- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 187 เป็นคนเดียวกัน
ตอนที่ 187 เป็นคนเดียวกัน
ตอนที่ 187 เป็นคนเดียวกัน
ตอนที่ 187 เป็นคนเดียวกัน
“ยังคิดจะทำอะไรอีก!” ตี้ชิงเซียนถามซูอันด้วยใบหน้าที่มืดมนและเสียงต่ำ
ซูอันเอามือใหญ่โอบรอบเอวเล็กเพื่อสัมผัสร่างกายที่อ่อนนุ่มและแสดงรอยยิ้มชั่วร้าย “แน่นอนว่าข้าต้องการให้เจ้าทำหน้าที่สาวใช้ส่วนตัว”
ตี้ชิงเซียนได้ยินแล้วหน้าซีด
หน้าที่?
นางนึกถึงภาพตัวเองที่เคยคุกเข่ามาก่อนหน้านี้
อย่าบอกว่าผู้ชายคนนี้อยากให้นางทำแบบนั้นในที่สาธารณะ
ทำ*ให้เขาต่อหน้าเผ่าปีศาจของตน แม้ว่านางต้องตายก็ไม่มีวันทำ...
เพียะ!
“มัวแต่คิดสิ่งใดอยู่” ซูอันตีสะโพกของตี้ชิงเซียนเพื่อขัดจังหวะความคิดของนาง
“เจ้าป้อนผลไม้ให้นายท่านไม่เป็นหรือ?”
ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้และตี้ชิงเซียนถอนหายใจด้วยความโล่งอก
เมื่อเร็วๆ นี้นางถูกซูอันล้อเลียนบ่อยมาก ดังนั้นการป้อนผลไม้จึงไม่มีอะไรจริงๆ
นางหยิบองุ่นขึ้นมาแล้วยื่นไปที่ปากของซูอัน
ซูอันส่ายหัว “ใช้ปากสิ”
“ท่าน!” ตี้ชิงเซียนมองซูอันด้วยความอับอายและอึดอัดใจ เมื่อจ้องหน้าเขาอยู่พักหนึ่งสุดท้ายต้องยอมแพ้
นางกลัวว่าจะได้ทำสิ่งที่น่าอับอายยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ร่างกายนี้ไม่ใช่ร่างกายของนางเอง ดังนั้นการทำสิ่งใดก็ไม่นับ
เมื่อคิดเช่นนี้นางจึงกัดองุ่นแอเมทิสต์แล้วค่อยๆ นำเข้าปากซูอัน
ขุนนางเผ่าปีศาจทุกคนแทบหยุดหายใจ
มนุษย์ผู้นี้ช่างกล้า!
กล้าดีอย่างไรมาทำตัวไร้ยางอายต่อหน้าฝ่าบาท อีกทั้งผลไม้ที่กินยังเป็นผลไม้วิญญาณบนโต๊ะของฝ่าบาทด้วย ไม่กลัวทำให้ฝ่าบาทกริ้วหรือ
แต่นอกจากฝ่าบาทไม่พิโรธแล้วยังมองซูอันด้วยรอยยิ้ม ทั้งยังเลื่อนชามผลไม้วิญญาณให้ซูอันทั้งหมด
อันหรันในร่างของจักรพรรดินีชิงไม่โกรธและเมื่อเห็น ‘ตัวเอง’ โต้ตอบกับซูอันเช่นนี้ก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงความรู้สึกแปลกๆ ในใจของนางได้
หาก ‘ตัวตน’ นั้นมีวิญญาณของนางอยู่เหมือนเดิมจะดีแค่ไหนกันเชียว
เห็นอีกฝ่ายใช้ร่างกายของนางเพื่อหยอกเย้ากับนายท่าน อันหรันกลับนึกอิจฉา
อันหรันยังรู้สึกผิดที่ใช้ร่างของตี้ชิงเซียนทำเรื่องน่าละอาย
เมื่อผลไม้วิญญาณที่อยู่บนโต๊ะหมดแล้ว การประลองในกลุ่มหยางบริสุทธิ์ก็สิ้นสุดลงเช่นกัน
เดิมทีมีผู้ร่วมประลองเพียงไม่กี่คนอยู่แล้ว ดังนั้นจางจวินสวินผู้มาใหม่จึงได้รับชัยชนะตามที่คาดไว้
ความสามารถในการต่อสู้ด้วยมือเดียวนี้ทำให้ผู้นำเผ่าพยัคฆ์ขาวเต็มไปด้วยความชื่นชม
คนที่เหลือก็พยักหน้าซ้ำๆ และพวกเขาได้รู้ว่ามีผู้ที่โดดเด่นอีกคนจากเผ่าปีศาจแล้ว
แต่จางจวินสวินที่ยืนอยู่บนสังเวียนไม่รู้สึกถึงความสุขแห่งชัยชนะเลย เขามองไปในทิศทางของซูอันโดยมีความชิงชังในดวงตา แต่แล้วเขาก็สงบลงและทักทายอันหรันด้วยความเคารพ
“อ่า จบแล้วหรือ?” อันหรันกลับมามีสติอีกครั้ง เมื่อครู่นางเห็นซูอันและ ‘ร่างกายของนาง’ หยอกเย้ากันไปมา นางจึงหมกมุ่นอยู่กับมันมากจนไม่สังเกตว่าการประลองจบลงแล้ว
“อะแฮ่ม จาง...”
“จางสวินพ่ะย่ะค่ะ” ผู้นำเผ่าพยัคฆ์ขาวที่ด้านล่างเตือนความจำนางด้วยเสียงต่ำ
“โอ้ ใช่แล้ว จางสวิน ในฐานะที่เป็นผู้ชนะอันดับหนึ่งในการประลองระดับหยางบริสุทธิ์ หากเจ้ามีคำขอใดๆ อย่าลังเลที่จะเอ่ยปาก” แม้จะไม่รู้ว่าการประลองนั้นเป็นอย่างไร แต่อันหรันยังแสดงท่าทีชื่นชม
จางสวินและผู้นำเผ่าพยัคฆ์ขาวมองหน้ากัน จากนั้นตัดสินใจทำตามแผนเดิม
“ทูลฝ่าบาท กระหม่อมไม่มีคำขอมากนัก เพียงอยากติดตามรับใช้ฝ่าบาท เป็นองครักษ์ส่วนพระองค์และทำตามพระบัญชาเท่านั้น”
ในดวงตาของเขามีอารมณ์ต่างๆ มากมาย เช่น ความเคารพ ความปรารถนาดีและความกระตือรือร้น
เช่นเดียวกับผู้ภักดีและคลั่งไคล้ ทักษะการแสดงของเขายอดเยี่ยมมาก
อันหรันขมวดคิ้วและมองไปที่ซูอัน เมื่อเห็นเขาส่ายหัวเบาๆ นางจึงตัดสินใจได้และปฏิเสธทันที
“เจ้าควรเปลี่ยนคำขอดีกว่า”
หัวใจของจางจวินสวินจมดิ่ง ชายคนนั้นคือใคร สามารถมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของตี้ชิงเซียนได้ขนาดนี้
เพราะเหตุใด!
เหตุใดเขาถึงรู้สึกอิจฉา
อีกด้านหนึ่ง
“จางสวินผู้นี้...”
ตี้ชิงเซียนที่อยู่ในอ้อมแขนของซูอันเหลือบมองไปที่จางจวินสวินและขมวดคิ้ว
“ทำไมหรือ?” ซูอันถามนาง
“จางสวินคนนี้ทำให้ข้านึกถึงใครบางคน แต่ข้าคงคิดมากไปเองเพราะเขาตายไปแล้ว” ตี้ชิงเซียนส่ายหัวพลางเอ่ย
“เล่าให้ข้าฟังหน่อยสิ” ซูอันเริ่มสนใจขึ้นมา
ดูเหมือนว่าตัวเอกชายคนนี้อาจเกี่ยวข้องกับจักรพรรดินีชิงเซียน
“...” ทันใดนั้นตี้ชิงเซียนก็ได้สติขึ้นมาและจำได้ว่าตัวตนปัจจุบันของนางคืออันหรันไม่ใช่ตี้ชิงเซียน
ความคิดในใจของนางทุกวันนี้สับสนมากและนางไม่ตอบสนองซูอันสักพักหนึ่งแล้ว
เมื่อเผชิญกับคำถามของซูอัน นางจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากกัดฟันแล้วตอบว่า “เป็นแค่คนที่ข้าเคยเจอโดยบังเอิญเท่านั้น ไม่คุ้นเคยกันเลย”
สิ่งที่นางเพิ่งพูดอาจจะไม่เปิดเผยอะไรเลยและคำตอบนี้แทบไม่สมเหตุสมผลเลยด้วย
“ข้าอยากฟังความจริง” ซูอันยังคงมีรอยยิ้มและเสียงของเขาเพิ่มการบังคับขึ้นอีกเล็กน้อย “เจ้าคงไม่อยากให้ข้าทำให้เผ่าปีศาจวุ่นวายกระมัง”
“นี่!!!” ดวงตาของตี้ชิงเซียนเบิกกว้างและจ้องมองซูอัน “ท่าน...”
ผู้ชายคนนี้รู้ความจริงแล้วหรือ?
การแสดงออกของซูอันไม่เปลี่ยนแปลงเลย แต่มือที่กุมเอวเรียวนั้นหนักขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าเขาต้องการกลืนกินความงามนี้เข้าสู่ร่างกาย “จักรพรรดินีชิงตัวน้อยของข้าจะพูดเองหรือให้ข้าบังคับ?”
หัวใจของตี้ชิงเซียนรู้สึกเย็นยะเยือก โชคที่เหลืออยู่ก็หมดไปโดยสิ้นเชิง
ตามที่คาดไว้ว่าผู้ชายคนนี้รู้ตัวตนของนางแล้ว
บางทีนางอาจจะถูกเปิดเผยตั้งนานแล้วด้วย
แต่คนผู้นี้เห็นนางเป็นตัวตลก
แม้ว่าก่อนหน้านี้นางจะมีการคาดเดาอยู่บ้าง แต่ในที่สุดนางก็ยืนยันได้แล้ว
แต่จะเป็นอย่างไรถ้าเขารู้ ตอนนี้นางสามารถต่อต้านเขาได้หรือ มันแค่เพิ่มความสิ้นหวังให้นางอีกหน่อยเท่านั้น
ตี้ชิงเซียนกัดฟันเอ่ย “ข้ายอมพูดแล้ว”
เรื่องของจางจวินสวินถือเป็นเรื่องต้องห้ามสำหรับนางและไม่มีใครในเผ่าปีศาจทราบเรื่อง แม้แต่เผ่าพยัคฆ์ดำก็ยังถูกนางกำจัดทิ้ง
แต่ตอนนี้ต้องเผชิญกับการคุกคามของซูอัน ไม่ว่านางลังเลแค่ไหนก็ยังต้องละทิ้งศักดิ์ศรีและบอกความจริง
ความอัปยศที่นางกำลังประสบอยู่ตอนนี้ ไม่ช้าก็เร็วนางจะต้องเอาคืน!
“เขาเคยเป็นคู่หมั้นของข้า ชื่อจางจวินสวิน…” เมื่อตระหนักว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของซูอันจางลงเล็กน้อยและแขนของเขาเริ่มแข็งขึ้น นางจึงรีบอธิบายว่า “เราไม่เคยแต่งงานกัน เพราะข้าไม่ชอบเขาและข้าไม่เคยปล่อยให้เขาสัมผัสตัวเลย”
มือของซูอันเปลี่ยนเป็นการลูบไล้เบาๆ อีกครั้ง
“แล้วเผ่าปีศาจเกิดความวุ่นวาย...จากนั้นข้าจึงฆ่าเขาและแย่งชิงแก่นวิญญาณของเขามาครอง ส่วนเขาก็เสียชีวิตตั้งแต่ครานั้น” นางไม่ได้ปิดบังและบอกเล่าทุกสิ่ง
นางตระหนักได้ดีว่าการโกหกไม่สามารถปิดบังโจรชั่วเจ้าเล่ห์คนนี้ได้
“เป็นเช่นนั้นเอง” ซูอันขมวดคิ้วนิดๆ จากนั้นจึงค่อยๆ ผ่อนคลายลง “ถ้าคาดเดาไม่ผิด จางสวินคนนี้ก็คือจางจวินสวิน”
ตัวเอกถูกคู่หมั้นหักหลังแล้วกลับมามีชีวิตอีกครั้ง คู่หมั้นของเขากลายเป็นจักรพรรดินีและเขาอยากจะแก้แค้นคู่หมั้น
ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อ เพราะเดิมพันของจางจวินสวินคือคนอื่นคิดว่าเขาตายไปแล้ว
“จะเป็นไปได้อย่างไร!” ตี้ชิงเซียนอุทานออกมา แม้ว่านางไม่กล้าถามซูอันตรงๆ แต่นางไม่เชื่อเรื่องเหลวไหลเช่นนี้ “ข้าเห็นวิญญาณของเขาสลายเองกับตา”
ในฐานะคนที่สังหารจางจวินสวินเองกับมือ โดยธรรมชาติแล้วนางจะไม่ทิ้งปัญหาให้กับตัวเองในภายหลังเด็ดขาด
ยึดแก่นวิญญาณและทำลายวิญญาณของเขาไปแล้ว ยังจะมีโอกาสรอดได้อย่างไร
ซูอันบีบแก้มนิ่มของนาง ใบหน้าของอันหรันสอดคล้องกับความเยือกเย็นโดยธรรมชาติของตี้ชิงเซียนซึ่งดูน่าสนใจมาก “เจ้าต้องเชื่อว่ามีปาฏิหาริย์ในโลกนี้สิ อย่างเช่น...ตัวเจ้าเอง”
ตี้ชิงเซียนผงะ จากนั้นจึงตระหนักได้ว่าเกิดสิ่งใดขึ้นกับตัวเอง
วิญญาณของนางเข้ามาอยู่ในร่างของคนอื่นโดยไม่มีหยวนเสินติดตามมาด้วย
ดูเหมือนว่าการฟื้นคืนชีพของบุคคลที่ถูกทำลายดวงวิญญาณนั้นไม่ใช่เรื่องเกินจริง