- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 111 เริ่มการโจมตีนิกายเทียนเต๋า
ตอนที่ 111 เริ่มการโจมตีนิกายเทียนเต๋า
ตอนที่ 111 เริ่มการโจมตีนิกายเทียนเต๋า
ตอนที่ 111 เริ่มการโจมตีนิกายเทียนเต๋า
“ลองเพิ่มพลังอีกสักหน่อยแล้วกัน” ซูอันรวมแสงวิญญาณโลกจำลองเข้ากับห่วงวัชระ
ผ่านไปสักพัก...ไม่รู้สึกอะไรเลย
บางทีห่วงวัชระอาจแข็งแกร่งเกินไป หรืออาจเพราะผลลัพธ์ของแสงวิญญาณโลกจำลองมีน้อยจนไม่สามารถรู้สึกได้เลยเมื่อผสานเข้าด้วยกัน
“เอาล่ะ รางวัลของข้าล่ะ!”
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับยาเม็ดประสบการณ์หยวนเสิน 1 เม็ด]
ยาเม็ดประสบการณ์หยวนเสิน : ท่านสามารถสัมผัสประสบการณ์ระดับหยวนเสินเป็นเวลาสั้นๆ สามสิบวินาที หากท่านมีความเข้าใจ ก็จะเป็นประโยชน์สำหรับฝึกตนในอนาคตด้วย
[ติ๊ง! ขอแสดงความยินดีกับโฮสต์ที่ได้รับอาวุธวิญญาณ...ผ้าไหมดำ]
อาวุธวิญญาณผ้าไหมดำ : ท่านสามารถฉีกมันเป็นชิ้นๆ ได้ตามต้องการ หลังจากฉีกมันแล้ว มันจะดูดซับพลังวิญญาณและฟื้นตัวได้เอง หากสวมใส่เป็นเวลานานจะมีผลช่วยเสริมความงามและบำรุงผิวพรรณ
“ไร้ค่า ไร้ค่าสุดๆ ข้าใจร้อนเกินไปจนลืมซึมซับความโชคดีก่อนจับรางวัล” ซูอันรู้สึกรำคาญและทิ้งรางวัลทั้งสองไว้ในระบบ
ในเวลาเดียวกันนั้น เซียวเย่าซึ่งอยู่ห่างไกลไปทางชายแดนเหนือกำลังเดินเข้าสู่เวทีการประลองของสถาบันปราบปีศาจด้วยความมั่นใจ รูปลักษณ์ที่สดใสของเขาดึงดูดความสนใจของนักเรียนหลายคนได้มาก
เขามองคู่ต่อสู้ร่างกำยำแต่เพิ่งบรรลุระดับผันวิญญาณขั้นต้นเท่านั้น
หลังได้รับการฝึกฝนของเหยียนเหล่าและความช่วยเหลือจากยาอายุวัฒนะ เขาจึงได้ฟื้นฟูพลังวิญญาณจนตอนนี้ถึงจุดสูงสุดของระดับผันวิญญาณแล้ว ความแข็งแกร่งของเขาเทียบได้กับขอบเขตก่อกำเนิดของพวกท่านเซียน คู่ต่อสู้ประเภทนี้จึงไม่คู่ควรกับเขาอีกต่อไป
“เริ่มการประลอง!”
ตามที่กรรมการประกาศ เซียวเย่าเป็นฝ่ายพุ่งใส่คู่ต่อสู้ก่อนทันที
“ฝ่ามือผ่อนลมปราณ!”
ชายคนนั้นมีรูปร่างสูงใหญ่กว่าเซียวเย่ามาก ทุกหมัดและทุกลูกเตะของเขามาพร้อมเสียงคำรามของสายลม แต่ถูกเซียวเย่าซัดฝ่ามือใส่จนกระแทกลงกับพื้น เขานอนคว่ำหน้าโก่งบั้นท้ายขึ้นเหมือนห่านป่า ไม่น่าดูเอาเสียเลย
เมื่อเห็นศัตรูล้มลง เซียวเย่าไม่ได้แสดงสีหน้าภาคภูมิใจใดๆ แต่พูดกับอีกฝ่ายว่า “ข้าน้อยฝีมือต่ำต้อย...”
ฟึบ!
อยู่ๆ ฝ่าเท้าของเขาก็ลื่นและชั่วขณะหนึ่งพลังเวททั่วร่างกายของเขาตกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย จากนั้นร่างกายของเขาแข็งทื่อและล้มลง
“บ้าอะไรเนี่ย!”
ดวงตาของเขาเบิกกว้าง
ไม่รู้ว่ามันเป็นเรื่องบังเอิญหรือเปล่า แต่ใบหน้าของเขากระแทกโดนบั้นท้ายของคู่ต่อสู้โดยแรง
ชายร่างกำยำอ้าปากตาโต นอกจากล้มไม่เป็นท่าแล้วเขายังถูกทำให้อับอายเช่นนี้
กลิ่นเหม็นปิดกั้นปากและจมูกของเซียวเย่าไว้
ทั่วทั้งสนามประลองเกิดความเงียบงัน จากนั้นเสียงหัวเราะที่พยายามกลั้นไว้ก็ระเบิดออกมา
“นี่มัน…ท่าหมากินขี้! ฮ่าฮ่าฮ่า ข้ากลั้นขำไม่ไหวแล้ว”
“ทุกคนอย่าหัวเราะสิ นับจากนี้อาจได้เป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน...แต่ก็...ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ข้าก็ทนไม่ไหวแล้ว!”
“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า ข้า...ข้าไม่ได้ตั้งใจจะหัวเราะเยาะนักเรียนใหม่คนนี้เลยนะ”
เพื่อนร่วมชั้นหญิงที่เคยประทับใจเซียวเย่าถึงกับยกมือปิดปากไว้ เมื่อคิดว่าปากนั้นเคยแตะบั้นท้ายไปแล้ว อ่า~น่าขนลุก!
……
หลังจัดการกับหลินซวี่แล้ว ซูอันจึงเดินทางไปที่เสวียนโจวพร้อมกงเสวียนชิง
สำหรับเรื่องเบื้องหลังหุ่นเชิดนั้น เขาได้ทราบผ่านหน่วยบุปผามรณะแล้ว
ยังได้ยินว่าหมู่โฮ่วก็มาที่เสวียนโจวเพื่อจัดการกับตาเฒ่าที่ชอบวางแผนลับหลังคนอื่นตลอดทั้งวัน
เรือเซียนจอดที่ตระกูลกง
กงเยวี่ยหรูมารอรับซูอันด้วยความคิดถึง เมื่อเห็นซูอันลงจากเรือเซียนแล้วนางเข้ามาจับมือเขาไว้ทันที
“เจ้าเด็กคนนี้ ก่อนหน้านี้ทำเรื่องเสี่ยงอันตรายโดยไม่แจ้งให้หมู่โฮ่วทราบ ซึ่งทำให้หมู่โฮ่วกังวลแทบตาย!” นางตบหลังมือของซูอันแรงๆ เพื่อแสดงการตำหนิ
“หมู่โฮ่ เพราะกระหม่อมไม่อยากให้พระองค์กังวลจึงไม่บอกและกระหม่อมมั่นใจว่าจะปลอดภัยเช่นกัน” ซูอันจับแขนของไท่โฮ่วแล้วส่ายเบาๆ เขาแสดงรอยยิ้มที่ไร้เดียงสาและพยายามทำตัวออดอ้อนน่ารัก
ไท่โฮ่วต้านทานไม่ไหว นางใช้ปลายนิ้วจิ้มหน้าผากของซูอัน “เจ้านี่นะ! ต่อไปอย่าทำเช่นนี้อีก”
กงเสวียนชิงตกตะลึง
ญาติผู้พี่ที่ดุดันและชอบทำตัวสบายๆ นั้นสามารถทำตัวขี้อ้อนได้ด้วยหรือ
และอาหญิงไท่โฮ่วผู้สง่างามก็ทำตัวเหมือนมารดาทั่วไปเมื่ออยู่กับญาติผู้พี่
กงเทียนเจิ้งที่อยู่ข้างหลังกำลังมองภาพนี้และมีความกังวลหนึ่งเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสอง
“เสวียนชิง เจ้าอยู่ที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนสุ่ยเป็นอย่างไรบ้าง สบายดีหรือเปล่า?”
“ค่อนข้างดีเลยเจ้าค่ะ” กงเสวียนชิงยิ้มจริงใจและกล่าวว่า “ข้ารู้สึกว่าบรรดาศิษย์พี่หญิงในดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนสุ่ยเป็นคนดีมากและอาจารย์ก็สอนข้าในหลายๆ เรื่องเช่นกัน”
เมื่อเทียบกับครอบครัวแล้ว นางยังรู้สึกว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทียนสุ่ยเหมาะกับนางมากกว่า
“อืม จำเป็นต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับอรหันต์มู่และนี่เป็นวิธีหนึ่งที่ตระกูลกงจะสร้างชื่อเสียงได้มากขึ้น” กงเทียนเจิ้งสอน
กงเสวียนชิงทำได้เพียงพยักหน้า เพราะบิดามักจะพูดแต่เรื่องศักดิ์ศรีและชื่อเสียงของครอบครัว
……
นิกายเทียนเต๋าถูกล้อมไว้นานแล้ว
แต่ในขณะนี้ยังไม่มีความเคลื่อนไหวจากทั้งสองฝ่าย
ราชสำนักไม่รีบร้อนและมีข้อได้เปรียบ ทั้งยังใช้โอกาสนี้ในการจัดตั้งขบวนทัพด้วย
นักพรตเต๋าไม่กล้า แม้ว่าเขาจะมีสมบัติวิญญาณอยู่ในมือ แต่ท้ายที่สุดแล้วร่างกายของเขาได้รับบาดเจ็บสาหัสและอยู่ได้ไม่นาน
สถานการณ์หยุดชะงักชั่วคราว
“เฉิงจู่ สถานการณ์เป็นอย่างไร?”
ณ ฐานที่มั่นนอกนิกายเทียนเต๋า ซูอันติดตามกงเยวี่ยหรูมาที่นี่
นอกจากซูอันและกงเยวี่ยหรู ยังมีหยวนเสินอีกสองคนที่ราชสำนักส่งมาด้วย
“ขบวนทัพปราบกบฏได้จัดตั้งเสร็จสิ้นแล้ว สามารถเริ่มโจมตีได้ทุกเมื่อ” ผู้เฒ่าในชุดคลุมสีม่วงหรือที่รู้จักในนามเฉิงจู่ยกมือลูบเคราพลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
เขาไม่เพียงแต่เป็นหยวนเสินของราชวงศ์เท่านั้น แต่ยังเป็นปรมาจารย์ด้านการจัดวางขบวนทัพอีกด้วย ซึ่งการสร้างขบวนทัพปราบกบฏนี้เป็นผลงานที่เขาชื่นชอบ มีการออกแบบเป็นพิเศษเพื่อให้ฝ่าแนวค่ายกลป้องกันภูเขาของนิกายเหล่านั้นได้
“ด้วยวิธีนี้ นิกายเทียนเต๋าสามารถถูกทำลายได้ในพริบตาเท่านั้น” เฉินโตวผู้บัญชาการหน่วยวิหคดำ ถือหอกยาวและรู้สึกคันไม้คันมือแทบทนไม่ไหว “ให้ข้าเปิดก่อนเถอะ”
ทันทีที่คำพูดดังกล่าวจบลง เงาหอกขนาดใหญ่เท่าภูเขาก็ปักลงที่นิกายเทียนเต๋า ร่างของเฉินโตวปรากฏขึ้นนอกนิกายเทียนเต๋า โดยมีพลังยิ่งใหญ่ราวกับนายพลสวรรค์ลงมายังโลก
พลังอันท่วมท้นทำให้พื้นที่โดยรอบระเบิด
บูม!
หอกยักษ์โจมตีค่ายกลป้องกันภูเขาของนิกายเทียนเต๋า เหมือนการตีระฆังเซียนจนทำให้เกิดระลอกคลื่น
การระบายพลังงานทำให้เมฆบนขอบฟ้าสลายตัว
เมื่อเห็นเช่นนี้ เฉิงจู่สร้างตราประทับในมือและตบฝ่ามือลงกับพื้น
แสงไฟจำนวนมากนอกนิกายเทียนเต๋ามารวมกันเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งกินวงกว้างกว่าค่ายกลป้องกันภูเขา
จุดประสงค์คือการทำลายค่ายกลป้องกันจากภายใน
จากนั้นแสงวงกว้างเชื่อมต่อกับค่ายกลป้องกันภูเขาของนิกายเทียนเต๋า พลังเวทที่ซับซ้อนเริ่มขัดขวางการทำงานของค่ายกลและแพร่กระจายไปยังศูนย์กลางของค่ายกล เหมือนไวรัสที่มุ่งทำลายระบบคอมพิวเตอร์
สานุศิษย์ทั้งหลายของนิกายเทียนเต๋าเห็นภาพนี้แล้วตื่นตระหนก หรือว่าวันนี้ประตูใหญ่จะพังทลาย
หากไม่ถูกบังคับแล้วพวกเขาจะกล้าต่อสู้กับต้าซางได้อย่างไร
“เฮอะ!”
เสียงเย็นชาดังจากส่วนลึกของนิกายเทียนเต๋า ทันใดนั้นค่ายกลป้องกันนิกายเทียนเต๋าก็เปลี่ยนไป
“สวรรค์ยิ่งใหญ่ ลงมายังโลกมนุษย์!”
พลังศักดิ์สิทธิ์กว้างใหญ่ลงมาทาบทับค่ายกลป้องกันภูเขา ทำให้ค่ายกลป้องกันนี้เหมือนกลายเป็นท้องฟ้าบริสุทธิ์และกว้างใหญ่ครอบคลุมทุกสิ่ง พลังที่มุ่งทำลายค่ายกลอยู่จึงพังทลายลงทันตาและค่ายกลปกป้องกลับมามีเสถียรภาพมากกว่าเดิม
“หยวนเสินของนิกายเทียนเต๋าลงมือแล้ว” เมื่อเฉิงจู่เห็นดังนั้น เขาหัวเราะแล้วพูดออกมาโดยไม่โกรธที่ทำลายค่ายกลไม่สำเร็จ