- หน้าแรก
- ผู้อัญเชิญสายล้มละลาย
- บทที่ 4 มีแต่จะเจ็บตัว
บทที่ 4 มีแต่จะเจ็บตัว
บทที่ 4 มีแต่จะเจ็บตัว
ฮัดเช่ย!
"เช้า ๆ แบบนี้ใครแอบด่าฉันกันนะ!"
ไป๋เสี่ยวอวี๋ยกมือขยี้จมูกพลางหันมามองเจียงเฉินด้วยสายตาสงสัย
"อย่ามามองฉัน ฉันไม่เคยพูดลับหลังใครเสียหายสักหน่อย"
เจียงเฉินหัวเราะเบา ๆ พร้อมตอบกลับ
"ถ้าฉันเชื่อ ก็คงต้องมีผีมาหลอกแล้วล่ะ ในบรรดาคนที่ฉันรู้จัก นายถือว่าเจ้าเล่ห์ที่สุดเลย!"
ไป๋เสี่ยวอวี๋เบ้ปากด้วยท่าทางไม่เชื่อถือ มองสำรวจเจียงเฉินตั้งแต่หัวจรดเท้า จู่ ๆ คิ้วของเขาก็ขมวดเข้าหากัน
"นายนี่กล้าซื้อเสื้อผ้าใหม่ด้วยเหรอ? เจ้าไก่ขี้เหนียวอย่างนายยอมเปลี่ยนใจแล้วหรือไง?"
"แล้วนายล่ะ ไม่ต่างกันหรอก"
เจียงเฉินเหลือบตามองไป๋เสี่ยวอวี๋ที่สวมเสื้อแขนกุดสีเหลืองกับกางเกงขายาวสีดำ ทั้งคู่ดูใหม่เอี่ยมอ่องไม่ต่างกัน
"ชิ~"
ไป๋เสี่ยวอวี๋แค่นเสียงเบา ๆ ก่อนจะก้าวเท้าเดินนำไปข้างหน้าอย่างมั่นคง ส่วนเจียงเฉินก็เดินตามหลังไปด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเข้าใจ
จากบ้านเด็กกำพร้าแห่งนั้น เวลาผ่านไปกว่าสองปีแล้ว พวกเขาไม่อยากให้ผู้อำนวยการต้องลำบากเพราะพวกเขาอีกต่อไป
ไม่นานนัก ทั้งสองก็มาหยุดอยู่ที่ลานหญ้าโล่งแห่งหนึ่ง
"สองปีแล้วที่ไม่ได้กลับมา ที่นี่ก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนเลยแฮะ~"
ไป๋เสี่ยวอวี๋บิดขี้เกียจเล็กน้อย แล้วยกแขนขึ้นรับสายลมยามเช้าที่พัดผ่านใบหน้า รอยยิ้มพึงพอใจเผยบนใบหน้าของเขา
"นายลากฉันออกมาที่นี่ เพื่อมารับลมหนาวแค่นี้น่ะเหรอ? งั้นฉันกลับล่ะ"
เมื่อเห็นดังนั้น เจียงเฉินก็หันหลังเตรียมจะเดินกลับไปทันที
ทว่าในจังหวะนั้นเอง เปลวเพลิงร้อนระอุก็ปรากฏขึ้นจากท้องฟ้า พุ่งลงมาตรงหน้าเขา
มันคือสุนัขร่างยักษ์ที่มีขนสีแดงเพลิง แผ่รัศมีไฟลุกโชนออกมาจากอุ้งเท้า
"สุนัขเพลิงวิญญาณสัตว์...สุนัขเปลวเพลิง?"
เจียงเฉินหันไปมองทางไป๋เสี่ยวอวี๋ด้วยความประหลาดใจ เห็นแสงสีแดงค่อย ๆ จางหายไปจากกึ่งกลางหน้าผากของอีกฝ่าย
"นายปลุกพลังมิติอัญเชิญได้แล้วเหรอ?"
แม้ว่ามนุษย์จะค้นพบวิธีการปลุกพลังมิติอัญเชิญแล้วก็ตาม แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะสามารถปลุกได้ ต้องอาศัยโอกาสและเงื่อนไขเฉพาะตัว
บางคนเกิดมาก็ปลุกได้เลย แต่บางคนกว่าจะปลุกได้ก็ต้องรอจนถึงอายุสามสิบหรือห้าสิบปี
"ไม่อย่างนั้นนายคิดว่าฉันใช้เวลาสองปีที่ผ่านมาเสียเปล่าเหรอ?"
ไป๋เสี่ยวอวี๋ยิ้มกว้างพร้อมกับเอ่ยว่า "ฉันได้ยินมาว่านายก็ปลุกพลังได้เหมือนกันนี่! รีบเรียกสัตว์อสูรของนายออกมาสิ!"
"ในเมื่อพวกเรากลายเป็นผู้อัญเชิญแล้ว ยังไงก็ต้องประลองกันสักหน่อยใช่ไหมล่ะ?"
เจียงเฉินขมวดคิ้วเล็กน้อย พร้อมกับถอนหายใจยาว "ที่แท้ก็เพราะเรื่องนี้สินะ ถึงได้ลากฉันออกมาที่นี่..."
เขามีสีหน้าปวดหัวอย่างเห็นได้ชัด เพราะเขารู้ดีว่าไป๋เสี่ยวอวี๋เป็นพวกบ้าการต่อสู้ ตั้งแต่เด็กก็ชอบไล่ต่อยคนอื่นไปทั่ว บัดนี้กลายเป็นผู้อัญเชิญแล้ว ดูเหมือนความคลั่งไคล้ในการต่อสู้จะยิ่งทวีคูณขึ้นไปอีก
"แน่นอนอยู่แล้ว! อีกไม่นานฉันก็จะต้องออกจากเมืองหลิงอิ๋นแล้ว การได้สู้กับนายก่อนจากไปมันต้องเป็นประสบการณ์ที่ยอดเยี่ยมแน่ ๆ"
ไป๋เสี่ยวอวี๋พูดจบก็ถอยหลังออกไปอีกหลายก้าวเพื่อสร้างระยะห่าง ดวงตาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและจริงจัง
"ออกจากเมืองหลิงอิ๋น? นายจะไปที่ไหน?"
เจียงเฉินถามกลับด้วยความประหลาดใจ แต่ไป๋เสี่ยวอวี๋กลับไม่ตอบ เขาเพียงแค่จ้องมองเจียงเฉินอย่างแน่วแน่
ไป๋เสี่ยวอวี๋ชื่นชอบการต่อสู้ และยังเก่งกาจในด้านนี้อย่างมาก ทุกครั้งที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ เขาจะมีสมาธิสูงมากและไม่สนใจสิ่งอื่นใดที่ไม่เกี่ยวข้องเลย
ในช่วงเวลาแบบนี้ ต่อให้ถามอะไรไป เขาก็ไม่มีทางตอบกลับมา
"ฟาไฉ ออกมาได้แล้ว"
เจียงเฉินเคาะเบา ๆ บริเวณกลางหน้าผากของตัวเอง ทันใดนั้นแสงสีทองก็ส่องประกายออกมา
"สัตว์อสูรธาตุทอง? คราวนี้นายแพ้แน่!"
เมื่อเห็นแสงจากมิติอัญเชิญของเจียงเฉิน ไป๋เสี่ยวอวี๋ก็เผยรอยยิ้มกว้างออกมา
ธาตุไฟชนะธาตุทอง คราวนี้เขาจะได้เห็นเจียงเฉินล้มไม่เป็นท่าเสียที!
แต่ไม่ทันไร สีหน้าของไป๋เสี่ยวอวี๋ก็เปลี่ยนเป็นประหลาดใจอย่างชัดเจน ความจริงจังที่มีเมื่อครู่หายไปทันที
"เจียงเฉิน นายแน่ใจนะว่านี่คือสัตว์อสูรหลักของนาย?"
ไป๋เสี่ยวอวี๋ชี้ไปที่ฟาไฉที่ยังไม่ตื่นเต็มที่ พลางถามด้วยความไม่มั่นใจ
"ทำไมหรอ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?"
เจียงเฉินเขย่าตัวฟาไฉเบา ๆ เพื่อปลุกมันให้ตื่น
"อ่ะจิ๊? อ่ะจิ๊?"
ฟาไฉลืมตาขึ้นอย่างงัวเงีย เมื่อเห็นเจียงเฉิน มันก็ถูหัวไปมาบนมือของเขาอย่างอ้อน ๆ ก่อนจะหลับต่ออย่างไม่สนใจสิ่งรอบข้าง
ไป๋เสี่ยวอวี๋ทำหน้าเหมือนผิดหวังอย่างแรง พร้อมกับพูดว่า
"ไม่ใช่สิ นายไปทำสัญญากับกระรอกบินตัวจิ๋วทำไมกัน นี่มันสัตว์อสูรที่แย่ที่สุดในสหพันธ์เลยนะ!"
"อ่ะจิ๊! อ่ะจิ๊!"
ทันทีที่ไป๋เสี่ยวอวี๋พูดจบ ฟาไฉก็กระดิกหูขึ้นทันที มันลืมตาขึ้นแล้วจ้องเขม็งไปที่ไป๋เสี่ยวอวี๋ด้วยสายตาไม่พอใจอย่างชัดเจน
"ฉันว่ามันก็น่ารักดีออก กระรอกบินน่ารักจะตาย~"
เจียงเฉินยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ ส่วนฟาไฉที่ได้ยินคำพูดของเจียงเฉินก็พยักหน้าถี่ ๆ เหมือนจะเห็นด้วย
ใช่เลย! กระรอกบินอย่างฉันนี่แหละน่ารักที่สุด!
"ความน่ารักจะไปมีประโยชน์อะไร อีกอย่างนี่มันไม่ใช่หนูด้วยซ้ำ..."
ไป๋เสี่ยวอวี๋ส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยใจ ก่อนจะถอนหายใจยาว
"เอาเถอะ ฉันจะสอนนายเอง ว่าผู้อัญเชิญที่แท้จริงเขาสู้กันยังไง"
"สุนัขเปลวเพลิง! ใช้ลูกไฟ!"
โฮ่ง! โฮ่ง!
เมื่อได้รับคำสั่งจากไป๋เสี่ยวอวี๋ สุนัขเปลวเพลิงไม่ลังเลแม้แต่น้อย มันพ่นลูกไฟออกมาทันทีพุ่งตรงไปหาเจียงเฉิน
"เห้ย! นี่มันเล่นลอบโจมตีนี่!"
เจียงเฉินรีบเอี้ยวตัวหลบ พร้อมกับคว้าฟาไฉขึ้นมา ก่อนจะเหวี่ยงมันออกไปทางสุนัขเปลวเพลิง
แม้การต่อสู้จะเริ่มต้นอย่างกะทันหัน แต่ฟาไฉกลับไม่แสดงท่าทีตื่นตกใจเลยสักนิด
เมื่อถูกเหวี่ยงออกไปกลางอากาศ ฟาไฉก็กางแผ่นหนังบางที่ข้างลำตัวออก ก่อนจะร่อนอ้อมหลบลูกไฟของสุนัขเปลวเพลิงได้อย่างคล่องแคล่ว
"อ่ะจิ๊! อ่ะจิ๊!"
เมื่อฟาไฉเข้าใกล้สุนัขเปลวเพลิง มันก็ขดตัวเล็กน้อยแล้วพลิกตัวกลางอากาศ ปล่อยแสงสว่างเจิดจ้าจากท้องสีครีมของมัน
ทักษะเผ่าพันธุ์ ประกายแสง!
แม้กระรอกบินทองคำจะไม่เชี่ยวชาญในการต่อสู้ แต่ผลของประกายแสงที่ทำให้ศัตรูตาพร่ามัวก็ถือว่าใช้ได้อยู่บ้าง
อย่างน้อย...มันก็ดีพอที่จะใช้สำหรับการหนีเอาตัวรอด
แต่แน่นอน ฟาไฉไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป เมื่อแสงสว่างจางลง มันก็พลิกตัวพุ่งตรงไปหาสุนัขเปลวเพลิงทันที เขี้ยวเรียวยาวของมันเริ่มเปล่งประกายสีทองขึ้น
ทักษะทั่วไป จู่โจมกัด!
แต่ทว่า ในจังหวะที่ควรจะโดนโจมตี สุนัขเปลวเพลิงกลับก้าวถอยหลังอย่างรวดเร็ว หลบการจู่โจมของฟาไฉได้อย่างเฉียดฉิว จากนั้นก็ตวัดอุ้งเท้าใส่ฟาไฉทันที
หลบหลีก และตอบโต้กลับ!
การเคลื่อนไหวของสุนัขเปลวเพลิงนั้นคล่องแคล่วและชำนาญเป็นอย่างมาก เห็นได้ชัดว่ามันผ่านการต่อสู้มามากมาย
ที่สำคัญที่สุด... ดวงตาของสุนัขเปลวเพลิงกลับปิดสนิทตลอดการต่อสู้!
"นายคิดว่าฉันจะไม่ระวังทักษะประกายแสงหรือไง? นายแพ้แล้ว!"
ไป๋เสี่ยวอวี๋มั่นใจเต็มที่ สุนัขเปลวเพลิงก็เช่นกัน เปลวไฟลุกโชนขึ้นที่อุ้งเท้าของมัน
ทักษะเผ่าพันธุ์ กรงเล็บระเบิดเพลิง!
"นั่นไม่แน่เสมอไปหรอก"
เจียงเฉินเหลือบมองเส้นสีทองที่กลางหลังของฟาไฉ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อย
อ่ะจิ๊! อ่ะจิ๊!
เมื่อเห็นกรงเล็บระเบิดเพลิงพุ่งเข้ามาใกล้ ฟาไฉก็งอตัวลงตามสัญชาตญาณ ทันใดนั้น เส้นสีทองบนหลังของมันก็แผ่ขยายออกอย่างรวดเร็ว
ชั่วพริบตา แสงสีทองก็สว่างวาบ
แกร๊ง!
เสียงโลหะกระทบกันดังกังวาน ฟาไฉกระเด็นออกไปเหมือนลูกบอล ก่อนจะกระแทกกับต้นไม้ใหญ่แล้วสะท้อนกลับ
แต่ก่อนที่ร่างของมันจะตกถึงพื้น ฟาไฉก็หมุนตัวกลางอากาศ แล้วบินกลับมาที่มือของเจียงเฉินอย่างมั่นคง มันขยับตัวถูไถไปมาที่แก้มของเจียงเฉินด้วยท่าทีออดอ้อน ราวกับกำลังฟ้องว่าโดนแกล้ง
ดวงตาของมันเป็นประกายโกรธเคือง พลางพองแก้มกลม ๆ มองจ้องไปที่สุนัขเปลวเพลิงอย่างไม่ยอมแพ้
"ฟาไฉ ไม่เป็นอะไรใช่ไหม?"
เจียงเฉินรีบตรวจสอบร่างของฟาไฉอย่างรวดเร็ว ดวงตาเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
เขารู้ดีว่า แสงทองสามารถเสริมการป้องกันและการโจมตีได้ รวมถึงการบำรุงจากต้นไม้ผลทองคำ ทำให้เขามั่นใจว่าฟาไฉจะไม่บาดเจ็บหนัก
แต่เขาไม่คาดคิดเลยว่า ฟาไฉจะไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่นิดเดียว!
"นี่มัน... ทักษะป้องกันของธาตุทองอย่างนั้นเหรอ?"
ไป๋เสี่ยวอวี๋เผยสีหน้าประหลาดใจ สุนัขเปลวเพลิงก็เดินกลับไปหาเขา มันยื่นอุ้งเท้าที่เพิ่งโจมตีออกมาให้ดู รอยขีดข่วนยาวบาง ๆ ปรากฏให้เห็นอย่างชัดเจน
"นี่มัน... เกิดอะไรขึ้น?"
ไป๋เสี่ยวอวี๋ทำหน้าฉงน
ถึงจะเป็นทักษะป้องกัน แต่เขาก็ไม่คิดว่าสุนัขเปลวเพลิงจะได้รับบาดแผลจากการโจมตีตัวเล็ก ๆ แบบนี้ ทั้ง ๆ ที่มันยังไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดด้วยซ้ำ
ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน...ที่ธาตุทองสามารถสวนกลับธาตุไฟได้?
หรือว่า...
"เจียงเฉิน... ฟาไฉของนายปลดล็อกทักษะแห่งชีวิตแล้วเหรอ?!"