เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 359 ญาติผู้พี่ยังคงนำหน้าไปอีกก้าว

ตอนที่ 359 ญาติผู้พี่ยังคงนำหน้าไปอีกก้าว

ตอนที่ 359 ญาติผู้พี่ยังคงนำหน้าไปอีกก้าว


ตอนที่ 359 ญาติผู้พี่ยังคงนำหน้าไปอีกก้าว

บททดสอบศักดิ์สิทธิ์ไม่ใช่แค่เพียงกฎที่นางกำหนดขึ้นเท่านั้น ยังมีข้อบังคับจากศูนย์กลางของโลกเทพเสมือนรวมอยู่ด้วย

หลังจากบททดสอบศักดิ์สิทธ์เสร็จสิ้น ตำแหน่งเทพแห่งชีวิตก็จะถูกสืบทอดโดยอัตโนมัติ ซึ่งหมายความว่าผู้สืบทอดคนนั้นสามารถอุบัติยังโลกเทพเสมือนได้ทุกเมื่อ

ถึงแม้ว่าโลกเทพเสมือนและโลกต้นกำเนิดจะถูกแยกออกจากกันแล้ว แต่มีสิ่งหนึ่งที่ยังไม่ได้ขาดสายไปโดยสิ้นเชิง

นั่นก็คือช่องทางเชื่อมต่อ

ช่องทางเชื่อมต่อมีการเชื่อมโยงโดยตรงกับศูนย์กลางของโลกเทพเสมือน แตกต่างจากช่องทางอื่นๆ ซึ่งเป็นกฎที่เทพราชาทั้งเจ็ดได้สร้างร่วมกันในศูนย์กลางของโลกเทพเสมือนตั้งแต่แรก

ตอนนี้นอกจากเทพราชาองค์อื่นๆ จะยินดีร่วมมือกันปิดช่องทางเชื่อมต่อชั่วคราวแล้ว ก็ไม่มีวิธีอื่นที่จะหยุดการอุบัติยังโลกเทพเสมือนของเทพใหม่ได้

“ไม่น่าเป็นไปได้น่ะ” เทพีกวงหมิงอุทานอย่างตกใจ

มีเฉพาะผู้ที่มีสถานะเทพเท่านั้นที่ผ่านช่องทางเชื่อมต่อได้ และหากเป็นผู้สืบทอดที่อยู่ในระดับเทพผู้นำ่ขึ้นไป จะสามารถพาครอบครัวหรือสหายที่มีพลังไม่เกินระดับเทพผู้นำมาได้สองคน

ช่องทางนี้ตลอดหลายพันปีที่ผ่านมาไม่เคยเกิดปัญหาเลย

“ข้าก็หวังว่าจะไม่เป็นเช่นนั้น” เทพีเซิงมิ่งถอนหายใจพลางเลิกความคิดที่จะเรียกประชุมอีกครั้ง

หากจะตัดช่องทางเชื่อมต่อมายังโลกเทพเสมือนแล้วนั้น จะต้องใช้เวลานานเท่าใด?

หมื่นปีหรือสองหมื่นปี?

แม้ว่าเทพีแห่งแสงจะสนับสนุนนาง แต่เทพราชาแห่งโทษทัณฑ์และเทพราชาแห่งนิรันดร์ก็คงไม่มีวันเห็นด้วยแน่

อีกทั้งเมื่อสูญเสียสถานะเทพไปแล้ว ตามหลักการนางก็ได้สูญเสียอำนาจในการเรียกประชุมไปแล้วอย่างแท้จริง

“อย่ากังวลไปเลย เซิงมิ่ง อาจจะแค่คิดมากไปเองก็ได้” เทพีกวงหมิงจับมือเทพีเซิงมิ่งไว้พร้อมกับลูบหน้าอกที่ยังเติบโตไม่เต็มที่ของตัวเองเบาๆ

“ช่างมันเถอะ ถึงอย่างไรก็ต้องจากไป โลกเทพเสมือนนี้ข้าก็ไม่ต้องการแล้วเช่นกัน ในเมื่อตอนนี้เจ้าก็ได้สูญเสียสถานะเทพไปแล้ว คราวนี้ข้ายอมให้เจ้าเป็นคนหนีไปก่อน”

เทพีเซิงมิ่งยิ้มอย่างขมขื่นและยื่นมือไปขยี้ผมสีขาวบริสุทธิ์ของเทพีกวงหมิงจนยุ่งเหยิง

ตัวนางเองสามารถหนีไปได้ก็จริง หากแต่เทพธิดาทั้งหลายของนางรวมถึงเทพีกวงหมิงคงไม่สามารถหลุดพ้นจากโลกเทพเสมือนนี้ได้!

ทำได้เพียงดูท่าทีไปก่อน

แต่หวังว่าจะไม่ต้องถึงขั้นนั้น

……

“ญาติผู้พี่ ข้าทำสำเร็จแล้ว!”

ภายในวิหารแห่งชีวิต กงเสวียนชิงมีสีหน้าตื่นเต้น เท้าขาวอ่อนโยนย่างเหยียบในความว่างเปล่า ร่างกายเปล่งแสงศักดิ์สิทธิ์อันเจิดจ้า มีตราประทับสีเขียวอ่อนลึกลับปรากฏที่หว่างคิ้ว ทั่วทั้งร่างล้วนเปล่งบารมีอันสูงส่งและบริสุทธิ์

นางในตอนนี้มีพลังถึงระดับหยางบริสุทธิ์แล้ว และในที่สุดก็สามารถไล่ตามญาติผู้พี่ได้ทัน

ส่วนทะเลสาบแห่งชีวิตที่อยู่ด้านล่างของนางได้แห้งเหือดไปหมดแล้ว

“ไม่เลว”

ซูอันยิ้มมุมปาก เดินเข้าไปหากงเสวียนชิง ดวงตาส่อแววขบขัน “ญาติผู้น้องนี่ช่างเลินเล่อเสียจริง ไม่ยอมสวมเสื้อผ้าให้เรียบร้อย มาให้ข้าช่วยเจ้าเถอะ”

“?” กงเสวียนชิงยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มมองดูตัวเอง

ทิวทัศน์ที่สวยงามไร้สิ่งปิดบังได้ถูกเปิดเผยต่อหน้าญาติผู้พี่

กลิ่นอายศักดิ์สิทธิ์ที่อยู่รอบตัวนางถูกทำลายหมดสิ้นทันทีด้วยเสียงร้องตกใจ นางรีบใช้พลังสร้างชุดสีเขียวอ่อนขึ้นมาคลุมกาย ตั้งแต่ด้านในจนถึงด้านนอกอย่างมิดชิดที่สุด

ถึงอย่างนั้นกงเสวียนชิงยังรู้สึกแปลกๆ ราวกับถูกสายตาของญาติผู้พี่มองทะลุผ่านเสื้อผ้าไปยังทุกส่วนในเรือนร่างตน

สีแดงบนใบหน้าที่เปี่ยมด้วยความอับอายยิ่งไม่จางหายไปง่ายๆ นางแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนีจากความอับอายในตอนนี้

ครั้งนี้ถือว่าเป็นการถูกเห็นจนหมดเปลือกจริงๆ

ยังไม่ทันที่นางจะปรับสภาพจิตใจให้สงบลง มือใหญ่ข้างหนึ่งก็เอื้อมมานวดคลึงที่ไหล่และต้นคอของนางเบาๆ ทำให้เกิดความรู้สึกจั๊กจี้เล็กน้อย นางได้ถอยหลังโดยสัญชาตญาณ หากแต่ในตอนนั้นเสียงของซูอันก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“อย่าขยับสิ ให้ข้าตรวจสอบให้ดีเสียก่อน”

“อืม” กงเสวียนชิงตอบด้วยเสียงแผ่วเบา แล้วก็ไม่ขยับตัวอีก

แม้ว่าจะบรรลุถึงระดับหยางบริสุทธิ์แล้วก็ตาม แต่ไม่รู้ด้วยเหตุใดกัน เมื่ออยู่ต่อหน้าญาติผู้พี่ นางกลับรู้สึกเหมือนลูกแกะตัวน้อยที่ต่อให้ถูกนำไปวางไว้บนโต๊ะอาหารก็ยังไม่มีความคิดที่จะขัดขืนเลยแม้แต่น้อย

“การฝึกฝนหยางบริสุทธิ์ พื้นฐานค่อนข้างแข็งแกร่ง เส้นทางการสืบทอดตำแหน่งเทพราชาดูไปได้สวย” ซูอันกล่าวชมเชย

จากการตรวจสอบของเขา เทพีเซิงมิ่งนั้นน่าจะค่อยๆ ยกระดับพลังของกงเสวียนชิงไปจนถึงระดับหยวนเสิน ซึ่งถือว่าเป็นจุดสูงสุดของโลกนี้แล้ว

และเมื่อเทียบกับเหล่าเทพชั้นสองชั้นสามอันไร้ค่าที่มีพลังสูงสุดแค่ระดับมิ่งตานถึงหยางบริสุทธิ์ ไม่มีค่าให้กล่าวถึงเสียด้วยซ้ำ

“จริงสิ ญาติผู้พี่ ดูเหมือนข้าจะอยู่ในโลกนี้ได้อีกเพียงร้อยปีเท่านั้น หลังจากนั้นข้าต้องเดินทางไปยังสถานที่ที่เรียกว่าโลกเทพเสมือน” กงเสวียนชิงกล่าวขึ้นมาทันทีเมื่อคิดอะไรบางอย่างได้

นี่คือข้อมูลที่นางได้รับโดยอัตโนมัติหลังจากการเป็นเทพ

“ร้อยปี ร้อยปีมันนานเกินไป” ซูอันส่ายหัวเล็กน้อยแล้วยิ้มบางๆ “ทำลายโลกเทพเสมือนในเจ็ดวันก็เพียงพอแล้ว!”

“หา?” กงเสวียนชิงถึงกับอึ้งไปชั่วครู่

โดยไม่ได้อธิบายอะไร ซูอันจับมือนางไว้ทันที “เดี๋ยวข้าจะใส่บางสิ่งเข้าไปในร่างของเจ้า เตรียมตัวให้พร้อม”

ทันใดนั้น ใบหน้าของกงเสวียนชิงก็พลันเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ นางมองซูอันด้วยความตื่นตระหนก “ญาติ ญาติผู้พี่ ท่านจะทำอะไร!”

เมื่อเห็นท่าทางเขินอายของสาวน้อย ซูอันก็แอบยิ้มในใจ

ใช่แล้ว เขาต้องการที่จะทำแบบนั้น

“แค่สร้างจุดยึดเท่านั้น อย่าเข้าใจผิดไป”

หลังจากอธิบายเสร็จ ซูอันก็เคลื่อนไหวความคิดศักดิ์สิทธิ์เล็กน้อย ประตูสู่ความวิเศษในทะเลศักดิ์สิทธิ์ของเขาปะทุออกมาเป็นแสงวิญญาณพุ่งเข้าสู่ร่างของกงเสวียนชิง

ในชั่วขณะนั้น เขาก็รู้สึกว่าตนเองสามารถรับรู้สถานที่แห่งหนึ่งเพิ่มขึ้นมา

นอกจากมู่ฉยงอีแล้ว จุดยึดนี้ ซูอันได้สร้างไว้ในหลายๆ สถานที่และตัวบุคคล รวมถึงที่โลกเจินอู่ด้วย

“ใช้ได้แล้ว จุดยึดนี้จะใช้ระบุตำแหน่ง แม้ว่าเจ้าจะข้ามผ่านโลกไป ข้าก็ยังสามารถตามไปหาเจ้าได้”

“แค่นี้เช่นนั้นหรือ?”

ไม่รู้เหตุใด ซูอันกลับไม่ลงมือ ทำให้หญิงสาวผิดหวังเล็กน้อย

แต่เมื่อได้ยินประโยคหลังนั้น นางก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมาเล็กน้อยในใจ

เช่นนี้...ก็ถือว่าไม่ได้มีความสัมพันธ์แบบญาติผู้พี่แล้วสิ

“ไปกันเถอะ ไปบอกให้ครอบครัวของเจ้ารู้ว่าปลอดภัยแล้ว” ซูอันกล่าว

ส่วนเรื่องการโจมตีโลกเทพเสมือนนั้น ยังไม่ต้องรีบร้อนในตอนนี้

“แม่ยายคนดี” ของเขากำลังจะก้าวหน้าไปถึงระดับหยวนเสินแล้ว

และยังมีนิกายเทียนสุ่ย ที่นั่นสามารถดึง “อาจารย์คนดี” มู่หนิงเจินมาช่วยได้ ถึงเวลานั้นเมื่อรวมบุปผามรณะและเซิ่งหนานก็จะได้ผู้มีหยวนเสินถึงสี่คน และเมื่อนับรวมตัวเขาเองก็จะเป็นห้าคน ซึ่งมีพลังมากกว่าในโลกเทพเสมือนตอนนี้เสียอีก

แม้ว่าระดับพลังจะไม่สามารถแทนที่กำลังรบทั้งหมดได้ แต่ด้วยเศษเสี้ยวของความทรงจำของถังชวนที่อยู่ในตัว ซูอันสามารถพูดได้ว่าเขารู้จักโลกเทพเสมือนเป็นอย่างดี

“อืม ได้เลย” กงเสวียนชิงพยักหน้า

เมื่อครอบครองสถานะเทพแล้ว นางก็เปรียบเสมือนเจ้าของวิหารเทพแห่งชีวิตแห่งนี้ หมอกภายนอกและสิ่งต่างๆ ย่อมไม่สามารถส่งผลต่อนางได้อีกต่อไป

ไม่นานนักร่างของทั้งสองก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าสายตาของหัวหน้าตระกูลกงที่เฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อ

ชายวัยกลางคนผู้นี้ดีใจเป็นอย่างยิ่ง รีบโผเข้ามาหาและพยายามระงับความตื่นเต้นในใจ จากนั้นทำความเคารพต่อซูอัน “ขอบพระคุณหยวนอันหวางที่ช่วยชีวิตลูกสาวของข้า ตระกูลกงซาบซึ้งในบุญคุณอย่างหาที่สุดมิได้”

เขาเองก็ไม่คาดคิดว่าซูอันจะทรงพลังถึงเพียงนี้ ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวันก็สามารถช่วยคนออกมาได้แล้ว

“ไม่ต้องมากพิธี” ซูอันโบกมือพลางพูด

“ข้ายังมีธุระ ขอตัวก่อน”

พูดจบเขาก็พยักหน้าให้กงเสวียนชิง จากนั้นเปิดมิติพาตัวเองหายไปจากจุดที่ยืนอยู่

“ท่านพ่อ ท่าน...”

กงเสวียนชิงอ้าปากเล็กน้อย เหตุใดบิดาถึงให้ความเคารพญาติผู้พี่ของนางเช่นนั้น?

และยังเรียกว่า ‘หยวนอันหวาง’ อีกด้วย!

ญาติผู้พี่มีบรรดาศักดิ์อู่ซ่วนโหวมิใช่หรือ

การที่จะถูกเรียกว่า ‘หวาง’ ไม่ใช่ว่าต้องมีระดับหยวนเสินเป็นอย่างน้อยหรือ?

เห็นท่าทางสงสัยของลูกสาว หัวหน้าตระกูลกงจึงแสดงสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกและกล่าวว่า “หยวนอันหวางมีพรสวรรค์อันยอดเยี่ยม ตอนนี้เขาได้บรรลุหยวนเสิน และก้าวข้ามคนแก่เช่นข้าไปแล้ว”

หยวนเสิน!!!

จบบทที่ ตอนที่ 359 ญาติผู้พี่ยังคงนำหน้าไปอีกก้าว

คัดลอกลิงก์แล้ว