- หน้าแรก
- เจ้าเหนือหัวแห่งฆาตกร
- บทที่ 45
บทที่ 45
บทที่ 45
บทที่ 45
'ชา'
ในไม่ช้าการ์ดสีขาวก็แตกออก พร้อมกันในนั้นมันปล่อยแสงสีทองอันจ้าออกมา ปิดกั้นการมองเห็นของอีธาน
ท่ามกลางแสงสีทองอันจ้า อีธานรู้สึกว่าการ์ดกำลังเปลี่ยนเป็นอนุภาคแสงเล็กๆ และเริ่มปรากฏเป็นร่างมนุษย์
กระบวนการทั้งหมดไม่ได้ใช้เวลานานนักเนื่องจากแสงสีทองหายไปภายในสองสามนาที เผยให้เห็นเอเลียสที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาด้วยสีหน้าสับสน
'ติ๊ง โฮสต์ได้ใช้การ์ดคืนชีพทั่วไปและคืนชีพเอเลียสได้สำเร็จ
"นายท่าน ขอบพระคุณที่ชุบชีวิตฉันขึ้นมา แม้ว่าฉันจะทำให้พ่อแม่ของท่านได้รับบาดเจ็บก็ตาม ฉันขออภัยนายท่านด้วย"
เมื่อเอเลียสเห็นอีธาน เขาก็คุกเข่าลงกล่าวขอบคุณและขอโทษอย่างจริงใจในเวลาเดียวกัน
“เขาเรียกฉันว่า ‘นายท่าน’ งั้นเหรอ? แล้วเขารู้เรื่องการคืนชีพด้วยงั้นหรือ?”
เมื่ออีธานได้ยินคำพูดของเอเลียสก็มีสองสิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจ หนึ่งคือเอเลียสเรียกเขาว่า "นายท่าน" และอีกประการหนึ่งคือเอเลียสรู้เรื่องการฟื้นคืนชีพ
'ติ๊ง มีหลายวิธีที่ระบบจะกระตุ้นความภักดีตามธรรมชาติให้กับเป้าหมายที่ฟื้นคืนชีพ
'ติ๊ง ในขณะที่กำลังชุบชีวิตเอเลียส ระบบได้ใช้เทคนิคที่นิยมใช้กันมากที่สุด ซึ่งทำให้เอเลียสเชื่อว่าโฮสต์ไม่เพียงแต่สามารถชุบชีวิตเขาได้เท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยให้เขาบรรลุความฝันและเป้าหมายก่อนที่เขาจะเสียชีวิตได้อีกด้วย
'ติ๊ง ระบบเตือนคุณว่าการใช้การ์ดคืนชีพทั่วไปกับเป้าหมายที่แข็งแกร่งกว่า จะไม่ทำให้พวกเขามีความภักดีต่อโฮสต์อย่างแท้จริง
'ติ๊ง นอกจากนี้หากเป้าหมายที่ฟื้นคืนชีพรู้สึกว่าโฮสต์ไม่สามารถช่วยให้เขาบรรลุเป้าหมายได้ ความภักดีของเขาอาจสั่นคลอน
'มันเป็นแบบนั้น'
เมื่อดูจากการแจ้งเตือนของระบบ อีธานจึงเข้าใจว่าความภักดีของผู้ที่ฟื้นขึ้นมาทำงานอย่างไร
“ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชาที่ซื่อสัตย์ของฉัน ฉันจะให้อภัยคุณก็แล้วกัน”
อีธานเกลียดเอเลียสที่ทำร้ายพ่อแม่ของเขา อย่างไรก็ตามเขาได้ฆ่าอีกฝ่ายเพื่อระบายความโกรธไปแล้ว
ตอนนี้เอเลียสที่ฟื้นคืนชีพเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาที่ซื่อสัตย์ของเขาซึ่งจะคอยช่วยเหลือเขาอย่างมากในอนาคต
ดังนั้นอีธานจึงไม่มีปัญหาในการให้อภัยเขา
“ขอบคุณครับนายท่าน”
เอเลียสรีบขอบคุณอีธาน
“นายท่านเปรียบเสมือนพระเจ้าผู้ทรงสามารถพาฉันกลับมาจากความตายได้ ตราบใดที่ฉันยังติดตามท่าน ความฝันของฉันก็จะเป็นจริงในไม่ช้า”
เอเลียสรู้สึกตื่นเต้นเมื่อคิดถึงอนาคตของเขา
'ติ๊ง ระบบได้ออกภารกิจใหม่ที่เกี่ยวข้องกับผู้ใต้บังคับบัญชาที่ภักดีของคุณ
‘ภารกิจอีกแล้วเหรอ?’
ทันใดนั้นอีธานก็ได้รับการแจ้งเตือนจากระบบ ทำให้เขาต้องรีบตรวจสอบ
'ติ๊ง ชื่อภารกิจ: นักบุญผู้คืนชีพ
รายละเอียดภารกิจ: เป้าหมายที่ฟื้นคืนชีพจะมีศรัทธาในตัวโฮสต์อย่างเต็มเปี่ยม ดังคำกล่าวที่ว่าจงตีเหล็กตอนที่มันยังร้อนอยู่ และช่วยให้เขาทะลวงผ่านไปยังขอบเขตการก่อตั้งรากฐานภายในหนึ่งเดือน
รางวัล: 1,000 แต้มชีวิต + รางวัลเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับความสำเร็จ
โทษ: ความภักดีของเอเลียสลดลงเล็กน้อย
'น-นี่มัน…เป็นไปได้ยังไง?'
อีธานรู้สึกตกใจกับรายละเอียดของภารกิจ เนื่องจากเป็นไปไม่ได้เลยที่แม้แต่ผู้ฝึกตนขอบเขตการกลั่นพลังปราณระดับ 9 จะสามารถฝ่าทะลวงสู่ขอบเขตการก่อตั้งรากฐานได้ภายในหนึ่งเดือน ยิ่งไปกว่านั้นเอเลียสยังเป็นเพียงผู้ฝึกตนขอบเขตการกลั่นพลังปราณระดับ 6 เท่านั้น
'แม้ว่าเอเลียสจะมีรากวิญญาณระดับสูง แต่คงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะฝ่าทะลวงสู่ขอบเขตการก่อตั้งรากฐานได้ภายในหนึ่งเดือนหากไม่มีเม็ดยาการก่อตั้งรากฐาน'
ยิ่งอีธานคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้มากขึ้น เขาก็ยิ่งรู้สึกมีความหวังมากขึ้นเกี่ยวกับภารกิจใหม่ของเขาในการเพิ่มระดับการฝึกฝนของเอเลียส
'ติ๊ง เนื่องจากเอเลียสยอมรับคุณในฐานะเจ้านายของเขา โฮสต์จึงสามารถตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดเกี่ยวกับผู้ใต้บังคับบัญชาที่ซื่อสัตย์ของเขาได้
'มันจะมีประโยชน์อะไรล่ะ ก็ไม่ใช่ว่าเขาจะมีรากวิญญาณระดับสูงนี่นา?'
หากใครสักคนมีรากวิญญาณระดับสูงจริง แม้แต่ผู้ฝึกตนที่ต่ำต้อยก็จะได้รับการคัดเลือกจากนิกาย และระดับการฝึกฝนของเขาจะไปถึงขอบเขตการก่อตั้งรากฐานได้อย่างง่ายดายก่อนอายุ 20 ปี
ในขณะนี้เอเลียสดูเหมือนจะมีอายุราวๆ ยี่สิบกว่าๆ และยังอยู่ในขอบเขตการกลั่นพลังปราณระดับ 6
ดังนั้นอีธานจึงไม่ได้คาดหวังอะไรมากนัก เมื่อเขาตรวจสอบข้อมูลของเอเลียสที่ระบบให้มา
'น-นี่มัน…เป็นไปได้ยังไง?'
อย่างไรก็ตาม เมื่อเห็นหน้าต่างสถานะของเอเลียส อีธานก็ตกใจและรู้สึกตื่นเต้นมาก
'ติ๊ง ชื่อผู้ใต้บังคับบัญชา: เอเลียส เฟิง
อายุขัย: 24 / 85 ปี
ระดับการฝึกฝน: ขอบเขตการกลั่นพลังปราณระดับ 6 ขั้นสูงสุด
รากวิญญาณ: รากวิญญาณธาตุไฟบริสุทธิ์ (รากวิญญาณระดับสูง)
เทคนิคการฝึกฝน: เทคนิคการกลั่นลมรุนแรง (ขั้นความสำเร็จเล็กน้อย), ก้าวย่างพายุทะยาน (ขั้นความสำเร็จเล็กน้อย), ฟันตัดพายุ (ขั้นความสำเร็จเล็กน้อย)
บทนำ: เอเลียส เฟิง บุตรชายคนโตของหัวหน้าตระกูลเฟิง แม้จะเป็นบุตรนอกสมรสก็ตาม ด้วยฐานะของเขาจึงไม่เป็นที่โปรดปรานของทายาทสายตรงของตระกูลเฟิง และเมื่อเห็นว่าเขาไม่ค่อยก้าวหน้าในการฝึกตน พ่อของเขาจึงตัดสินใจละทิ้งเขาไป'
เนื่องจากระบบได้ตรวจสอบความทรงจำของเอเลียส เฟิง จึงไม่น่าแปลกใจที่อีธานจะเห็นรายละเอียดทั้งหมดของเอเลียส
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ทำให้เขาตกใจมากที่สุดก็คือรากวิญญาณของเอเลียส
'ขะ..เขา...เขามีรากวิญญาณธาตุไฟบริสุทธิ์ ซึ่งเป็นรากวิญญาณระดับสูง'
หากนิกายสามอันดับแรกของภูมิภาครู้เกี่ยวกับรากวิญญาณของเอเลียส พวกเขาจะรับสมัครเขาไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม พร้อมทั้งเสนอทรัพยากรการฝึกฝนมากมาย
'แต่ทำไมเขาถึงยังไม่เข้าร่วมนิกายล่ะ? ถ้าเขาเข้าร่วมนิกาย สถานะของตระกูลเฟิงก็คงจะดีขึ้นไม่ใช่เหรอ?'
แม้ว่าสำหรับคนทั่วไปตระกูลผู้ฝึกตนตจะแข็งแกร่ง แต่ต่อหน้านิกายต่างๆ พวกเขากลับอ่อนแอ และตระกูลเหล่านี้ทั้งหมดจะยินดีส่งคุณชายของตนเข้าสู่นิกายเหล่านี้ตราบใดที่พวกเขามีรากวิญญาณระดับกลางอย่างน้อยหนึ่งอย่าง
อย่างไรก็ตามในกรณีของเอเลียส แม้ว่าจะมีรากวิญญาณระดับสูง แต่เขาก็ไม่ได้เข้าร่วมนิกาย
'ไม่ว่าตระกูลเฟิงจะไม่ชอบเขาแค่ไหน พวกเขาก็คงโง่หากไม่ส่งเอเลียสเข้านิกาย แต่ฉันไม่คิดว่านั่นจะเป็นสาเหตุ'
อีธานเดาว่าตระกูลเฟิงคงไม่รู้เรื่องรากวิญญาณของเอเลียส อย่างไรก็ตามมันทำให้เกิดคำถามอีกข้อหนึ่งในหัวของเขา
'ทำไมพวกเขาถึงไม่รู้เรื่องนี้? แม้แต่คนนอกยังต้องถูกตรวจสอบรากวิญญาณด้วยซ้ำ ไม่ต้องพูดถึงว่าเอเลียสเป็นลูกนอกสมรสของหัวหน้าตระกูล'
'สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ ทำไมระดับการฝึกฝนของเขาถึงได้ต่ำขนาดนี้?'
อีธานมองไปที่เอเลียสและหน้าต่างสถานะของอีกฝ่ายด้านข้างของเขาชั่วขณะ ขณะที่สายตาของเขาจับจ้องไปที่เทคนิคการฝึกฝน
'เดี๋ยวก่อน...ทำไมเขาถึงฝึกฝนเทคนิคการฝึกฝนที่เกี่ยวกับธาตุลมล่ะ?'
ในที่สุดอีธานก็เข้าใจเหตุผลเบื้องหลังระดับการฝึกฝนที่ต่ำเลียดดินของเอเลียส แม้ว่าเขาจะมีรากวิญญาณระดับสูงก็ตาม
'ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้ว... มันต้องมีคนจงใจหลอกเอเลียสแน่ๆ... ไม่ใช่แค่เอเลียสเท่านั้น แต่รวมถึงตระกูลเฟิงทั้งหมดด้วย'
จากข้อมูลที่ระบบให้ไว้เกี่ยวกับเอเลียส อีธานสรุปได้ว่ามีคนประเมินรากวิญญาณของเอลียสเป็นรากฐานวิญญาณระดับต่ำและยังบังคับให้เขาฝึกฝนเทคนิคการฝึกฝนธาตุลมเพื่อเพิ่มความยากในการฝึกฝนของเอเลียสอีกด้วย
เนื่องจากเป็นผู้ที่มีรากวิญญาณธาตุไฟบริสุทธิ์ การฝึกฝนเทคนิคการฝึกฝนที่มีคุณลักษณะของไฟจะให้ผลตอบแทนสองเท่าสำหรับความพยายามเพียงครึ่งเดียว
แต่จะกลับกันหากเขาฝึกฝนเทคนิคการฝึกฝนที่มีคุณลักษณะของธาตุอื่นๆ
'ความสำเร็จครึ่งหนึ่งสำหรับความพยายามสองเท่า และแม้จะมีความยากลำบากเช่นนี้ เขายังคงสามารถเข้าถึงขอบเขตการกลั่นพลังปราณระดับ 6 ขั้นสูงได้'
'ยิ่งไปกว่านั้น ความเข้าใจของเขาในเทคนิคการฝึกฝนก็ดูน่ากลัวอย่างมาก เขากลับเชี่ยวชาญในขั้นความสำเร็จเล็กน้อยในทุกเทคนิค แม้ว่าจะไม่มีความสัมพันธ์กับธาตุลมก็ตาม'
หลังจากได้เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเอเลียสแล้ว อีธานก็อดภูมิใจไม่ได้ที่มีผู้ฝึกตนอัจฉริยะเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของเขา
'ถ้าเขาเริ่มฝึกฝนเทคนิคที่เกี่ยวข้องกับไฟล่ะ? เขาจะไม่กลายเป็นผู้ฝึกตนสัตว์ประหลาดที่สมบูรณ์แบบงั้นหรือ?'
แค่คิดดูอีธานก็รู้สึกว่าการทำภารกิจล่าสุดของเขาให้สำเร็จอาจจะไม่ยากอย่างที่เขาจินตนาการไว้
'ถ้าฉันได้ยาก่อตั้งรากฐานมาให้เขาใช้ ฉันก็สามารถทำภารกิจให้สำเร็จได้อย่างง่ายดาย แต่ฉันจะหายาที่เป็นต้องการมากที่สุดในโลกได้ที่ไหนล่ะ?'
'นอกจากนี้ฉันยังต้องหาเทคนิคการฝึกฝนหลักที่เน้นธาตุไฟให้กับเขาด้วย'
ในไม่ช้าอีธานก็เริ่มหาวิธีทำสิ่งที่เขาต้องทำมากที่สุดเพื่อทำให้ภารกิจล่าสุดของเขาสำเร็จ
'ก๊อกๆๆ'
ขณะที่อีธานกำลังคิดถึงภารกิจล่าสุดของเขา เขาก็ได้ยินเสียงใครบางคนเคาะประตูไม้ของลานบ้าน
'คงจะเป็นลุงเมอร์ริคสินะ'
อีธานหยุดเครียดเกี่ยวกับภารกิจแล้วหันไปสนใจเรื่องเร่งด่วนก่อน
"มาสร้างความประหลาดใจให้ลุงเมอร์ริคกันเถอะ"
อีธานขอให้เอเลียสอยู่ในห้องของเขาขณะที่เขาเปิดค่ายกลเพื่อให้เมอร์ริคเข้าไปในลานบ้าน
ผู้ที่มานั้นชัดเจนว่าเป็นเมอร์ริค อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้มาคนเดียวเพราะเขาพาพี่ชายทั้งสองของเขามาด้วย คือเอ็ดวินและโรวัน
'ฉันทำผิดหรือเปล่าที่ไว้ใจลุงเมอร์ริค?'….
………………………….