- หน้าแรก
- เสียงเพรียกจากห้วงลึกมหาสมุทรอันเร้นลับ
- บทที่ 91 สาส์นลึกลับ
บทที่ 91 สาส์นลึกลับ
บทที่ 91 สาส์นลึกลับ
เขตท่าเรือของหมู่เกาะปะการังยังคงอึกทึกและวุ่นวายเช่นเคย หลังจากแยกทางกับเหล่าลูกเรือ ชาร์ลส์ก็พาลลิลลี่มุ่งตรงไปยังโรงแรมค้างคาวอันเป็นที่พักประจำของเขา
แม้ว่าตอนนี้เขาจะมีเหรียญแอคโค่มากพอที่จะซื้อบ้านสักหลังในเขตท่าเรือได้ แต่ชาร์ลส์กลับรู้สึกอยู่เสมอว่าตนคงไม่ได้ปักหลักอยู่ในมหาสมุทรใต้นี้อีกนาน จึงไม่มีความจำเป็นอันใดที่จะต้องสิ้นเปลืองเงินไปกับเรื่องเช่นนี้
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในโรงแรม ชาร์ลส์ก็สังเกตเห็นความผิดปกติได้ในทันที ชายท่าทางซอมซ่อที่เคยนั่งอยู่หลังโต๊ะประชาสัมพันธ์หายตัวไป บัดนี้กลับมีชายวัยกลางคนผู้หนึ่งซึ่งมีรูปโฉมและการแต่งกายที่ดูแปลกแยกจากสภาพแวดล้อมโดยรอบโดยสิ้นเชิงมาแทนที่
เสื้อเชิ้ตสีขาวกับเสื้อกั๊กสีดำ ประกอบกับทรงผมที่จัดแต่งอย่างเนี้ยบ ทำให้เขาดูไม่เหมือนคนที่จะทำงานในเขตท่าเรือเลยแม้แต่น้อย
“คุณชาร์ลส์ โรงแรมค้างคาวเปลี่ยนเจ้าของแล้วหรือคะ” ลิลลี่ซึ่งเกาะอยู่บนบ่าของชาร์ลส์เอ่ยถามพลางมองชายคนนั้นด้วยความสงสัย
ชาร์ลส์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเดินเข้าไปหา “ครั้งนี้ฉันจะพักหนึ่งเดือน ห้อง 303 ชั้นสาม แล้วก็เอาอาหารสองที่ไปส่งที่ห้องด้วย”
“ได้เลยครับคุณท่าน ห้องพักเตรียมไว้ให้ท่านเรียบร้อยแล้วครับ”
ขณะที่ชาร์ลส์กำลังจะหยิบเหรียญแอคโค่ออกมา ชายผู้นั้นกลับโบกมือเป็นเชิงปฏิเสธ
เขายิ้มพลางกล่าวด้วยความนอบน้อมว่า “คุณชาร์ลส์ ท่านไม่ต้องชำระเงินหรอกครับ โรงแรมแห่งนี้เป็นของท่านแล้ว”
“ของฉันหรือ” ชาร์ลส์พินิจมองใบหน้าของชายตรงหน้า แต่ก็ไม่สามารถอ่านข้อมูลใด ๆ ได้
“คุณเป็นใคร ใครส่งมา”
“เจ้านายของผมทิ้งจดหมายไว้ให้ท่านในห้อง ท่านอ่านแล้วก็จะเข้าใจเองครับ”
ชาร์ลส์รับกุญแจที่อีกฝ่ายยื่นให้แล้วเดินไปยังห้องพักของตนด้วยความงุนงง เมื่อใช้กุญแจไขเข้าไป เขาก็พบว่าการตกแต่งภายในได้เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง
ผนังที่เคยมีสีลอกร่อนถูกฉาบและทาสีใหม่ ประดับด้วยวอลล์เปเปอร์ลายแกะสลักแบบคลาสสิก เฟอร์นิเจอร์เก่าถูกเปลี่ยนเป็นของใหม่ในสไตล์วินเทจทั้งหมด
พื้นปูด้วยพรมขนแกะแท้หนานุ่ม บนผนังแขวนภาพวาดศิลปะ ทุกสิ่งทุกอย่างทำให้ชาร์ลส์รู้สึกแปลกตาไปหมด ทว่าการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่ที่สุดภายในห้องคือการที่ผนังด้านซ้ายถูกเจาะเพื่อสร้างเป็นเตาผิงขึ้นมา
เปลวไฟที่ลุกโชนไม่เพียงแต่ส่องสว่างไปทั่วทั้งห้อง แต่ยังนำพาความอบอุ่นมาขับไล่ความหนาวชื้นที่เคยมีอยู่จนหมดสิ้น
ชาร์ลส์ถอยออกมาดูหมายเลขหน้าห้องอีกครั้ง และพบว่าตนไม่ได้เข้าห้องผิด นี่คือห้องที่เขาเคยพักอยู่เสมอ แต่การตกแต่งและเครื่องเรือนในตอนนี้กลับทำให้เขารู้สึกราวกับกำลังย่างกรายเข้าไปในห้องนอนของผู้ว่าการสักคน
“ว้าว!!” ลิลลี่กระโดดลงจากบ่าของชาร์ลส์ด้วยความตื่นเต้น มันปีนขึ้นไปบนเตียงแล้วกลิ้งไปมาไม่หยุด “คุณชาร์ลส์! มานี่เร็วเข้าสิคะ! เตียงนี้นุ่มสบายจริง ๆ เลย!!”
ชาร์ลส์ไม่ได้ใส่ใจเสียงร้องอย่างตื่นเต้นของลิลลี่ เขานึกถึงคำพูดของชายคนนั้นเมื่อครู่ แล้วสายตาก็พลันกวาดไปเห็นบางอย่างบนโต๊ะ
ซองจดหมายฉบับหนึ่งวางอยู่กลางโต๊ะอย่างพอดิบพอดี
“ในมหาสมุทรใต้นี้มีใครจะเขียนจดหมายหาฉันอีก” ในใจของชาร์ลส์มีคำตอบผุดขึ้นมาแล้ว หัวใจของเขาเริ่มเต้นรัว
เขารีบพุ่งเข้าไปฉีกซองจดหมายนั้นออก ทันใดนั้นกระดาษวาดเขียนพับหนึ่งก็ร่วงหล่นลงมา มันคือภาพของแอนนาที่กำลังทำหน้าทะเล้นอยู่
ชาร์ลส์จ้องมองภาพวาดนั้นนิ่งอยู่หลายวินาทีก่อนจะพลิกมันกลับด้าน และก็เป็นไปตามคาด ด้านหลังมีตัวอักษรจีนเขียนไว้
“เกาจื้อหมิง นายหาทางออกเจอหรือยัง มีเบาะแสบ้างไหม บอกเรื่องน่ายินดีให้ฟังอย่างหนึ่ง ฉันแต่งงานแล้วล่ะ ไม่ต้องห่วงนะ ฉันไม่ได้นอกใจนายหรอก รสชาติของเจ้าหนุ่มนั่นก็ไม่เลวเลยทีเดียว”
“ช่วงนี้ฉันมีธุระเลยแวะมาดู พวกผู้ชายนี่ไม่เอาไหนกันจริง ๆ ห้องแบบนี้ก็ยังอยู่กันได้ ฉันเลยช่วยจัดระเบียบให้หน่อย ไม่ต้องขอบใจหรอกนะ แล้วก็อย่าคิดมากด้วย มันไม่ได้มีความหมายอะไรทั้งนั้น”
ชาร์ลส์อ่านข้อความบนภาพวาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า กว่าจะวางมันลงก็ผ่านไปเนิ่นนาน
ในหัวของเขาสับสนอลหม่านไปหมด ไม่เข้าใจเลยว่าเหตุใดแอนนาจึงทำเช่นนี้
“จับคนข้างล่างมามัดไว้สิ บางทีอาจจะได้เบาะแสของแอนนา เราจะไปตามหาเธอไหม” ริชาร์ดในหัวของเขาเอ่ยขึ้นมาอย่างจริงจังผิดกับทุกครั้ง
“นายอยากไปหรือ”
“อย่ามาโยนให้ฉันสิ ในใจนายก็คิดเหมือนฉันใช่ไหมล่ะ ทั้งอยากตามหาทั้งไม่อยากตามหา”
“ก็แล้วถ้าเจอเล่า จะทำอย่างไร อย่าลืมสิว่าเธอเป็นตัวอะไร จะให้เธออยู่ข้าง ๆ เรา แล้วนั่งมองเธอกินคนทุกวันอย่างนั้นหรือ นายรับได้เหรอ”
“เฮ้ นายน่ะเกาจื้อหมิง ฉันก็เกาจื้อหมิงเหมือนกัน ถ้านายรับได้ ฉันก็รับได้อยู่แล้ว”
ชาร์ลส์ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง คิ้วของเขาขมวดเล็กน้อยก่อนจะวางภาพวาดกลับลงบนโต๊ะ
เขาค่อย ๆ ทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาหนังหน้าเตาผิง ใช้นิ้วขวาคลึงขมับตามสัญชาตญาณ โซฟาหนังอันอ่อนนุ่มและความอบอุ่นจากเตาผิงช่วยคลายความเหนื่อยล้าทางกายได้ แต่กลับไม่อาจบรรเทาความสับสนวุ่นวายในใจของเขาได้เลย
ในความทรงจำของเขา แอนนาคือเพื่อนเล่นสมัยเด็ก แม้ตอนนี้จะรู้แล้วว่าความทรงจำอันงดงามเหล่านั้นเป็นเรื่องโกหก แต่เขาก็ยังคงลืมมันไม่ลง
ทว่าไม่ว่าความรู้สึกจะลึกซึ้งเพียงใด ก็ไม่อาจลบล้างความจริงที่ว่าแอนนาคืออสูรกายกินคนได้
หลังจากจ้องมองเปลวไฟที่สั่นไหวในเตาผิงอยู่ครู่ใหญ่ ชาร์ลส์ก็เอ่ยขึ้น “ในมหาสมุทรใต้ที่ไร้ซึ่งเหตุผลเช่นนี้ นายว่ามันพอจะมีวิธีไหนบ้างไหมที่จะ—”
ริชาร์ดชิงพูดขึ้นมาทันที “จะหาวิธีทำให้แอนนากลับเป็นมนุษย์อีกครั้งอย่างนั้นหรือ เพื่อนเอ๋ย นายช่างคิดไปได้นะ ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าเจ้าอสูรกายหนวดนั่นจะยอมหรือไม่ยอม ถ้าเราเปลี่ยนเป้าหมายไปช่วยมัน แล้วการตามหาทางออกสู่โลกเบื้องบนของเราล่ะจะทำอย่างไร ตกลงผู้หญิงสำคัญหรือกลับบ้านสำคัญกว่ากัน”
ชาร์ลส์นิ่งเงียบไม่ได้ตอบ ขณะที่ในใจของเขากำลังสับสนวุ่นวาย กล่องเล็ก ๆ ใบหนึ่งบนพื้นก็ดึงดูดความสนใจของเขา ข้างในนั้นดูเหมือนจะมีอะไรบางอย่าง
ชาร์ลส์เดินเข้าไปดู และพบว่าข้างในมีจดหมายฉบับหนึ่งที่ถูกฉีกเป็นสองท่อน เขาก้มลงหยิบมันขึ้นมาประกบกัน
ผู้ส่ง: มาร์กาเร็ต เจน คาเวนดิช
ผู้รับ: คุณชาร์ลส์
มาร์กาเร็ตหรือ ในหัวของชาร์ลส์ปรากฏภาพของเด็กสาวผู้บริสุทธิ์ที่ขี้ขลาดราวกับกระต่ายป่า
ชาร์ลส์เหลือบมองภาพหน้าทะเล้นบนโต๊ะ สลับกับจดหมายที่ถูกฉีกเป็นสองท่อนในมือ
ในเมื่อแอนนาฉีกจดหมายฉบับนี้แล้ว ทำไมถึงทิ้งไว้ตรงนี้ให้เขาเห็น
ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็พับจดหมายเข้าด้วยกัน ใช้ปากคาบปลายด้านหนึ่งไว้ แล้วใช้มือขวาดึงอย่างแรง จดหมายสองท่อนพลันถูกฉีกออกเป็นสี่ส่วน
ชาร์ลส์โยนเศษกระดาษในมือทิ้งลงถังขยะ ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปยังห้องน้ำ
จากการที่เธอแอบเอาอาหารไปให้เหล่าทาส ก็พอจะมองออกว่าเด็กสาวคนนั้นเป็นคนจิตใจดี ไม่ว่าเธอจะเขียนอะไรในจดหมาย ชาร์ลส์ก็ไม่ต้องการที่จะเข้าไปพัวพันกับเธออีก
ความสัมพันธ์ในมหาสมุทรใต้ของเขายุ่งเหยิงพอแล้ว เขาไม่ต้องการเพิ่มเข้ามาอีกคน
ชีวิตอันเรียบง่ายบนเกาะของชาร์ลส์ดำเนินไปได้ไม่นานนัก เพียงครึ่งเดือนหลังจากที่เขากลับมาวาดภาพเพื่อขจัดมลพิษทางจิตใจ เขาก็เห็นเรือสำรวจของภาคีแสงศักดิ์สิทธิ์ที่สภาพยับเยินลำหนึ่งแล่นเข้ามาในท่าเรือ
“เป็นอย่างไรบ้าง หาเกาะสำหรับเติมเสบียงเจอหรือไม่”
ภายในห้อง 303 ของโรงแรมค้างคาว ชาร์ลส์เอ่ยถามคอร์ดซึ่งนั่งอยู่ตรงข้ามด้วยสีหน้าย่ำแย่
ส่วนเรื่องทางออกสู่ดินแดนแห่งแสงนั้นเขาไม่คิดจะถามเลยแม้แต่น้อย ด้วยความศรัทธาอันแรงกล้าที่ชายคนนี้มีต่อเทพสุริยัน หากเขาพานพบมันเข้าจริง ๆ สีหน้าคงไม่เป็นเช่นนี้เป็นแน่