เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 83 ตั้งใจหลบหน้า

ตอนที่ 83 ตั้งใจหลบหน้า

ตอนที่ 83 ตั้งใจหลบหน้า


ตอนที่ 83 ตั้งใจหลบหน้า

“เป็นเช่นนี้เอง!” รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าของทั้งสองคนที่เข้าใจเรื่องราวผิดๆ

ซูเมิ่งเหยากำลังเดินไปเดินมาในห้อง

ซูอันเจ้าเล่ห์และร้ายกาจ หากเขาพบนางตอนมีข้อบกพร่องเยอะมากเช่นนี้ ผลที่ตามมาคือหายนะ นางต้องกลายเป็นเครื่องมือของเขาและเดินตามเส้นทางเดิมในชาติก่อน

แค่นึกถึงชาติก่อนก็รู้สึกแย่แล้ว

แม้ว่านางจะมีความทรงจำของชาติก่อน แต่ไพ่เด็ดของซูอันไม่ได้เปิดเผยกับนางมากนัก กล่าวอีกนัยคือซูอันไม่ได้ใช้วิธีมากมายเพื่อจัดการกับนาง

แต่ในระยะเวลาอันสั้น นางไม่มีความสามารถในการหลีกเลี่ยงซูอันด้วย

อาจเป็นไปได้ด้วยซ้ำว่าซูอันส่งคนมาเฝ้าสังเกตการณ์จวนหย่งเวยปั๋วไว้แล้ว ส่วนนางยังไม่ปลุกสายเลือดแท้จริงและอ่อนแอมาก ทำให้นางหลบหนีได้ยาก

ดูเหมือนว่าในอีกไม่กี่วันข้างหน้านางจะต้องระมัดระวังและรอโอกาส

“ข้าจำได้ว่าชาติที่แล้วเมื่อโอกาสมาถึง ซูอันและหลิงเฉินกำลังต่อสู้กัน บางทีข้าอาจจะใช้ประโยชน์จากโอกาสนั้นได้”

“คว้าโอกาสนั้นไว้ หลังจากปลุกสายเลือดโดยสมบูรณ์แล้วค่อยมุ่งหน้าไปยังเผ่าปีศาจ!”

นางตัดสินใจแล้วว่ายังพบซูอันตอนนี้ไม่ได้ อย่างน้อยก็จนกว่านางจะมีความสามารถในการจับซูอันขังไว้ได้

……

มันเป็นวันที่ตระกูลซูเต็มไปด้วยความเบิกบาน

หลังจากเห็นรถม้าของซูอันจอดอยู่หน้าจวนปั๋ว ฟูเหรินผู้เฒ่าออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง ใบหน้าเหี่ยวย่นเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

“ท่านโหวซูโปรดเข้ามาเร็วๆ เถอะ อาหารถูกจัดเตรียมไว้พร้อมแล้ว”

“ฟูเหรินผู้เฒ่าอย่าสุภาพนักเลย” ซูอันทักทายทุกคนด้วยความอ่อนโยนและทุกคนในจวนปั๋วรู้สึกยินดีกับทัศนคติที่เข้าถึงได้ง่ายเช่นนี้

ซูเสวี่ยจู๋ยืนอยู่ข้างหลังทุกคนและมองไปที่ชายคนนี้ด้วยสายตาคลุมเครือและร้อนแรง

เมื่อเทียบกับคนในตระกูลซู คงมีเพียงนางที่มองออกว่าซูอันไม่ใช่คนดี

แต่ด้วยเหตุผลบางประการ แม้นางรู้สึกรังเกียจคุณชายเจ้าสำราญคนอื่น แต่นางกลับชื่นชอบความเลวของซูอันราวกับว่านางไร้สมอง

ก่อนหน้านี้นางเคยตำหนิซูเมิ่งเหยาว่าโง่เขลาที่ตกหลุมรักคนจากหน้าตา แต่ดูเหมือนนางเป็นหนักว่าซูเมิ่งเหยาเสียอีก

บางทีนางอาจเกิดมาเป็นผู้หญิงไม่ดี

เช่นเดียวกับตอนที่นางเห็นซูอันข่มขู่หลี่จื่อซวงครั้งแรก นางกลับไม่กลัว แต่รู้สึกตื่นเต้นและอิจฉาว่าเหตุใดผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่นาง

นางสลัดความคิดออกจากหัวและติดตามทุกคนในตระกูลซูเพื่อต้อนรับซูอันเข้าจวน

ไม่รู้ว่าเป็นความตั้งใจหรือเปล่า แต่ในงานเลี้ยงครั้งนี้ซูเสวี่ยจู๋ได้นั่งข้างซูอัน

“หืม เหตุใดไม่เห็นเมิ่งเหยาล่ะ?” ซูอันกวาดตามองแล้วถามด้วยความสงสัย

“เมิ่งเหยาไม่สบาย ท่านโหวซูให้เสวี่ยจู๋คุยเป็นเพื่อนก่อนเถอะ” แม่ซูกล่าวด้วยความขันแข็ง

ถ้าซูอันตกหลุมรักซูเสวี่ยจู๋จริงๆ การหมั้นหมายนั้นยังมีประโยชน์ใด

หรือถึงแม้จะเป็นแค่คนรัก พวกนางยังสามารถเกาะบารมีขึ้นที่สูงได้

ซูอันได้ยินแล้วไม่ค่อยเชื่อ

“คุณชายซู ให้เสวี่ยจู๋ดื่มอวยพรแก่ท่านหน่อย” ซูเสวี่ยจู๋ที่อยู่ข้างๆ ได้แสดงรอยยิ้มสดใสให้ซูอัน จากนั้นหยิบจอกสุราขึ้นมาและดื่มหมดในอึกเดียว

ในเวลานี้วีรบุรุษตัวจริงของตระกูลซูสวมเสื้อผ้าเรียบง่ายและยุ่งวุ่นวายกับการเดินไปเดินมาโดยไม่หยุดแม้แต่นิดเดียว

เมื่อเห็นซูอันพูดคุยมีความสุขกับคู่หมั้นของตนและซูเสวี่ยจู๋ยกมือปิดปากหัวเราะเป็นครั้งคราว ระยะห่างระหว่างทั้งสองใกล้เข้ามาเรื่อยๆ หลิงเฉินที่กำลังส่งอาหารให้ทุกคนจึงมีสีหน้าเขียวคล้ำ

เสวี่ยจู๋ถูกท่านโหวซูล่อลวงอีกแล้ว

“หลิงเฉินมัวยืนทำอะไรอยู่ ยังมีอาหารอีกมากที่ไม่ได้ยกขึ้นโต๊ะ!” แม่ซูมองด้วยความเกลียดชัง ในสายตาของนางแล้วหลิงเฉินไม่ใช่ลูกเขยแต่เป็นทาส

หลิงเฉินแอบกำหมัดแน่นและวางจานลง จากนั้นมองไปในทิศทางของซูอัน

“ซูอัน อยู่ห่างจากเสวี่ยจู๋ด้วย!” เขากัดฟันพูดในขณะระงับโทสะ

ทันใดนั้นทั้งโต๊ะบังเกิดความเงียบ

ฟูเหรินผู้เฒ่าสูญเสียการควบคุมจนเกือบทำตะเกียบหลุดมือ

แม่ซูลุกขึ้นยืนทันทีพร้อมสีหน้าตกตะลึง ลูกเขยสวะคนนี้กล้าดีอย่างไร!

“เจ้า...พูดกับข้าหรือ?” ซูอันซึ่งนั่งในตำแหน่งหลักก็หันมามองด้วยความสับสน

“ใช่! อย่าคิดว่าเป็นท่านโหวแล้วจะเก่ง!” หลิงเฉินมองซูอันด้วยสายตาโกรธเกรี้ยวสามส่วนเย็นชาหนึ่งส่วน มุมปากของเขาโค้งขึ้น “ในโลกนี้ยังมีคนที่แข็งแกร่งกว่าเจ้า...”

เพียะ!

ฝ่ามือใหญ่ของแม่ซูประทับบนใบหน้าของหลิงเฉินทำให้มุมปากที่บิดเบี้ยวของเขาหายไปทันที

“ไอ้สวะ ตรงนี้ไม่ใช่ที่ให้เจ้าพูด รีบไสหัวไปซะ!”

“ข้า...” หลิงเฉินหายใจเร็วขึ้น แต่สองเท้าของเขาเหมือนหยั่งรากจึงหยุดนิ่งอยู่ตรงนั้น

การเป็นลูกเขยมันน่าหงุดหงิดมาก!

“ท่านแม่ นี่คือธรรมเนียมของตระกูลซูหรือ ปล่อยให้คุณหนูที่หมั้นหมายแล้วใกล้ชิดกับผู้ชายป่าเถื่อนน่ะหรือ?” เขาถามเสียงดัง

ผู้ชายป่าเถื่อน?

ทันใดนั้นทุกคนในตระกูลซูรู้สึกเสียวสันหลังวาบ ลูกเขยสวะพูดถึงท่านโหวซูเช่นนี้ กำลังพยายามทำให้ท่านโหวซูกลายเป็นศัตรูกับจวนหย่งเวยปั๋ว!

ปัง!

เสียงกระทบกันดังขึ้น

ปรากฎว่าฟูเหรินผู้เฒ่ากระแทกตะเกียบลงกับโต๊ะ

นางยกมือกุมอกและชี้หน้าหลิงเฉินด้วยความโกรธเกรี้ยว “สารเลว สารเลว ลูกเขยคนใหม่ของตระกูลซูกำลังทรยศตระกูล!”

“เฮอะ ข้ายอมรับไม่ไหวแล้ว การหมั้นหมายนี้ควรจะถูกยกเลิกไปนานแล้วเช่นกัน” แม่ซูก็พูดด้วยความโกรธ “วันนี้เขากล้าพูด พรุ่งนี้เขาจะกล้ากบฏ! ตระกูลซูของเราไม่สามารถแบกรับคนเช่นนี้ได้”

สมาชิกในตระกูลซูที่เหลือต่างเห็นด้วย พวกเขาทำราวกับว่าหลิงเฉินเป็นคนชั่วร้ายและการอยู่ในตระกูลซูจะก่อให้เกิดมลพิษ

เมื่อหลิงเฉินได้ยินเรื่องการ ‘ถอนหมั้น’ ในที่สุดเขาก็สงบลง

กลายเป็นแบบนี้ได้อย่างไร!

หากเขาต้องยกเลิกการหมั้นหมายกับเสวี่ยจู๋ ก็เท่ากับว่าซูอันสมปรารถนา

เมื่อเห็นรอยยิ้มขบขันของซูอันจึงทำให้เขากังวลมาก เพราะวันนี้เขาหุนหันพลันแล่นเกินไปจริงๆ

“ท่านแม่ ข้าผิดไปแล้ว”

“โอ้ รู้ตัวว่าผิดด้วยหรือ?” ซูอันเป็นฝ่ายพูด

ในขณะที่เขาขอให้ซูเสวี่ยจู๋ช่วยคีบอาหาร มือของเขาไม่ซื่อสัตย์และทำให้ทั้งสองคนสัมผัสกันโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจอยู่เสมอ

ดวงตาของหลิงเฉินเต็มไปด้วยไฟ แต่เขาไม่กล้าโจมตี

ทน! อดทนไว้!

“ไสหัวไปซะ!” เสียงแม่ซูดังขึ้น

“ขอรับท่านแม่ ข้าจะไปแล้ว” หลิงเฉินวิ่งหนีด้วยความสิ้นหวัง

จากนั้นงานเลี้ยงที่แขกและเจ้าบ้านสนุกสนานกันเต็มที่จึงเริ่มขึ้น

ยกเว้นหลิงเฉินที่ยังเต็มไปด้วยความไม่พอใจในตัวซูอัน

……

“อาหลง!”

ในห้องเก็บของที่มืดและแคบ หลิงเฉินเรียกลูกน้องออกมา

“ท่านเจ้าสำนัก คำสั่งคืออะไรขอรับ?” ชายร่างกำยำที่ชื่ออาหลงถามด้วยความเคารพและคุกเข่าลงกับพื้น

“อาหลง ข้าไม่ชอบที่ซูอันใกล้ชิดกับเสวี่ยจู๋มากเกินไป เจ้าไปสั่งสอนเขาหน่อย!” หลิงเฉินพูดด้วยสีหน้าเย็นชา

แม้ว่าซูอันยังไม่ได้ทำอะไรจริงๆ แต่ในใจของเขาคือซูอันล่อลวงเสวี่ยจู๋และใช้อำนาจกดขี่จวนหย่งเวยปั๋ว

เสวี่ยจู๋ที่ไว้ตัวและบริสุทธิ์ผุดผ่องจะรับมือกับหนุ่มเจ้าชู้แบบซูอันได้อย่างไร

อาหลงเป็นคนของสำนักหลงหวังที่ติดตามเขามายังเมืองหลวงและจงรักภักดีต่อเขามากที่สุด

แม้เขาจะพูดอยู่เสมอว่าไม่ต้องการให้อาหลงติดตามมาด้วย แต่เมื่อถึงเวลากลับเรียกใช้งานอาหลงโดยไม่ลังเลและก็เป็นอาหลงที่เขาส่งไปจัดการเรื่องตระกูลหยวน

อาหลงได้ยินแล้วลังเลขึ้นมา “แต่ฐานะของซูอัน…”

“ทำตามที่ข้าสั่ง สำนักหลงหวังของข้าไม่ใช่ใครจะดูถูกได้!” หลิงเฉินพูดด้วยความเด็ดขาด

เกี่ยวกับตัวตนของซูอันนั้น เขาไม่ได้รู้โดยละเอียดและรู้แค่ว่าอีกฝ่ายเป็นท่านโหว

จบบทที่ ตอนที่ 83 ตั้งใจหลบหน้า

คัดลอกลิงก์แล้ว