เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 186 งานประลองใหญ่ประจำราชวงศ์หยวน

ตอนที่ 186 งานประลองใหญ่ประจำราชวงศ์หยวน

ตอนที่ 186 งานประลองใหญ่ประจำราชวงศ์หยวน


ตอนที่ 186 งานประลองใหญ่ประจำราชวงศ์หยวน

“ท่านผู้นำ แล้วจะเป็นองครักษ์ส่วนพระองค์ได้อย่างไร?”

“เดิมทีองครักษ์ของฝ่าบาทเป็นผู้หญิงทั้งหมด แต่เผ่าพยัคฆ์ขาวเทียนหยางของเราได้ให้การสนับสนุนฝ่าบาทตั้งแต่เริ่มเกิดเหตุความวุ่นวายจึงได้รับความไว้วางใจจากฝ่าบาทมาโดยตลอด นอกจากนี้อีกสามวันให้หลังจะเป็นงานประลองใหญ่ประจำราชวงศ์หยวน ผู้ที่มีอายุเหมาะสมสามารถเข้าร่วมได้และผู้ชนะสามารถยื่นคำร้องต่อฝ่าบาทได้โดยตรง”

เมื่อผู้นำเผ่าพยัคฆ์ขาวพูดเช่นนี้ เขาก็มองไปที่รูปร่างหน้าตาค่อนข้างหล่อเหลาของจางจวินสวินและแอบพยักหน้าในใจ

“หากฝ่าบาทพอพระทัยเจ้าได้ ทุกสิ่งก็ไม่ยากเกินไป”

งานประลองใหญ่ประจำราชวงศ์หยวนจัดขึ้นทุกๆ สิบปีเพื่อรำลึกถึงการก่อตั้งเผ่าปีศาจ จุดประสงค์ของการต่อสู้คือการเลือกผู้มีความสามารถเฉพาะของเผ่าพันธุ์โดยแบ่งออกเป็นสามกลุ่มคือ จื่อฝู่ มิ่งตานและหยางบริสุทธิ์ กติกาสำหรับกลุ่มหยางบริสุทธิ์ต้องมีอายุต่ำกว่าห้าร้อยปีและผู้เยาว์คนนี้ก็มีคุณสมบัติตรงตามกติกา

หัวใจของจางจวินสวินสั่นไหว “ท่านผู้นำ ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง!”

แม้ว่าเขาเกลียดตี้ชิงเซียนมากๆ แต่ความขุ่นเคืองนี้ไม่ใช่เพราะความรักลึกซึ้งครั้งหนึ่งหรอกหรือ

ในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง เขาไม่อยากเห็นคู่หมั้นที่ตนเคยรักใกล้ชิดผู้ชายคนอื่นแน่นอน

เมื่อเขาได้รู้ว่าจักรพรรดินีชิงยังสะอาดและบริสุทธิ์มาจนบัดนี้ แม้แต่องครักษ์ก็ยังเป็นผู้หญิง ต่อให้ในใจของเขายังมีความเกลียดชังอยู่ แต่เขากลับรู้สึกมีความสุขอย่างอธิบายไม่ถูกด้วย

……

สามวันต่อมา

อันหรัน ‘ออกงาน’ ด้วยความไม่เต็มใจ

เดิมทีนางประหม่าเพราะนี่เป็นงานประลองครั้งใหญ่ของราชวงศ์หยวน แต่เมื่อคิดว่ามีซูอันอยู่ด้วย นางกลับรู้สึกมั่นใจมากขึ้น

สถานที่ได้จัดเตรียมไว้ที่หน้าท้องพระโรงอีกาทองและสังเวียนมีข้อห้ามศักดิ์สิทธิ์อันน่าสะพรึงกลัวกระจายไปทุกทิศทาง พื้นที่โดยรอบนั้นล้อมรอบด้วยวงเวทต่างๆ พวกมันแข็งแกร่งมากจนแม้แต่หยางบริสุทธิ์ก็ไม่สามารถทำลายได้ง่ายดาย

มีนกร้องบนท้องฟ้าและเหล่าเทพส่องแสงเจิดจ้าแสดงความยินดีกับการมาถึงของงานครั้งยิ่งใหญ่นี้

เหนืออัฒจันทร์ บนแท่นสูงสุดคือบัลลังก์ของจักรพรรดิปีศาจและด้านล่างคือที่นั่งของเหล่าขุนนาง

ด้านหน้าที่นั่งมีผลไม้วิญญาณและยอดสุราธาราหยก มีรัศมีที่แข็งแกร่งและกระแสเสียงแห่งเต๋าที่ไหลลื่นซึ่งเห็นได้ชัดว่าไม่ธรรมดา

ตัวอย่างเช่น ผลไม้วิญญาณชนิดหนึ่งที่เรียกว่าองุ่นแอเมทิสต์ สามารถชำระพลังงานในร่างกายให้บริสุทธิ์และมีมูลค่าหลายพันหินวิญญาณ ผู้ฝึกตนจำนวนมากอยากครอบครองแต่ไร้วาสนา ทว่าในงานนี้มันเป็นเพียงผลไม้เลี้ยงแขกเท่านั้น

อันหรันผู้อยู่ภายใต้ใบหน้าของตี้ชิงเซียนนั่งบนบัลลังก์ด้วยความสงบ นางกำนัลสองคนนั่งรับใช้ซ้ายขวาและอันหรันเพลิดเพลินกับการแสดงความเคารพของเหล่าขุนนาง

จางจวินสวินที่อยู่ด้านล่างมองใบหน้าที่คุ้นเคยนั้นและฟุ้งซ่านอยู่ครู่หนึ่ง

สตรีที่เขาเคยรักลึกซึ้ง ปัจจุบันกลายเป็นจักรพรรดินีชิงผู้ยิ่งใหญ่แห่งเผ่าปีศาจ

อดีตคือ...คู่หมั้นของเขา!

เวลาของอดีตและปัจจุบันเหมือนจะผสานเข้าด้วยกัน

แต่ความทรงจำของเขาพังทลายลงเมื่อชายคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น

ซูอันอ้าปากหาวขณะเดินไปทางบัลลังก์ของจักรพรรดินีชิงภายใต้การคุ้มครองของถูเซิ่งหนาน เขาหยิบเก้าอี้ออกจากแหวนจัดเก็บแล้วนั่งลงข้างบัลลังก์

ทุกวันนี้เขาฝึกควบรวมอินหยางไม่ได้หยุด...เพื่อสะสมความแข็งแกร่ง

เขาเพิ่งแยกจากอันหรันเมื่อเช้านี้

โชคดีที่พลังวิญญาณของเขามาถึงระดับหยางบริสุทธิ์แล้ว นอกจากนี้อันหรันไม่สามารถกำราบร่างกายของเขาได้ ดังนั้นช่วงไม่กี่วันที่พวกเขาทั้งสองต่อสู้กันบนเตียง โดยทั่วไปแล้วเขาเป็นฝ่ายได้เปรียบ

พวกขุนนางต่างมองหน้ากันด้วยความตกใจ

บุรุษผู้นี้คือใคร กล้าดีอย่างไรมานั่งข้างฝ่าบาท

มิหนำซ้ำฝ่าบาทยังยิ้มให้เขาด้วย

ไม่เคยเห็นมาก่อน!

ต้องทราบก่อนว่าจักรพรรดินีชิงเป็นสตรีที่โดดเด่นที่สุดในเผ่าปีศาจมานับหมื่นปี รูปร่างหน้าตาของนางดูน่าทึ่งยิ่งขึ้นทุกวันและคงไม่ใช่เรื่องเกินจริงที่จะเรียกนางว่าหญิงงามอันดับหนึ่งแห่งเผ่าปีศาจ มีบุรุษมากมายมาตกหลุมรัก แต่นางไม่เคยสนใจใครเลย

แม้แต่องครักษ์ที่อยู่รอบตัวก็ยังเป็นผู้หญิงทั้งหมด พวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าฝ่าบาทมีความเมตตาต่อบุรุษคนใดเป็นพิเศษ

ผู้ชายคนนี้เป็นใคร?

แต่เมื่อพวกเขาเห็นฝ่าบาทยิ้มแย้ม พวกเขาจึงไม่กล้าพูด

แตกต่างจากทูตเผ่ามังกรที่วางมาดเย่อหยิ่ง เพราะซูอันมาเยือนในลักษณะที่ค่อนข้างเรียบง่ายจึงไม่ได้ดึงดูดความสนใจมากนัก

มีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าทูตมนุษย์มาเยือนและมีคนรู้จักใบหน้าของเขาน้อยมาก

ดวงตาของจางจวินสวินมืดลง เมื่อมองไปที่ซูอันและอันหรันโดยไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่

“ฝ่าบาท ท่านนี้คือ...”

ผู้นำเผ่าพยัคฆ์ขาวถามด้วยความระมัดระวัง

“นี่คือสหายของข้าและเป็นทูตมนุษย์ เขามาที่นี่เพื่อร่วมฉลองงานประลองครั้งใหญ่ของเผ่าปีศาจครั้งนี้ เจ้ายังมีคำถามอีกหรือไม่?”

ดวงตาหงส์ของอันหรันหรี่ลงเล็กน้อย ช่างเชี่ยวชาญการแสดงมาดของจักรพรรดิไม่เบา

“ไม่มี ไม่มีแล้วพ่ะย่ะค่ะ” ผู้นำเผ่าพยัคฆ์ขาวรีบสายหน้า

นับตั้งแต่ ‘จักรพรรดินีชิงเซียน’ สังหารมังกรแดงด้วยฝ่ามือเดียว อำนาจของนางจึงมาถึงจุดสูงสุดและเขาไม่กล้าที่จะมีปัญหาใดๆ

บรรดาขุนนางก็หยุดพูดเรื่องนี้เช่นกัน พวกเขาแค่คาดเดาในใจเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างซูอันและตี้ชิงเซียน

หลังจากพิธีเปิดที่มีแต่การร้องเพลงเต้นรำที่ไร้ประโยชน์ จากนั้นก็มาถึงขั้นตอนการประลองอันน่าตื่นเต้น

ทั้งจื่อฝู่และมิ่งตานซึ่งเป็นกลุ่มผู้มีพรสวรรค์จากเผ่าปีศาจผลัดกันแสดงฝีมือ พวกเขาพยายามต่อสู้กันอย่างดุเดือดและสร้างความอัศจรรย์สุดความสามารถโดยหวังว่าจะสร้างความประทับใจอันดีต่อฝ่าบาทได้

ซูอันค่อนข้างเบื่อหน่าย จากมุมมองปัจจุบันของเขาคือทักษะการต่อสู้ของจื่อฝู่และมิ่งตานเหล่านี้เรียบง่ายเกินไป อีกทั้งตี้เมิ่งเหยาไม่ได้มานั่งใกล้ๆ ด้วย

คนเหล่านี้มีเพียงไม่กี่คนที่สามารถสร้างความโดดเด่นได้

ไม่น่าแปลกใจเลยที่เผ่าปีศาจกำลังเสื่อมถอยลง

อันหรันมอบรางวัลที่หนึ่งให้ผู้ชนะจากทั้งสองกลุ่ม จากนั้นตามมาด้วยกลุ่มหยางบริสุทธิ์

ในการประลองครั้งที่ผ่านๆ มา ผู้ชมส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นความสนใจไปที่จื่อฝู่และมิ่งตาน เพราะคนส่วนใหญ่ที่เข้าร่วมในการประลองระดับหยางบริสุทธิ์เป็นผู้ที่มีตำแหน่งทางราชการอยู่แล้วทั้งยังคุ้นเคยกันดี

แต่คราวนี้มันแตกต่างออกไป

“ทูลฝ่าบาท นี่คือสมาชิกที่เพิ่งกลับเข้าเผ่าของเรา ชื่อจางสวินพ่ะย่ะค่ะ!”

เมื่อเห็นจางจวินสวินเดินขึ้นสังเวียน ผู้นำเผ่าพยัคฆ์ขาวจึงแนะนำเขาด้วยรอยยิ้ม

“จางสวินแห่งเผ่าพยัคฆ์ขาวเทียนหยางถวายพระพรฝ่าบาทและคารวะทุกท่าน” จางจวินสวินบนสังเวียนก็ทำความเคารพด้วยความนอบน้อมเช่นกัน

ค่อนข้างดีและไม่พบพิรุธ

ถ้าเป็นจักรพรรดินีชิงเซียนคนเดิมคงจะพูดให้กำลังใจสักสองสามคำ แต่อันหรันไม่มีความคิดเช่นนั้น นางแค่พยักหน้าลวกๆ และยังคงพูดคุยกับซูอันต่อไป

“นายท่าน มันน่าเบื่อมากเลย ข้านั่งจนก้นชาหมดแล้ว”

นี่เป็นเรื่องโกหก

เพราะนางแค่อยากนั่งตักของซูอันเท่านั้น

“เจ้าอยากให้ข้านวดหรือ?” ซูอันมองหญิงสาวคนนี้อย่างช่วยไม่ได้ แต่ในฐานะจักรพรรดินีชิงจะต้องใส่ใจกับภาพลักษณ์เวลาอยู่ข้างนอกเสมอ

เมื่อมองท่าทางใกล้ชิดของคนทั้งสอง จางจวินสวินพยายามระงับอารมณ์ที่รุนแรงในใจเต็มที่

สายตาที่เขามองซูอันดูชิงชังขึ้นกว่าเดิม

จักรพรรดินีชิงมักจะห่างเหินกับคู่หมั้นแบบเขาเสมอ ทว่าตอนนี้นางใกล้ชิดกับผู้ชายคนนั้นมาก!

ยกเว้นจางจวินสวินยังมีอีกสองคนกำลังเฝ้าดูปฏิสัมพันธ์ระหว่างซูอันและอันหรัน

ตี้เมิ่งเหยาจิบชาพลางลอบมองซูอันด้วยท่าทางเป็นธรรมชาติ จากนั้นนางเผลอทำถ้วยชาในมือแตก

จักรพรรดินีชิงกัดฟันกรอด นั่นคือร่างกายของนาง ร่างกายของนาง!

ซูอันคนนี้สารเลวมาก!

ซูอันสังเกตเห็นสายตาซึ่งมีอารมณ์รุนแรงเหล่านี้ได้ชัดเจน

เขามองไปที่จางจวินสวินและจางจวินสวินก็มองซูอันโดยไม่มีสัญญาณของความนอบน้อมเลย

“น่าสนใจ”

ซูอันกินผลไม้วิญญาณด้วยความใจเย็น จากนั้นจึงเปิดใช้เคล็ดวิชาทะลวงจิต

ภายใต้สัญลักษณ์โชคลาภสีทองเหนือศีรษะยังมีกลุ่มควันสีดำซึ่งดูไม่ธรรมดาตั้งแต่แรกเห็น

หลังจากตรวจสอบแล้วจึงพบว่าเป็นกุยช่ายที่รอให้เขาเก็บเกี่ยวอีกต้น

จากนั้นเขามองอีกสองสายตาที่เต็มไปด้วยความขุ่นเคืองและกระตุกยิ้มมุมปาก “มานี่สิ!”

ข้อความนี้มุ่งเป้าไปที่จักรพรรดินีชิงเซียนในร่างของอันหรัน

ตี้ชิงเซียนกัดริมฝีปากและอยากปฏิเสธ เพราะนางสามารถเห็นดวงตาที่ยิ้มแย้มของซูอันและสัมผัสถึงภัยคุกคามที่อยู่ในนั้นได้ชัดเจน

แต่ถ้าตอนนี้นางไม่ไปตามสั่ง คืนนี้นางไม่รอดแน่

เมื่อนึกถึงแส้ที่น่ารังเกียจและลามกอนาจารนั้น นางจึงทำได้เพียงเดินไปหาด้วยความลำบากใจ

ซูอันไม่สนใจมากนัก เขาพาตี้ชิงเซียนมาอยู่ข้างกายแล้วกอดนางไว้ในอ้อมแขนข้างหนึ่ง

เมื่อเทียบกับการดูทักษะการต่อสู้ใดๆ ในสังเวียนแล้วการหยอกล้อจักรพรรดินีชิงตัวจริงน่าสนใจกว่ามาก

จบบทที่ ตอนที่ 186 งานประลองใหญ่ประจำราชวงศ์หยวน

คัดลอกลิงก์แล้ว