี้คงไม่มีใครชอบนัก
ใบหน้าของเทพีเซิงมิ่งไม่ได้แสดงสีหน้าดีใจเลย กลับดูเคร่งเครียด
“อย่าพึ่งดีใจไป ตามที่ข้าสังเกตมาก่อน ผู้สืบทอดคนนั้นไม่น่าจะสามารถผ่านการทดสอบศักดิ์สิทธิ์ได้เร็วเช่นนี้”
“หรืออาจจะเป็นปัญหาจากตัวผู้สืบทอดคนนั้นเอง”
สีหน้าของนางดูไม่มั่นใจ