- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 182 ทูตมนุษย์มาเยือนเผ่าปีศาจ
ตอนที่ 182 ทูตมนุษย์มาเยือนเผ่าปีศาจ
ตอนที่ 182 ทูตมนุษย์มาเยือนเผ่าปีศาจ
ตอนที่ 182 ทูตมนุษย์มาเยือนเผ่าปีศาจ
ด้วยอัตลักษณ์และความแข็งแกร่งของตี้ชิงเซียนในปัจจุบันย่อมไม่สามารถหยุดซูอันได้เลย นางจึงทำได้แค่ตามหาเมิ่งเหยาเท่านั้น!
เพราะสตรีที่ได้ครอบครองร่างกายของนางควรจะเป็นเหมือนกับนางตอนนี้ที่ไม่มีความทรงจำของร่างที่ครองอยู่เลย
นางต้องไปพบเมิ่งเหยาเพื่อพิสูจน์ตัวตน จากนั้นติดต่อไป๋เสอให้ขับไล่ซูอันออกจากเผ่าปีศาจและค้นหาวิธีกลับสู่ร่างเดิม
เมื่อพิจารณาถึงต้าซาง นางจึงระงับความคิดที่จะฆ่าซูอัน
หลังตกอยู่ในความคิดได้สักพักนางจึงนั่งขัดสมาธิบนเตียงและเริ่มฝึกตน
ในระหว่างกระบวนการนี้ ข้อบกพร่องในแก่นวิญญาณของนางค่อยๆ ถูกแก้ไข
หลังจากซ่อมแซมแก่นวิญญาณที่แท้จริงในครั้งนี้ หากนางได้คืนสู่ร่างจริงอีกครั้ง นางก็มั่นใจว่าจะบรรลุหยวนเสินขั้นกลางได้
เดิมทีนางเองมีพรสวรรค์ในการทะลวงหยวนเสิน ถ้าไม่ใช่เพราะกลัวว่าเผ่าปีศาจจะแตกแยกและนางทะเยอทะยานในการสร้างความก้าวหน้าจึงต้องรีบลงมือแย่งชิงหยวนเสินมาจากอดีตคู่หมั้น หากนางรออีกสักสองสามปีหรือมากกว่านั้นนางจะสามารถบรรลุหยวนเสินได้เองอยู่ดี
……
“เหอะ ตี้ชิงเซียน เจ้ายังเสแสร้งเก่งเหมือนเดิม”
ชายชุดดำสะบัดหางตะขอแล้วกลืนปีศาจตัวน้อยที่ถูกสอบสวนเข้าไปทันที จากนั้นเขามองไปในทิศทางของวังหลวงเผ่าปีศาจ
เขาไม่เชื่อข่าวที่ว่าตี้ชิงเซียนสังหารบรรพบุรุษมังกรหยวนเสินภายในฝ่ามือเดียว
เพราะเขารู้ดีที่สุดว่าจักรพรรดินีชิงเป็นหยวนเสินที่ใช้ทางลัด พลังวิญญาณของนางต้องมีปัญหาและไม่มีทางที่นางจะพัฒนาได้เร็วขนาดนี้
เกรงว่านี่เป็นเพียงฉากที่ไป๋เสอและตี้ชิงเซียนจัดขึ้นเพื่อสร้างชื่อเสียงจอมปลอมให้ตี้ชิงเซียน
แค่อาศัยกงล้อสุริยเทพกับไป๋เสอผู้โง่เขลาคนนั้นย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะสังหารมังกรแดง เพราะตี้ชิงเซียนไม่ทันได้ตั้งรับการบุกมาโดยกะทันหันของมังกรแดงด้วยซ้ำ
จางจวินสวินยังคงเดินต่อไปในทิศทางของราชสำนัก
ขณะที่เขาเดิน รัศมีบนร่างกายของเขาค่อยๆ เปลี่ยนไปและเส้นผมสีดำเปลี่ยนเป็นสีขาว รัศมีแห่งความมืดทั่วร่างกายก็กลายเป็นแสงสว่าง
ในเวลานี้ไม่มีใครสามารถมองเห็นตัวตนแท้จริงของเขาได้และคิดแค่ว่าเขาคือพยัคฆ์ขาวเทียนหยางเท่านั้น
หลังจากกลืนกินสัตว์ปีศาจจำนวนมากนานหลายวัน เขาก็พัฒนาสู่ระดับหยางบริสุทธิ์
มันเป็นพรสวรรค์ที่ติดมาเพราะเขาอยู่ในสถานะใกล้บรรลุหยวนเสินก่อนเสียชีวิต ตอนนี้วิญญาณของเขาจึงมีพลังดั้งเดิมอยู่บ้าง
สามารถใช้ปกปิดตัวตนได้ตราบเท่าที่ยังใช้พลังไม่หมด แม้แต่หยวนเสินก็ไม่สามารถมองทะลุการปลอมตัวของเขาได้
และเผ่าพยัคฆ์ขาวเทียนหยางคือเผ่าพันธุ์อ่อนแอในสายตาเผ่าอีกาทอง เห็นได้ชัดว่าการใช้สถานะนี้ขอความคุ้มครองจากจักรพรรดินีชิงจะได้รับความไว้วางใจง่ายกว่า
เหอะ เหอะ
หลังจากนั้นเขาต้องการให้ตี้ชิงเซียนได้ลิ้มรสชาติของการถูกหักหลัง
…...
อันหรันยังไม่ทราบเรื่องทั้งหมดนี้เลย
“น่าเบื่อมาก!”
อันหรันนอนอยู่บนเตียงขนาดใหญ่ในตำหนักของจักรพรรดิปีศาจพลางกลิ้งไปกลิ้งมา
การเสแสร้งนั้นสามารถสร้างความสนุกได้สักพัก แต่การที่ต้องแสดงตลอดเวลานั้นทรมานมาก
แม้ว่านางจะมีความสุขมากเมื่อได้แสดงบทบาทยิ่งใหญ่ แต่เมื่อตี้เมิ่งเหยามาถามคำถามเรื่องการฝึกตน นางจึงตกในความสับสนโดยสิ้นเชิงและสามารถตอบแบบลวกๆ ได้เท่านั้น
นอกจากนี้ยังมีพวกขุนนางที่ให้คำแนะนำแก่นางเรื่องการบริหารบ้านเมืองเป็นครั้งคราว
นางไม่เข้าใจเลย
ชาติที่แล้วนางเป็นสาวน้อยอายุสิบแปดปีที่ป่วยหนัก นางเรียนหนังสือจากแม่ โทรทัศน์และโทรศัพท์มือถือ นางจะรู้สิ่งเหล่านี้ได้อย่างไร
ดูเหมือนว่าการเป็นจักรพรรดินีชิงองค์นี้จะไม่ง่ายนัก
แม้ว่าบางครั้งนางคิดวิ่งหนีไปและทอดทิ้งเผ่าปีศาจ แต่เมื่อคิดว่ากำลังครอบครองร่างของคนอื่นอยู่นางก็ตัดสินใจไม่ได้
บัดนี้นางตกอยู่ในภาวะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
“ฮือฮือฮือ นายท่าน ข้าควรทำอย่างไรดี?”
ตึก ตึก ตึก!
เสียงของนางกำนัลดังมาจากนอกห้อง “ฝ่าบาท องค์รัชทายาทเสด็จเพคะ”
ทันใดนั้นสีหน้าของอันหรันก็เปลี่ยนไปและนางพูดด้วยความเย่อหยิ่งว่า “ไม่รับแขก เจ้าแค่บอกว่าข้ากักตนแล้วจะไม่พบใครทั้งนั้น!”
พูดจบแล้วนางก็ล้มตัวบนเตียงอีกครั้ง
เมื่อตี้เมิ่งเหยาได้รับคำตอบ ความสงสัยในใจนางเพิ่มมากขึ้น
อาหญิงเป็นอะไรกันแน่
ช่วงนี้นางพยายามมาปรึกษาเรื่องการฝึกตนกับอาหญิง แต่อาหญิงมักจะหลีกเลี่ยงการตอบคำถามและชวนเปลี่ยนเรื่องคุยแทน
ในขณะนี้ก็กักตนอีกครั้ง
นางส่ายหัวและจำเป็นต้องจากไป
ทันใดนั้นองครักษ์ปีศาจเข้ามารายงาน
“ทูลองค์รัชทายาท ทูตมนุษย์มาขอเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อจักรพรรดิปีศาจอยู่ในช่วงกักตน องค์รัชทายาทสามารถจัดการเรื่องสำคัญในนามของจักรพรรดิได้
ก่อนหน้านี้จักรพรรดินีชิงไม่ต้องการชะลอการฝึกตนของตี้เมิ่งเหยา ดังนั้นจึงไม่ได้สั่งการใดๆ ไว้ แต่อันหรันไม่มีความรอบคอบมากนักจึงออกคำสั่งโดยตรงไปยังตี้เมิ่งเหยาให้จัดการงานราชกิจแทนเวลาที่นางกักตน
“ทูตมนุษย์?” คิ้วงามของตี้เมิ่งเหยาขมวด
เผ่ามนุษย์มาที่เผ่าปีศาจได้อย่างไร หรือว่า...
สีหน้าของนางดูไม่สู้ดีนัก กลัวว่าพวกเขาจะมาที่นี่เพื่อสู่ขอเหมือนเผ่ามังกร
นางจะทำหน้าที่ครั้งนี้อย่างไรดี
แต่เมื่อพิจารณาว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์แตกต่างจากเผ่ามังกร นางจึงไม่ปฏิเสธการต้อนรับ
“พาพวกเขาไปที่ตำหนักฉงหมิง ข้าจะต้อนรับพวกเขาเป็นการส่วนตัว”
หากจักรพรรดินีชิงอยู่ในการกักตนก็ไม่จำเป็นต้องไปที่ท้องพระโรงอีกาทองเพื่อรับแขกเหมือนครั้งก่อน
ก่อนอื่นต้องถามพวกเขาว่ามาที่นี่เพื่อจุดประสงค์ใด ถ้าพวกเขามาเพื่อสู่ขอก็ค่อยบอกให้พวกเขากลับไป
“พ่ะย่ะค่ะ!”
……
ในตำหนักฉงหมิง ก่อนที่ตี้เมิ่งเหยาจะเดินเข้าไปก็ได้ยินเสียงของชายหญิงคู่หนึ่งแล้ว
พร้อมทั้งมีเสียงแปลกๆ ตามมาด้วย
ทันใดนั้นใบหน้าของนางมืดลงและความประทับใจแรกที่มีต่อทูตมนุษย์ลดลงมาก
นางเปิดประตูทันทีและสบสายตาเข้ากับผู้หญิงแปลกหน้าคนหนึ่ง
ใบหน้าของชายที่อยู่ข้างหลังนั้นถูกบดบังด้วยรูปร่างของหญิงแปลกหน้า ทว่าเสียงตีบั้นท้ายของหญิงแปลกหน้ามาจากการกระทำของชายคนนั้นแน่นอน
“หยุดเดี๋ยวนี้!” ตี้เมิ่งเหยาตวาดด้วยความโกรธ
ชายโฉดหญิงชั่ว!
คนพวกนี้คิดว่านี่คือที่ใด นี่คือเผ่าปีศาจ!
หลังจากเสียงตวาดนั้น หญิงแปลกหน้าก็คว้ามือผู้ชายไว้
“หยุดตีได้แล้ว” จักรพรรดินีชิงแอบกัดฟันกรอด ใบหน้าของนางแดงก่ำและบีบมือของซูอันแน่น
โจรชั่วคนนี้บอกว่าอยากช่วยให้นางฟื้นความทรงจำในที่แบบนี้แล้วก็ทำสิ่งนี้กับนาง
ด้วยเหตุนี้เมิ่งเหยาจึงเข้ามาเห็น
นางยังเตรียมที่จะหาโอกาสเปิดเผยตัวตนต่อเมิ่งเหยา แล้วแบบนี้นางจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด
“หืม นี่คือรัชทายาทเผ่าปีศาจหรือ”
เยี่ยหลีเอ๋อร์ที่อยู่ด้านข้างมองที่หน้าอกของตี้เมิ่งเหยาแล้วมองลงมาที่หน้าอกของตัวเอง จากนั้นนางเม้มปากด้วยความไม่พอใจ
ไม่ว่าอย่างไรทุกคนก็ใหญ่กว่านาง
บังเอิญว่าในเวลานี้ตี้เมิ่งเหยามองเห็นจากมุมหางตา เมื่อเห็นเยี่ยหลีเอ๋อร์ยืนอยู่ข้างๆ นัยน์ตาของนางหดเกร็งทันที
เหตุใดนังสารเลวจึงมาอยู่ที่นี่!
ช้าก่อน ถ้าเยี่ยหลีเอ๋อร์อยู่ที่นี่ หมายความว่าติดตาม...
นางจึงหันไปมองชายที่ถูกบังหน้าไว้เมื่อครู่และตอนนี้ตี้ชิงเซียนขยับออกไปแล้วจึงเผยให้เห็นใบหน้าของชายคนนั้น
นั่นคือซูอัน!
ไม่น่าแปลกใจเลยที่จะทำตัวน่ารังเกียจเช่นนั้น
ตี้เมิ่งเหยากำหมัดเล็กๆ ของตนไว้ เมื่อมองหญิงสาวแปลกหน้าคนนั้นแล้วนางก็อดรู้สึกขมขื่นในใจไม่ได้
เป็นนางจิ้งจอกจากที่ใดอีก
ผู้ชายคนนี้มีผู้หญิงมากมายเหลือเกิน ไม่กลัวว่าจะทนไม่ไหวหรือไร!
“เป็นท่านนั่นเอง ที่แท้ท่านก็เป็นทูตมนุษย์หรือ?” นางควบคุมอารมณ์และนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับซูอัน
ซูอันยังจับตี้ชิงเซียนผู้ต่อต้านไว้ในอ้อมแขนพลางมองไปที่ตี้เมิ่งเหยาด้วยท่าทางเหลาะแหละ “เราบอกลากันในอาณาจักรลับมารโบราณ ไม่คิดว่าเราจะได้พบกันอีก”
เพียะ!
ด้วยแรงตีบั้นท้ายอีกครั้งจึงทำให้ตี้ชิงเซียนที่ยังคงดิ้นรนอยู่ในอ้อมแขนเกิดความสงบลง
“ขอโทษที สาวใช้คนใหม่ยังไม่ค่อยรู้ความสักเท่าไร” ซูอันยิ้มขอโทษให้ตี้เมิ่งเหยาเพราะรู้สึกผิดที่ต้องรังแกอาหญิงต่อหน้าหลานสาวเช่นนาง
มีเพียงตี้ชิงเซียนเท่านั้นที่กำหมัดแน่นและจดจำไว้ในใจ
ถึงแม้ว่าคนที่ถูกตีต่อหน้าเมิ่งเหยาคือสตรีเผ่าพันธุ์มนุษย์ที่มีอายุพอๆ กับเมิ่งเหยา
แต่นางยังรู้สึกอับอายมาก!