- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 114 ไม่เหมือนชาติก่อน
ตอนที่ 114 ไม่เหมือนชาติก่อน
ตอนที่ 114 ไม่เหมือนชาติก่อน
ตอนที่ 114 ไม่เหมือนชาติก่อน
กงเยวี่ยหรูมีหน้าเคร่งขรึมพลางยื่นมือไปวางบนศีรษะของซูอัน หลังจากสำรวจไปสักพัก นางก็ส่ายหัวและดูสับสน “ข้าใช้จิตวิญญาณหยวนเสินเพื่อตรวจสอบ แต่พบว่าตอนนี้ทั้งร่างกายและจิตใจของอันเอ๋อร์ยังอยู่ครบถ้วน อาจเพราะผลกระทบก่อนหน้านี้จึงทำให้ความทรงจำส่วนหนึ่งถูกกดไว้ จิตใจหวนคืนสู่วัยเด็กชั่วคราวและตอนนี้พลังวิญญาณได้ฟื้นตัวแล้ว สถานการณ์น่าจะดีขึ้นในไม่ช้า” นางคาดเดา
แม้ไม่มีตัวอย่างจริงถูกบันทึกไว้ แต่เรื่องของจิตนั้นลึกลับเสมอ จึงไม่น่าแปลกใจหากผ่านความเป็นความตายมาเช่นนั้นแล้วมันจะกระทบกระเทือนถึงสมอง
“ก็เป็นไปได้!” ดวงตาของซูรั่วซีเป็นประกาย “ฮึฮึ เสี่ยวอันจื่อ มาให้พี่สาวกอดหน่อย”
นางโอบกอดซูอันขึ้นมาราวกับเด็กทารก เมื่อเห็นแววตาที่ใสซื่อของซูอัน ความคิดชั่วร้ายในใจนางยิ่งเพิ่มขึ้น
แต่เมื่อเห็นไท่โฮ่วอยู่ข้างๆ นางยังระงับความคิดชั่วร้ายเอาไว้ก่อน
รอให้ไท่โฮ่วออกไปก่อนเถอะ นางจะแกล้งน้องชายโง่เขลาคนนี้ได้มากเท่าที่ต้องการ มาดูกันว่าคราวนี้เขาจะไปฟ้องหมู่โฮ่วอย่างไร
“พี่สาว กินนม...”
จู่ๆ มือของซูอันก็ยื่นออกมาและทั้งห้องเงียบลงทันที
เมื่อเห็นสายตาแปลกๆ ของทุกคนในห้อง ซูรั่วซีจึงผลักซูอันลงไปที่เตียงเหมือนเดิมแล้วพูดด้วยความใจเย็นว่า “เสี่ยวอันจื่อเป็นแบบนี้แล้วยังดื้อไม่เปลี่ยนนะ”
“ฮึฮึ” กงเยวี่ยหรูนั่งอยู่ที่ขอบเตียงพลางยกมือลูบหัวซูอันด้วยความรัก “ในระหว่างที่สภาพจิตใจของอันเอ๋อร์ยังไม่ฟื้นตัวก็ให้พักที่ตำหนักฉือหนิงของข้าก่อน”
“รบกวนหมู่โฮ่วเกินไปคงไม่เหมาะ เช่นนั้นปล่อยให้เสี่ยวอันจื่ออยู่กับหม่อมฉันดีกว่า อีกทั้งจะเป็นการ กระชับความสัมพันธ์ระหว่างจักรพรรดิและขุนนางให้แน่นแฟ้นด้วย” ซูรั่วซีพูดด้วยท่าทางสงบที่สุด
“เช่นนั้นหรือ?” กงเยวี่ยหรูถูกจักรพรรดินีผลักออกไปพร้อมความสงสัย
จากนั้นหงเสาและชิงหลิงถูกส่งตัวออกไปเพื่อค้นหาสาเหตุและวิธีรักษา ก่อนที่ชิงหลิงจะจากไป นางเหลือบมองซูอันอีกสามสี่หนด้วยความไม่อยากห่าง
เมื่อซูรั่วซีเป็นเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ในตำหนักไท่หยวนกับซูอัน ในที่สุดนางก็เผยความคิดแท้จริงที่อดกลั้นมานาน
“เฮอะ เฮอะ เสี่ยวอันจื่อ ข้าให้เจ้ามารายงานตัวทุกวันแต่เจ้าไม่มา มิหนำซ้ำยังยกหมู่โฮ่วมาขู่ข้า ดูสิว่าวันนี้ข้าจะลงโทษเจ้าอย่างไร!”
จากนั้นนางยื่นมือที่ประสงค์ร้ายออกไปเริ่มบีบนวดเขา
ราวกับว่านางได้ฟื้นความรู้สึกเมื่อยังเด็ก
ภายใต้ความรู้สึกยินดีนั้น มือของนางมุ่งหน้าสู่จุดเทียนหลิง (กลางกะโหลก)
“ฮือ...ฮือฮือฮือ พี่สาวรังแกข้า”
ผ่านไปอีกนาน เมื่อนางจ้องมองซูอันอีกครั้งจึงพบว่าเขามีใบหน้าแดงก่ำและบวม ดวงตาของเขาพร่ามัวด้วยน้ำตา ในที่สุดจักรพรรดินีตระหนักว่านางทำเกินไปและรู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมา
“เสี่ยวอันจื่อ หยุดร้องไห้ได้แล้ว พี่สาวแค่เล่นกับเจ้านะ”
“ฮือฮือฮือ...” ซูอันร้องไห้หนักขึ้น
“อย่าร้องสิ อย่าร้อง” ซูรั่วซีทำตัวไม่ถูก “เสี่ยวอันจื่อขี้แยกว่าตอนเด็กๆ อีกนะ”
นางนึกถึงวิธีที่เคยใช้ปลอบเสี่ยวอันจื่อมาก่อนและพูดด้วยความไม่แน่ใจว่า “ถ้าเช่นนั้น...พี่สาวสัญญาว่าจะตามใจเจ้า”
ซูอันหยุดร้องไห้จริงๆ เขามองจักรพรรดินีด้วยดวงตากลมโตและกะพริบตาถี่ๆ เพื่อกลั้นน้ำตา
จากนั้นเขาหยิบผ้าไหมสีดำสองผืนออกมาจากที่ไหนสักแห่ง เขามองผ้าไหมสีดำนั้นแล้วมองซูรั่วซีพลางยื่นให้นาง “พี่สาว ใส่สิ”
“มันคืออะไร?” ซูรั่วซีรับผ้าไหมสีดำสองผืนมาดู จึงเห็นว่ามันเหมือนถุงเท้า
เพียงแต่ว่ารูปแบบของถุงเท้าพวกนี้แปลกๆ ไปหน่อย
มันบางกว่าถุงเท้าและยาวกว่ามาก ดูเหมือนถุงน่องมากกว่า
มิหนำซ้ำยังเป็นอาวุธวิญญาณด้วย
แต่มันน่าอายเกินไปที่จะสวมถุงน่องต่อหน้าน้องชาย
เมื่อเห็นซูรั่วซีวางมันลงอีกครั้ง น้ำตาของซูอันไหลต่อทันที “พี่สาว...”
“...ก็ได้ ใส่ก็ใส่”
อย่างไรเขาก็เป็นน้องชาย แล้วมันจะยากอะไร
นางนั่งอยู่ที่ขอบเตียงและถือถุงน่องสีดำบริสุทธิ์บางๆ ไว้ในมือ
นางยกเท้าเปลือยเปล่าบนพื้นขึ้นเล็กน้อย นิ้วมือเรียวยาวจับปลายถุงน่องทั้งสองข้างลอดผ่านข้อเท้าเรียวและค่อยๆ สอดเข้ามาในขากลม
“เย้ ใส่แล้ว”
นางเงยหน้าขึ้นและมองไปที่ซูอันซึ่งดูกระตือรือร้นมาก หัวใจของนางพลันเต้นผิดจังหวะ
ผู้ชายคนนี้แกล้งทำหรือเปล่า กำลังทำให้นางอับอายหรือไม่
สีหน้าของนางค่อยๆ จริงจังและยื่นหน้าเข้ามาใกล้เพื่อมองสบตากับซูอัน
นัยน์ตาหงส์คู่หนึ่งเปล่งประกายด้วยแสงที่อันตราย
“เสี่ยวอันจื่อ เจ้ารู้โทษของการหลอกลวงจักรพรรดิหรือไม่?”
“?”
เมื่อมองดวงตากลมโตไร้เดียงสาของซูอันที่เต็มไปด้วยความสงสัย ซูรั่วซีจึงค่อยๆ ละทิ้งความคิดนี้
ถ้าเขาแกล้งทำจริงๆ เขาจะปล่อยให้นางบีบนวดนานขนาดนี้โดยไม่ขัดขืนได้อย่างไร
เป็นไปไม่ได้!
“พี่สาว สวยมากเลย ใส่ให้ข้าดูคนเดียวนะ” ซูอันกอดขาของจักรพรรดินีไว้ด้วยความบริสุทธิ์ใจแล้วนอนหนุนตักของนางพลางเอ่ย
“เจ้านี่จริงๆ เลย”
เมื่อมองน้องชายที่โง่เขลาคนนี้ ซูรั่วซีทั้งรู้สึกโกรธและขบขัน
สติปัญญาเสียหาย แต่ความขี้หวงยังแข็งแกร่ง
……
ในตำหนักฉือหนิง ไท่โฮ่วมองไปทางตำหนักไท่หยวนและยิ้มด้วยความเอ็นดู “เด็กคนนี้คงหลอกรั่วซีอยู่ ส่วนรั่วซีก็กำลังเพลิดเพลินกับช่วงเวลานี้เช่นกัน”
หากสมองและจิตใจของเขาผิดปกติจริงๆ ไม่มีทางที่จิตวิญญาณหยวนเสินจะตรวจไม่พบ เพียงแต่ว่านางไม่ได้เปิดเผยเขาเท่านั้น
“จริงสิ อันเอ๋อร์ลืมของไว้ที่ตระกูลกงหรือเปล่า?”
……
ในห้องปีกของตระกูลกง
เสี่ยวไป๋มองขวดยาอายุวัฒนะที่เหลือยาเม็ดสุดท้ายในมือ หลังจากลังเลอยู่นาน นางจึงหยิบมันขึ้นมาแล้ววางลงอีกครั้ง
นางจ้องมองยาเม็ดนี้มานานแล้ว
ท้ายที่สุดนางไม่สามารถต้านทานสิ่งล่อใจและความตะกละได้ นางจึงโยนยาอายุวัฒนะเม็ดสุดท้ายเข้าปาก
“อืม~ อร่อย!”
นางค่อยๆ ซึมซับรสชาติเพราะไม่อยากพลาดกลิ่นหอมไปแม้สักนิด
หลังจากเพลิดเพลินแล้วมองขวดที่ว่างเปล่า นางจึงแสดงสีหน้าเศร้าหมองอีกครั้ง
“มนุษย์ชายตัวเหม็น เจ้าบอกว่าจะหาอาหารและที่พักให้ไม่ขาด แต่เจ้าทิ้งข้าไว้ที่นี่โดยไม่สนใจเลย!”
“มนุษย์น่ารังเกียจ!”
นางชกหมอนราวกับว่ามันเป็นซูอันแล้วใช้เท้าเหยียบซ้ำอีกครั้ง
“มนุษย์ คุกเข่าลงแล้วเลียเท้าข้าซะ!”
“ว่าไงนะ ไม่เลีย?”
“เช่นนั้นก็ดูว่าข้าจะลงโทษเจ้าอย่างไร!”
“ข้าจะตีเจ้า!”
ตุบ ตุบ ตุบ!
มือเล็กๆ ของนางชกหมอนด้วยพลังรุนแรง ในที่สุดนางค่อยๆ หายโกรธและล้มตัวบนเตียงด้วยความพึงพอใจ
“ฮึ่ม มนุษย์ เจ้าควรได้รู้ว่าข้าทรงพลังเพียงใด”
……
ผลกระทบจากการล่มสลายของนิกายเทียนเต๋ายังรุนแรงมาก
สานุศิษย์ของนิกายเทียนเต๋าที่กระจัดกระจายอยู่ด้านนอกถูกค้นหาและกำจัดทิ้งเช่นกัน
นอกจากนี้ยังทำให้นิกายและตระกูลอื่นๆ ตกตะลึงมากด้วย
แม้แต่เผ่าปีศาจและเผาอสูรที่อยู่ห่างไกลยังดินแดนอนารยชนทางใต้ก็ได้ยินเรื่องนี้
สำหรับเผ่าปีศาจนั้นเห็นว่านิกายต่างๆ ไม่ได้อ่อนแอกว่าพวกเขามากนัก
“ข้าจำได้ว่ากงเยวี่ยหรูต้องได้รับบาดเจ็บสาหัสและซูอันได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย เหตุใดครั้งนี้มันแตกต่างออกไป! หรือเพราะข้าเองที่ทำให้เส้นเรื่องเปลี่ยน?” ตี้เมิ่งเหยานึกถึงข่าวจากต้าซาง “หรือว่าข้าทะลุมิติไปอยู่ในยุคอนาคต?”
หากคิดให้รอบคอบ นางสามารถย้อนเวลากลับมาสู่โลกใบใหญ่และมีอายุขัยยาวนาน ไม่ต้องพูดถึงหยวนเสิน เกรงว่าแม้แต่ระดับบรรลุวิถีในตำนานก็ยังทำไม่ได้
นางฝังความกังวลที่ไร้ประโยชน์ไว้ในใจ
แม้ว่าเผ่าปีศาจจะตั้งอยู่ที่มุมหนึ่ง แต่ยังมีสายลับแฝงอยู่ในต้าซางและจากข้อมูลของสายลับ ดูเหมือนจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นกับกงเยวี่ยหรูไท่โฮ่ว แต่มีคนเห็นจริงๆ ว่านางบินเหนือท้องฟ้าและออกจากนิกายเทียนเต๋าไป
ถ้ากงเยวี่ยนหรูสบายดี แล้วซูอันล่ะ?
หรือว่า...