เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 115 กลายเป็นเจ้าลัทธิเซวี่ยเหอ

ตอนที่ 115 กลายเป็นเจ้าลัทธิเซวี่ยเหอ

ตอนที่ 115 กลายเป็นเจ้าลัทธิเซวี่ยเหอ


ตอนที่ 115 กลายเป็นเจ้าลัทธิเซวี่ยเหอ

เมื่อนึกถึงคนผู้นี้ ซูเมิ่งเหยารู้สึกตื่นตระหนกไม่น้อย

จากนั้นนางสูดหายใจเข้าลึกอีกครั้ง

นางใช้วิธีฝึกจิตใจให้สงบ เพราะซูอันไม่เกี่ยวกับนางเลย นางจะไปสนใจเขาทำไม

ตี้เมิ่งเหยาสะบัดหัวแรงๆ

นางแค่ไม่อยากให้เขาตายง่ายๆ เพราะนางยังไม่บรรลุเป้าหมายในการขังซูอันไว้ในห้องลับ

ปังปัง!

ประตูเปิดออก

“เมิ่งเหยา” สตรีรูปร่างสูงสง่าในชุดชาววังเดินเข้ามาในห้อง

“อาหญิง” ตี้เมิ่งเหยารีบลุกขึ้นยืน

“เมิ่งเหยา ไม่ต้องสุภาพหรอก ข้าแค่มาดูความคืบหน้าการฝึกตนของเจ้าหน่อย เจออุปสรรคบ้างหรือเปล่า?” สตรีในชุดชาววังเปรียบเสมือนพี่สาวคนโต นางดึงตี้เมิ่งเหยามานั่งข้างๆ

“หากไม่เข้าใจตรงจุดใดก็มาขอคำแนะนำได้ตลอดเวลานะ”

“ขอบคุณอาหญิง” ตี้เมิ่งเหยามองสตรีที่หน้าตาค่อนข้างคล้ายกับตนและมีความเคารพในคำพูด

นี่คือจักรพรรดิปีศาจคนปัจจุบันของเผ่าปีศาจ มีนามว่าตี้ชิงเซียนหรือจักรพรรดินีชิง

นอกจากคำว่า ‘ชิง’ (สีเขียว) ในชื่อของนางแล้ว นางยังควบคุมไฟสวรรค์อันดับที่หก...ไฟสวรรค์อี่มู่ (อี่มู่หรือธาตุไม้อิก เป็นธาตุไม้พลังอิน แทนด้วยสีเขียว) มันสามารถเร่งการเจริญเติบโตของพืชพรรณทั้งหมดได้ แม้แต่พืชพรรณมากมายที่จะกลายเป็นปีศาจก็ได้แรงบันดาลใจจากจักรพรรดินีปีศาจองค์นี้

อาจกล่าวได้ว่าหยวนเสินที่ทรงพลังเต็มใจชี้แนะแนวทางปฏิบัติซึ่งเป็นสิ่งสวยงามในสายตาเผ่าปีศาจทั้งหลาย

แต่ตี้เมิ่งเหยาไม่ต้องการมันจริงๆ เพราะในชาติที่แล้วนางฝึกตนจนบรรลุระดับหยางบริสุทธิ์แล้ว

ในช่วงเวลานั้น นางไม่ลังเลที่จะขอคำแนะนำหากมีข้อสงสัยระหว่างการฝึก คราวนี้นางแค่เดินตามเส้นทางเก่าๆ ในความทรงจำและอย่างน้อยตอนนี้ไม่มีข้อสงสัยเลย

กระนั้นนางยังถามคำถามทั่วไปเกี่ยวกับการฝึกสองสามข้อเพื่อรักษาน้ำใจของอาหญิง

หลังจากตอบคำถามทีละข้อโดยละเอียด ตี้ชิงเซียนจึงเริ่มเข้าประเด็น “เมิ่งเหยา ทางเข้าอาณาจักรลับหยางกู่กำลังจะเปิด เจ้าต้องเตรียมตัวให้พร้อม หากเจ้าสามารถปลุกจิตวิญญาณแห่งฝูซางและครอบครองเปลวไฟสีทองต้ารื่อได้ เจ้าจะได้สืบทอดบัลลังก์ต่อจากข้า”

เปลวไฟสีทองต้ารื่อคือไฟสวรรค์อันดับที่สี่ ซึ่งมันแตกต่างจากไฟสวรรค์อื่นๆ

ไฟนี้คือไฟหยางอีกาทองของตระกูลอีกาทองและด้วยความช่วยเหลือจากพลังของต้นฝูซางทำให้ไฟศักดิ์สิทธิ์ที่ระเหยออกมานั้นทรงพลังมาก ผู้ที่ครอบครองไฟนี้เกิดมาเพื่อเป็นจักรพรรดิแห่งอีกาทอง

แต่ปัจจุบันนี้ไม่มีใครในตระกูลอีกาทองได้ครอบครองไฟนี้

คนสุดท้ายที่ครองเปลวไฟสีทองต้ารื่อได้คือบิดาของตี้เมิ่งเหยาและเป็นพี่ชายของตี้ชิงเซียนนั่นเอง

“อาหญิง ข้าเข้าใจแล้ว” ตี้เมิ่งเหยาพยักหน้า อาณาจักรลับหยางกู่เป็นอาณาจักรลับที่สืบทอดมาจากตระกูลอีกาทองและทางเข้าจะเปิดในรอบร้อยปี สำหรับชีวิตก่อน นางพลาดการเปิดอาณาจักรลับเพราะกลับเผ่าปีศาจช้าเกินไป แม้ว่านางยังคงได้รับการสถาปนาเป็นจักรพรรดินี แต่นางก็ไม่ได้ครอบครองเปลวไฟสีทองต้ารื่อ

คราวนี้นางต้องชนะ!

……

ตระกูลหลี่แห่งเมืองหลวง ในลานเลี้ยงสัตว์วิญญาณ

“ตื่น! ตื่นเดี๋ยวนี้!”

ภายใต้เสียงปลุก ทำให้ชายหนุ่มที่แต่งตัวในชุดคนรับใช้ค่อยๆ ลืมตาจากกองมูลสัตว์วิญญาณ

“นี่คือที่ใด?”

กลิ่นมูลสัตว์ที่รุนแรงทำให้สีหน้าของชายหนุ่มเปลี่ยนไป

“หลี่ซื่อ เจ้ากำลังนอนขี้เกียจหรือ?” ผู้หญิงที่แต่งตัวชุดสาวใช้มองหลี่ซื่อด้วยความรังเกียจ “รีบทำความสะอาดมูลสัตว์เหล่านี้ มิฉะนั้นถ้านายท่านมาถึงก่อน เจ้าก็รับโทษเองแล้วกัน”

“เจ้าเป็นใคร กล้าดีอย่างไรมาพูดกับเจ้าลัทธิเช่นนี้!” ใบหน้าของชายหนุ่มมีความโกรธ

เขาเป็นเจ้าลัทธิเซวี่ยเหอผู้สง่างามและเป็นผู้นำแห่งความชั่วร้ายของต้าซาง ทั้งยังเป็นหยางบริสุทธิ์ผู้ทรงพลัง คนผู้นี้กล้าสั่งให้เขาทำความสะอาดมูลสัตว์ได้อย่างไร

คงเบื่อชีวิตแล้วกระมัง

เพียะ!

“หลี่ซื่อ ข้าคิดว่าเจ้ายังไม่ตื่นเต็มตาจริงๆ นั่นแหละ ยังฝันว่าตัวเองเป็นเจ้าลัทธิอยู่” สาวใช้ตบหน้าเขาฉาดใหญ่ จากนั้นเช็ดมือด้วยผ้าเช็ดหน้าเพราะความรังเกียจ “เจ้าเป็นคนไร้ประโยชน์ แล้วมาฝันกลางวันอะไรเช่นนี้!”

เจ้าลัทธิเซวี่ยเหอยกมือกุมแก้มพลางตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง

คนผู้นี้เพิ่งตบหน้าเขาหรือ

“บังอาจ!”

เขายกมือขึ้นและต้องการสอนบทเรียนที่สาสมให้สาวใช้คนนี้ แต่มือที่ยื่นออกไปของเขาไม่มีพลังเลย มีเพียงพลังชี่ในร่างกายตามปกติซึ่งบางเบามาก ดังที่สาวใช้พูดว่าเขาเป็นคนไร้ประโยชน์

ในที่สุดเขาก็ตระหนักถึงปัญหาของตัวเองแล้ว

พลังเวทของเขาหายไปไหน!

ร่างเทพแห่งทะเลโลหิตของเขาอยู่ที่ใด!

แม้แต่พลังหยางบริสุทธิ์ซึ่งเขาฝึกฝนอย่างหนักเพื่อให้บรรลุก็ยังหายไป

นี่ไม่ใช่ร่างกายของเขาและทันใดนั้นเกิดความกลัวขึ้นในใจ

เขาจะถูกสับเปลี่ยนร่างได้อย่างไร

ถ้าเขาอยู่ในร่างคนอื่น แล้วร่างกายของเขาเองล่ะ

“ทำไม หลี่ซื่อ เจ้ายังอยากลงมือกับข้าหรือ?” สาวใช้มองท่าทางของเจ้าลัทธิเซวี่ยเหอและหัวเราะด้วยความโกรธ “อย่าลืมว่าพ่อของเจ้าต้องจ่ายไปมากเท่าใดเพื่อให้เจ้าได้อยู่ในจวนตระกูลหลี่”

“เอ่อ ขอโทษที ข้าแค่เผลอหลับไป” เจ้าลัทธิเซวี่ยเหอรีบระงับความกลัวในใจและพยายามแสร้งทำเหมือนไม่มีความผิดปกติแบบสุดกำลัง

“เช่นนั้นก็รีบทำงานซะ!” สาวใช้ตะคอก

หลังจากที่สาวใช้ออกไปแล้ว เจ้าลัทธิเซวี่ยเหอที่กำลังกวาดมูลสัตว์ไปด้านข้างด้วยความรังเกียจจึงหยุดมือแล้วมองไปรอบๆ

“ผู้อาวุโสเหอฝางกำลังล้อเล่นกับผู้เยาว์คนนี้อยู่หรือ?”

ไม่มีใครตอบกลับ

“ผู้อาวุโส ผู้เยาว์คนนี้คือจูอู๋จี้เจ้าลัทธิเซวี่ยเหอและสหายรักของข้าคืออูเซียงจอมมารแดนเหนือ เขายังเป็นหยวนเสินด้วย หวังว่าผู้อาวุโสจะไม่ทำเรื่องตลกเช่นนี้กับผู้เยาว์”

เขาแอบอ้างชื่อของจอมมารที่ไม่คุ้นเคยด้วยซ้ำ แต่ไม่ว่าเขาจะพูดอย่างไรก็ยังไม่มีเสียงตอบรับ

ร่องรอยของความสิ้นหวังผุดขึ้นในหัวใจของจูอู๋จี้ เพราะคุณสมบัติของร่างกายนี้แตกต่างจากเดิมมาก มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะทะลุผ่านไปยังระดับผันวิญญาณด้วยซ้ำ

แม้ว่าเขาจะมีทักษะเวทของลัทธิเซวี่ยเหออยู่ในใจ รวมถึงคาถาเวทมากมาย แต่ทักษะส่วนใหญ่จำเป็นต้องมีการฝึกตนในระดับหนึ่ง แม้แต่ผู้ปลูกฝังมารก็ไม่ยอมให้มีข้อเสียเกิดขึ้นกับร่างกายและเฝ้าดูแลรักษาตั้งแต่อยู่ในระดับชี้วิถีเต๋า

……

มองจากภายนอกแล้ว นิกายชิงอวิ๋นแห่งหลิงโจวเป็นนิกายชั้นรองที่ค่อนข้างรักสันโดษ

ไม่ค่อยติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกและเน้นการปฏิบัติที่เป็นส่วนตัว

เจ้านิกายอยู่ในระดับมิ่งตานเท่านั้น

แต่ความจริงแล้วนี่คือสำนักงานใหญ่ของลัทธิเซวี่ยเหอ

ยังเป็นที่อาศัยของจูอู๋จี้เจ้าลัทธิเซวี่ยเหอด้วย

ประตูใหญ่ของนิกายชิงอวิ๋นสลักด้วยลายเมฆขดและนกกระเรียนโผบิน ดูเหมือนวังแห่งเทพเซียนและไม่มีใครคิดว่าจะมีมารเฒ่าอาศัยอยู่ที่นี่

ในห้องฝึกตนส่วนตัว ‘จูอู๋จี้’ ลืมตาขึ้นมา

“แย่แล้ว แย่แล้ว วันนี้ข้ายังทำความสะอาดมูลสัตว์ไม่เสร็จ พี่ปี้เหอต้องด่าข้าอีกแน่!”

เขารีบลุกขึ้นและกำลังจะหยิบเครื่องมือ

แต่แล้วทั้งร่างพลันแข็งค้างอยู่กับที่

“นี่มัน...”

อากาศบริสุทธิ์เหมือนว่าเต็มไปด้วยกลิ่นกำยานบางชนิด ทำให้ผู้คนรู้สึกสงบโดยปราศจากกลิ่นมูลสัตว์โดยสิ้นเชิง

ผนังห้องที่ล้อมรอบเขาไว้ทำจากวัสดุไม่ทราบชนิด แต่มันดูพิเศษมาก

พลังวิญญาณแสนมั่งคั่งในห้องก็เป็นสิ่งที่เขาไม่เคยสัมผัสมาก่อน

“ข้า ข้าคือ...”

ทันใดนั้นมีเสียงเตือนผุดเข้ามาในใจ ปรากฏวงล้อสีดำขนาดเล็กหกหลุมลอยอยู่ในทะเลแห่งจิต ราวกับว่ามันอยู่ที่นั่นตั้งแต่สมัยโบราณ

“ข้ากลายเป็นเจ้าลัทธิเซวี่ยเหอหรือนี่?!”

จบบทที่ ตอนที่ 115 กลายเป็นเจ้าลัทธิเซวี่ยเหอ

คัดลอกลิงก์แล้ว