เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 110 ชาติหน้าอย่ากากแบบนี้อีก

ตอนที่ 110 ชาติหน้าอย่ากากแบบนี้อีก

ตอนที่ 110 ชาติหน้าอย่ากากแบบนี้อีก


ตอนที่ 110 ชาติหน้าอย่ากากแบบนี้อีก

เมื่อเทียบกับการโดนเลาะเกล็ดมังกรออกแล้วการโดนตีบั้นท้ายดูเหมือนจะไม่มีอะไร

แม้ว่าหลายเหตุการณ์ในสมุดบันทึกจะไม่สอดคล้องกับสิ่งที่นางประสบ แต่เมื่อนึกภาพมนุษย์ชายที่ปฏิบัติต่อนางเหมือนกังหันลมก็ดูเหมือนว่าการเลาะเกล็ดมังกรออกจะไม่ใช่เรื่องเกินจริง

……

ในเขตย่อย หลินซวี่ยังคงฝันถึงการได้รับรางวัลและเปลี่ยนแปลงชีวิตของตน

“ระบบ ข้าใกล้ได้รับรางวัลหรือยัง?” เขาถามเป็นรอบที่เท่าไรไม่ทราบ

เขาใช้ชีวิตในชุมชนแออัดมามากพอแล้ว อะไรคือความแตกต่างระหว่างชีวิตนี้กับชีวิตก่อน ไม่มีแม้แต่ความบันเทิงเลยด้วยซ้ำ

ก่อนเดินทางข้ามเวลา เขามีชีวิตเป็นมนุษย์เงินเดือนทาสบริษัทและอาศัยในชุมชนแออัด หลังจากเดินทางข้ามเวลามาแล้ว หากยังเป็นผู้ฝึกตนที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัด แล้วการเดินทางข้ามเวลาของเขาจะไม่สูญเปล่าหรือ?

[โฮสต์ต้องเปลี่ยนชะตากรรมของตัวเอกหญิงก่อน]

“มันไม่ควรนานแบบนี้สิ แม้ว่าหลังจากอ่านไดอารี่ของข้าแล้วไม่เชื่อก็ตาม แต่ตัวเอกหญิงไม่ควรหุนหันพลันแล่นและออกไปทำเรื่องโง่ๆ อีก” หลินซวี่กำลังคิดว่าเกิดอะไรขึ้น ทันใดนั้นก็มีเสียงเคาะประตู

“หลินซวี่ เจ้าอยู่ในนั้นหรือเปล่า?” เสียงผู้หญิงที่แก่กว่าดังขึ้น

นางเป็นหญิงม่ายข้างบ้านที่สามีเสียชีวิตไปแล้ว หลินซวี่จึงคิดว่าบางทีนางอาจทนความเหงาไม่ไหว

เมื่อนึกถึงการยั่วยวนของหญิงม่ายต่อเขาในวันธรรมดา ร่างกายของหลินซวี่ร้อนขึ้น กอปรกับความเสียใจที่ไม่ได้รับรางวัล

แม้ว่าหญิงม่ายคนนี้หน้าตาไม่ดี แต่นางมีรูปร่างดีมาก!

เขาก้าวไปข้างหน้าและเปิดประตู ตามที่คาดไว้คือหญิงม่ายยืนอยู่ที่ประตูจริงๆ เพียงแต่สีหน้าของนางดูแปลกไปเล็กน้อยและค่อนข้างสงวนท่าที

“พี่ปี้หลัวมาหาข้าเพราะเหตุใดหรือ?”

หญิงม่ายเปิดปากจะพูดแต่ก็ไม่ทันได้พูด

“เรากำลังตามหาเจ้าอยู่” เสียงผู้หญิงอีกสองคนดังมาจากด้านข้าง ขณะที่หลินซวี่กำลังจะหันไปมอง ดวงตาของเขาพลันมืดลง เพราะด้ามกระบี่ฟาดหลังศีรษะของเขาโดยแรงจนเขาหมดสติไปพร้อมดวงดาวระยิบระยับ

จากนั้นร่างของเขาถูกจับยัดใส่กระสอบด้วยความชำนาญ

“ท่านทั้งสอง ข้าน้อยไปได้หรือยัง” หญิงม่ายมองไปที่สานุศิษย์ของนิกายเทียนสุ่ยทั้งสองคนตรงหน้าและถามด้วยความระมัดระวัง

“เจ้าไปเถอะ” ศิษย์คนหนึ่งโบกมือ “พวกเรามาที่นี่เพื่อจับกุมผู้ปลูกฝังมาร บุคคลนี้แอบฝึกฝนวิชาลับและจำต้องถูกนำตัวไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์เพื่อสืบสวน”

ศิษย์อีกคนมัดปากกระสอบพลางเอ่ย “เอาล่ะ พี่สาว ผู้ปลูกฝังมารถูกจับได้แล้ว เราจะนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม พวกเราขอตัวก่อน”

หญิงม่ายมองสานุศิษย์นิกายเทียนสุ่ยสองคนจากไป หัวใจดวงน้อยที่เป็นกังวลของนางค่อยๆ สงบลง นางเหลือบมองห้องของหลินซวี่อีกครั้งและแอบถอนหายใจ

“ไม่คิดเลยว่าผู้ชายที่ดูใสซื่อในยามปกติจะแอบฝึกฝนวิชาลับ”

นางคิดเช่นนี้แล้วรู้สึกกลัวขึ้นมา จึงรีบไปหาเพื่อนบ้านเพื่อกระจายข่าว

……

ชายแดนเหนือ

เซียวเย่าสังหารผู้ปลูกฝังมารกระจอกและค้นหาสมบัติจากศพด้วยความระวัง

แดนเหนือเป็นสถานที่เช่นนี้ วิถีมารมีชัยและเต็มไปด้วยการทรยศกับการต่อสู้

แม้ว่าตรงที่ยืนนี้จะอยู่ในเขตชายแดนแต่ความวุ่นวายยังมีมากเช่นกัน ว่ากันว่าในเมืองเล็กๆ หลายเมืองที่อยู่ลึกเข้าไปในแดนเหนือซึ่งถูกควบคุมโดยผู้ปลูกฝังมาร มนุษย์ถึงขั้นถูกกักขังเหมือนสัตว์ก็ไม่ปาน

สถานที่แห่งนี้มีสมาชิกสองพวกคือคนทั่วไปและแม่พันธุ์

แม่พันธุ์ให้กำเนิดทารกหลายร้อยล้านตัวในแต่ละปี ในบรรดาทารกเพศหญิงที่อยู่ในสภาพดีจะได้รับการดูแลและให้ยาอายุวัฒนะเพื่อส่งเสริมการเจริญเติบโต สำหรับทารกเพศชายบางส่วนจะถูกเลือกให้เป็นพ่อพันธุ์ และส่วนที่เหลือถูกนำไปใช้ปรับแต่งอาวุธเวทหรือช่วยเสริมการฝึกฝนวิชาลับ

ตัวอย่างเช่น ธงหมื่นวิญญาณที่สร้างขึ้นจากวิญญาณทารกนับหมื่น เมื่อถูกปล่อยออกไปจะเกิดกระแสลมคำรามและโทสะลอยกดดันท้องฟ้า

เมื่ออาวุธธรรมประเภทนี้ปรากฏในต้าซาง ราชสำนักจะต้องการมันแน่นอนและถูกไล่ล่าโดยหน่วยวิหคดำ แต่ในแดนเหนือเหล่าสมุนชั้นยอดของผู้ปลูกฝังมารแทบจะมีในครอบครองทุกคน

นอกจากนี้ เผ่าพันธุ์มนุษย์และสตรีมีครรภ์ที่พ้นวัยเจริญพันธุ์ไปแล้วจะถูกนำมาใช้เป็นเครื่องสังเวย ยังมีทาสโลหิตและทาสวิญญาณที่ดุร้าย จึงไม่ใช่เรื่องเกินจริงที่บอกว่ามันเป็นนรกสำหรับคนธรรมดา

“หืม นี่คือ?”

เซียวเย่าพบ ‘ประกาศรับสมัคร’ จากแหวนจัดเก็บที่เปื้อนเลือดอยู่ในมือของผู้ปลูกฝังมาร ซึ่งผู้ปลูกฝังมารน่าจะหยิบมาจากที่อื่น

“เป็นประกาศของสถาบันปราบปีศาจ...สถาบันปราบปีศาจ?”

“มีทั้งอาจารย์ระดับจื่อฝู่ ผู้อาวุโสมิ่งตาน นอกจากนี้ยังมีการสอนของปรมาจารย์หยางบริสุทธิ์ด้วย!” เซียวเย่าเริ่มสนใจขึ้นมา

“ข้าจำคำพูดของอาจารย์ได้ ดูเหมือนจะพูดว่ามีไฟสวรรค์ชนิดหนึ่งชื่ออัคคีบงกชแดงในสถาบันปราบปีศาจแห่งนี้!”

เมื่ออ่านประกาศรับสมัครเข้าเรียนนี้แล้ว เขาจึงรีบเดินไปยังสถานที่ลงทะเบียนตามประกาศ

……

ภายในคุกใต้ดินของนิกายเทียนสุ่ย

หลินซวี่ตื่นขึ้นมาและเมื่อมองแขนขาที่ถูกมัด ทั้งยังมีเครื่องมือทรมานต่างๆ รอบตัว เขาก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอ

“นี่คือที่ใด?”

เป็นไปได้หรือไม่ที่ศัตรูจากชาติก่อนตามมา?

“นี่คือ...นรกของเจ้าไงล่ะ”

ซูอันมองไปที่แส้วิญญาณและใช้นิ้วเขี่ยเล่น พูดกันว่าแส้นี้จะส่งผลพุ่งตรงเข้าสู่จิตวิญญาณและสามารถทำให้ผู้คนเป็นทุกข์ได้ แต่ไม่รู้ว่าจะได้ผลมากน้อยเพียงใด

“เจ้าเป็นใคร?”

หลินซวี่มองชายหนุ่มรูปงามตรงหน้าซึ่งทำให้เขาอิจฉา แต่เขายังมีความทรงจำเกี่ยวกับชาติที่แล้ว เขาจึงมั่นใจได้ว่าไม่มีคนผู้นี้อยู่ในหมู่ศัตรู

“เจ้าไม่ได้เขียนในไดอารี่ว่าข้าเป็นคนเลวทรามเพียงใดหรือ” ซูอันยิ้มชั่วร้ายแล้วพูดว่า “ตอนนี้จำข้าไม่ได้เสียอย่างนั้น”

“เจ้าคือซูอัน!” ดวงตาของหลินซวี่เบิกกว้างด้วยความไม่เชื่อ “เป็นไปไม่ได้ เจ้าจะรู้เรื่องไดอารี่ได้อย่างไร!”

“ระบบ! ระบบ! เกิดอะไรขึ้น” เขาตะโกนเรียกระบบด้วยความบ้าคลั่งในใจ

ระบบบอกเขาว่ามีเพียงตัวเอกหญิงเท่านั้นที่สามารถมองเห็นสำเนาไดอารี่ได้ ซูอันมองไม่เห็นแล้วจะรู้เรื่องนี้ได้อย่างไร!

[ติ๊ง! เกิดข้อผิดพลาดที่ไม่ทราบสาเหตุ โฮสต์โปรดแก้ไขด้วยตัวเอง ติ๊ง! เกิดข้อผิดพลาดที่ไม่ทราบสาเหตุ โฮสต์โปรดแก้ไขด้วยตัวเอง]

“บัดซบ ระบบ เจ้าหลอกข้า!”

หลินซวี่มองไปที่ซูอันซึ่งค่อยๆ เข้ามาใกล้ขณะหยิบเครื่องมือทรมานขึ้นมา ทำให้เขาตัวสั่นไปหมด

ชาติที่แล้วเขาเป็นแค่เกรียนคีย์บอร์ด เมื่อเผชิญหน้ากับคู่กรณีตัวต่อตัวเช่นนี้ย่อมไม่มีความกล้า

“ระบบ รีบหาวิธีช่วยข้า!”

[โฮสต์โปรดแก้ไขด้วยตัวเอง]

“ระบบ เ*ยเอ๊ย...อ๊ากกก!”

“...”

สองเค่อต่อมา ขณะมองหลินซวี่ที่อ่อนปวกเปียกเป็นโคลนแล้ว ซูอันยังไม่พอใจ “ห้าร้อยเองหรือ มันน้อยเกินไปไหม”

หลังจากทรมานตัวเอกชายเป็นนานสองนาน เขาได้รับคะแนนตัวร้ายเพิ่มอีกแค่ห้าร้อยและไม่สามารถเพิ่มคะแนนตัวร้ายจากการทรมานต่อได้อีก

ตัวเอกชายคนนี้ไร้ค่าเกินไป ไม่น่าแปลกใจเลยที่ไดอารี่ยังเขียนเรื่องปลอมๆ

“ชาติหน้าอย่ากากแบบนี้อีก”

ด้วยการโจมตีแบบสบายๆ ของซูอันเพียงครั้งเดียว หลินซวี่ถูกยิงเข้าสู่ความว่างเปล่าทันตา

“เฮ้ ข้าทำลายวิญญาณไปแล้ว จะมีคะแนนเพิ่มหรือเปล่า?”

[ติ๊ง! หลินซวี่ถูกโฮสต์ทรมานจนตาย รับคะแนนตัวร้าย 700]

[ติ๊ง! โฮสต์สังหารตัวเอกชายหลินซวี่ รับไดอารี่ซึ่งเป็นสมบัติวิญญาณโฮ่วเทียนและแสงวิญญาณโลกจำลอง 1 ชุด]

“หืม สมบัติวิญญาณโฮ่วเทียน?” ซูอันยกไดอารี่ในมือขึ้นมาดู ตอนนี้มันแตกต่างจากสำเนาไดอารี่ของฉู่อินมาก

ไดอารี่ : สิ่งที่เขียนในไดอารี่จะกลายเป็นข้อเท็จจริงได้ในระดับหนึ่ง หมายเหตุ: ในระดับหนึ่ง กรุณาอย่าโหดร้ายเกินไป!

“...” นี่เป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจได้ในแวบแรก

ซูอันหยิบปากกาขึ้นมาเขียนไดอารี่ว่า ‘เซียวเย่าล้มเป็นหมากินขี้ (หกคะเมน)’ แล้วปิดไดอารี่

เมื่อเทียบกับไดอารี่เล่มนี้ แสงวิญญาณโลกจำลองนั้นทำให้เขาสนใจมากกว่า

แสงวิญญาณโลกจำลอง : ชายผู้มีอำนาจในสมัยโบราณได้เลียนแบบแสงวิญญาณโลก เขาสร้างแสงวิญญาณโลกจำลองขึ้นโดยใช้พลังแห่งฟ้าดิน สิ่งนี้จะเพิ่มพลังของสมบัติวิญญาณได้เล็กน้อยและไม่มีสารตกค้าง

จบบทที่ ตอนที่ 110 ชาติหน้าอย่ากากแบบนี้อีก

คัดลอกลิงก์แล้ว