- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญสายล้มละลาย
- บทที่ 43 สิ่งปลูกสร้างใหม่ในฟาร์ม
บทที่ 43 สิ่งปลูกสร้างใหม่ในฟาร์ม
บทที่ 43 สิ่งปลูกสร้างใหม่ในฟาร์ม
“ไม่ว่าจะเป็นเนตรทองคำหรือกรงเล็บฉีกกระชาก ผลลัพธ์ของการวิวัฒนาการครั้งนี้ถือว่าเต็มสิบเลย!”
เจียงเฉินก็รับฟาไฉที่บินกลับมาอวดเขา แล้วพยักหน้าเล็กน้อย
สิ่งที่เพิ่มขึ้นไม่ใช่แค่ทักษะเท่านั้น ค่าสถานะทางเทคนิคต่าง ๆ ของสัตว์อสูร ทั้งพละกำลัง พลังงาน หรือแม้แต่ความรุนแรงของทักษะก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลด้วย
การวิวัฒนาการครั้งนี้ของฟาไฉน่าจะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของทักษะเผ่าพันธุ์ ไม่อย่างนั้นแค่การเลื่อนระดับธรรมดา ๆ ต่อให้เป็นการเลื่อนจากระดับเหล็กดำเป็นระดับทองแดง ก็ไม่น่าจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ขนาดนี้ได้
“ความสามารถของต้นผลไม้ คงจะทรงพลังกว่าที่ฉันคิดไว้มากโข”
10% ได้รับทักษะสายเลือดโดยกำเนิด, 20% เพิ่มระดับพลัง, 30% ทักษะเผ่าพันธุ์เกิดการเปลี่ยนแปลง
เจียงเฉินยิ่งคาดหวังกับการเปลี่ยนแปลงในขั้นต่อไปมากขึ้นไปอีก
เหมียว~
ในตอนนั้นเอง เสียงร้องของวิฬาร์จันทร์ธาราดังขึ้นมาอีกครั้ง ฟาไฉก็รวบรวมสมาธิอีกครั้ง มองตรงไปยังเบื้องหน้า
ตอนนี้วิฬาร์จันทร์ธารากลับคืนสู่ร่างแมวแล้ว แถมยังดูดซับหมอกโลหิตเหล่านั้นเข้าไป จนทั้งตัวกลายเป็นสีแดงเลือด
วิฬาร์จันทร์ธารา ไม่สิ ตอนนี้ควรจะเรียกว่าวิฬาร์จันทร์โลหิตน่าจะเหมาะกว่า
บนตัวของมัน เห็นได้ชัดว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ขึ้นอีกแล้ว!
เหมียว!!!
วิฬาร์จันทร์โลหิตที่ดูราวกับสร้างขึ้นจากเลือดสด ๆ คำรามเสียงต่ำใส่ฟาไฉ ในดวงตาดำแนวตั้งสีแดงก่ำเต็มไปด้วยความละโมบ
สัญชาตญาณของมันบอกว่า ถ้าได้กิน “เจ้าหนู” ที่อยู่ตรงหน้านี่ ผลประโยชน์ที่มันจะได้รับจะมากกว่าการกินหนูทั้งหมดที่เคยกินมาเสียอีก!
ไม่นาน ความอยากอาหารเข้าครอบงำความคิดของวิฬาร์จันทร์โลหิต มันไม่สนใจการแสดงพลังอันแข็งแกร่งของฟาไฉก่อนหน้านี้อีกต่อไป พุ่งเข้าใส่ทันที
ยังคงเป็นร่างที่กลายเป็นของเหลว แต่ดูเหมือนเป็นเพราะได้ดูดซับหมอกโลหิตเข้าไป พลังกดดันของวิฬาร์จันทร์โลหิตจึงแข็งแกร่งกว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด
ที่สำคัญที่สุดก็คือ ในจังหวะที่วิฬาร์จันทร์โลหิตเข้ามาใกล้ เจียงเฉินก็รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าเลือดในร่างกายของเขาก็เริ่มไหลเวียนอย่างรวดเร็วจนควบคุมไม่ได้
“เจ้านี่มันคงไม่ได้ควบคุมเลือดของฉันได้หรอกนะ?”
เจียงเฉินสีหน้าเปลี่ยนไป ก็รีบถอยห่างจากวิฬาร์จันทร์โลหิตทันที เลือดในกายก็ค่อย ๆ สงบลง
“ฟาไฉ ระวังตัวด้วยนะ อย่าให้มีบาดแผลเด็ดขาด!”
เจียงเฉินมองวิฬาร์จันทร์โลหิตเขม็ง รีบส่งสัญญาณเตือนฟาไฉทันที
อ่ะจิ๊ อ่ะจิ๊~
ฟาไฉพยักหน้ารับ ก็เบ่งกล้ามอวดอย่างอารมณ์ดี ทันใดนั้นก็เอี้ยวตัวสะบัดหาง หางอวบยาวของมันห่อหุ้มด้วยแสงสีทอง ฟาดออกไปราวกับแส้ทองเส้นยาว ซัดวิฬาร์จันทร์โลหิตกระเด็นลอยไปทันที
ปัง!
ร่างของวิฬาร์จันทร์โลหิตก็พลันระเบิดออก แต่ไม่ได้แตกกระจายเหมือนเมื่อก่อน กลับเหนียวหนึบติดอยู่กับหางของฟาไฉเหมือนกาวตราช้าง
ไม่เพียงเท่านั้น เลือดพวกนั้นราวกับมีชีวิต มันค่อย ๆ เลื้อยไปตามหางของฟาไฉ ดูเหมือนกำลังหาช่องโหว่พยายามจะมุดเข้าไปในร่างของฟาไฉ
อ่ะจิ๊ อ่ะจิ๊!
ฟาไฉสะบัดหางอย่างแรง แต่เลือดพวกนั้นกลับเกาะติดแน่นเหมือนปลิงดูดเลือด ยังไงก็สลัดไม่หลุด
เมื่อเห็นเช่นนั้น ฟาไฉก็เริ่มหงุดหงิดขึ้นมาบ้าง มันจ้องเขม็งแล้วยิงลำแสงสองสายออกมาจากดวงตาทันที บังคับให้เลือดพวกนั้นแตกกระจายออกไปอย่างแรง
เมื่อเลือดสลายไปแล้ว ผ่านไปนานพอสมควรกว่ามันจะรวมตัวกลับเป็นร่างวิฬาร์จันทร์โลหิตได้อีกครั้ง ขนาดตัวก็ดูเล็กลงกว่าเดิมเล็กน้อย
ลำแสงจากเนตรทองคำส่งผลต่อวิฬาร์จันทร์โลหิตไม่น้อยเลยทีเดียว ถ้ายังเป็นแบบนี้ต่อไป วิฬาร์จันทร์โลหิตก็คงจะพ่ายแพ้ในไม่ช้าก็เร็ว
“แต่ความสามารถในการเปลี่ยนร่างเป็นของเหลวนี่มันจะเกินไปหน่อยแล้วนะ ทำไมฉันรู้สึกว่าเจ้านี่มันรับมือยากกว่าเจ้าภูตเพลิงคลั่งนั่นเสียอีก?”
เจียงเฉินลูบคางตัวเอง ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสัยเกี่ยวกับที่มาของวิฬาร์จันทร์โลหิตมากขึ้น
สิ่งมีชีวิตเหนือธรรมดาที่แปลกประหลาดขนาดนี้ กองกำลังป้องกันเมืองหลิงอิ๋นไม่น่าจะไม่รู้เรื่องเลยนะ ไม่รู้ว่าเจ้านี่มันหลุดออกมาจากไหนกัน
วิฬาร์จันทร์โลหิตที่กลับคืนสู่สภาพเดิมก็ยังไม่เลิกตอแยฟาไฉ มันเดินวนรอบตัวฟาไฉอยู่ครู่หนึ่ง ก็เริ่มโจมตีอีกครั้ง
เพียงแต่ครั้งนี้ ฟาไฉก็ไม่มีอารมณ์จะมาเสียเวลากับวิฬาร์จันทร์โลหิตอีกต่อไปแล้ว
ในจังหวะที่วิฬาร์จันทร์โลหิตพุ่งเข้ามา แสงทองจำนวนมหาศาลพวยพุ่งออกมาจากร่างของฟาไฉ รวมตัวกันเป็นกรงเล็บสีทองขนาดใหญ่สองข้าง พอฟาไฉประกบอุ้งเท้าเข้าด้วยกัน กรงเล็บสีทองก็หนีบวิฬาร์จันทร์โลหิตไว้ตรงกลาง
เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีที่ไม่ทันตั้งตัวของฟาไฉ วิฬาร์จันทร์โลหิตก็รีบเปลี่ยนร่างเป็นของเหลวทันที หมายจะหลบหนี
อ่ะจิ๊ อ่ะจิ๊~
บนใบหน้าของฟาไฉปรากฏรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ อุ้งเท้าทั้งสองข้างของมันขยับนวดเข้าด้วยกัน กรงเล็บสีทองนั่นก็พลันเปลี่ยนรูปร่างตามไปด้วย กลายเป็นลูกบอลสีทองที่ปิดสนิทไม่มีช่องว่าง ห่อหุ้มวิฬาร์จันทร์โลหิตไว้ทั้งตัว
เมื่อต้องเจอกับกรงที่ปิดสนิทไร้ช่องว่างแบบนี้ จุดเด่นของวิฬาร์จันทร์ธาราก็ไม่สามารถแสดงออกมาได้อีกต่อไป ส่วนฟาไฉก็เขยิบเข้าไปใกล้ ๆ ด้วยท่าทางภูมิใจสุดขีด ในดวงตาทั้งสองข้างมีประกายสีทองระยิบระยับ
“ใช้แสงทองขังศัตรูไว้ แล้วให้เนตรทองคำรับผิดชอบการโจมตี แถมยังมีการสะท้อนของแสงทองอีก ผลลัพธ์ของการโจมตีระลอกนี้มันเทียบได้กับสกิลหมู่เลยนะ”
เมื่อเห็นการแสดงออกของฟาไฉเช่นนั้น เจียงเฉินก็พยักหน้าอย่างพึงพอใจ
ถึงแม้เนตรทองคำจะสามารถสร้างความเสียหายที่ได้ผลกับวิฬาร์จันทร์โลหิตได้ก็จริง แต่อีกฝ่ายก็สามารถเปลี่ยนร่างเป็นของเหลว ทำให้ความเสียหายลดลงเหลือน้อยที่สุดได้
ถ้ายังสู้กันแบบนี้ต่อไป ใครจะไปรู้ว่าจะเกิดเรื่องไม่คาดฝันอะไรขึ้นมาหรือเปล่า แต่ตอนนี้พอฟาไฉขังวิฬาร์จันทร์โลหิตไว้ได้แล้วโจมตีสุดกำลัง ก็จะสามารถจบการต่อสู้ได้ในทีเดียวเลย
ปกติไม่เคยสังเกตเห็นเลยนะเนี่ย เจ้าฟาไฉของฉันนี่ก็มีพรสวรรค์ด้านการต่อสู้ไม่เบาเลยนี่นา~
แต่ในตอนนั้นเอง เจียงเฉินก็พลันรู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาระหว่างคิ้ว ราวกับมีอะไรบางอย่างกำลังจะทะลุออกมา
“ความรู้สึกแบบนี้ หรือว่าจะเป็น...”
เจียงเฉินเลิกคิ้วขึ้น ดูเหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออก ก็รีบเงยหน้าขึ้นมองไปยังวิฬาร์จันทร์โลหิตทันที
ในชั่วพริบตา ลำแสงเจ็ดสีสายหนึ่งก็พุ่งออกมาจากระหว่างคิ้วของเจียงเฉิน ทะลุผ่านการปิดกั้นของแสงทองไปได้อย่างไร้สิ่งกีดขวาง พุ่งเข้าใส่ร่างของวิฬาร์จันทร์โลหิตโดยตรง
เหมียว!
ดูเหมือนวิฬาร์จันทร์โลหิตจะไม่ถูกกับลำแสงเจ็ดสีนี้อย่างมาก มันดิ้นรนอย่างสุดชีวิต
ถึงแม้จะพยายามหลบหลีกสุดกำลัง แต่ก็ยังคงถูกลำแสงเจ็ดสีห่อหุ้มไว้ได้อยู่ดี
อ่ะจิ๊ อ่ะจิ๊?
เมื่อเห็นลำแสงเจ็ดสีประหลาดนั่น ฟาไฉก็รู้สึกสงสัยอยู่บ้าง มันหันหัวไปมองเจียงเฉินเป็นเชิงถาม ถึงได้รู้ว่าลำแสงเจ็ดสีนั่นมันออกมาจากหัวของเจียงเฉินเอง
(ผู้อัญเชิญทำไมถึงยิงแสงออกมาได้เหมือนหนูเลยล่ะ?)
(หรือว่าผู้อัญเชิญจะเป็นครอบครัวของหนูจริง ๆ กันนะ?!)
เมื่อคิดได้ดังนั้น แววตาที่ฟาไฉมองเจียงเฉินก็ยิ่งดูผูกพันมากขึ้นไปอีก จากนั้นมันก็หันหัวไปมองวิฬาร์จันทร์โลหิต
(สามารถทำให้เจ้าแมวอึดทนนี่เจ็บปวดได้ขนาดนี้ ผู้อัญเชิญของหนูเก่งที่สุดเลย!)
ลำแสงเจ็ดสีมาเร็วไปเร็ว
หลังจากห่อหุ้มวิฬาร์จันทร์โลหิตไว้แล้ว ลำแสงเจ็ดสีก็แทรกซึมเข้าไปในร่างของวิฬาร์จันทร์โลหิตอย่างรวดเร็ว ส่วนสีเลือดที่อยู่ภายในร่างของมันดูเหมือนจะหวาดกลัวลำแสงเจ็ดสีนี้มาก มันรวมตัวกันขึ้นมาใหม่แล้วพยายามหลบหลีกอย่างต่อเนื่อง
แต่ลำแสงเจ็ดสีก็ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยสีเลือดนั่นไป มันบีบอัดพื้นที่เคลื่อนไหวของอีกฝ่ายอย่างต่อเนื่อง ไล่ต้อนมันไปยังระหว่างคิ้วของวิฬาร์จันทร์โลหิตอย่างรวดเร็ว
เมื่อสีเลือดจนมุมไม่มีทางหนี มันถึงกับพยายามจะแยกตัวออกจากร่างของวิฬาร์จันทร์โลหิต แต่ในจังหวะนั้นเองลำแสงเจ็ดสีก็ถอยกลับออกมาเช่นกัน แล้วพุ่งทะลุผ่านสีเลือดนั่นไปโดยตรง
เมื่อถูกลำแสงเจ็ดสีโจมตีเข้าอย่างจัง สีเลือดนั่นก็ขยับกระดุกกระดิกอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็นิ่งสงบไป ส่วนในลำแสงเจ็ดสีเองก็ดูเหมือนจะมีประกายแสงประหลาดเพิ่มเข้ามาเล็กน้อย
“ลำแสงเจ็ดสีนี่มันเจออะไรบางอย่างจากในสีเลือดนั่นงั้นเหรอ?”
เจียงเฉินเลิกคิ้วขึ้น ตอนที่เขาเปิดใช้งานฟาร์มครั้งแรก ก็เป็นเพราะลำแสงเจ็ดสีนี่แหละที่ดึงเอาบางสิ่งที่เขาไม่รู้จักออกมาจากร่างของฟาไฉ
ดูจากตอนนี้แล้ว ในร่างของวิฬาร์จันทร์โลหิตนี่ก็ดูเหมือนจะมีของแบบนี้อยู่ด้วยเหมือนกันสินะ?
ในขณะที่เจียงเฉินกำลังสงสัยอยู่นั้น ลำแสงเจ็ดสีก็ถอยกลับมาแล้ว มุดหายเข้าไปในระหว่างคิ้วของเจียงเฉินอย่างไร้ร่องรอย
จากนั้น เจียงเฉินก็รู้สึกว่าวิญญาณของเขาสั่นสะเทือน จิตสำนึกก็หลุดออกจากร่างไปอย่างควบคุมไม่ได้ แล้วไปปรากฏตัวอยู่เหนือฟาร์มเสียอย่างนั้น
“เป็นแบบนี้จริง ๆ ด้วย!”
เมื่อมองดูภาพทิวทัศน์ที่คุ้นเคยอยู่เบื้องล่าง เจียงเฉินก็ฉีกยิ้มกว้าง
คราวที่แล้วหลังจากลำแสงเจ็ดสีได้สสารที่ไม่รู้จักมาจากฟาไฉ ฟาร์มก็ปรากฏขึ้นมา แล้วก็มีต้นผลไม้ “ธรรมดา” ต้นนั้นงอกขึ้นมาด้วย
ตอนนี้เหตุการณ์แบบเดิมกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง ไม่รู้ว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปอีกบ้างนะ
ท่ามกลางสายตาที่เปี่ยมด้วยความคาดหวังของเจียงเฉิน ที่มุมหนึ่งสุดปลายฟาร์มก็พลันมีกลุ่มหมอกสีฟ้าผุดขึ้นมา แล้วค่อย ๆ ลอยสูงขึ้นไปในอากาศ
ไม่นาน กลุ่มหมอกสีฟ้าก็เริ่มก่อตัวเป็นรูปร่างของบ้านหลังหนึ่งขึ้นในฟาร์ม แล้วค่อย ๆ แข็งตัวเป็นรูปเป็นร่างขึ้น
ในฟาร์มกำลังจะมีสิ่งปลูกสร้างใหม่เกิดขึ้นงั้นเหรอ?
แถมยังอาจจะเป็นบ้านทั้งหลังด้วย?
ดวงตาของเจียงเฉินเป็นประกาย การที่ไม่สามารถอยู่ในฟาร์มได้นาน ๆ เป็นเรื่องที่เขารู้สึกเสียดายมาตลอด
แต่ตอนนี้จู่ ๆ ก็มีบ้านโผล่ขึ้นมาในฟาร์ม บางทีต่อไปเขาอาจจะซ่อนตัวอยู่ในบ้านหลังนี้แล้วไม่ต้องออกไปไหนอีกก็ได้?
สู้ไม่ได้ก็ซ่อนตัวซะ ความฝันนี้ในที่สุดก็ใกล้จะเป็นจริงแล้วสินะ~