- หน้าแรก
- เจ้าเหนือหัวแห่งฆาตกร
- บทที่ 43
บทที่ 43
บทที่ 43
บทที่ 43
ในคฤหาสน์ตระกูลเฟิง
“คุณพูดอะไรนะ? คุณชายเอเลียสตายแล้วงั้นหรือ? ตายได้อย่างไร?”
ดาริอัส เฟิง หัวหน้าตระกูลเฟิงและพ่อของเอเลียส เฟิง ได้รับข่าวการเสียชีวิตของลูกชายและรู้สึกตกใจก่อนที่จะโกรธมาก
"คุณชายน้อยกำลังร่วมเดินทางไปจัดการกับคนงานวิญญาณตระกูลหลิน.. ลูกชายของคนงานวิญญาณเป็นผู้ฝึกตนขอบเขตการก่อตั้งรากฐาน และด้วยความโกรธแค้น เขาจึงฆ่า...คุณชายน้อย"
องครักษ์อธิบายทุกสิ่งที่เขารู้เกี่ยวกับการตายของเอเลียส
"อะไรนะ?"
ดาริอัสตกตะลึงอีกครั้งเมื่อได้ยินว่าลูกชายของคนงานวิญญาณเป็นผู้ฝึกตนขอบเขตการก่อตั้งรากฐาน
"ทำไมเอเลียสถึงไปกับพวกองครักษ์ด้วย เขาไม่ได้ถูกขังอยู่ในบ้านงั้นเหรอ?"
เมื่อฟื้นจากอาการตกใจ ดาริอัสจึงถามหัวหน้าองครักษ์ของตระกูล
“นะ-นี่…คุณชายน้อยบอกว่าเขาอยากจะมีส่วนสนับสนุนตระกูลและอยากจะ….”
"ช่วยสนับสนุนตระกูลงั้นเหรอ? ฉันขอแค่ให้เขาอยู่เฉยๆ ก็พอ!"
ยิ่งดาริอัสคิดเรื่องนี้มากขึ้นเท่าไร เขาก็ยิ่งโกรธมากขึ้นเท่านั้น
“แล้วตระกูลหลินว่ายังไง..พวกเขาจะส่งตัวคนนั้นมาหรือป่าว?”
แม้ว่าลูกชายของเขาจะเสียชีวิตแล้ว ดาริอัสก็ควบคุมอารมณ์ได้อย่างรวดเร็ว เพราะเขารู้ดีว่าความโกรธจะยิ่งบดบังความสามารถในการตัดสินใจที่ถูกต้องของเขา
“พวกเขาอ้างว่าคนที่ฆ่าคุณชายได้ตัดความสัมพันธ์กับตระกูลหลิน และออกจากเมืองกรีนสไปร์พร้อมกับพ่อแม่เมื่อคืนนี้ทันทีหลังจากเหตุการณ์นั้น และไม่มีใครรู้ว่าเขาอยู่ที่ไหนในตอนนี้”
หัวหน้าองครักษ์ตอบว่าไม่ทราบที่อยู่ของอีธาน
"พวกเขาไม่เพียงแต่มองดูลูกชายของฉันถูกฆ่าเท่านั้น แต่ยังปล่อยให้ฆาตกรหลบหนีไปอีกด้วย ตระกูลหลินจะไม่ชดใช้หนี้เลือดนี้อย่างไร?"
ทันใดนั้นดาริอัสก็หัวเราะเบาๆ พร้อมกับรอยยิ้มแปลกๆ ขณะที่เขาสั่ง "เรียกประชุมหัวหน้าตระกูลทั้งหน้าและให้ตระกูลหลินจ่ายราคาให้ก่อน"
“ครับหัวหน้าตระกูล”
หัวหน้าองครักษ์พยักหน้าอย่างรีบร้อนขณะที่เขาคิดในใจว่า 'ความเป็นศัตรูที่เขามีต่อตระกูลหลินนั้นยิ่งใหญ่กว่าความรักที่มีต่อลูกชายของเขามาก'
"แล้วผู้ฝึกตนที่ฆ่าคุณชายน้อยล่ะ?"
หัวหน้าองครักษ์ก็อดไม่ได้ที่จะถามถึงเรื่องนั้น
"ทำไมเราต้องกังวลเรื่องนั้นด้วย ในเมื่อตระกูลหลินเป็นคนปล่อยให้เขาหนีไป ดังนั้นหน้าที่ของพวกเขาก็คือจับเขามามอบให้พวกเรา"
ดาริอัสดูเหมือนจะไม่กังวลใจมากนักในการจับฆาตกร แต่กลับกัน..เป้าหมายของเขาคือการทำให้ตระกูลหลินชดใช้ค่าใช้จ่ายออกมา
"ฉันจะดำเนินการตามคำสั่งของท่าน หัวหน้าตระกูล"
ในไม่ช้าหัวหน้าองครักษ์ก็โค้งคำนับและออกจากคฤหาสน์ไป ทิ้งให้ดาริอัสอยู่คนเดียวในห้องโถง
'แม้ว่าจะเสียลูกชายที่ไร้ค่าซึ่งไม่สามารถเข้าร่วมนิกายแล้วมันจะยังไงล่ะ? ยังมีเกวินกับโรนันที่เป็นความหวังของฉันอยู่'
เวลายังคงผ่านไปอย่างรวดเร็ว และในพริบตาสองวันก็ผ่านไป ขณะที่หัวหน้าตระกูลทั้งห้าแห่งภูมิภาคเขียวมรกตรวมตัวกันที่เมืองหน่อไผ่เขียวเพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องการเสียชีวิตของคุณชายแห่งตระกูลเฟิง
นอกเหนือจากตระกูลหลินและเฟิงแล้ว ตระกูลผู้ฝึกตนที่เหลืออีกสามตระกูลที่ตั้งรกรากมั่นคงในภูมิภาคเขียวมรกตคือตระกูลหวู่ ตระกูลจ้าว และตระกูลฮั่น
นอกจากหัวหน้าตระกูลทั้งห้าคนแล้ว ยังมีชายชราผอมๆ คนหนึ่งนั่งอยู่ที่เบาะนั่งหลักด้วยสีหน้าหงุดหงิด
เขาไม่ได้อยู่ในตระกูลใดตระกูลหนึ่งจากห้าตระกูล แต่เขาเป็นผู้อาวุโสของนิกายหน่อไผ่เขียวที่คอยช่วยยุติปัญหาของทั้งห้าตระกูลอยู่เสมอ
"ขอขอบคุณหัวหน้าตระกูลและผู้อาวุโสทุกท่านที่มารวมตัวกันที่นี่ในเวลาอันสั้น"
ดาริอัสขอบคุณหัวหน้าตระกูลคนอื่นๆ ก่อนพูดว่า “เนื่องจากเวลาของทุกคนมีค่า ฉันจะเข้าประเด็นเลยก็แล้ว”
“ลูกชายสุดที่รักของฉันถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยมโดยฆาตกรเลือดเย็นที่ตระกูลหลินจ้างมาต่อหน้าต่อตาผู้อาวุโสเมอร์ริค..สิ่งที่ฉันต้องการคือการคืนความยุติธรรมให้กับลูกชายที่ตายอย่างไม่ยุติธรรม”
หากใครไม่รู้จักดาริอัสเป็นการส่วนตัว พวกเขาจะเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นคนที่รักลูกชายของเขาอย่างแน่นอน
อย่างไรก็ตามหัวหน้าตระกูลทุกคนในห้องประชุมรู้ว่านั่นเป็นการแสดงของดาริอัส
อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่ได้ต้องการที่จะพูดมันออกมาดังๆ เพราะว่ายกเว้นเอ็ดวิน หลินแล้ว หัวหน้าตระกูลที่เหลือก็มีเป้าหมายเดียวกันที่นี่
มันเป็นการปราบปรามตระกูลหลินและถ้าเป็นไปได้พวกเขาก็ต้องทำลายมันให้สิ้นซาก
“หัวหน้าตระกูลหลิน คุณมีอะไรจะพูดไหม?”
หัวหน้าตระกูลทั้งสามถามเอ็ดวินว่าเขามีอะไรโต้แย้งคำพูดของดาริอัสหรือไม่
"ตระกูลเฟิงเป็นคนเริ่มการโจมตี พวกเขาโจมตีคนงานวิญญาณของตระกูลฉัน ตัดขาคนงานวิญญาณคนหนึ่ง และแม้กระทั่งฆ่าคนตายไปหนึ่งคน"
เอ็ดวินรู้ว่าอีกสี่ตระกูลต่างเกลียดชังตระกูลหลิน และกำลังรอโอกาสอันสมบูรณ์แบบที่จะปราบปรามพวกเขา ดังนั้นเขาจึงโต้แย้งคำพูดของดาริอัสด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว
ในวันนั้นนอกจากพ่อแม่ของอีธานแล้ว ลุงและป้าของเขายังถูกโจมตีโดยผู้ฝึกตนตระกูลเฟิงด้วย เนื่องจากโจรันได้ส่งดอกก้านเงินคุณภาพดีพร้อมกับการ์ริคด้วย
ในการโจมตีครั้งนั้นป้าเอลวาถูกฆ่าตาย ในขณะที่ลุงโจรันแทบจะรอดชีวิตมาได้
"แล้วไงล่ะ? ในทางกลับกันไอ้สารเลวนั่นก็ฆ่าผู้ฝึกตนจากตระกูลเฟิงของฉันไปมากกว่าสิบคน รวมถึงลูกชายของฉันเองด้วย"
ดาริอัสโต้ตอบด้วยจำนวนชีวิตที่ตระกูลเฟิงต้องสูญเสียไปในวันนั้น
"ตระกูลเฟิงเป็นคนเริ่มการต่อสู้ตั้งแต่แรก และคุณต้องการให้พวกเรางอมืองอเท้าดูพวกคุณลงมืองั้นหรือ?"
เอ็ดวินยังคงพูดจาอย่างมีอำนาจต่อไป ซึ่งทำให้หัวหน้าตระกูลที่เหลือต้องนั่งอยู่อย่างเงียบ
"เอาล่ะ ฉันจะปล่อยเรื่องที่ตระกูลเฟิงของเราต้องสูญเสียผู้ฝึกตนจำนวนมากไป แต่พวกคุณไม่ควรฆ่าลูกชายฉัน.."
ดาริอัสสูดหายใจเข้าลึกๆ ขณะที่เขาถามว่า "เมื่อไหร่การฆ่าคุณชายน้อยของตระกูลอื่นจึงสมเหตุสมผลด้วยเหตุผลที่พวกเขาลงมือกับคนงานก่อน?"
เขาไม่ยอมให้เอ็ดวินพูดขณะที่เขาพูดต่อ “การฆ่าคุณชายน้อยของตระกูลเป็นสิ่งต้องห้ามอย่างเคร่งครัดไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตามใช่หรือไม่?”
ถูกต้องแล้ว!
ในบรรดากฎที่ตระกูลทั้งห้านี้วางเอาไว้ กฎข้อแรกก็คือ "ห้ามฆ่าคุณชายหรือคุณหนูของตระกูลอื่น ไม่ว่าพวกเขาจะทำความชั่วใดๆ ก็ตาม"
แน่นอนว่า หากคุณชายหรือคุณหนูก่ออาชญากรรม เขาหรือเธอจะต้องถูกนำตัวขึ้นศาลต่อหน้าหัวหน้าตระกูลทั้งห้า แล้วค่อยตัดสินลงโทษพวกเขา
นั่นก็เป็นเหตุผลที่เมอร์ริคพยายามหยุดอีธานไม่ให้ฆ่าเอเลียสด้วย
“ถูกต้องแล้ว หัวหน้าตระกูลหลิน”
"พี่ชายของคุณ ผู้อาวุโสเมอร์ริคควรหยุดไคหรือทำอะไรก็ตามเพื่อไม่ให้เขาฆ่าคุณชายเอเลียส"
"ดังนั้น..เนื่องจากผู้อาวุโสเมอร์ริคไม่สามารถหยุดไคได้ ฉันหวังว่าเขาจะถูกลงโทษอย่างรุนแรง"
“นอกจากนี้ตระกูลหลินควรชดเชยให้ตระกูลเฟิงอย่างเหมาะสมและขอโทษอย่างจริงใจสำหรับการฆ่าคุณชายของพวกเขา”
ด้วยจุดแข็งของดาริอัส หัวหน้าตระกูลที่เหลือก็เริ่มพูดคุยกันทีละคน ทำให้เอ็ดวินโกรธมาก
ตั้งแต่ต้นจนจบชายชราจากนิกายไม่ได้พูดอะไรเลย เขาเพียงแต่ฟังอย่างเงียบๆ
"พวกคุณ…"
อย่างไรก็ตาม เอ็ดวิน หลินระงับความโกรธของเขาไว้และหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะถามว่า "พวกคุณต้องการให้ฉันลงโทษพี่ชายของฉันและชดเชยให้กับตระกูลเฟิงสำหรับการสูญเสียของพวกเขาใช่ไหม?"
"ใช่"
หัวหน้าตระกูลทั้งสามพยักหน้า
“คุณต้องการค่าชดเชยอะไร?”
เอ็ดวิน หลินพยักหน้าและถามดาริอัสเกี่ยวกับค่าชดเชย
"ไม่ว่าค่าตอบแทนของคุณจะมีค่าแค่ไหน มันก็ไม่สามารถทดแทนการสูญเสียลูกชายของฉันได้"
ดาริอัสพูดด้วยน้ำเสียงที่เจ็บปวดขณะที่เขาพูดต่อ “อย่างไรก็ตามหากคุณมอบหมู่บ้านทั้งสามที่อยู่ภายใต้การควบคุมของตระกูลหลินของคุณ ฉันจะสัมผัสได้ถึงความจริงใจของคุณ”
"อะไรนะ? คุณอยากได้หมู่บ้านตระกูลหลินสามแห่งของฉันงั้นรึ?"
ในชั่วขณะหนึ่ง ไม่เพียงแต่เอ็ดวินเท่านั้น แต่แม้แต่หัวหน้าตระกูลทั้งสามคนก็ตกตะลึงกับความโลภของดาริอัส
'มันไม่มากเกินไปหน่อยเหรอ?'
หัวหน้าตระกูลทั้งสามคนมีความคิดเหมือนกันอยู่ในหัว อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่ได้พูดความคิดของตนออกมาและรออย่างอดทนเพื่อดูปฏิกิริยาของเอ็ดวิน
"ฮ่าๆ...ดาริอัส คุณรู้วิธีทำให้ฉันหัวเราะได้จริงๆ"
เอ็ดวินหัวเราะออกมาดังๆ ด้วยความโกรธขณะที่เขามองไปที่หัวหน้าตระกูลทั้งสาม “พวกคุณว่าการสละหมู่บ้านสามแห่งที่เป็นของตระกูลหลินของฉันไปเป็นค่าชดเชยที่เหมาะสมสำหรับตระกูลเฟิงงั้น?”
“…เราไม่สามารถเปรียบเทียบชีวิตกับคุณค่าของเงินได้”
“ถูกต้องแล้ว”
“แต่ฉันเห็นด้วยกับคำพูดของหัวหน้าตระกูลดาริอัส”
หัวหน้าตระกูลทั้งสามลังเลเล็กน้อย แต่พวกเขายังคงเห็นด้วยกับคำพูดของดาริอัส ทำให้เอ็ดวินโกรธมากขึ้นไปอีก
'เรื่องบ้าบออะไรเนี่ย! ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ชีวิตจะมีค่าในโลกแห่งการฝึกฝนขนาดนั้น?'
ชายชราผู้กำลังฟังคำพูดของพวกเขาอดไม่ได้ที่จะเยาะเย้ยคำพูดของพวกเขา อย่างไรก็ตามเขายังคงไม่มีความตั้งใจที่จะเข้าร่วมการสนทนาของพวกเขา
ส่วนเอ็ดวิน หลิน เขาทำเป็นพูดไม่ออก แต่ลึกๆ แล้วเขาคิดว่า 'ทุกอย่างเป็นไปตามแผน'
“คุณ…พวกคุณร่วมมือกันใช่มั้ย?”
เอ็ดวินแสดงท่าทางเหมือนเขากำลังโกรธจัด และก่อนที่ใครจะทันได้ตอบสนอง เขาก็ถามว่า "ถ้าคุณอยู่ในสถานการณ์เดียวกับฉัน คุณจะยกหมู่บ้านทั้งสามที่อยู่ภายใต้การควบคุมของคุณให้หรือไม่"
"แน่นอนว่าเราจะทำ"
ดาริอัสเป็นคนแรกที่ตอบคำถามของเอ็ดวิน โดยเขากล่าวต่อว่า “ยิ่งไปกว่านั้น หากคุณปกป้องลูกชายของฉันและนำเขามาทดสอบตามวิธีปกติของพวกเรา ฉันจะชดเชยให้คุณด้วยหมู่บ้านสามแห่งภายใต้การดูแลของตระกูลเฟิง”
“คุณพูดจริงหรือ?”
เมื่อได้ยินคำพูดของดาริอัส เอ็ดวินก็ตกตะลึงเมื่อเขาขอให้ยืนยัน
"คุณได้ยินถูกแล้ว ถ้าเพียงแต่คุณปกป้องลูกชายของฉันและนำตัวเขาขึ้นศาลต่อหน้าหัวหน้าตระกูลทั้งหมด ฉันคงชดเชยให้คุณด้วยหมู่บ้านสามแห่งภายใต้ตระกูลเฟิงของฉันแล้ว"
“ผู้อาวุโสเรน คุณได้ยินคำพูดเหล่านั้นแล้วไหม?”
เอ็ดวินไม่สนใจดาริอัสอีกต่อไป แต่เขากลับถามชายชราจากนิกายแทน
"ฉันได้ยินมันอย่างชัดเจน"
ชายชราสัมผัสได้ถึงบางสิ่งบางอย่างในน้ำเสียงของเอ็ดวิน แต่เขากลับพยักหน้า
“คุณชายเอเลียส ทำไมท่านไม่มาทักทายพ่อของท่านและหัวหน้าตระกูลคนอื่นๆ บ้างล่ะ”
เมื่อได้รับการยืนยันจากชายชราแล้ว เอ็ดวินก็ตะโกนออกมาดังๆ และไม่นาน ชายหนุ่มคนหนึ่งก็เข้ามาในห้องประชุม ทำให้ทุกคนในห้องประชุมตกใจอย่างมาก….
………………………..