- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 82 ธรรมดาเกินกว่าจะเป็นตัวเอกหญิง
ตอนที่ 82 ธรรมดาเกินกว่าจะเป็นตัวเอกหญิง
ตอนที่ 82 ธรรมดาเกินกว่าจะเป็นตัวเอกหญิง
ตอนที่ 82 ธรรมดาเกินกว่าจะเป็นตัวเอกหญิง
“พี่สาว ท่านโหวซูต้องสนใจท่านแน่ มิฉะนั้นเขาจะช่วยท่านทำไม” ซูรั่งพยายามไขว่คว้าฟางเส้นสุดท้ายไว้ เขาพูดด้วยความตื่นเต้นว่า “แค่บอกว่าท่านยอมแต่งงานกับเขา แล้วเขาจะเต็มใจช่วยแน่นอน พี่สาว คิดว่าช่วยข้าเถอะนะ!”
“นั่นสิ เมิ่งเหยา พ่อแม่ก็ขอร้องให้เจ้าช่วยน้องด้วยเถอะ”
“เมิ่งเหยา เจ้าเป็นพี่สาว ดังนั้นเจ้าต้องช่วยน้องชาย!”
“เมิ่งเหยา ชีวิตของรั่งเอ๋อร์ขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว”
ขณะฟังคำอ้อนวอนที่ค่อนข้างกดดันและบีบบังคับของคนเหล่านี้ นัยน์ตาของซูเมิ่งเหยามีแสงเย็นวาบขึ้น
“ถ้าเช่นนั้นลูกสาวจะลองดูเจ้าค่ะ” นางยังแสร้งเป็นคนไร้เดียงสาเหมือนอดีต ราวกับว่านางถูกพ่อแม่เกลี้ยกล่อมให้ทำ จึงตอบตกลงหลังจากลังเลอยู่บ้าง
เมื่อได้ยินคำตอบของซูเมิ่งเหยาแล้วทุกคนดีใจมาก ซูรั่งผ่อนคลายมากขึ้นและแสดงท่าทีขี้เล่นเหมือนเดิม “ตั้งแต่นี้ไปข้าควรเรียกท่านโหวซูว่าพี่เขยใช่หรือไม่?”
หากมีซูอันคอยหนุนหลัง นับจากนี้ไปเขาจะได้รับทุกสิ่งในเมืองหลวงไม่ใช่หรือ?
แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นความดูถูกที่ลึกลงไปในดวงตาของซูเมิ่งเหยา
ให้ขอร้องซูอัน? เฮอะ ไม่มีทาง
อย่าพูดถึงความแค้นที่มีต่อซูอันเลย นางไม่สนใจสิ่งที่เรียกว่าคนในครอบครัวด้วยซ้ำ
ตอนนี้ซูอันได้เจอนางก่อนที่ความแข็งแกร่งของนางจะกลับมา
แต่ไม่ใช่ปัญหา เพราะอย่างไรยังมีคนโง่เข้ามาช่วยแก้ปัญหานี้ให้เอง นางไม่จำเป็นต้องกังวล
หางตาของนางมองเห็นซูเสวี่ยจู๋
ตอนนี้หลิงเฉินคนโง่ไม่ได้อยู่ด้วย หากนางเดาไม่ผิด เขาได้แอบแจ้งลูกน้องในสำนักเพื่อหาเส้นสายในการแก้ปัญหาให้ตระกูลซูแล้ว
เฮอะ เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นเจ้าสำนักขององค์กรนักฆ่า พลังวิญญาณอยู่ในระดับมิ่งตาน แข็งแกร่งทั้งฐานะและพรสวรรค์ที่ไม่ธรรมดา แต่ในความจริงเขาเป็นคนโง่ เป็นคนไร้ประโยชน์และซูอันมักจะพูดว่าเขาเป็นตัวตลก
ก่อนที่นางจะถูกจับขังในห้องลับ คนผู้นี้ถูกซูอันเล่นงานจนตายไปแล้ว
ซูเมิ่งเหยาไม่มีความคิดที่จะร่วมมือกับหลิงเฉินเพื่อจัดการกับซูอัน เพราะการอยู่ให้ห่างคนโง่เช่นนี้ย่อมดีกว่า
อีกเหตุผลหนึ่งคือนางไม่ต้องการให้คนอื่นเข้ามายุ่งเกี่ยวกับการแก้แค้น อืม แม้ว่านางไม่เต็มใจยอมรับเหตุผลนี้ก็เถอะ
ส่วนซูเสวี่ยจู๋พี่สาวผู้แสนดีชอบซูอันนักไม่ใช่หรือ ไม่ลังเลที่จะทรยศนางเลยใช่ไหม
รอให้นางขังซูอันไว้ในห้องลับแล้วนางแค่มอบหินฉายซ้ำให้ซูเสวี่ยจู๋ก็พอ!
เพื่อเป็นการขอบคุณที่คอยดูแลนางเสมอมา
ซูเสวี่ยจู๋ที่ยังคิดว่าจะส่งเมิ่งเหยาให้ซูอันอย่างไร หลังจากนั้นค่อยปีนขึ้นเตียงของซูอันแทน ทันใดนั้นนางรู้สึกหนาวสั่นขึ้นมา
เมื่อหันไปมอง นางเห็นซูเมิ่งเหยากำลังยิ้มหวานมาให้
นางจึงรีบยิ้มตอบน้องสาวผู้ไร้เดียงสาทันที
……
“หลิงเฉินคนนี้ อืม ชื่อเดียวกับเจ้าสำนักหลงหวังคนใหม่ ดูเหมือนเป็นคนเดียวกันไม่ใช่หรือ? ความแข็งแกร่งของพวกเขาน่าจะอยู่ในระดับมิ่งตานซึ่งไม่น่าผิดพลาด ไม่จำเป็นต้องสงสัยแล้ว แต่คนเหล่านี้ซ่อนพลังวิญญาณและอัตลักษณ์โดยไม่เปลี่ยนชื่อแซ่เลยเนี่ยนะ?”
ข้อมูลของหลิงเฉินถูกรวบรวมไว้โดยบุปผามรณะ แต่สุดท้ายข้อมูลที่ได้คือเขาเป็นคู่แข่งแน่นอนและไม่มีรายละเอียดใดเพิ่ม มีเพียงข้อมูลทั่วไปเท่านั้นซึ่งไม่ได้เกินความคาดหมายของซูอัน
ซูอันเก็บข้อมูลของหลิงเฉินไว้และเปิดดูข้อมูลของซูเมิ่งเหยา
คิ้วของเขาขมวดเป็นเวลานาน
ไม่ใช่ว่านางมีปัญหา แต่นางไม่มีปัญหาเลยต่างหาก
ปกติมาก!
นางดูธรรมดาไม่ต่างจากคุณหนูไร้เดียงสาทั่วไปในห้องหอ
แต่ในฐานะตัวเอกหญิงย่อมไม่ได้มีคุณสมบัติแค่ความทุกข์และความเกลียดชัง มันต้องมีคุณสมบัติพิเศษบางประการ อาจเป็นแหวนหรืออะไรทำนองนั้น
ณ ตอนนี้ซูอันยังไม่สามารถตัดสินความสำคัญของซูเมิ่งเหยาได้
เขานำข้อมูลของซูเมิ่งเหยามาวิเคราะห์หลายครั้ง ในที่สุดเขาจึงพบปัญหาที่เป็นไปได้
ระหว่างเดินทางไปยังเหลียงโจว มารดาของซูเมิ่งเหยาได้คลอดนางระหว่างทาง
มารดาของนางท้องแก่แต่ยังกลับไปเยี่ยมญาติที่เหลียงโจว ซึ่งในระหว่างขั้นตอนการคลอดและพาลูกกลับเมืองหลวงนั้นไม่มีบิดาของซูเมิ่งเหยาอยู่ในเหตุการณ์เลย
หรือนางจะเป็นลูกชู้?
ความเป็นไปได้อีกหนึ่งข้อคือซูเมิ่งเหยาไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆ ของพวกนาง
ด้วยเหตุผลนี้จะทำให้ตัวตนแท้จริงของซู่เมิ่งเหยาไม่ธรรมดา เนื่องจากอุบัติเหตุนางจึงถูกตระกูลซูรับเลี้ยงเอาไว้ เป็นบุตรสาวไร้ความสำคัญเพื่อให้นางคู่ควรกับสถานะ ‘ตัวเอก’
“ต้องหาเหตุผลเพื่อจับนางมาขังในห้องลับก่อนดีกว่า” ซูอันหรี่ตาลงพลางคิดเรื่องนี้
ไม่ว่าตัวเอกเป็นอย่างไรก็ควรจับไว้ก่อน
เมื่อถึงเวลานั้นค่อยนำเลือดของนางออกมาและสามารถระบุตัวตนได้เอง
……
วันต่อมา นายน้อยตระกูลหยวนยอมแพ้ในประเด็นบาดหมางกับจวนหย่งเวยปั๋ว
ผู้ที่ช่วยไกล่เกลี่ยไม่ใช่ใครอื่น แต่เป็นจวนเซ่ากั๋วกง
เมื่อจวนเซ่ากั๋วกงเอ่ยปาก ตระกูลหยวนจะคัดค้านได้อย่างไร
คนอื่นไม่เข้าใจว่าเหตุใดเซ่ากั๋วกงจึงเข้ามาแทรกแซงโดยกะทันหัน แต่ตระกูลซูคิดว่าเป็นความช่วยเหลือของซูอัน เพราะแม่ทัพเซ่าเคยแสดงความสัมพันธ์ที่ดีกับซูอันตอนงานเลี้ยงวันเกิดเซ่ากั๋วกง ทำให้ทุกคนรู้สึกขอบคุณซูอันไปโดยปริยาย
หลิงเฉินดูพึงพอใจเช่นกัน แม้ว่าเขาจะใช้เส้นสายกับจวนเซ่ากั๋วกงในเรื่องเล็กน้อยเช่นนี้ แต่เขาถือว่าตัวเองแอบปกป้องเสวี่ยจู๋และตระกูลซูสำเร็จ
เขาไม่ได้เปิดเผยตัวตน แต่สั่งลูกน้องและปล่อยให้ลูกน้องไปหาตระกูลเซ่าเพื่อขอความช่วยเหลือในนามสำนักหลงหวัง
ตอนนี้เขายังไม่รู้ว่าผลงานของตัวเองตกเป็นซูอันแล้ว
“หลิงเฉิน เหตุใดเจ้ายังยืนอยู่ที่นี่ ยังไม่รีบไปช่วยในครัวอีก! วันนี้เราจัดงานเลี้ยงขอบคุณท่านโหวซู หากเจ้ากล้าละเลยท่านโหวซู ข้าจะทำให้เจ้าอดตาย!”
เมื่อเห็นลูกเขยสวะยืนหัวเราะอยู่คนเดียว แม่ซูรู้สึกโกรธจัด
ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้สวะ บางทีเสวี่ยจู๋ของนางอาจถูกใจท่านโหวซูไปแล้ว!
ซูอันมาทำอะไรที่นี่?
หลิงเฉินยังอยากถาม แต่เห็นว่าแม่ซูกำลังจะเงื้อมือขึ้น เขาจึงหุบปากแล้วเดินไปช่วยในครัว
ลูกเขยเช่นเขาไม่ต่างจากคนรับใช้จริงๆ
“อะไรนะ ซูอันจะมาหรือ?” ซูเมิ่งเหยาได้รับข่าวจึงขมวดคิ้วและหัวใจของนางเต้นรัว
ในชาติก่อนซูอันไม่ได้มาเป็นแขกที่จวนหย่งเวยปั๋ว หรือการที่นางไม่ไปขอร้องซูอันเหมือนชาติที่แล้วจะทำให้เส้นเรื่องมีการเปลี่ยนแปลง?
ฝ่ายพ่อแม่ของนางไม่ได้สังเกตเห็นความผิดปกติของลูกสาวเลย พวกเขามัวแต่คุยกันด้วยความตื่นเต้น
“ท่านโหวซูช่วยตระกูลซูของเราไว้ ครั้งนี้ยอมมาเป็นแขกด้วย แสดงว่าเขาสนใจเจ้า!”
“เมิ่งเหยา นี่เป็นโอกาสที่ดีและเจ้าต้องคว้ามันไว้ ตระกูลซูของเราต้องพึ่งพาเจ้าและเมื่อถึงตอนนั้นอย่าลืมสนับสนุนน้องชายด้วยนะ”
ซูเมิ่งเหยารู้สึกแค่ว่าคำพูดของทั้งสองช่างน่ารำคาญ นางส่ายหัวพลางเอ่ย “ช่วงนี้ข้ารู้สึกไม่สบาย จึงจะไม่ออกไปพบท่านโหวเจ้าค่ะ”
นางพูดแล้วผลักทั้งสองออกจากห้องแล้วปิดประตูใส่หน้าแรงๆ
ทั้งสองยืนมองหน้ากันอยู่ข้างนอก
“เด็กคนนี้เป็นอะไรไป เหตุใดถึงเอาแต่ใจขนาดนี้!” พ่อของซูเมิ่งเหยาพูดด้วยความไม่พอใจ “ไม่ได้ ข้าต้องลากนางออกมาให้ได้”
แม่ของซูเมิ่งเหยากลอกตาใช้ความคิดอยู่พักหนึ่ง จากนั้นนางยิ้มแล้วดึงสามีไว้ “ท่านไม่เข้าใจน่ะสิ ความจริงแล้วในฐานะผู้ชาย สิ่งที่ไขว่คว้ายากจะเป็นสิ่งมีค่าที่สุด...”
นางคิดแค่ว่าซูเมิ่งเหยาอยากเล่นตัวใส่ซูอันสักพักจึงอธิบายให้สามีฟังด้วยความจริงจัง