- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญสายล้มละลาย
- บทที่ 44 ฟาไฉ: หรือว่าจะได้เป็นพ่อแล้ว?!
บทที่ 44 ฟาไฉ: หรือว่าจะได้เป็นพ่อแล้ว?!
บทที่ 44 ฟาไฉ: หรือว่าจะได้เป็นพ่อแล้ว?!
การเปลี่ยนแปลงในฟาร์มเกิดขึ้นไม่นานนัก ไม่ช้า บ้านกระจกสีฟ้าหลังหนึ่งก็ปรากฏขึ้นในฟาร์ม
“บ้านกระจกเหรอ?”
เจียงเฉินมองบ้านกระจกอย่างสงสัยเล็กน้อย กำลังจะเดินเข้าไปใกล้ ๆ แต่จิตสำนึกก็พลันกลับเข้าร่างเสียก่อน
อ่ะจิ๊ อ่ะจิ๊!
พอเห็นเจียงเฉินฟื้นขึ้นมา ฟาไฉถึงได้ถอนหายใจอย่างโล่งอก จากนั้นก็ดึงผมของเจียงเฉินเบา ๆ
“เป็นอะไรไป? หรือว่าเจ้าวิฬาร์จันทร์ธารานั่นมันยังไม่ตาย?”
เมื่อเห็นท่าทางร้อนรนของฟาไฉ เจียงเฉินก็อดแปลกใจไม่ได้ เขามองหาไปรอบ ๆ แต่ก็ไม่เห็นเงาของวิฬาร์จันทร์ธาราเลย
เหมียว เหมียว~
ในตอนนั้นเอง พลันมีเสียงแมวร้องดังมาจากข้างเท้าของเจียงเฉิน จากนั้นเขาก็รู้สึกได้ถึงก้อนขนปุย ๆ บางอย่างกำลังคลอเคลียอยู่ที่เท้า
เฮ้ย! เจ้านี่มันมาอยู่ข้าง ๆ เขาตั้งแต่เมื่อไหร่กันเนี่ย!
เจียงเฉินเกร็งตัวขึ้นทันที ค่อย ๆ ก้มหัวลงมองดูอย่างระมัดระวัง ก็เห็นร่างสีฟ้าขาวของวิฬาร์จันทร์ธาราจริง ๆ ด้วย
“ฟาไฉ เจ้านี่มันเป็นอะไรไป!”
เจียงเฉินอดไม่ได้ที่จะมองฟาไฉ แต่แววตาของฟาไฉกลับดูซับซ้อนยิ่งกว่าเขาเสียอีก
อ่ะจิ๊ อ่ะจิ๊...
ฟาไฉแบอุ้งเท้าออก ทำหน้าเหมือนจนปัญญา ส่วนวิฬาร์จันทร์ธาราพอได้ยินเสียงของฟาไฉก็กลับคึกคักขึ้นมาทันที
เหมียว เหมียว เหมียว!
วิฬาร์จันทร์ธาราเชิดหน้าขึ้น ดวงตาสีฟ้าเยือกเย็นของมันจ้องเขม็งไปยังฟาไฉ และส่องประกายบางอย่างที่เจียงเฉินคุ้นเคยเป็นอย่างดี
ทำไมมันคุ้น ๆ ขนาดนี้นะ? เจียงเฉินยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัย แต่ก็นึกไม่ออกเสียที เลยได้แต่ปล่อยผ่านไปก่อน
“ฟาไฉ เจ้านี่มันเกิดอะไรขึ้นกับมันกันแน่?”
เมื่อมองดูวิฬาร์จันทร์ธาราที่มีแววตาใสกระจ่าง ไม่มีท่าทีคุกคามเลยสักนิด เจียงเฉินถึงได้ผ่อนคลายลง แล้วถามขึ้น
อ่ะจิ๊ อ่ะจิ๊!!!
เมื่อได้ยินเจียงเฉินถาม ฟาไฉก็รีบทำท่าทางมือไม้ประกอบใหญ่ ส่วนสีหน้าของเจียงเฉินก็เริ่มดูแปลก ๆ ขึ้นมา
“ฟาไฉ แกจะบอกว่า หลังจากฉันไปแล้ว วิฬาร์จันทร์ธารากลายเป็นไข่ฟองหนึ่ง แล้วแกก็ไปทำมันแตก จากนั้นเจ้าแมวตัวนี้ก็เลยมาติดแจแกงั้นเหรอ?”
“พูดอีกอย่างก็คือ มันเห็นฟาไฉแกเป็นแม่ ไม่สิ หรือว่าเป็นพ่อกันแน่?!”
อ่ะจิ๊ อ่ะจิ๊!
ฟาไฉพยักหน้าแรง ๆ มองดูแววตาที่ผูกพันของวิฬาร์จันทร์ธาราแล้ว ก็ถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ
“เนื้อเรื่องแบบนี้ มันจะน้ำเน่าไปหน่อยไหมเนี่ย...”
เมื่อมองดูฟาไฉที่ทำหน้าเหมือนไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปแล้ว เจียงเฉินก็อดขำไม่ได้ เขาย่อตัวลงแล้วพิจารณาดูอย่างละเอียด
หลังจากได้สติกลับคืนมาแล้ว ร่างกายของวิฬาร์จันทร์ธาราก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากนัก เพียงแต่ดวงตาเปลี่ยนเป็นสีฟ้าเยือกเย็น ดูบริสุทธิ์และสะอาดสะอ้าน
และอีกจุดหนึ่งที่แตกต่างก็คือระหว่างคิ้วของวิฬาร์จันทร์ธารา
ตรงกลางระหว่างขนสีฟ้าของมัน มีรอยประทับสีแดงเลือดปรากฏขึ้นมา ทำให้คนอดนึกถึงลูกตาสีแดงก่ำก่อนหน้านี้ไม่ได้
“หรือว่าเจ้าลูกตานั่นมันยังอยู่?”
เจียงเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย ถึงตอนนี้เขาก็พอจะเข้าใจแล้วว่า ที่วิฬาร์จันทร์ธารามันคลุ้มคลั่งขนาดนั้น เกรงว่าคงเป็นเพราะมันกินหนูวิปลาสเข้าไปนั่นแหละ
ตัวต้นเหตุ ก็คือเจ้าลูกตาสีเลือดนั่นเอง
แต่แสงเจ็ดสีนั่นเห็นได้ชัดว่าได้เอาอะไรบางอย่างออกไปจากร่างของวิฬาร์จันทร์ธาราแล้ว วิฬาร์จันทร์ธาราก็ได้สติกลับคืนมาด้วย เจ้าลูกตาสีแดงก่ำนั่นไม่น่าจะยังอยู่ได้นะ
เจียงเฉินลองลูบหัวของวิฬาร์จันทร์ธาราเบา ๆ ก็ไม่พบอะไรผิดปกติ รอยประทับสีเลือดนั่นดูเหมือนจะอยู่แค่บนเส้นขนเท่านั้น
เหมียว เหมียว~
วิฬาร์จันทร์ธาราก็ดูจะชอบการลูบไล้ของเจียงเฉินมาก มันคลอเคลียกับฝ่ามือของเจียงเฉิน แล้วก็แลบลิ้นเลียที่นิ้วของเจียงเฉินเป็นการแสดงความเป็นมิตร
ดูท่าทางแล้ว ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรแล้วล่ะ
เจียงเฉินถอนหายใจอย่างโล่งอกก็เกาตัวให้วิฬาร์จันทร์ธาราเบา ๆ
อ่ะจิ๊ อ่ะจิ๊!
พอเห็นผู้อัญเชิญของตัวเองทำท่าทางแบบนี้กับสิ่งมีชีวิตตัวอื่น แก้มทั้งสองข้างของฟาไฉก็พองขึ้นมาทันที มันกระโดดลงมาจากไหล่ของเจียงเฉิน แล้วมายืนขวางระหว่างฝ่ามือของเจียงเฉินกับวิฬาร์จันทร์ธาราทันที
“เป็นอะไรไป?”
พอเห็นท่าทางหึงหวงของฟาไฉ เจียงเฉินก็อดหัวเราะออกมาไม่ได้ อยากจะลูบหัวฟาไฉปลอบใจ แต่ฟาไฉกลับหลบไปอีกทาง หันหน้าหนีไม่ยอมมองเจียงเฉิน
เหมียว เหมียว~
ยังไม่ทันที่เจียงเฉินจะได้ปลอบ วิฬาร์จันทร์ธารากลับเขยิบเข้ามาใกล้ ๆ ใช้ลิ้นเลียไปตามตัวของฟาไฉ จากนั้นก็ขดตัวซบอยู่ข้าง ๆ ฟาไฉ
ฟู่~
ไม่นาน เจ้าวิฬาร์จันทร์ธารานี่ก็พิงฟาไฉหลับไปเฉยเลย!
โดนอัดมาทั้งคืน วิฬาร์จันทร์ธาราก็คงเหนื่อยมากเหมือนกัน เพียงแต่ท่าทางที่มันพึ่งพาฟาไฉเหมือนเป็นญาติสนิทนี่มันน่าสนใจจริง ๆ
“เอาล่ะน่าฟาไฉ แกคงไม่หึงแม้แต่ลูกชายของตัวเองหรอกนะ?”
เจียงเฉินอุ้มฟาไฉขึ้นมาแล้วหยอกล้ออยู่ครู่หนึ่ง แต่ดูเหมือนฟาไฉจะไม่ยอมรับความสัมพันธ์นี้เอาเสียเลย หูมันลู่ตกลง ไม่ยอมขยับเขยื้อน
(ทำไมอยู่ดี ๆ หนูถึงได้กลายเป็นพ่อคนไปได้ล่ะเนี่ย?)
ในตอนนั้นเอง พลันมีเสียงฝีเท้าดังมาจากอีกฟากหนึ่งของทางเดินเล็ก ๆ
เจียงเฉินเงยหน้ามอง ก็เห็นเซียวเอี้ยนกำลังเดินมาหาเขาด้วยใบหน้าไม่เต็มใจสุด ๆ
“นัดคุณชายผู้นี้ออกมากลางค่ำกลางคืน คุณชายผู้นี้ก็นึกว่าท่านประธานอย่างนายจะเปลี่ยนนิสัยแล้วซะอีก มาที่ทิ้งร้างแบบนี้มันจะมีอะไรสนุกกัน”
เซียวเอี้ยนมองไปรอบ ๆ นอกจากต้นไม้ก็มีแต่หญ้า แม้แต่ผีสาวสักตนก็ยังไม่เห็น ไม่รู้จริง ๆ ว่าเจียงเฉินมาทำอะไรที่นี่
“ฉันไม่ได้เรียกนายมาเล่นตั้งแต่แรกอยู่แล้ว”
เจียงเฉินก็เหลือบตามองบน เดิมทีที่เขาเรียกเซียวเอี้ยนมาก็เพื่อป้องกันกรณีที่เนื้อสีขาวล่อหนูออกมาไม่ได้ เขาก็จะได้ให้เซียวเอี้ยนช่วยตามหา
ถึงแม้จะมองเห็นรูปร่างหน้าตาของสัตว์อสูรของเซียวเอี้ยนได้ไม่ชัดเจน แต่เห็นได้ชัดว่าความสามารถในการรับรู้ของสัตว์อสูรลึกลับตัวนั้นแข็งแกร่งมาก มีเซียวเอี้ยนอยู่ด้วย การหารังหนูไม่ใช่ปัญหาอยู่แล้ว
“ไม่ได้มาเล่นเหรอ? งั้นคุณชายผู้นี้ไปล่ะ พวกพี่สาวเขารอคุณชายผู้นี้อยู่นะ”
พอได้ยินเซียวเอี้ยนก็อดไม่ได้ที่จะจ้องเจียงเฉินตาเขม็งอย่างเคือง ๆ แล้วหันหลังตั้งท่าจะเดินจากไป
“อย่าเพิ่งรีบร้อนไป ที่นี่มีร่องรอยของหนูวิปลาส แถมยังมีสายพันธุ์กลายพันธุ์ปรากฏตัวด้วย”
เจียงเฉินเรียกเซียวเอี้ยนไว้ ก็ชี้ไปยังซากหนูลายจุดสีเงินที่อยู่ข้าง ๆ ซึ่งวิฬาร์จันทร์ธารายังจัดการไม่หมด แล้วพูดว่า “ฉันสงสัยว่าที่นี่น่าจะมีทางเชื่อมไปยังรังใหญ่ของฝูงหนูนะ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น สีหน้าของเซียวเอี้ยนก็พลันจริงจังขึ้นมาทันที เขาดีดนิ้วทีหนึ่ง ระลอกคลื่นมหัศจรรย์นั้นก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง แผ่ขยายครอบคลุมพื้นที่โดยรอบร้อยเมตรในพริบตา
“หาเจอไหม โม่”
ซ่า~
พร้อมกับเสียงน้ำที่ดังขึ้น ร่างของโม่ก็ปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่าอีกครั้ง และเจียงเฉินก็ได้เห็นรูปร่างของมันอย่างชัดเจนแล้ว
รูปร่างเพรียวยาว เกล็ดสีดำสนิท ข้างปากรูปเกือกม้ามีหนวดดำสองเส้นกำลังสั่นไหวตามลม
นี่มันคือปลาคาร์ปสีดำตัวมหึมาอย่างไม่ต้องสงสัย!
“ไม่ใช่เปลวเพลิงทองคำหรอกเหรอ?”
เจียงเฉินประหลาดใจเล็กน้อย เปลวเพลิงทองคำถือเป็นของมาตรฐานสำหรับคนตระกูลเซียวที่โดดเด่น ด้วยฐานะของเซียวเอี้ยนแล้ว ไม่น่าจะไม่มีได้นะ
แต่ดูเหมือนปลาคาร์ปตัวนี้จะแปลกประหลาดยิ่งกว่า มันสามารถว่ายไปมาในอากาศได้อย่างอิสระ
นี่มันหรือว่าจะเป็นสายมิติ?
“ช่วยไม่ได้นี่ ใครใช้ให้คุณชายผู้นี้เป็นเพลย์บอยชื่อดังของตระกูล แถมยังเป็นพวกไร้ค่าด้านการฝึกฝนอีกล่ะ เปลวเพลิงทองคำดี ๆ คงไม่ตกมาถึงหัวคุณชายผู้นี้หรอก”
เมื่อได้ยินคำพูดของเจียงเฉิน เซียวเอี้ยนก็ยักไหล่ จากนั้นก็หยิบมือถือออกมาพิมพ์อะไรบางอย่างอย่างรวดเร็ว
“เรียบร้อย ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันไปก่อนนะ~”
“หืม? คุณชายเอี้ยน นายหาเจอแล้วเหรอ?”
เจียงเฉินนิ่งอึ้งไป ส่วนเซียวเอี้ยนก็โบกมือไปมาแล้วพูดว่า “หาเจอแล้วสิ แต่ฉันทนดูของอัปลักษณ์ไม่ได้ ของแบบนี้ปล่อยให้พวกมืออาชีพเขาจัดการดีกว่า”
“พอดีเลย ฉันรู้จักคนคนหนึ่งที่ถ้าเห็นหนูล่ะก็ เป็นต้องตามกัดไม่ปล่อยจนกว่าจะตายกันไปข้างหนึ่งเลยล่ะ~”