- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 84 เหมือนเห็นตัวเองในฉบับผู้หญิง
ตอนที่ 84 เหมือนเห็นตัวเองในฉบับผู้หญิง
ตอนที่ 84 เหมือนเห็นตัวเองในฉบับผู้หญิง
ตอนที่ 84 เหมือนเห็นตัวเองในฉบับผู้หญิง
เมื่อมาถึงเมืองหลวงแล้ว หลิงเฉินแทบไม่ได้ติดต่อกับสำนักหลงหวังเลย เขาจึงได้รับข้อมูลไม่ดีนัก
“ขอรับ!” อาหลงไม่ได้พูดอะไรอีก เพราะเขามีความภักดีต่อหลิงเฉินโดยไร้เหตุผล
“มีอะไรอีก?” เมื่อเห็นอาหลงยังยืนอยู่ที่เดิม หลิงเฉินจึงขมวดคิ้วและถาม
อาหลงลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงถามว่า “ท่านเจ้าสำนัก ท่านจะกลับสำนักหลงหวังเมื่อใด พวกเรายังต้องการให้ท่านกลับไปดูแลสถานการณ์โดยรวมนะขอรับ”
เขาทนไม่ได้กับสิ่งที่ตระกูลซูปฏิบัติต่อหลิงเฉิน นี่มันชีวิตแบบใดกัน?
เจ้าสำนักหลงหวังผู้สง่างามต้องอาศัยอยู่ในห้องเก็บของแคบๆ และในทุกวันจะถูกแม่ยายดุด่าตบตีเป็นเรื่องปกติ คู่หมั้นคนนั้นยิ่งโง่เขลา ไม่ต้องพูดถึงการสัมผัสนางเลย เพราะนางตั้งกฎให้หลิงเฉินอยู่ห่างจากนางสองเมตรทุกครั้งที่เจอ นี่มันเหลวไหลกันใหญ่แล้ว
กลั่นแกล้งมากเกินไป! ถ้าหลิงเฉินไม่ห้ามเขาไว้ เขาต้องฆ่าล้างตระกูลซูไปนานแล้ว
“อย่าพูดถึงเรื่องนี้อีก!” หลิงเฉินขัดจังหวะคำพูดของอาหลงด้วยสีหน้าเย็นชา
แต่อาหลงไม่หยุด “ท่านเจ้าสำนัก ฐานะของท่านคืออะไร แต่แม่ยายของท่านน่ารังเกียจนัก นางดูถูกท่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถึงอย่างไรท่านควรเปิดเผยตัวตนได้แล้ว เพราะพวกเขาจะเคารพท่านแน่นอน”
“หุบปาก!” หลิงเฉินตวาดใส่อาหลง ดวงตาของเขาเริ่มเย็นชา “ไม่ว่านางเป็นอย่างไร แต่นางคือแม่ยายของข้า เป็นแม่ของเสวี่ยจู๋และเป็นผู้อาวุโสของข้า คราวนี้ข้าจะไว้ชีวิตเจ้า แต่ถ้าครั้งต่อไปเจ้าพูดแบบนี้อีกก็อย่าหาว่าข้าใจร้าย”
จากนั้นดวงตาของเขามองไปข้างหน้าและอ่อนโยนลงมาก “ยิ่งกว่านั้น การที่เสวี่ยจู๋ตกหลุมรักข้าในฐานะคนธรรมดา ความรักที่บริสุทธิ์และสวยงามแบบนี้คือสิ่งที่ข้าต้องการ”
ใบหน้าของอาหลงแสดงความขมขื่น
เขาไม่เข้าใจว่าท่านเจ้าสำนักมองเห็นความรักสวยงามได้อย่างไร เพราะเขาเห็นแค่อีกฝ่ายทุบตีและดุด่าท่านเจ้าสำนักด้วยความรังเกียจ แค่มองก็รู้สึกหายใจไม่ออกแล้ว
ถ้าเขาไม่มีความเกรงกลัวอยู่ในใจ เขาคงจะถามท่านเจ้าสำนักแล้วว่าท่านมีรสนิยมชอบความเจ็บปวดหรือ
มิฉะนั้นท่านเจ้าสำนักที่เก่งกาจจะมาทนเป็นลูกเขยไร้ค่าและถูกทรมานได้อย่างไร
……
ขณะนี้ซูอันซึ่งกำลังคุยกับซูเสวี่ยจู๋ยังไม่รู้ว่าตัวเองตกเป็นเป้าหมายของลูกเขยตระกูลซูแล้ว
เขาเริ่มสนใจซู่เสวี่ยจูมากขึ้นเรื่อยๆ
ไม่ใช่ความสนใจในฐานะตัวเอกหญิง แต่เป็นความสนใจทางเพศที่ผู้ชายมีต่อผู้หญิง
ผู้หญิงคนนี้...ทำให้ซูอันรู้สึกเหมือนเห็นตัวเองในฉบับผู้หญิง
หลังงานเลี้ยง เขาไปที่เรือนส่วนตัวของซูเสวี่ยจู๋โดยไม่มีเจตนาหลีกเลี่ยงความสงสัยเลย
ในเรือน ทั้งสองนั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกันโดยไม่มีใครพูดอะไร
ทันใดนั้น ซูอันยกมือบีบแก้มของซูเสวี่ยจู๋พลางโน้มตัวไปมองนาง“เจ้าชอบข้าหรือ?”
เขาไม่ใช่ผู้ชายใสซื่อแล้วจะไม่เห็นความหมายที่ซ่อนอยู่ในบทสนทนามากมายของซูเสวี่ยจู๋ได้อย่างไร
“เสวี่ยจู๋!” มีเสียงตะโกนดังอยู่นอกเรือน
มองผ่านหน้าต่าง หลิงเฉินเห็นร่างสองร่างแนบชิดกันด้วยความคลุมเครือ เขาไม่สนใจเรื่องใดและรีบบุกเข้ามาทันที
แต่พอเข้ามากลับพบว่าทั้งคู่นั่งกันเรียบร้อย ภาพที่เขาเพิ่งเห็นนั้นคงเกิดจากแสงและเงา
“ข้าอนุญาตให้เจ้าเข้ามาหรือ?” ซูเสวี่ยจู๋มองหลิงเฉินด้วยสายตาชิงชัง
“เปล่า ขอโทษนะเสวี่ยจู๋ ข้าแค่เป็นห่วง...”
“ออกไป! ไม่เห็นหรือว่าท่านโหวซูกับข้ากำลังคุยกันอยู่?”
ซูเสวี่ยจู๋ตวาดไล่โดยไม่ไยดี
หลิงเฉินไม่โกรธเลย มิหนำซ้ำยังหัวเราะไร้เดียงสา “เสวี่ยจู๋อย่าโมโหนะ อย่าโมโห”
พูดจบแล้วเขามองซูอันด้วยสายตาตักเตือน จากนั้นเดินออกไปและปิดประตูให้ด้วย
เมื่อออกมาแล้วเขายังมองผ่านหน้าต่างอีกครั้งจึงเห็นว่าเงาของทั้งสองเหมือนอยู่ใกล้กัน ทำให้เขาโล่งใจทันที เพราะมันเป็นเรื่องของแสงและเงาที่สร้างภาพลวงตาขึ้นมา
เขาคิดอยู่แล้วว่าผู้หญิงแบบเสวี่ยจู๋จะทำสิ่งนั้นได้อย่างไร
หลังจากที่หลิงเฉินออกไปแล้ว มีร่างหนึ่งที่อยู่ห่างไกลออกไปกำลังนึกเย้ยหยันเขาในใจว่า ‘ตัวตลก’
ร่างนั้นยังมองไปที่เรือนของซูเสวี่ยจู๋ด้วยสายตาลึกซึ้ง “พี่สาว ท่านไม่พลาดโอกาสเลยจริงๆ นะ!”
“ข้าต้องรีบฝึกตนและปลุกสายเลือด มิฉะนั้นเมื่อถึงเวลาที่โอกาสมาเยือน ข้าจะพลาดไป” นางรู้สึกหงุดหงิดจริงๆ “ซูอัน เจ้ารอก่อนเถอะ!”
ในวันที่*เดือน*ปี*ตามปฏิทินต้าซาง ซูเมิ่งเหยาจดจำวันนัดพบระหว่างท่านโหวกับซูเสวี่ยจู๋ได้แม่นยำ บัดนี้นางมีสายตาวาววับ...
หลังจากนั้นสักพัก บุปผามรณะได้เขียนคำว่า ‘เจตนาร้าย’ ลงในสมุดบันทึกขนาดเล็ก จากนั้นนางก็ติดตามทุกการเคลื่อนไหวของซูเมิ่งเหยาต่อไป
……
เมื่อกลับจากจวนหย่งเวยปั๋วแล้ว เยี่ยหลีเอ๋อร์มารอต้อนรับเขากลับบ้าน
ถังซืออวิ๋นมาพร้อมเยี่ยหลีเอ๋อร์ ซึ่งซูอันไม่ได้เจอนางสักพักแล้ว
เพราะช่วงนี้ถังซืออวิ๋นฝึกตนหนักมาก
ผู้หญิงคนนี้ทำงานหนักจริงๆ และซูอันไม่เคยตระหนี่ด้านทรัพยากรของนาง กอปรกับพรสวรรค์อันทรงพลัง ในที่สุดนางจึงบรรลุขอบเขตก่อกำเนิดเมื่อไม่กี่วันก่อน
กล่าวอีกนัยคือกายเต๋าโดยกำเนิดนั้นทำให้การฝึกตนราบรื่นมาก
“ซืออวิ๋น ชีวิตในจวนโหวเป็นอย่างไรบ้าง เจ้าสบายใจหรือไม่” ซูอันถามด้วยความห่วงใย
“เจ้าค่ะ ข้าน้อยอยากจะขอบคุณที่รับมาอยู่ด้วยจริงๆ” ถังซืออวิ๋นยิ้มกว้างและแววตาเต็มไปด้วยคำขอบคุณ
ในจวนอู่ซ่วนโหวแห่งนี้มีทรัพยากรในการฝึกฝนไม่จำกัดและนางไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องอื่นใด แม้ว่าการฝึกตนในบางครั้งอาจทำให้รู้สึกเบื่อ แต่เมื่อนึกถึงว่าความแข็งแกร่งจะช่วยเหลือซูอันได้จึงทำให้ความน่าเบื่อนั้นไร้ความหมาย
“ระหว่างเจ้ากับข้าไม่จำเป็นต้องเอ่ยเช่นนี้”
ซูอันพูดเพียงสั้นๆ แค่นี้ ใบหน้าของถังซืออวิ๋นเปลี่ยนเป็นสีแดงและรีบกลับไปฝึกตนอย่างหนักด้วยแรงจูงใจเต็มเปี่ยม
“อ่อนหัด!” เยี่ยหลีเอ๋อร์ดูถูกคู่ต่อสู้ที่ไม่สำคัญคนนี้ จากนั้นจับมือของซูอันและหยิบเชือกมัดหนึ่งออกมา นางพูดด้วยความคาดหวัง “พี่อัน คราวนี้เรามาทำสิ่งที่แตกต่างออกไปเถอะ”
เพียงมองไปที่เชือกเหล่านี้ก็สามารถจินตนาการภาพที่จะตามมาได้ ส่งผลให้ร่างกายของเขาเริ่มปั่นป่วน
ตูม!
เสียงดังขัดจังหวะบรรยากาศที่กำลังแปลกประหลาด
ซูอันมองไปในทิศทางของเสียงจึงเห็นถูเซิ่งหนานบินอยู่เหนือท้องฟ้าโดยอุ้มชายรูปร่างกำยำซึ่งมีสภาพเหมือนสุนัขที่ตายแล้ว ชายผู้นั้นอยู่ในระดับมิ่งตาน แต่ถูกถูเซิ่งหนานซัดจนหมดสภาพ
“เรียนคุณชาย คนผู้นี้พยายามลอบเข้ามาในจวนโหว แต่ข้าน้อยจับได้ก่อน”
นางโยนชายร่างกำยำลงไปที่พื้นด้วยความรังเกียจ จากนั้นใช้พลังเวทล้างคราบสกปรกบนถุงมือออก
ถูเซิ่งหนานสวมถุงมือไว้ด้วย
หากมองใกล้ๆ จึงจะพบว่ามีกระแสเสียงแห่งเต๋าไหลอยู่บนถุงมือนี้และความจริงมันเป็นอาวุธเต๋า
เมื่อไม่กี่วันก่อนซูอันตรวจสอบสมบัติในคลังของจักรพรรดินีและค้นพบมันเข้า ซึ่งมันสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับผู้ใช้ได้ เป็นอาวุธเต๋าที่มีประสิทธิภาพสูง
ซูอันจึงหยิบอาวุธเต๋าใส่เข้าไปในตำหนักเซียนไท่ซวีและขัดเกลาให้มันกลายเป็นถุงมือ
ท้ายที่สุดนางคือองครักษ์ของเขา แน่นอนว่ายิ่งแข็งแกร่งยิ่งดี
“ฆ่าทิ้งซะ”
ซูอันมองผู้บุกรุกแล้วโบกมือออกคำสั่ง
ใครก็ตามที่กล้าแอบเข้ามาในจวน ไม่ว่าจะมีจุดประสงค์ใดก็คือศัตรู
“แคก...เดี๋ยวก่อน แคก แคก แคก” อีกฝ่ายอยู่ในระดับมิ่งตานจึงยังพอมีสติอยู่บ้าง เมื่อได้ยินคำสั่งที่เด็ดขาดของซูอัน เขาจึงทำได้เพียงอดทนต่อความเจ็บปวดสาหัสในร่างกายและพูดออกมา “ข้ามาจากสำนักหลงหวังและไม่ได้มาที่นี่เพื่อสร้างปัญหา ข้าแค่อยากแจ้งข่าวกับท่านโหว”
ความจริงคือเขาได้รับคำสั่งจากหลิงเฉินให้มาข่มขู่ แต่ในเวลานี้สถานการณ์ทำให้เขาต้องพูดความจริง