- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 176 เป็นแค่ระบบย่อยอย่าบังอาจ
ตอนที่ 176 เป็นแค่ระบบย่อยอย่าบังอาจ
ตอนที่ 176 เป็นแค่ระบบย่อยอย่าบังอาจ
ตอนที่ 176 เป็นแค่ระบบย่อยอย่าบังอาจ
หลังจากที่ซูอันออกไปแล้ว ถังซืออวิ๋นมองดูหญิงสาวที่คุ้นเคยตรงหน้าด้วยความสงสัย
“หากเจ้าความจำเสื่อมแล้วยังจำข้าได้หรือเปล่า?”
หรือว่าการที่อันหรันล้มลงเมื่อวานนี้จะทำให้สมองมีปัญหา
“ข้าจำไม่ได้จริงๆ” การแสดงออกของตี้ชิงเซียนยังคงไม่เปลี่ยนแปลงในขณะที่มองผู้หญิงตรงหน้า แต่นางสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายดูเป็นมิตร “บอกข้าได้ไหมว่านี่คือที่ใดและตัวตนของข้าคืออะไร?”
ถังซืออวิ๋นมองตี้ชิงเซียนด้วยความเศร้าใจ การสูญเสียความทรงจำทำให้แม้แต่นิสัยก็เปลี่ยนไปด้วย
“นี่คือจวนอู่ซ่วนโหวในเมืองหลวงและเจ้าเป็นสาวใช้ส่วนตัวของคุณชาย” นางอธิบายให้ตี้ชิงเซียนฟัง “คุณชายคืออู่ซ่วนโหวแห่งต้าซาง ก็คนเมื่อครู่นั่นแหละ”
ตี้ชิงเซียนดูตกตะลึง คิ้วงามขมวดมุ่น
ที่นี่คือเมืองหลวงของต้าซาง?
และนางกลายเป็นสาวใช้ส่วนตัวของท่านโหวแห่งต้าซาง
นี่...ถือเป็นความอัปยศอย่างยิ่ง!
ในเวลาเดียวกันนางก็รู้สึกไม่สบายใจ
สาวใช้ส่วนตัว หมายความว่าต้องนอนร่วมห้องหรือเปล่า
นางคือจักรพรรดินีชิงผู้ยิ่งใหญ่แห่งเผ่าปีศาจ แล้วนางจะนอนกับท่านโหวของเผ่ามนุษย์ได้อย่างไร
……
อีกด้านหนึ่ง
ณ วังหลวงเผ่าปีศาจ
‘จักรพรรดินีชิงเซียน’ ก็ลืมตาขึ้นจากการกักตนเช่นกัน
“เหตุใดวันนี้พี่ซืออวิ๋นไม่มาปลุกข้า?” นางยืดตัวขึ้นแล้วสัมผัสได้ถึงความผิดปกติ เพราะนี่ดูเหมือนไม่ใช่เตียงใหญ่ของนางเอง
“ข้าคือ...”
บัดนี้วงล้อสีดำขนาดเล็กหกหลุมในใจของนางได้ถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกใกล้ชิดถึงนาง จากนั้นข้อมูลหนึ่งถูกส่งมายังจิตใจของนาง
“ข้ากลายเป็นจักรพรรดินีชิงแห่งเผ่าปีศาจหรือ?”
ตามเสียงที่ประหลาดใจของอันหรัน วงล้อสีดำนั้นตอบสนองเช่นกัน
ถ้าหลี่ซื่อมาเห็นเข้าก็คงจะตะโกนว่ามันเป็นไปไม่ได้ เพราะตอนที่วงล้อสีดำนี้อยู่กับเขา มันเย็นชามากแค่ไหน วางตัวเหมือนเทพธิดาผู้เย่อหยิ่งที่ไม่สนใจเลียขาเจ้านายด้วยซ้ำ
ทว่าเมื่ออยู่กับอันหรัน มันทำตัวเหมือนสัตว์เลี้ยงตัวน้อยที่พร้อมตอบทุกคำถาม
หลังจากนั้นไม่นาน อันหรันก็กลับมามีสติอีกครั้งและแววตาที่ตื่นเต้นส่องประกายวาววับ
“อะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ข้าคือท่านเซียนอันหรันผู้ได้รับพรอันล้ำลึก!”
“ข้าคือจักรพรรดินีชิง เจ้ายังไม่ยอมจำนนอีก!”
คำพูดที่เต็มไปด้วยความไร้สาระนั้นมองอย่างไรก็ไม่สอดคล้องกับรูปลักษณ์ภายนอกเลย
ความตื่นเต้นของอันหรันเพิ่มขึ้นและนางเริ่มวิ่งไปรอบๆ ตำหนักทันที
นางมองสิ่งนั้นสิ่งนี้ด้วยความสนใจใคร่รู้
ทว่าด้วยการโบกมือของนางก็สามารถเจาะรูบนกำแพงที่ดูแข็งแกร่งได้ ทำให้เกิดระลอกคลื่นในอากาศได้ นางจึงกลัวมากจนไม่กล้าเคลื่อนไหวไปเรื่อยอีก
ในที่สุดนางก็วิ่งไปที่หน้ากระจกแล้วลูบใบหน้าที่แตกต่างจากเดิมไปโดยสิ้นเชิง ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความแปลกใหม่และนางแกล้งทำหน้าตาทะเล้นเป็นครั้งคราว
หากตี้ชิงเซียนได้มีโอกาสเห็นว่าร่างกายของตนถูกทำลายขนาดนี้ ไม่รู้ว่านางจะรู้สึกอย่างไร
[ติ๊ง! ภารกิจใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว ในฐานะสาวใช้ที่สมบูรณ์แบบ โฮสต์ควรเป็นสาวใช้ที่เอาใจใส่มากที่สุดของนายท่าน โปรดถักเสื้อผ้าที่มีความประณีตให้นายท่าน โดยกำหนดระยะเวลาของภารกิจคือหนึ่งเดือน บทลงโทษคือ : สามชั่วยามแห่งความปรารถนาอันเร่าร้อน]
เสียงจักรกลของระบบดังขึ้นในหูของอันหรัน
หลังจากสลับร่างแล้วระบบก็ติดตามนางมาด้วย แน่นอนว่าอันหรันไม่ปฏิบัติตาม
“บังอาจ เป็นแค่ระบบเล็กๆ กล้าดีอย่างไรมาสั่งจักรพรรดินีอันหรัน!” นางเย้นหยันแบบไร้เหตุผล “ตอนนี้ข้าก้าวถึงระดับสูงสุดแล้ว ไม่จำเป็นต้องกลัวระบบเล็กๆ เช่นเจ้า”
ในฐานะจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่จะถูกควบคุมโดยระบบได้อย่างไร
อันหรันรู้สึกถึงความแข็งแกร่งที่น่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่งในร่างกายและลอยตัวขึ้นมา
นายท่าน เหอะ นายท่านอะไร
ตอนนี้ตัวตนของนางสามารถกดขี่เขาและใช้เขาเป็นหมอนแทนได้ด้วยซ้ำ
เมื่อจินตนาการถึงภาพที่ซูอันถูกแกล้งในอ้อมแขนของนาง แน่นอนว่าซูอันจะต่อต้าน ทว่าด้วยความแข็งแกร่งของนางในตอนนี้ ซูอันจึงทำได้เพียงตอบสนองด้วยความจำใจ เพียงเท่านี้อันหรันก็รู้สึกตื่นเต้นแล้ว
ใครบอกให้พวกเขาใช้นางมัดเชือกทุกครั้งที่ทำแบบนั้นกันล่ะ
นางทนทุกข์ทรมานมานาน ถึงเวลาที่นางจะเพลิดเพลินไปกับชีวิตดีๆ แล้ว
[ติ๊ง! ตรวจพบว่าโฮสต์มีทัศนคติเชิงลบต่อภารกิจ เปิดฟังก์ชันประสบการณ์การถูกลงโทษ]
ราวกับว่าระบบคาดการณ์ไว้แล้ว
“เฮ้เฮ้เฮ้ ประสบการณ์การถูกลงโทษอะไร?!”
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน
ก่อนที่อันหรันจะทันได้ตั้งตัว ความรู้สึกแปลกๆ ก็ท่วมท้นในร่างกายของนางราวกับกระแสน้ำ
ในฐานะสาวน้อยที่ต้องนอนอยู่บนเตียงผู้ป่วยตั้งแต่ยังเด็ก ความรู้สึกนี้จึงไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน นับประสาอะไรกับความรู้สึกที่รุนแรงเช่นนี้
ทันใดนั้นนางทรุดตัวลงกับพื้น ร่างกายที่ทรงพลังไม่สามารถใช้พลังใดๆ ได้และขาของนางเบียดเข้าหากัน
จากนั้นม่านแสงประหลาดเข้าปกคลุมนางไว้และแยกนางออกจากโลกภายนอก
อยาก นางอยากจะ...
ใบหน้าของซูอันเหมือนปรากฏขึ้นรางๆ ต่อหน้าต่อตาของนาง เปรียบเสมือนพระจันทร์ในกระจกที่ไม่สามารถสัมผัสได้
“ฮือ นายท่าน~”
ความวาบหวามใต้ท้องน้อยทำให้นางทนไม่ไหว
หลังจากนั้นไม่นานอันหรันก็ลุกขึ้นจากพื้นที่เปียก ใบหน้าชื้นเหงื่อมีเส้นผมสีดำติดอยู่ ในดวงตายังมีเสน่ห์ที่ไม่จางหายไป
นางขยับกระโปรงลงมาปิดต้นขา ใบหน้าของนางแดงก่ำ
ระบบการฝึกฝนสาวใช้ที่น่ารังเกียจนี้เป็นแค่ระบบย่อย แต่มันกลับสร้างบทลงโทษที่รุนแรงขนาดนี้ได้
ความรู้สึกไม่พอใจและร้อนรนไปด้วยความปรารถนาเมื่อครู่นี้น่าอึดอัดมาก
[ติ๊ง...]
“ช้าก่อน ข้าจะทำภารกิจนี้!”
เมื่อได้ยินเสียงของระบบอีกครั้ง อันหรันจึงรีบพูดด้วยร่างกายที่สั่นเทา
“ท่านเซียนผู้ยิ่งใหญ่ไม่ได้กลัวการลงโทษใดๆ หรอกนะ แค่ไม่ลืมหน้าที่เก่าเท่านั้น”
นางหาข้ออ้างให้ตัวเองแล้วรับภารกิจนี้ด้วยความไม่เต็มใจ
“ฝ่าบาท” นางกำนัลข้างนอกห้องโถงเหมือนจะสังเกตเห็นความเคลื่อนไหวข้างในจึงพูดด้วยความเคารพว่า “ทูตของเผ่ามังกรรอมาครึ่งเดือนแล้ว ฝ่าบาทประสงค์ต้อนรับพวกเขาหรือไม่เพคะ?”
“อ่า” อันหรันตกตะลึง
ทูตของเผ่ามังกร อะไรกันวะเนี่ย
โอ้ ตอนนี้นางเหมือนจะเป็นจักรพรรดินีแห่งเผ่าปีศาจ
“เช่นนั้นก็เชิญพวกเขาเข้ามา ตอนนี้บอกให้พวกเขารอข้างนอกก่อน แล้วข้าจะตามไปทีหลัง” น้ำเสียงเย็นชาที่แสร้งทำของอันหรันดังมาจากในห้องโถง
ถึงเวลาแสดงทักษะการแสดงแล้ว โชคดีที่ในชุดของขวัญสำหรับมือใหม่ของระบบนั้นรวมความเชี่ยวชาญด้านการแสดงอารมณ์ไว้ด้วย
ด้วยความสามารถของนางในฐานะจักรพรรดินีอันหรัน การต้อนรับทูตนั้นไม่ใช่เรื่องยาก
……
ท้องพระโรงอีกาทอง
ประมาณครึ่งชั่วยามต่อมา อันหรันพบสถานที่นี้หลังจากเดินหาเอง
เมื่อไม่มีความทรงจำ นางจึงทำได้เพียงพึ่งพาความคิดศักดิ์สิทธิ์ให้นำพาไปเท่านั้น
โชคดีที่ไม่ใช่แค่การสลับร่างกาย เพราะแม้แต่ความคิดศักดิ์สิทธิ์ของนางยังไปถึงหยวนเสินด้วย
แม้ว่านางจะยังไม่ชำนาญในการใช้มัน แต่ก็ไม่ใช่ปัญหาในการใช้ค้นหาเส้นทาง
“ถวายพระพรฝ่าบาท!”
นอกจากทูตของเผ่ามังกรในท้องพระโรงอีกาทองแล้วยังมีผู้อาวุโสหลายคนของเผ่าปีศาจที่ช่วยเหลือจักรพรรดินีชิงในงานราชสำนัก
ในฐานะองค์รัชทายาทของเผ่าปีศาจ ตี้เมิ่งเหยาก็อยู่ที่นั่นด้วย
“หลงหยางแห่งเผ่ามังกรคารวะจักรพรรดินีชิงแห่งเผ่าปีศาจ”
เมื่อมองไปที่บัลลังก์ว่างเปล่าด้านบน อันหรันจึงนั่งบนบัลลังก์นั้นด้วยความสงบ ใบหน้าเย็นชาและสง่างามของนางจับคู่กับเสื้อคลุมสีน้ำเงินของจักรพรรดิ ดูสง่างามและเต็มไปด้วยเอกลักษณ์จริงๆ “ใต้เท้าทั้งหลายอย่ามากพิธีเลย”
มีเพียงตี้เมิ่งเหยาเท่านั้นที่ติดต่อกับนางในวันปกติและรู้สึกว่าวันนี้อาหญิงดูแตกต่างไปจากเดิม
ราวกับว่ากำลังตื่นเต้นอยู่
“ทูตจากเผ่ามังกรมาที่นี่เพราะเรื่องใดหรือ?”
อันรันเหลือบมองไปที่ชายชราหน้าขาวคนหนึ่งที่ดูแตกต่างตั้งแต่แรกเห็น เขามีความสง่าและใบหน้าที่ภาคภูมิใจ
เมื่อสักครู่นี้ตาเฒ่ายืนตัวตรง แม้ปากเอ่ยทักทายนางแต่ไม่ได้ก้มหัวคารวะด้วยซ้ำ
“ฝ่าบาท เผ่ามังกรของเราและเผ่าปีศาจมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันเสมอมา ครั้งนี้พวกเราจึงเดินทางมาในฐานะทูตสันถวไมตรี” หลงหยางยืนขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆ บนใบหน้า เขาลอบมองไปทางตี้เมิ่งเหยาบ่อยๆ และแอบนึกพึงพอใจ