- หน้าแรก
- ผ่าระบบตัวเอกปรปักษ์
- ตอนที่ 81 แค้นข้ามภพ
ตอนที่ 81 แค้นข้ามภพ
ตอนที่ 81 แค้นข้ามภพ
ตอนที่ 81 แค้นข้ามภพ
หลังจากนั้นนางค่อยๆ ค้นพบความจริงที่ว่านางเป็นเพียงบุตรสาวบุญธรรมของตระกูลซูและตัวตนแท้จริงของนางคือองค์หญิงแห่งราชวงศ์เผ่าปีศาจ
ในเวลานั้นเกิดความขัดแย้งในเผ่าปีศาจ เพราะต้าเผิง (ครุฑ) ปีกทองก่อกบฏ ท่านพ่อของนางเสียชีวิต ส่วนท่านแม่อุ้มท้องนางหลบหนีมาที่ต้าซาง
ท่านแม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากกลุ่มกบฏระหว่างทาง ในที่สุดได้ให้กำเนิดนางด้วยความพยายามยิ่งยวด โดยใช้ยาแปลงร่างให้นางและยังผนึกสายเลือดแท้จริงรวมถึงพลังวิญญาณของนางไว้ด้วย ท่านแม่ใช้อาวุธวิญญาณเป็นค่าตอบแทนเพื่อให้ฟูเหรินที่ผ่านทางมาคนหนึ่งรับเลี้ยงนางไว้ นับจากนั้นนางจึงมีชีวิตอยู่แบบมนุษย์
ฟูเหรินคนนั้นคือท่านแม่คนปัจจุบันของนาง
หลังจากปลุกสายเลือดแท้จริงแล้ว นางเริ่มสืบหาเรื่องราวในอดีต
การก่อกบฏได้ถูกปราบลงแล้ว ผู้นำของตระกูลต้าเผิงปีกทองเสียชีวิตพร้อมบิดาของนางและทั้งตระกูลถูกชำระบัญชีไปแล้วด้วย
แต่สองในสามหยวนเสินที่ทรงพลังของเผ่าปีศาจตายไปด้วย ทำให้ความแข็งแกร่งของเผ่าปีศาจตกต่ำ ไป๋เสอ (วัวสีขาว ใบหน้าเป็นมนุษย์ผู้ชาย มีดวงตาสามดวงข้างลำตัวและมีเขาอยู่ที่หลัง) ที่เหลืออยู่นั้นเป็นประเภทเพิกเฉยต่อการต่อสู้และเขาเป็นคนเดียวในตระกูลที่เหลือรอด ทำให้เผ่าปีศาจตกอยู่ในความสับสนวุ่นวายพักหนึ่ง
โชคดีที่ญาติผู้น้องหญิงของจักรพรรดิปีศาจหรือก็คืออาหญิงของนางยืนหยัดขึ้นในช่วงเวลาวิกฤติ ด้วยความช่วยเหลือจากพลังสุริยเทพ ท่านอาหญิงได้ทะลวงสู่หยวนเสินและทำให้สถานการณ์ในเผ่ามั่นคง ทั้งยังกลายเป็นจักรพรรดิปีศาจองค์ใหม่
เพื่อหนีจากซูอัน นางจึงกลับไปยังเผ่าปีศาจ ซึ่งหลังจากที่สองอาหลานได้พบกันแล้ว นางจึงคืนสู่ตำแหน่งองค์หญิงเผ่าปีศาจ
อาหญิงของนางเมตตานางมากและพยายามชดเชยให้แก่ความลำบากที่นางต้องเผชิญนานหลายปี ทั้งฝึกฝนและสอนนางทุกเรื่องเพื่อให้นางพร้อมรับตำแหน่งจักรพรรดิปีศาจคนต่อไป
หลังปลุกสายเลือดของนางแล้ว ไม่เพียงแต่รูปลักษณ์จะเปลี่ยนไปมากเท่านั้น แต่พรสวรรค์ของนางแข็งแกร่งและพลังวิญญาณของนางพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว
ตั้งแต่นั้นมา นอกจากการติดต่อกับญาติผู้พี่แล้ว คนอื่นๆ คิดว่าหญิงสาวชื่อซูเมิ่งเหยาได้เสียชีวิตในสถานที่ใดที่หนึ่งเมื่อนานมาแล้ว
แต่นางไม่คาดคิดว่าญาติผู้พี่ของนางก็เป็นคนของซูอันและยังมีความสัมพันธ์ไม่เหมาะสมกับซูอันด้วย!
พี่สาวได้เปิดเผยตัวตนใหม่ของนางให้ซูอันทราบ
กระทั่งการที่นางค้นพบพลังเวทและหนีออกจากห้องลับได้ ความจริงมันคือการวางแผนไว้แล้วของซูอันและทุกการเคลื่อนไหวของนางถูกควบคุมโดยซูอัน
แม้ว่านางจะมีพลังวิญญาณอยู่ในระดับหยางบริสุทธิ์ แต่นางยังถูกซูอันใช้กลอุบายจับได้ในอาณาจักรลับหยวนกู่ จากนั้นเขาทำให้นางอับอายอย่างหนักอีกครั้งต่อหน้านังสารเลวเยี่ยหลีเอ๋อร์และทุกสิ่งที่นางได้รับในอาณาจักรลับกลายเป็นของซูอันโดยง่ายดาย
นางยังถูกผนึกพลังวิญญาณและถูกขังไว้ในห้องลับ สิ่งที่รอนางอยู่คือความมืดมนและความอัปยศอดสูไม่มีสิ้นสุด
โชคดีที่นางได้ย้อนเวลากลับมาเกิดใหม่
ครั้งนี้นางจะไม่เดินตามชะตากรรมเดิมอีกแล้ว
นางต้องการฆ่าซูอัน...ไม่สิ นางอยากจับเขาไปขังในห้องลับ มัดเขาไว้กับเสา ทำให้เขาแบกรับความอัปยศและการสั่งสอนที่รุนแรง!
ให้เขาได้สัมผัสถึงความอัปยศอดสูที่นางเคยได้รับในตอนนั้นด้วยตัวเขาเอง!
ส่วนเยี่ยหลีเอ๋อร์คนนั้น...เฮอะ เฮอะ แค่หักแขนหักขาทิ้งแล้วปล่อยให้ดูว่านางจะเล่นกับพี่อันสุดที่รักของเยี่ยหลีเอ๋อร์อย่างไร!
ฟ้าผ่าลงมาอีกครั้ง ประกายแสงเย็นเยือกลอดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาเสริมให้ใบหน้าสงบนิ่งของหญิงสาวดูดุร้ายขึ้นอีก
……
ในจวนโหว
เยี่ยหลีเอ๋อร์กำลังนอนหลับสนิทอยู่ในอ้อมกอดของซูอัน
แต่ทันใดนั้นนางลืมตาขึ้นมาและรู้สึกขนลุกไปทั้งกาย ราวกับว่ามีความอาฆาตพยาบาทที่น่าสะพรึงกลัวจับจ้องนางอยู่
นางตกใจมากจนรีบหดตัวเข้าหาอ้อมแขนของซูอันอีกนิด
เมื่อรู้สึกถึงความอบอุ่นจากอ้อมอกของซูอันแล้วนางจึงค่อยๆ รู้สึกสบายใจขึ้น
……
เมื่อพายุผ่านไป ท้องฟ้ากลับมาสดใสอีกครั้ง
ช่วงหลายวันที่ข่าวลือเรื่องซูอันปกป้องซูเมิ่งเหยาแพร่ออกไป สถานการณ์ของจวนหย่งเวยปั๋วดีขึ้นมาก
แม้แต่ครอบครัวเล็กๆ ยังมาประจบประแจงพวกเขา
แต่เพียงไม่นานตระกูลซูกลับประสบปัญหาอีกครั้ง
กลายเป็นลูกชายของอารองตระกูลซู หรือญาติผู้น้องของซูเสวี่ยจู๋ไปมีเรื่องแย่งชิงนางโลมกับคนอื่น
ถ้าเป็นแค่การทะเลาะเพื่อแย่งนางโลมคนหนึ่งก็ไม่ถือว่าสำคัญ เพราะไม่ว่าจวนหย่งเวยปั๋วจะตกต่ำแค่ไหนแต่ยังมีเกียรติและมีความสามารถในการยุติเรื่องนี้ได้เอง
แต่ปัญหาครั้งนี้คือนางโลมคนนั้นเป็นคนโปรดของนายน้อยตระกูลหยวนแห่งเมืองหลวง
เดิมทีนายน้อยตระกูลหยวนไม่ได้เริ่มหาเรื่องก่อนด้วย
แต่คุณชายตระกูลซูเย่อหยิ่งจองหอง อาจเป็นเพราะเขาถูกคนจากครอบครัวเล็กๆ ยกย่อง ทำให้เขาเผลอคิดว่าตัวเองเป็นผู้มีอำนาจแท้จริง
เขาวิ่งไปที่ห้องส่วนตัวของอีกฝ่าย ถีบประตูเปิดเข้าไปและดุด่าว่าอีกฝ่ายกล้าแย่งผู้หญิงของเขา
ใครจะทนไหว?
ถึงอย่างไรตระกูลหยวนก็เป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงในเมืองหลวงและในครอบครัวมีหยางบริสุทธิ์มากกว่าหนึ่งคน อีกทั้งยังเป็นขุนนางในราชสำนักด้วย
ในฐานะทายาทของตระกูลหยวน หากปล่อยให้คุณชายจวนปั๋วที่ตกต่ำมารังแก แล้วจะเอาหน้าไปไว้ที่ใด
ตระกูลหยวนไม่ถอยเพียงเพราะความสัมพันธ์คลุมเครือของซูอันและจวนหย่งเวยปั๋วเด็ดขาด
แน่นอนว่าหากซูอันช่วยออกหน้าแทน สถานการณ์จะแตกต่างออกไป
และเหตุผลที่ตระกูลหยวนไม่จับกุมคนทันทีก็เพื่อให้มีเวลาดูว่าซูอันจะช่วยออกหน้าแทนหรือไม่
ตอนนี้แรงกดดันจึงตกอยู่ที่จวนหย่งเวยปั๋ว
“ท่านแม่ต้องช่วยรั่งเอ๋อร์นะขอรับ” เหล่าเอ้อร์สองสามีภรรยาดึงซูรั่งมาคุกเข่าต่อหน้าฟูเหรินผู้เฒ่าพลางร้องไห้น้ำมูกไหล
ซูรั่งคือชื่อของผู้ที่ก่อปัญหา
ในเวลานี้เขารู้ว่าตัวเองกำลังประสบปัญหาแล้วจะกล้าทำเย่อหยิ่งได้อย่างไร
“ท่านย่าโปรดช่วยข้าด้วย ข้าไม่อยากตาย” ซูรั่งหลั่งน้ำตา แม้เขามีความสามารถต่ำ ทว่าเขาก็รู้ถึงวิธีการของพวกตระกูลขุนนางเหล่านั้น หากเขาถูกจับได้จริง เขาจะถูกทุบตีจนตายหรือถูกจำคุกตลอดชีวิตแน่นอน
โทสะที่ระงับไว้ของฟูเหรินผู้เฒ่าระเบิดออกมาจนได้ นางใช้ไม้เท้าฟาดซูรั่ง “ช่วยเจ้าหรือ! เจ้าจะให้ข้าเอาปัญญาที่ไหนไปช่วย?”
นางไม่ชัดเจนหรือลูกหลานไม่รู้จริงๆ
แม้แต่ตอนที่นายท่านผู้เฒ่ายังอยู่ก็ไม่มีใครในตระกูลกล้าบาดหมางกับตระกูลหยวน
แม้ว่านางจะแบกหน้าแก่ๆ ไปพูด แล้วจะมีประโยชน์อะไร
เป็นไปได้หรือที่ตระกูลหยวนจะเมตตาเพียงเพื่อเห็นแก่แม่เฒ่าเช่นนาง?
แต่สุดท้ายนางยังทนเห็นหลานชายลำบากไม่ได้ นางจึงถอนหายใจพลางเอ่ย “ข้าเป็นแค่หญิงแก่ ไม่สามารถช่วยพวกเจ้าได้หรอก แต่ถ้าขอให้ท่านโหวซูช่วยเหลือได้ อาจยังพอมีทางรอด”
ดวงตาของซูรั่งเป็นประกายและเขาหันไปมองพี่สาวทันที
“พี่สาว ท่านไปขอร้องท่านโหวซูหน่อยเถอะ เขาจะต้องช่วยแน่ๆ”
เหล่าเอ้อร์สองสามีภรรยาก็มองซูเมิ่งเหยาด้วยความหวัง
ความจริงก่อนหน้านี้พวกเขาเคยขอร้องลูกสาวแล้ว แต่ในเวลานั้นลูกสาวบอกแค่ว่าไม่สนิทกับซูอันและปฏิเสธคำขอร้อง
ซูเมิ่งเหยานึกเย้ยหยันในใจ
นางมองน้องชายไร้การศึกษา มองพ่อแม่บุญธรรมที่ทรยศนางและมองไปถึงแผนการของตระกูลซู
หากนางยังเป็นคนหัวอ่อนคนเดิม นางอาจยอมช่วยเหลือญาติพวกนี้สุดกำลัง แต่หลังจากที่นางได้กลับมาเกิดใหม่ การช่วยเหลือคนกลุ่มหนึ่งที่สามารถทำทุกอย่างโดยไร้ยางอายเพื่อให้ได้มาซึ่งลาภยศ จะมีประโยชน์ใด?
ตระกูลซูเช่นนี้ควรล่มสลายตั้งนานแล้ว
หากไม่ใช่เพราะนางมีเป้าหมาย นางคงออกจากจวนหย่งเวยปั๋วที่เหม็นโฉ่แล้วเช่นกัน
นางก้มหน้าลงและแสร้งเอ่ยด้วยความลังเลว่า “ท่านพ่อท่านแม่เจ้าคะ ลูกสาวและท่านโหวซูไม่คุ้นเคยกันเลย ตอนนั้นท่านโหวซูแค่ช่วยเหลือเพราะเห็นแก่ความยุติธรรม แล้วข้าจะไปขอร้องเขาได้อย่างไร”