- หน้าแรก
- เสียงเพรียกจากห้วงลึกมหาสมุทรอันเร้นลับ
- บทที่ 59 แท็บเล็ต
บทที่ 59 แท็บเล็ต
บทที่ 59 แท็บเล็ต
“เกี่ยวกับเรื่องของสิ่งนี้ ตอนนี้บอกฉันได้หรือยัง” หมอเอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำ
ชาร์ลส์พยักหน้า เอี้ยวตัวให้เขาเข้ามา “เชิญเข้ามาข้างใน”
เมื่อเผชิญหน้ากับหมอ ชาร์ลส์ก็ค่อย ๆ เล่าเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับโทรศัพท์มือถือ
หมอรับฟังอย่างเงียบงัน มือข้างดีของเขาลูบไล้บนหน้าจอโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลา
“สิ่งนี้สามารถใช้สื่อสาร ความบันเทิง และทำงานได้ บนโลกเบื้องบน หากไม่มีสิ่งนี้ฉันคงมีชีวิตอยู่ไม่ได้แม้แต่วันเดียว...”
ขณะที่เล่าเรื่อง ชาร์ลส์ราวกับได้ย้อนกลับไปยังสภาพแวดล้อมอันสงบสุขอีกครั้ง ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยรู้สึก แต่เมื่อมาถึงมหาสมุทรใต้ที่วุ่นวายนี้ เขาก็ได้รู้ว่าชีวิตก่อนหน้านี้ช่างสวยงามเพียงใด
“กล่าวอีกนัยหนึ่ง สิ่งนี้เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการสื่อสารใช่หรือไม่ เหมือนกับโทรเลข”
“จะเข้าใจเช่นนั้นก็ได้”
หมอหยุดไปครู่หนึ่งแล้วจึงเอ่ยขึ้น “อันที่จริงฉันก็เคยมีของแบบนี้อยู่ชิ้นหนึ่ง”
ข่าวกะทันหันนี้เกือบทำให้ชาร์ลส์ที่กำลังดื่มน้ำอยู่สำลัก เขาคาดเดาถูกจริง ๆ หรือนี่ เจ้านี่มีโทรศัพท์มือถือจริง ๆ
หมอเปิดเสื้อคลุมสีขาวที่สกปรกจนแทบมองไม่เห็นสีเดิมออก จากข้างในนั้น เขาหยิบของสี่เหลี่ยมที่ห่อด้วยผ้าออกมา
เมื่อชาร์ลส์มองเห็นของข้างในอย่างชัดเจน เขาก็ลุกขึ้นยืนด้วยความตกตะลึงในทันที มันเป็นอุปกรณ์สีดำที่มีลักษณะคล้ายกับแท็บเล็ต ฝาหลังของสิ่งนี้ถูกเปิดออก แผงวงจรสีเขียวจึงปรากฏให้เห็นอย่างโจ่งแจ้ง
เมื่อมองดูสิ่งที่ดูไม่เหมือนผลิตภัณฑ์ของมหาสมุทรใต้เลย เขาก็รีบถามขึ้น “นี่เป็นของคุณหรือ คุณก็มาจากโลกเบื้องบนเช่นกัน ตอนที่คุณลงมาเป็นปีอะไร”
ปฏิกิริยาแรกของชาร์ลส์คือ ชายที่อยู่ตรงหน้าเขาก็พลัดตกลงมาเหมือนกับตนเอง
“นี่ไม่ใช่ของของฉัน มันเป็นของของปู่ทวดของฉัน” หมอมองไปที่แท็บเล็ตนั้น ใบหน้าที่น่าเกลียดของเขาเผยให้เห็นถึงความทรงจำในอดีต
“เกี่ยวกับเรื่องราวทั้งหมดของท่าน ฉันไม่รู้เลย ปู่ทวดของฉันเสียชีวิตเร็วมาก สิ่งเดียวที่ท่านทิ้งไว้ให้ฉันก็คือสิ่งนี้”
“พ่อของฉันบอกให้ฉันเก็บรักษามันไว้อย่างดี แต่ท่านไม่เคยบอกฉันเลยว่าสิ่งนี้คืออะไร เรื่องนี้เป็นปริศนาในใจฉันมาโดยตลอด ฉันไปถามคนมามากมาย แต่ไม่มีใครรู้เลย”
“หรือว่าปู่ทวดของเขาก็ข้ามโลกมาเหมือนกับฉัน” ชาร์ลส์ละทิ้งความคิดนี้ไปในทันที หมอก็แก่ปานนี้แล้ว ปู่ทวดของเขาย่อมต้องแก่กว่า แท็บเล็ตกับโทรศัพท์มือถือถูกประดิษฐ์ขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน เขาไม่น่าจะลงมาพร้อมกับตนเองได้
เมื่อคิดถึงตรงนี้ ชาร์ลส์ก็รับแท็บเล็ตนั้นมาพิจารณาอย่างละเอียด ในไม่ช้าเขาก็พบความแตกต่าง เมื่อเทียบกับความเรียบและเบาของยุคใหม่ แท็บเล็ตในมือของเขาดูเทอะทะและหยาบกระด้างกว่าอย่างเห็นได้ชัด
เพียงแค่น้ำหนักที่มากถึงหนึ่งกิโลกรัม ชาร์ลส์ก็สามารถตัดสินได้ว่าสิ่งนี้ไม่ใช่ผลิตภัณฑ์จากโลกเบื้องบนอย่างแน่นอน หากผู้ผลิตรายใดทำแท็บเล็ตแบบนี้ออกมา มีหวังขาดทุนย่อยยับในพริบตา
“คุณมีวิธีซ่อมสิ่งนี้หรือไม่ ฉันคาดว่าคงไม่มีทายาทรุ่นต่อไปแล้ว ของสิ่งนี้ฉันก็ไม่อยากจะส่งต่อให้ใคร ตอนนี้ฉันแค่อยากรู้ว่าปู่ทวดให้ลูกหลานของท่านเก็บรักษาสิ่งใดไว้กันแน่” สายตาของหมอจับจ้องไปที่แท็บเล็ตอย่างไม่วางตา
“ขออภัย เรื่องนี้ฉันคงช่วยอะไรคุณไม่ได้” เกี่ยวกับการซ่อมแซมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ชาร์ลส์ทำอะไรไม่ได้จริง ๆ
“คุณเคยบอกว่าตราบใดที่มีไฟฟ้า กระจกดำนี้ก็จะสว่างขึ้นอีกครั้ง นั่นหมายความว่าถ้าให้ไฟฟ้ากับมัน สิ่งนี้ก็จะสว่างขึ้นได้ใช่หรือไม่”
“แม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่าแรงดันไฟฟ้าที่ใช้ในหมู่เกาะปะการังตอนนี้เป็นเท่าใด แต่ก็ไม่น่าจะเข้ากันได้กับแท็บเล็ตของคุณอย่างแน่นอน หากลองทำโดยไม่ไตร่ตรอง อาจจะทำให้มันเสียหายได้ง่าย ๆ”
ใบหน้าของหมอเผยให้เห็นความคับข้องใจ
ในตอนนี้ชาร์ลส์กำลังคิดไปไกลกว่านั้น หากว่าสิ่งนี้ไม่ได้มาจากโลกเบื้องบน ก็เป็นที่แน่ชัดว่ามันถูกสร้างขึ้นโดยมนุษย์ในมหาสมุทรใต้ ในเมื่อเทคโนโลยีในอดีตของพวกเขาสามารถสร้างแท็บเล็ตได้ แล้วเหตุใดเทคโนโลยีของมหาสมุทรใต้ในปัจจุบันจึงยังคงอยู่ในระดับศตวรรษที่ 18-19 นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลย
เมื่อนึกถึงเรื่องนี้ ในใจของชาร์ลส์ก็หวนนึกถึงเกาะที่มีห้องปฏิบัติการที่สามขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ
ถ้าจะบอกว่าใครในบรรดามนุษย์ทั้งมหาสมุทรใต้ที่มีแนวโน้มจะสร้างแท็บเล็ตได้มากที่สุด ก็คงจะเป็นมนุษย์ในห้องปฏิบัติการที่สาม ท้ายที่สุดแล้ว พวกเขาถึงกับใช้ระบบจดจำลายนิ้วมือ
ปู่ทวดของหมออาจจะเป็นเจ้าหน้าที่ในห้องปฏิบัติการในตอนนั้นหรือไม่ แต่แล้วคำถามเดิมก็ยังคงปรากฏอยู่เบื้องหน้าชาร์ลส์ มนุษย์เหล่านั้นมีเทคโนโลยีที่ทรงพลังและยังมีวัตถุศักดิ์สิทธิ์ที่ทรงพลังมากมาย แล้วตอนนี้พวกเขาไปอยู่ที่ไหนกัน ปริศนาในใจของชาร์ลส์ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
“อย่างไรก็ตาม ก็ต้องขอบคุณคุณ ในที่สุดฉันก็รู้แล้วว่าสิ่งที่ปู่ทวดทิ้งไว้คืออะไรกันแน่ ฉันจะพยายามทำให้มันสว่างขึ้น ข้อตกลงของเรายังคงมีผลอยู่” หมอรับแท็บเล็ตแล้วเดินไปยังประตู
ทันทีที่หมอเปิดประตู ก็ทำให้มาร์กาเร็ตที่กำลังแอบฟังอยู่ตกใจ เธอลนลานวิ่งไปหลบหลังชาร์ลส์ แอบมองออกไปข้างนอกอย่างขลาดกลัว
หมอหันมามองชาร์ลส์ “ต้องการให้เธอลืมเรื่องที่ได้ยินเมื่อครู่ทั้งหมดหรือไม่ ฉันมีวิธี”
“ช่างเถอะ ไม่เป็นไร”
ก่อนหน้านี้ชาร์ลส์เคยบอกข่าวที่ตนเองมาจากโลกเบื้องบนให้ทุกคนที่พบเจอ แต่ทุกคนกลับมองว่าเขาเป็นคนบ้า ไม่มีใครเชื่อเขาเลยแม้แต่คนเดียว
เมื่อเขาเห็นว่าภาคีแสงศักดิ์สิทธิ์ถึงกับจินตนาการว่าดวงอาทิตย์เป็นรูปสามเหลี่ยม เขาก็เข้าใจอย่างถ่องแท้ หากไม่นำความจริงมาวางอยู่ตรงหน้าพวกเขา พวกเขาก็จะไม่เชื่อ มนุษย์บางครั้งก็ช่างโง่เขลาเสียจริง พวกเขาเชื่อแต่ในสิ่งที่ตนเองเชื่อเท่านั้น หมอหันกลับไป เดินกะเผลกผ่านทางเดินไปยังบันไดที่มืดสลัว
มาร์กาแรตกล่าวอย่างไม่สบายใจ “ขอโทษค่ะ ฉันไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง ฉันนึกว่าท่านพ่อมา”
“ยังไม่เร็วขนาดนั้น ของของเธอกับจดหมายของเธอ ฉันฝากคนส่งไปยังเกาะแวร์ทูแล้ว พวกเขาจะมาถึงเร็วที่สุดก็อีกครึ่งเดือน”
มาร์กาเร็ตลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงก้มศีรษะลง ใช้ปลายเท้าเขี่ยพื้น “ท่านเจ้าคะ ฉันขออยู่ในห้องนี้ได้ไหมคะ ห้องนั้นมืดมาก ฉันกลัวนิดหน่อย...”
“ตามสบาย แค่อย่าส่งเสียงดัง” ชาร์ลส์หยิบสมุดบันทึกออกมา เริ่มเขียนบันทึกการเดินทาง
เมื่อจ้องมองชายหนุ่มที่ก้มหน้าเขียนอะไรบางอย่าง ใบหน้าของมาร์กาเร็ตก็ค่อย ๆ แดงระเรื่อขึ้น
เมื่อเทียบกับวันเวลาที่อยู่บนเกาะ ชาร์ลส์ชอบชีวิตในทะเลมากกว่า แม้ว่าในทะเลจะอันตรายและยากลำบาก แต่เขาก็รู้สึกอยู่เสมอว่าตนเองกำลังก้าวไปข้างหน้าสู่เป้าหมาย ขณะที่เมื่ออยู่บนเกาะ เขากลับรู้สึกว่ากำลังใช้ชีวิตอย่างไร้ค่า
ตอนนี้ชาร์ลส์มีทั้งแผนที่เดินเรือและเรือแล้ว แต่เขายังไปไหนไม่ได้ อย่างแรก บาดแผลบนร่างกายของเขายังไม่หายดี อย่างที่สอง ศีรษะของซอนนีกับเงินห้าล้านเหรียญนั้นยังไม่มาถึง
ในช่วงเวลาต่อจากนั้น มาร์กาเร็ตและชาร์ลส์ได้ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ มาร์กาเร็ตอาศัยอยู่ข้าง ๆ การหลบหนีใด ๆ ก็ตามจะมีหนูมารายงานให้ทราบทันท่วงที
แต่หญิงสาวก็ไม่ได้หลบหนี ตรงกันข้าม เมื่อเวลาผ่านไปทีละน้อย เธอกลับเริ่มเพลิดเพลินกับชีวิตแบบนี้ และมักจะหาเรื่องอยู่ใกล้ชาร์ลส์โดยตั้งใจบ้างไม่ตั้งใจบ้าง
ทว่าวันเวลาอันสงบสุขเหล่านี้ก็ไม่ได้คงอยู่นานนัก เมื่อเช้าตรู่วันหนึ่ง ชาร์ลส์เห็นเรือลาดตระเวนของผู้ว่าการหมู่เกาะปะการังกำลังขับไล่เรือประมงอยู่บนผืนน้ำ เขาก็รู้ว่าวันนี้จะต้องมีเรื่องเกิดขึ้น
ประตูระหว่างเขตท่าเรือและเมืองชั้นในที่ปกติไม่ค่อยเปิดก็ถูกเปิดออก ขบวนรถอันหรูหราขับออกมาจากข้างใน
สายตาอันยอดเยี่ยมทำให้ชาร์ลส์มองเห็นชายที่แต่งหน้าเข้มจัดอย่างงดงามเย้ายวนในหน้าต่างรถได้อย่างชัดเจน เขาเคยเห็นหน้าตาของชายผู้นั้นในหนังสือพิมพ์
นั่นคือผู้ว่าการหมู่เกาะปะการัง นิโค