เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14: โฉมสะคราญหงส์สะท้านเก้าสวรรค์

บทที่ 14: โฉมสะคราญหงส์สะท้านเก้าสวรรค์

บทที่ 14: โฉมสะคราญหงส์สะท้านเก้าสวรรค์


บทที่ 14: โฉมสะคราญหงส์สะท้านเก้าสวรรค์

"เหอะๆ ต้องบอกว่า ก็แค่ทาสีอัปลักษณ์คนหนึ่ง ใช้พลังบำเพ็ญระดับหลอมรวมแก่นพลังมาสู้กับข้าได้นานขนาดนี้ก็ถือว่าไม่เลวแล้ว เพียงแต่...ทาสีก็ยังคงเป็นทาสี ทาสก็ยังคงเป็นทาส!

คิดจะเอาชนะนายเหนือหัว ไม่มีวันเป็นไปได้!"

น้ำเสียงของหลินเหยาเย็นเยียบและอำมหิต เมื่อกระบี่เหมันต์จันทราทะลวงผ่านม่านเพลิงที่เย่ชิงเสว่รีบร้อนรวบรวมขึ้นมา กระบวนท่าไม้ตายที่อสรพิษน้ำแข็งเก้าตัวพันรอบกันก็สำเร็จแล้ว!

นั่นคือ "อสรพิษน้ำแข็งพันธนาการวิญญาณ" ที่อันตรายที่สุดของกายาศักดิ์สิทธิ์เสวียนอิน!

"ให้ข้ากระชากผ้าคลุมของเจ้าออก ให้ทุกคนได้เห็นโฉมหน้าที่น่าเกลียดภายใต้ผ้าคลุมของเจ้าเถอะ!"

"พรึ่ม!"

เขี้ยวอสรพิษน้ำแข็งกัดทำลายเพลิงแท้ป้องกันกายชั้นสุดท้าย เวทีหยกครามใต้ฝ่าเท้าของเย่ชิงเสว่พลันถล่มลงมา ผ้าคลุมใยแมงมุมเหล็กกาฬบนใบหน้าเริ่มปริแตก

ท่ามกลางเสียงร้องอุทานที่ระเบิดออกมาจากที่นั่งผู้ชม เย่ชิงเสว่พลันคลายมือขวาที่กำลังร่ายเคล็ดวิชาออก ปล่อยให้เกล็ดน้ำแข็งลามเลียขึ้นมาบนลำคอที่เปื้อนเลือดของนาง

ตัวนางในสภาพนี้คงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลินเหยาจริงๆ สินะ!

เย่ชิงเสว่ทอดสายตาไปยังซูเสวียนบนที่นั่งผู้ชม เมื่อเห็นความเป็นห่วงและความสงสัยบนใบหน้าของอีกฝ่าย ในใจก็พลันอบอุ่นขึ้นมา

"พอแล้ว"

สองคำที่แผ่วเบาราวกับเสียงถอนหายใจ แต่กลับทำให้อสรพิษน้ำแข็งในรัศมีร้อยจั้งแข็งค้างพร้อมกัน

รูม่านตาของหลินเหยาหดเล็กลง นางเห็นว่าแก้มซ้ายที่ถูกแช่แข็งของเย่ชิงเสว่พลันปรากฏประกายแสงสีทองอร่าม—นั่นไม่ใช่สัญญาณของความพ่ายแพ้ แต่เป็นสัญญาณของเมล็ดพันธุ์เพลิงนิรพานที่ลุกไหม้ถึงขีดสุด

"แคร็ก—"

ในวินาทีที่ผ้าคลุมใยแมงมุมเหล็กกาฬแตกสลาย เสียงร้องของหงส์อัคคีที่กังวานใสก็ดังก้องขึ้นทั่วทั้งฟ้าดิน

"ผ้าคลุมใยแมงมุมเหล็กกาฬชิ้นนี้ที่ท่านพี่มอบให้ข้า ข้าทะนุถนอมมันมาโดยตลอด..."

ผมสลวยสามพันเส้นของเย่ชิงเสว่ล้วนกลายเป็นเปลวเพลิงที่ไหลเวียน สิ่งที่หยดลงมาจากปลายผมไม่ใช่ประกายไฟ แต่คือเพลิงแท้นิรพานเหลว

เมื่อผ้าคลุมแตกสลาย เผยให้เห็นผิวพรรณดุจหยกขาวของเย่ชิงเสว่ ลายหงส์อัคคี ณ หว่างคิ้วสยายออกเป็นรอยสักรูปสยายปีก เผาไหม้เกล็ดน้ำแข็งที่หลงเหลืออยู่ให้กลายเป็นอายแชโดว์สีทองอร่าม

กระบี่เหมันต์จันทราของหลินเหยาเริ่มหลอมละลาย

ไม่ใช่การถูกหลอมละลายด้วยอุณหภูมิสูง แต่เป็นการถูกสลายไปด้วยกฎเกณฑ์ที่อยู่เหนือกว่า

เย่ชิงเสว่เหยียบเปลวเพลิงยืนอยู่กลางอากาศ ในรูม่านตาสีทองแดงมีอักขระของหงส์อัคคีบรรพกาลไหลเวียนอยู่ ขนตาขยับเบาๆ ก็สลัดประกายไฟออกมา

อาภรณ์ที่ขาดรุ่งริ่งของนางถูกถักทอขึ้นใหม่ในเพลิงนิรพาน กลายเป็นอาภรณ์ขนนกสีทองอร่ามยาวลากพื้นสามจั้ง ขนนกแต่ละเส้นสลักไว้ด้วยลายลักษณ์เต๋าของเคล็ดวิชาเก้าแปรเปลี่ยนเผาพิภพ

นี่แหละคือเคล็ดวิชาเก้าแปรเปลี่ยนเผาพิภพที่แท้จริง!

วินาทีต่อมา ปรากฏเพียงตำแหน่งที่ปลายเท้าของเย่ชิงเสว่แตะลงไปเบาๆ ความว่างเปล่าก็บังเกิดลายบัวสีทองแดงขึ้น นั่นคือการสะท้อนของฟ้าดินที่มีเพียงผู้ฝึกตนระดับจิตทารกเท่านั้นที่จะกระตุ้นได้

"เป็นไปได้อย่างไร เจ้าเห็นได้ชัดว่าเป็นระดับหลอมรวมแก่นพลังขั้นต้น เหตุใดจึงกลายเป็นระดับจิตทารกไปได้?"

กระบี่เหมันต์จันทราหลอมละลายกลายเป็นเหล็กไหลโดยสิ้นเชิง

หลินเหยาโซเซถอยหลัง อสรพิษน้ำแข็งเก้าตัวสลายกลายเป็นหมอกน้ำแข็งภายใต้บารมีของหงส์อัคคี

"แล้ว...แล้วใบหน้าของเจ้า เห็นได้ชัดว่าควรจะถูกปานแดงฉานครอบครองอยู่ เหตุใดจึง..."

เย่ชิงเสว่สะบัดอาภรณ์ขนนกเบาๆ หมอกน้ำแข็งทั่วทั้งฟ้าพลันระเหยไปในทันที สะท้อนเป็นสะพานรุ้งเจ็ดสีภายใต้แสงอรุณ

ท่วงท่าเช่นนี้ ทำให้ผู้ที่ชมการต่อสู้ทั้งหมดกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว—ใบหน้าที่ไร้ซึ่งสิ่งปิดบังใดๆ นั้น มีทั้งความศักดิ์สิทธิ์ของเทพธิดาที่จุติลงมา และแฝงไว้ด้วยความความเอาแต่ใจ ที่จะแผดเผาแปดดินแดน ไฝหยดน้ำตาสีทองอร่ามที่หางตาซ้าย คือตราประทับแห่งกฎเกณฑ์ที่กลายสภาพมาจากเมล็ดพันธุ์เพลิงนิรพาน

"เจ้า!"

ปราณเสวียนอินป้องกันกายของหลินเหยาแตกสลายเป็นนิ้วๆ ปิ่นมังกรน้ำแข็งบนมวยผมของนางกลายเป็นผุยผง

ในที่สุดนางก็ได้เห็นเงาหงส์อัคคีที่แหวกว่ายอยู่ในส่วนลึกของรูม่านตาขวาของเย่ชิงเสว่—นั่นคือบารมีบรรพกาลที่แม้แต่กายาศักดิ์สิทธิ์เสวียนอินยังต้องสั่นสะท้าน

"ไปเถิด หงส์น้อย ให้พวกเขาได้เห็นพลังที่แท้จริงของเจ้า!"

ซูเสวียนอดที่จะชื่นชมออกมาไม่ได้ ขณะเดียวกันก็รู้สึกพูดไม่ออกอยู่บ้าง ไม่นึกว่าผ้าคลุมใยแมงมุมเหล็กกาฬที่ตนเองมอบให้เพราะอยากจะชื่นชมความงามของเย่ชิงเสว่แต่เพียงผู้เดียวกลับกลายเป็นพันธนาการของนาง

หรือแม้กระทั่งเขายังเคยบอกเย่ชิงเสว่ว่า เปลวเพลิงหงส์อัคคีของนางรุนแรงอย่างยิ่ง ผ้าคลุมชิ้นนี้ทนรับพลังระดับจิตทารกของนางไม่ไหว

เดิมทีคิดว่านางจะถอดผ้าคลุมออกระหว่างการต่อสู้ ไม่นึกว่าจะว่าง่ายถึงเพียงนี้ สวมไว้ตลอดไม่เคยถอด ว่างายจนทำให้ซูเสวียนรู้สึกเจ็บปวดในใจ

โชคดีที่ตอนนี้พันธนาการได้ถูกทำลายแล้ว หงส์อัคคีสมควรจะโบยบินสู่เก้าสวรรค์!

"สวรรค์ นั่น...นั่นคือโฉมหน้าที่แท้จริงของเย่ชิงเสว่รึ? ไม่ใช่ว่านางเป็นหญิงอัปลักษณ์หรอกรึ?"

"ข่าวลือผิดพลาด ข่าวลือผิดพลาดแล้ว! รูปโฉมเช่นนี้ รูปร่างเช่นนี้ ไม่ใช่เทพธิดาในอุดมคติของข้างั้นรึ?"

เหล็กไหลที่หลอมมาจากกระบี่เหมันต์จันทรายังไม่ทันจะแข็งตัว บนที่นั่งผู้ชมก็เกิดเสียงฮือฮาดังขึ้นราวกับระเบิด

"นั่น...นั่นคือศิษย์น้องเย่จริงๆ รึ?"

ศิษย์หนุ่มแห่งยอดเขาจิงหงบีบแผ่นหยกบันทึกภาพในมือจนแตกละเอียด ภาพของนักพรตหญิงรับใช้ที่มีปานน่ากลัว ซ้อนทับกับร่างอรชรในอาภรณ์ขนนกสีทองอร่ามบนเวที กลายเป็นภาพที่ขัดแย้งกันอย่างน่าขัน

"ศิษย์น้องอะไรกัน!"

ศิษย์สายกายาบำเพ็ญข้างๆ ตบขาตัวเองฉาดใหญ่ "ควรจะเรียกว่าศิษย์พี่! ไม่เห็นรึว่าแม้แต่ศิษย์พี่หลินตอนนี้ยังรับสามกระบวนท่าของนางไม่ได้เลย?"

"ต้องใช้วิชามารคงความเยาว์วัยอะไรสักอย่างแน่ๆ ..."

มีศิษย์หญิงคนหนึ่งเผยสีหน้าอิจฉา "ดูสิลายลักษณ์สีทองอร่ามที่หางตานั่น ไม่รู้ว่าดูดซับพลังหยางของผู้ฝึกตนชายไปกี่คนแล้ว"

"ชู่ว์—"

สหายรีบปิดปากนางอย่างร้อนรน "ไม่เห็นรึว่าเจ้าสำนักยังพยักหน้าอยู่เลย? ระวังตำหนักลงทัณฑ์..."

เหล่าศิษย์ชายต่างก็สติหลุดไปนานแล้ว

"เมื่อครู่ศิษย์พี่เย่กวาดตามองมาทางข้า!"

นักพรตกระบี่หนุ่มฉุดกระชากสหายร่วมสำนักพลางคำราม "ไฝอัคคีที่หางตาขวาของนางกำลังส่องสว่าง!"

"ตดเถอะ!"

คนข้างๆ สวนกลับอย่างตาแดงก่ำ "ศิษย์พี่มองข้าที่กำลังถือดอกบัวน้ำแข็งเก้ากลีบอยู่ในมือต่างหาก!"

ณ จุดสูงสุดของเวทีเมฆา ถ้วยชาของผู้อาวุโสทั้งแปดยอดเขาแตกละเอียดติดต่อกัน

"กายาเต๋านิรพาน กายาศักดิ์สิทธิ์หงส์อัคคี!"

ปลายนิ้วของประมุขยอดเขาค่ายกลยันต์ เก่อซูอวิ๋น ยังคงรวบรวมเคล็ดวิชาส่องสวรรค์อยู่

"ไหนเลยจะแค่นั้น!"

ประมุขยอดเขาเหล็กกาฬ สืออิงจั๋ว จ้องมองเวทีประลองที่กำลังรวมตัวกันใหม่จากลาวา "เมื่อครู่นี้ตอนที่อาภรณ์ขนนกปัดผ่าน ความแข็งของขั้นบันไดหยกครามเพิ่มขึ้นกว่าสามเท่า กายาเช่นนี้สมควรจะเข้ายอดเขาเหล็กกาฬของข้า สามารถหลอมอุปกรณ์วิเศษให้บรรลุขั้นสุดยอดได้!"

ดวงตาของสืออิงจั๋วเป็นประกาย

"พูดจาเหลวไหล สมควรจะเข้ายอดเขาค่ายกลยันต์ของข้า ศึกษาวิจัยค่ายกล!"

เก่อซูอวิ๋นสวนกลับทันที

"ข้าเห็นว่าเด็กสาวผู้นี้มีวาสนากับยอดเขาโอสถเมฆาของข้า!"

"เป็นผู้ฝึกตนหญิงก็มีวาสนากับยอดเขาโอสถเมฆาของพวกเจ้าหมดเลยสินะ? ยอดเขาจิงหงของข้าคือยอดเขาแห่งการต่อสู้อันดับหนึ่งนะ!"

"แค่กๆๆ!"

ในตอนนั้นเอง เจ้าสำนักฉีฮั่นไห่ก็กระแอมออกมาสองครั้ง "ดูการแข่งขันต่อเถิด"

ทุกคนจึงได้สติกลับมา การแข่งขันยังไม่จบ!

หลินเหยาในตอนนี้แทบจะสติหลุดไปแล้ว รูม่านตาสะท้อนเงาปีกเพลิงที่บดบังฟ้าดิน

แต่นางรู้ดีว่าจะต้องไม่ให้เย่ชิงเสว่ชนะเด็ดขาด

นางกัดฟันเค้นพลังบำเพ็ญตลอดชีวิตออกมา อสรพิษน้ำแข็งเก้าตัวรวมตัวกันอีกครั้ง ก่อตัวเป็นแผนภูมิดาราเสวียนอินขึ้นเหนือศีรษะ

ไอเย็นยะเยือกแช่แข็งหมู่เมฆในรัศมีร้อยจั้ง แต่กลับไม่สามารถรุกล้ำเข้าไปในระยะสามจั้งรอบกายเย่ชิงเสว่ได้—ที่นั่นได้กลายเป็นเขตแดนหงส์อัคคีไปแล้ว แม้แต่กาลเวลายังถูกแผดเผาจนบิดเบี้ยว

"ปีกหงส์...เผาพิภพ!"

ในวินาทีที่เย่ชิงเสว่สยายปีก ปีกหงส์สีทองอร่ามก็ม้วนห่าฝนเพลิงเผาโลกขึ้นมา ซัดแผนภูมิดาราเสวียนอินจนเกิดรอยร้าวลายใยแมงมุม

"แคร็ก!"

เมื่อแผนภูมิดาราเสวียนอินแตกสลายโดยสิ้นเชิง หลินเหยาก็ได้ยินเสียงครวญครางของร่างจำแลงอสรพิษน้ำแข็งของตนเอง อสรพิษน้ำแข็งเก้าตัวดิ้นรนอยู่ในห่าฝนเพลิงก่อนจะระเหยไป ผิวของกายาศักดิ์สิทธิ์เสวียนอินที่นางภาคภูมิใจปรากฏรอยไหม้เกรียมเต็มไปหมด ราวกับถูกจะงอยปากหงส์อัคคีนับหมื่นพันจิกตี

เย่ชิงเสว่ลอยนิ่งอยู่ใจกลางทะเลเพลิง เพียงสะบัดปีกเบาๆ ก็เกิดเป็นพายุแห่งกฎเกณฑ์ขึ้น

หลินเหยาคุกเข่าลงบนเวทีประลองที่หลอมละลาย มองดูกระบี่เหมันต์จันทรากลายเป็นเหล็กไหลไหลลงไปในรอยแยก—กระบี่วิญญาณประจำตัวที่อยู่เคียงข้างนางมาเกือบยี่สิบปี บัดนี้กลับเปราะบางราวกับเหล็กธรรมดา

นางกำลังจะแพ้แล้วงั้นรึ?

แพ้ให้แก่...ทาสีอัปลักษณ์ที่ตนเองดูถูกมาโดยตลอด?

ไม่ จะจบแบบนี้ไม่ได้!

เย่ชิงเสว่ จะต้องตาย!

เมื่อคิดได้ดังนี้ หลินเหยาก็แอบหยิบเข็มตะขาบสวรรค์กัดกินใจที่หลิงอู๋หย่ามอบให้แก่นางออกมาอย่างลับๆ

จบบทที่ บทที่ 14: โฉมสะคราญหงส์สะท้านเก้าสวรรค์

คัดลอกลิงก์แล้ว