- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญสายล้มละลาย
- บทที่ 21 แค่นี้เองเหรอ?
บทที่ 21 แค่นี้เองเหรอ?
บทที่ 21 แค่นี้เองเหรอ?
สำนักพิมพ์นิตยสารดาวเหนือ
“เฮ้อ ดูสิไม่ทันไรก็เห็นนายไปถ่ายภาพถึงชานเมืองแล้วนะ เจียงเฉิน”
หัวหน้าจางเบิกตากว้างด้วยความตื่นเต้น ขณะหยิบภาพถ่ายจากมือขึ้นมาดูทีละใบ
“ถ้าส่งภาพพวกนี้ไปประกวดล่ะก็ บรรดามือโปรทั้งหลายคงต้องโดนตบหน้ากันบ้างล่ะ”
เจียงเฉินเพียงส่ายหน้า ไม่ได้เอ่ยอะไร เขาไม่เคยชอบพวกงานประกวดตั้งแต่โลกเดิมของเขาแล้ว เห็นเป็นแค่เรื่องสิ้นเปลืองเวลา
เขาไม่จำเป็นต้องใช้รางวัลเหล่านั้นมายืนยันตัวตน มีเวลาว่าง ก็เอาไปถ่ายภาพขายให้ได้มากขึ้นดีกว่า จะได้มีเงินเลี้ยงตัวเองกับฟาไฉอย่างไม่ลำบาก
“ภาพชุดนี้คุณภาพดีมาก ฉันไม่ต้องปวดหัวกับปกฉบับหน้าของคอลัมน์สัตว์อสูรอีกต่อไปแล้ว”
หัวหน้าจางพูดพลางเปิดลิ้นชักหยิบเงินสดจำนวนหนึ่งกับกล่องเล็ก ๆ ขึ้นมา
“ว่าไง ครั้งนี้จะรับเป็นเงินสด หรือเอาเป็นแก่นพลังดี?”
“ขอบคุณครับหัวหน้าจาง เอาเป็นแก่นพลังแล้วกันครับ แล้วก็… ผมอยากแลกแก่นพลังธาตุดินก้อนนี้เป็นแก่นพลังธาตุทองได้ไหมครับ?”
ในแววตาของเจียงเฉินมีประกายแห่งความขอบคุณฉายชัด
การถ่ายภาพอสูรวิญญาณชั่วร้ายในชานเมืองนั้น ยากกว่างานถ่ายภาพทั่วไปมาก ค่าจ้างจึงสูงกว่า แต่มันก็ยังไม่ถึงระดับที่ต้องจ่ายเป็นแก่นพลัง
ยิ่งกว่านั้นนิตยสารดาวเหนือก็มีช่างภาพฝีมือดีของตัวเองไม่น้อย แถมบางคนยังเป็นผู้อัญเชิญระดับสูงกว่าด้วย
ที่หัวหน้าจางให้ราคางามเช่นนี้ เรียกได้ว่าให้ความเมตตาเขามากจริง ๆ
“ได้สิ ฉันเตรียมไว้ให้แล้วด้วยซ้ำ”
หัวหน้าจางยิ้มบาง ก่อนจะหยิบแก่นพลังอีกหนึ่งก้อนจากลิ้นชักมายื่นให้เจียงเฉิน
แน่นอนว่า ราคาที่เขาให้สูงกว่าราคาตลาดเล็กน้อย แต่นั่นก็เพราะภาพของเจียงเฉินมันดีจริง ๆ
ส่วนพวกช่างภาพที่เขามีอยู่นั้น…
ระดับผู้อัญเชิญสูงกว่าเจียงเฉินก็จริง แต่ถ่ายภาพสู้ไม่ได้ ส่วนคนที่ถ่ายภาพเก่งกว่า....ก็ยังไม่เคยมีเลยสักคน!
“ขอบคุณมากครับ”
เจียงเฉินรับแก่นพลังทั้งสองก้อนด้วยความดีใจ แววตาเปล่งประกายราวกับเปลวไฟที่ลุกโชน ขณะเดียวกัน ฟาไฉที่เกาะอยู่บนไหล่ก็ถึงกับน้ำลายไหลไม่หยุด
สองแก่นพลัง… เท่ากับทองคำสองก้อน!
เจ้าหนูช่างเป็นสุขเหลือเกิน~
“ถือว่าได้ประโยชน์กันทั้งคู่ ถ้าได้ภาพใหม่เมื่อไหร่ก็มาหาฉันได้เลย รับรองให้ราคางามแน่นอน”
หัวหน้าจางลูบพุงกลมของตัวเองเบา ๆ พลางเตือนต่อ
“แต่ยังไงชานเมืองก็อันตราย อย่าลืมระวังตัวด้วยล่ะ ฉันเองก็ยังมีงานถ่ายภาพที่ปลอดภัยอยู่อีกหลายงานนะ”
“ครับ ผมจะดูตามความเหมาะสม”
เจียงเฉินพยักหน้ารับ ขณะกำลังจะขอตัวกลับ แต่สายตาก็เหลือบไปเห็นรูปถ่ายหนูหลายใบที่วางอยู่บนโต๊ะข้าง ๆ
เขาหยุดมองอยู่อึดใจด้วยความสงสัย
จากลักษณะภายนอก หนูในภาพดูเหมือนหนูธรรมดาทั่วไป แต่แววตาแดงฉานกลับสะท้อนถึงความกระหายดุร้ายที่ชัดเจน โดยเฉพาะแววตาแบบนั้น เขาคุ้นเคยดี
มันเหมือนกับหนูที่เขาเคยเห็นในสำนักเต๋าใจพิสุทธิ์ไม่มีผิด
“หัวหน้าจาง ภาพพวกนั้น…”
“อ้อ หมายถึงพวกหนูนั่นใช่ไหม? ช่วงนี้ในเมืองหลิงอิ๋นมีข่าวว่ามีหนูกัดคนอยู่หลายกรณี แต่บาดเจ็บไม่หนักมาก ฝ่ายความมั่นคงเลยกดข่าวไว้แล้ว”
หัวหน้าจางเดินมาหาเจียงเฉิน พร้อมอธิบาย “แต่อย่างไรก็ตาม พวกมันดูเหมือนจะเริ่มมีความรุนแรงมากขึ้น ฉันก็เลยให้ลูกน้องเฝ้าระวังเอาไว้ก่อน เพราะบางที พวกมันอาจกำลังจะกลายร่างเป็นอสูรวิญญาณชั่วร้ายก็ได้”
“กลายร่างเป็นอสูรวิญญาณชั่วร้าย…”
เจียงเฉินเหลือบมองสีหน้าของหัวหน้าจาง ซึ่งแฝงความหมายลึกซึ้ง
เขาก็พอเข้าใจแล้วว่าหัวหน้าจางเองก็คงจะนึกถึงสำนักเต๋าใจพิสุทธิ์เหมือนกัน
ในฐานะหัวหน้าสำนักพิมพ์นิตยสารดาวเหนือ ประสาทสัมผัสไวเรื่องข่าวย่อมไม่ธรรมดา
อย่างไรก็ตาม…
หากมีหนูเริ่มกัดคนในเมืองจริง ๆ เขาคงต้องรีบเตือนทางสำนักให้ระวังตัวไว้ก่อน
“แต่ไม่ต้องห่วงมากหรอก ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจริง ทางสหพันธ์หรือไม่ก็ตระกูลเซียวจะเข้ามาจัดการเอง”
หัวหน้าจางตบไหล่เจียงเฉินเบา ๆ พลางยิ้มกล่าวว่า “อีกไม่นานนายก็จะต้องไปเข้าเรียนในคอร์สสัมภาษณ์ชายแดนแล้วใช่ไหม? งั้นพอดีเลย ฝากช่วยถ่ายภาพแนวชายแดนมาเพิ่มให้ฉันด้วย เดี๋ยวฉันจะฝากฝังไว้กับเพื่อนฝั่งโน้นให้ พวกเขาจะจัดการให้เอง”
“ได้ครับ ผมจะจัดการให้” เจียงเฉินรู้สึกอบอุ่นในใจ แล้วจึงกล่าว “ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ผมขอตัวก่อนนะครับ”
“ไปเถอะ ๆ วันหยุดทั้งที พักผ่อนบ้าง อย่าหักโหมนักล่ะ”
หัวหน้าจางโบกมือให้ จากนั้นก็กลับไปนั่งประจำโต๊ะแล้วเริ่มงานต่อทันที
เมื่อออกจากสำนักพิมพ์ เจียงเฉินก็ไม่ได้กลับหอพักทันที แต่เดินตรงไปยังโกดังของชมรมถ่ายภาพแดนรกร้าง
เขามั่นใจดีว่าไม่มีแฟนคลับของเซียวเอี้ยนดักซุ่มอยู่รอบโกดัง หลังจากนั้นจึงล็อกประตูโกดังรวมถึงประตูทางเข้าพื้นที่ถ่ายภาพ แล้วพาเอาแก่นพลังทั้งสองก้อนเข้าสู่พื้นที่ฟาร์ม
แม้ว่าในห้องนอนที่หอพักจะเป็นห้องส่วนตัว แต่ทุกครั้งที่เขาเข้าสู่ฟาร์มจะมีเอฟเฟกต์บางอย่างที่อาจทำให้คนอื่นสงสัย ดังนั้นจะให้ปลอดภัยที่สุดก็คือที่โกดังแห่งนี้
อ่ะจิ๊ อ่ะจิ๊!
ทันทีที่เข้าสู่ฟาร์ม ฟาไฉก็รีบคว้าแก่นพลังจากมือเจียงเฉินไปอย่างรวดเร็ว แล้วฝังมันลงใต้ต้นไม้ผลอย่างคล่องแคล่ว
ต้นไม้สั่นไหวเบา ๆ ก่อนจะออกผลเป็นทองคำสองก้อน ฟาไฉไม่รอช้า พุ่งเข้าใส่ทองทันที
“ไม่มีใครแย่งกับนายหรอก ใจเย็นหน่อยสิ”
เจียงเฉินหัวเราะออกมา พร้อมกับจ้องมองต้นไม้ผลด้วยแววตาคาดหวัง
【ชื่อ】: ต้นไม้ผลธรรมดา
【ระดับ】: ระดับ Ⅰ
【เอฟเฟกต์】: เพิ่มค่าคุณสมบัติเบื้องต้น (ระดับⅠ 20%);ความกลมกลืนกับธาตุทอง (ระดับⅠ 20%)
ในที่สุดก็บรรลุขีด 20% เสียที เขาเองก็อดไม่ได้ที่จะลุ้นว่าผลลัพธ์จะเปลี่ยนไปเหมือนตอนถึง 10% หรือไม่
ถึงตอนนี้เขายังไม่ได้ให้ฟาไฉกินผลทองกลายพันธุ์ อาจมีผลต่อกระบวนการนี้ก็ได้
เจียงเฉินกำหมัดแน่น มองฟาไฉที่เพิ่งกินทองหมดไปด้วยความตื่นเต้น
อ่ะจิ๊ อ่ะจิ๊~
ฟาไฉนอนแผ่บนต้นไม้อย่างเปี่ยมสุข พุงน้อย ๆ ป่องออกมาอย่างเห็นได้ชัด
กินทองสองก้อนติดกันแบบนี้ นี่คงเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดของเจ้าหนูแล้วจริง ๆ
แต่แล้วร่างของฟาไฉก็เปล่งแสงทองขึ้นมาอย่างแผ่วเบา
“ก็ว่าอยู่ ทุก ๆ 10% จะมีการพัฒนา! แถมยังไม่เกี่ยวกับการกินทองด้วยซ้ำ!”
เจียงเฉินชกอากาศเบา ๆ ด้วยความดีใจ การเสริมพลังในทุก ๆ 10% แบบนี้ถือว่าไม่เลวเลย ที่สำคัญที่สุดคือทองที่ได้จากต้นไม้ยังเก็บไว้ใช้ได้อีก เท่ากับว่าฟาไฉพกแหล่งพลังงานสำรองติดตัวไว้ตลอดเวลา
“ต่อจากนี้คงต้องเริ่มหาคริสตัลสายพันธุ์กลายพันธุ์เพิ่มแล้วล่ะ ผลทองธรรมดาเริ่มจะไม่พอเสียแล้ว”
เจียงเฉินมองไปที่เส้นพลังสีทองซึ่งหนาขึ้นบนหลังของฟาไฉ ตามระดับพลังของฟาไฉที่เพิ่มขึ้น ปริมาณแสงทองที่สะสมได้ก็เพิ่มขึ้นตาม
ผลสองก้อนเมื่อครู่ เพิ่งจะเติมแสงทองได้เต็มถังเท่านั้นเอง แต่ก็อาจเป็นเพราะแก่นพลังที่เขาแลกมาเป็นแค่ระดับเหล็กดำ ประสิทธิภาพจึงอาจยังไม่ดีพอ
เมื่อแสงทองค่อย ๆ จางลง ฟาไฉก็เริ่มสำรวจร่างกายตัวเองด้วยความอยากรู้ ลูบแขนลูบขาไปมา ก่อนจะคว้าหางตัวเองแล้วหมุนติ้วอยู่กับที่
“พอได้แล้วน่า ฉันขอเช็กสถานะหน่อย”
เจียงเฉินคว้าฟาไฉขึ้นมา แล้วรวบรวมจิตสมาธิเข้าตรวจสอบ
【ชื่อเผ่าพันธุ์】: กระรอกบินทองคำ (ฟาไฉ)
【คุณสมบัติ】: ธาตุทอง
【ระดับสายเลือด】: ธรรมดา
【ระดับพลัง】: เหล็กดำ 9 ดาว
【ทักษะแห่งชีวิต】: แสงทอง (เริ่มควบคุมได้ดี)
【ทักษะเผ่าพันธุ์】: ประกายแสง (เชี่ยวชาญระดับสูง)
【ทักษะทั่วไป】: จู่โจมกัด (เริ่มมีฝีมือ)
“ไม่มีทักษะใหม่เลยงั้นเหรอ? การเสริมพลังที่ 20% มีแค่นี้เองเหรอ?!”
เจียงเฉินมองดูช่องทักษะที่ยังคงเหมือนเดิมอย่างน่าเสียดาย แต่เมื่อเห็นระดับพลังที่แสดงขึ้นมาก็ถึงกับเบิกตากว้าง
“ระดับพลังพุ่งขึ้นถึงเหล็กดำ 9 ดาวเลยเหรอ?!”