- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 152 ส่งสหายผู้สลับร่างสู่ปรโลก
ตอนที่ 152 ส่งสหายผู้สลับร่างสู่ปรโลก
ตอนที่ 152 ส่งสหายผู้สลับร่างสู่ปรโลก
ตอนที่ 152 ส่งสหายผู้สลับร่างสู่ปรโลก
นิกายชิงอวิ๋น สำนักงานใหญ่ของลัทธิเซวี่ยเหอ หลี่ซื่อยังคงพยายามตามหาวงล้อแห่งการกลับชาติมาเกิด
ทันใดนั้นผู้ใต้บังคับบัญชาคนหนึ่งรีบวิ่งเข้ามา
“แย่แล้ว แย่แล้วท่านเจ้าลัทธิ เกิดเรื่องร้ายแรงแล้ว!”
หลี่ซื่อขมวดคิ้วและแสดงความไม่พอใจ “เบาเสียงหน่อย เจ้าโวยวายขนาดนั้นได้อย่างไร”
บุกเข้ามาโดยไม่ขออนุญาตด้วยซ้ำ ยังถือว่าเขาเป็นเจ้าลัทธิอยู่หรือเปล่า
ทุกวันนี้เขาสวมบทบาทเป็นจูอู๋จี้โดยสมบูรณ์แบบ เขาเป็นเจ้าลัทธิเซวี่ยเหอ เป็นผู้ปลูกฝังมารที่ทรงพลัง เขาไม่ใช่ทาสกวาดมูลสัตว์ที่ต่ำต้อยเหมือนในอดีตและเขาไม่มีบิดาที่เป็นทาสด้วย
“ท่านเจ้าลัทธิ แย่แล้วขอรับ คนจากหน่วยวิหคดำได้ล้อมพวกเราไว้หมดแล้ว!” ผู้ใต้บังคับบัญชาดูหวาดกลัวมาก
“อะไรนะ!” หลี่ซื่อเบิกตากว้างเช่นกัน “หน่วยวิหคดำมาถึงหน้าประตูเราได้อย่างไร!”
เขาเก็บเนื้อเก็บตัวอยู่แต่ในนิกายชิงอวิ๋นแล้วหน่วยวิหคดำจะค้นพบเขาได้อย่างไร
“ท่านเจ้าลัทธิ พวกเราควรทำอย่างไรดี?” ผู้ใต้บังคับบัญชาถามด้วยความกังวล
สำหรับผู้ปลูกฝังมารในต้าซาง ความหวาดกลัวต่อหน่วยวิหคดำแทบฝังอยู่ในกระดูกของพวกเขา
พวกเขาอาจกล้าต่อสู้กับนิกายที่ชอบธรรมเหล่านั้น แต่พวกเขาจะไม่มีวันกล้าต่อสู้กับหน่วยวิหคดำ
จะทำอย่างไร?
ก็หนีสิ!
หลี่ซื่อฟาดฝ่ามือลงกับโต๊ะจนทำให้โต๊ะไม้จันทน์อายุพันปีถูกทำลายเป็นชิ้นๆ ซึ่งการปล่อยพลังเวทช่วยบรรเทาความกังวลใจลงได้บ้าง
“อย่าตื่นตระหนกไป ก่อนอื่นให้เรียกประชุมเพื่อวางแนวป้องกันก่อน ข้ายังมีสมบัติลับที่ทรงพลังวางไว้ในห้องซึ่งสามารถเอาชนะหน่วยวิหคดำได้แน่นอน” เขาสั่งการลูกสมุน
“ขอรับท่านเจ้าลัทธิ!”
เมื่อได้ยินคำพูดของเจ้าลัทธิจึงทำให้บรรดาผู้ใต้บังคับบัญชามีความมั่นใจเพิ่มขึ้นบ้าง
เมื่อลูกน้องถอยกลับไปแล้ว หลี่ซื่อจึงโบกมือแล้วใส่ของที่มีประโยชน์ในห้องไว้ในแหวนจัดเก็บ
จากนั้นเขาเตรียมตัวหนี
ในสถานการณ์ของเขาตอนนี้การออกไปสู้กับหน่วยวิหคดำไม่ใช่เรื่องตลกหรือ?
วิ่งหนีก่อนที่คนอื่นจะโจมตีย่อมดีที่สุด
แม้แต่คลังสมบัติของสำนักงานใหญ่แห่งนี้หลี่ซื่อก็ไม่ได้เลือกเอามันไปด้วย เพราะไม่ว่าสมบัติล้ำค่าแค่ไหนก็ไม่สำคัญเท่ากับชีวิต แต่ถ้าเขาไม่รีบวิ่งหนีก็อาจจะสายเกินไป
เมื่อคิดได้เช่นนี้หลี่ซื่อจึงกลายเป็นเลือดและพังประตูเพื่อหลบหนีไปทันที
ทว่าบัดนี้มีเรือเซียนลำหนึ่งปรากฏขึ้นเหนือประตูใหญ่ของนิกายชิงอวิ๋นและก่อนที่เขาจะทันตอบสนอง เขาเห็นแสงกระบี่พุ่งเข้าหาตัวเองแล้ว
หลบไม่ทันเลย!
ม่านตาของเขาหดเกร็งทันที มีแสงกระบี่สว่างวาบเพียงเล่มเดียว แต่มันกลับพุ่งมาจากทุกทิศทุกทางและพลังเวทกับวิทยายุทธเสินทงที่เขาได้เรียนรู้มาทุกวันนี้ดูเหมือนไม่มีประโยชน์
ร่างกายสูญเสียความสามารถในการต้านทานภายใต้แสงกระบี่นี้โดยสิ้นเชิง มันยากที่จะหนีจริงๆ
ไปสิ หนีสิ! เขาตะโกนในใจด้วยความบ้าคลั่ง
ตูม!
เขาใช้ความพยายามในการหนีกลับมาที่ห้องโถงและทั้งห้องโถงกับภูเขาด้านหลังก็พังทลายลงในทันตา
ควันและฝุ่นลอยตลบไปทุกที่ ครึ่งหนึ่งของร่างกายหลี่ซื่อนอนอยู่ใต้กองซากปรักหักพังและร่างกายถูกทำลายด้วยพลังกระบี่
แต่เขายังไม่ตาย
ความแข็งแกร่งของร่างกายนี้สูงมากจริงๆ เมื่อเผชิญกับการโจมตีจากหยวนเสิน เขายังสามารถหายใจต่อได้
ทันใดนั้นมีหีบไม้ขนาดใหญ่ใบหนึ่งร่วงหล่นจากท้องฟ้าและกระแทกใส่เขาโดยแรงจนทำให้ฝาหีบเปิดออก ปรากฏชายหนุ่มที่มีจมูกช้ำและใบหน้าบวมเป่งกลิ้งออกจากหีบ
นัยน์ตาของหลี่ซื่อค่อยๆ มืดลงและทั้งร่างแข็งค้าง
นี่คือ...เขา!
แม้ว่าใบหน้าจะฟกช้ำอย่างหนัก แต่เขายังจำใบหน้าธรรมดาๆ ของชายหนุ่มได้ขึ้นใจ
นี่คือสภาพที่เขาเคยเป็นในอดีต
“แคกแคก” ชายหนุ่มที่หล่นมาจากฟ้ายกมือกุมอกและไอสองครั้ง จากนั้นเขาก็มองไปที่หลี่ซื่อ เดิมทีใบหน้าของเขามีอารมณ์สับสนแต่แล้วก็บังเกิดความเกลียดชังในดวงตาขึ้นมา
“กล้าใช้ประโยชน์จากร่างกายของข้า” เสียงของเขาเย็นชา
ถ้าไม่ใช่เพราะคนผู้นี้ เขายังคงเป็นผู้ปลูกฝังมารอันดับหนึ่งแห่งต้าซางและยังเป็นหยางบริสุทธิ์ผู้สูงส่ง
“เจ้า เจ้าคือ...” หลี่ซื่ออ้าปากพูดด้วยความคาดเดาที่คลุมเครือ
บุคคลที่สลับร่างกับเขาที่แท้ยังไม่ตาย
“ข้าคือจูอู๋จี้!” เจ้าลัทธิเซวี่ยเหอเอื้อมมือออกไปสัมผัสใบหน้าที่คุ้นเคยพร้อมรอยยิ้มเศร้าหมอง “ฮึฮึ ในเมื่อเจ้าเอาร่างของข้าไป เช่นนั้นก็ฝังมันพร้อมกับข้าซะ”
นับตั้งแต่อึดใจแรกที่ซูอันนำเขาใส่หีบ เขาก็รู้ว่าซูอันไม่มีความตั้งใจที่จะปล่อยเขาไป
อีกทั้งเขายังเป็นผู้ปลูกฝังมารอดีตศัตรูเก่าทั้งคน หากเขาเป็นซูอันก็จะไม่ปล่อยไปเช่นกัน
แต่เขาไม่ได้รู้สึกแย่ เพราะความตายยังดีกว่าอยู่เป็นทาสกวาดมูลสัตว์
“ฮ่าฮ่า...ใช่แล้ว เจ้าคือจูอู๋จี้ คือเจ้าลัทธิเซวี่ยเหอ คือจอมมารผู้โหดเหี้ยม ส่วนข้าคือหลี่ซื่อ เป็นเพียงทาสกวาดมูลสัตว์” หลี่ซื่อเองก็ยิ้ม เห็นได้ชัดว่าเขากำลังจะตาย แต่สิ่งที่อยู่ในใจกลับไม่ใช่วันเวลาที่เขาได้เป็นเจ้าลัทธิเซวี่ยเหอเลย
แต่กลายเป็นภาพของชีวิตที่น่าเบื่อภายใต้งานกวาดมูลสัตว์ทุกวี่ทุกวันนั้น
อันที่จริงชะตากรรมของพวกเขาทั้งคู่ไม่ควรเป็นเช่นนี้
เขาควรมีชีวิตธรรมดาและแต่งงานกับหญิงสาวชื่อเสี่ยวชุ่ยตามคำแนะนำของบิดา บางทีตอนนี้เขาอาจมีลูกชายสักคนด้วยซ้ำ
แต่บังเอิญเขาได้รับโอกาสเปลี่ยนมาอยู่ในร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้นและได้เปิดโลกทัศน์ให้กว้างขึ้น เขาไม่สามารถย้อนกลับไปได้อีกแล้ว
ทันใดนั้นเขาก็ถูกคว้าคอเสื้อและสิ่งที่เขาเห็นคือใบหน้าแดงก่ำเจือความโกรธและอับอาย “เจ้าแอบอ่านสมุดบันทึกของข้า!”
เพราะคำว่า ‘จอมมารผู้โหดเหี้ยม’ คือชื่อที่เจ้าลัทธิเซวี่ยเหอตั้งให้ตัวเองหลังจากบรรลุหยางบริสุทธิ์และเขาเขียนลงในสมุดบันทึก
“รีบส่งสมุดบันทึกมาให้ข้า!” เจ้าลัทธิเซวี่ยเหอมองหลี่ซื่อพลางกัดฟันกรอด
จิตสำนึกของหลี่ซื่อพร่ามัวและเขาพยักหน้าด้วยความว่างเปล่า ขณะเดียวกันเขาก็หยิบสมุดบันทึกปกหนังสีแดงออกจากแหวนจัดเก็บ
โชคดีมากที่เมื่อครู่แหวนจัดเก็บนี้ไม่ได้ถูกทำลาย แน่นอนว่าอาจเพราะผู้ที่ลงมือโจมตีจงใจละเว้นมัน
เจ้าลัทธิเซวี่ยเหอคว้าสมุดบันทึกไว้ทันที จากนั้นเขาก็มองไปที่แสงกระบี่จากฟากฟ้าและกอดสมุดบันทึกไว้กับอกพร้อมถอนหายใจด้วยความโล่งอก
ชวิ้ง!
พร้อมกับแสงกระบี่นี้ สมุดบันทึกหายไปพร้อมสหายผู้ร่วมชะตากรรมของการสลับร่างทั้งสองคน สิ่งที่เหลืออยู่คือแหวนจัดเก็บอันโดดเดี่ยว
[ติ๊ง! หลี่ซื่อถูกโฮสต์สังหารด้วยพลังโจมตีอันแข็งแกร่งที่โฮสต์หว่านล้อมให้มาช่วย ยึดครองโชคของตัวเอกและได้รับรางวัลเป็นคะแนนตัวร้าย 1000]
[ติ๊ง! โฮสต์สังหารตัวเอกหลี่ซื่อ แย่งชิงสูตรโกง...รอยตราแห่งการกลับชาติมาเกิด (ไม่สมบูรณ์)]
คะแนนตัวร้าย 1000 ถือว่าต่ำไปหน่อย
ซูอันหยิบแหวนจัดเก็บในหลุมขึ้นมาแล้วดูที่ข้อความแจ้งเตือนของระบบ
“รอยตราแห่งการกลับชาติมาเกิด?”
บรรทัดคำแนะนำปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา
รอยตราแห่งการกลับชาติมาเกิด (ไม่สมบูรณ์) : รอยตราแห่งการกลับชาติมาเกิดนั้นเกิดจากอิทธิพลของวงล้อแห่งการกลับชาติมาเกิดซึ่งเป็นสมบัติวิญญาณโดยกำเนิดและแสดงถึงบุคคลที่ได้รับการยอมรับจากวงล้อแห่งการกลับชาติมาเกิด สำหรับรอยตราแห่งการกลับชาติมาเกิดที่ไม่สมบูรณ์นั้นหมายความว่ามันถูกทิ้งร้างโดยวงล้อแห่งการกลับชาติมาเกิด
เมื่ออ่านคำแนะนำนี้แล้ว ซูอันก็ขมวดคิ้ว “วงล้อแห่งการกลับชาติมาเกิดไม่ได้อยู่ที่ตัวเอกชาย!”
สถานการณ์นี้ทำให้เขานึกประหลาดใจ
“มีสิ่งใดผิดปกติ?” เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของซูอัน มู่หนิงเจินจึงก้าวมาข้างหน้าและถามด้วยความกังวล
ถึงอย่างไรเขาก็เป็นสามีของลูกศิษย์ ดังนั้นในฐานะเจ้านิกายจึงเป็นเรื่องปกติที่นางจะต้องกังวล...ตามนั้น
“ไม่มี” ซูอันส่ายหัวและแสดงสีหน้าผ่อนคลายอีกครั้ง เขาหันกลับมาสวมกอดร่างของมู่หนิงเจินโดยยกยิ้มอ่อนโยน “การแก้แค้นจบลงแล้ว มาคุยเรื่องของเรากันดีหรือไม่? ข้าใช้กระดิ่งเหอฮวนที่ท่านให้มาไม่เก่งเลย ท่านสอนข้าหน่อยสิ”
สำหรับเหตุการณ์ต่อจากนี้รวมถึงทรัพยากรที่เหลือของลัทธิเซวี่ยเหอจะถูกควบคุมโดยบุปผามรณะ ดังนั้นเขาไม่จำเป็นต้องอยู่ต่อ
“เจ้า!” มู่หนิงเจินขัดขืนและต้องการผลักซูอันออกไป
ทว่าต่อให้ผลักออกอย่างไรก็ยังอยู่บนเรือเซียน
จากนั้นซูอันจึงนำกระดิ่งเหอฮวนที่ถูกขัดเกลาใหม่แล้วออกมาวางไว้จุดหนึ่ง
สมบัติวิญญาณที่ได้รับการขัดเกลาใหม่สามารถใช้เพิ่มพลังให้กับบางเรื่องได้ด้วย