- หน้าแรก
- ทำไงได้ ก็ข้าไม่อยากเป็นฮ่องเต้นี่หว่า
- 218 - เรียนจบสมบูรณ์
218 - เรียนจบสมบูรณ์
218 - เรียนจบสมบูรณ์
218 - เรียนจบสมบูรณ์
หม่ากุ้ยยิ่งโกรธ
ที่เจ้าหยุดอยู่ตรงหน้าพ่อ ก็เพราะเจ้ารู้ว่าพ่อไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเจ้า ส่วนที่ไม่กล้าหยุดต่อหน้าเสี่ยวซี เพราะเขาก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเสี่ยวซีเช่นกัน ที่สำคัญแกล้งทำเป็นน่าสงสารต่อหน้าเสี่ยวซีก็ไม่มีผลใดๆ ทั้งสิ้น
ไม่หนีถึงจะเรียกว่าโง่!
หลังจากเสี่ยวซีวิ่งผ่านหน้าเขาไป หม่ากุ้ยอยู่ข้างทาง มองหน้าอวี่เสี่ยวซื่อที่บวมช้ำเลือดอาบ แล้วแซวว่า "หน้ามีแต่เลือด รีบกลับไปล้างซะ เดี๋ยวจะเปื้อนเสื้อเสียหมด"
อวี่เสี่ยวซื่อพึมพำสองคำ จากนั้นก็วิ่งหายไปตามทางแยก
"เฮะเฮะ..."
หม่ากุ้ยหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
เจ้าสองตัวน่าชังนี่ พ่อแค้นใจมานานแล้ว เสียดายสู้พวกมันไม่ได้ วันนี้ได้ลงไม้ลงมือ พ่อสมใจอยากจริงๆ จะไม่ให้พ่อดีใจได้อย่างไรเล่า
พอหลินอี้ขี่ลามาถึง หม่ากุ้ยก็รีบเข้าไปจับบังเหียน ยิ้มกล่าวว่า "ท่านอ๋อง กระหม่อมซ้อมมันคราวนี้ อย่างเก่งก็อยู่ได้สามวัน พวกมันสองตัวมันไม่เคยจำใส่หัวกันหรอก"
โอกาสใส่ไฟแบบนี้ เขาไม่เคยปล่อยให้หลุดมือ
หลินอี้ถอนใจพลางกล่าว "น่าสงสารไม้จินซือหนานของข้า"
ในซานเหอ ไม้จินซือหนานหาง่าย ไม่ถือว่าเป็นของล้ำค่า แต่ไม้จินซือหนานพันปีน่ะหายากนัก!
ท่อนไม้นั้นเป็นของขวัญจากเถียนซื่อโหย่ว เป็นของล้ำค่าหายากยิ่งในบรรดาไม้จินซือหนาน เขาวางไว้ในทางเดิน ยังไม่ทันคิดว่าจะทำเป็นของตกแต่งแบบใด ก็ถูกอวี่เสี่ยวซื่อกับอาไต้สองตัวนั่นเอาไปทำเป็นเกี๊ยะเสียแล้ว!
มันน่าขุ่นเคืองนัก!
หม่ากุ้ยปลอบว่า "ท่านอ๋อง เถียนซื่อโหย่วเคยบอกว่าในหนานหยางมีไม้แบบนี้มาก ข้าคิดว่าคงไม่ผิด ข้าเห็นพวกพื้นเมืองหลายคนมีของห้อยคอที่ทำจากไม้จินซือหนานทั้งนั้น"
"หนานหยางเป็นที่ดีนัก"
หลินอี้ยิ้มกล่าว "หากมีโอกาส พวกเราก็ไปเที่ยวสักหน่อย ไปชมวัฒนธรรมท้องถิ่นบ้าง"
"พะยะค่ะ"
หม่ากุ้ยยิ้มตอบ "ท่านอ๋อง พวกพื้นเมืองที่มาใหม่ช่วงนี้ก็เยอะขึ้นเรื่อยๆ ดูเหมือนจะไม่ใช่พวกอาหยูทั้งนั้น พวกนี้ไม่ได้เรียบร้อยเหมือนพวกอาหยู ทำเรื่องผิดมาก็มากแล้ว"
หลินอี้คิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนกล่าวว่า "บอกกับท่านซานเสีย ไม่ว่าจะเป็นพวกพื้นเมืองหรืออาหยู หากแต่งงานก็ให้บ้าน พอลูกเกิดมาก็ต้องส่งเข้าโรงเรียน ไม่ได้รับการอบรม มันจะกลายเป็นปัญหาใหญ่ในภายหลัง"
หม่ากุ้ยว่า "พะยะค่ะ ข้าจะไปเรียนท่านซานฉีให้"
ในซานเหอ ห้ามการซื้อขายมนุษย์ แต่ไม่ห้ามการซื้อขายพวกอาหยูกับพวกพื้นเมือง
สุดท้ายแล้ว เพราะในสายตาคนซานเหอ พวกพื้นเมืองกับอาหยูไม่ใช่มนุษย์
หลินอี้ได้ยินเสียงตัวนากแต่ไกล ไม่ใช่แค่ตัวหรือสองตัว แต่มีเกวียนห้าหกคันกำลังมาทางนี้ แต่ละคันบรรทุกกรงใหญ่ ในแต่ละกรงมีตัวนากสิบกว่าตัว
หลินอี้ดึงบังเหียนม้าหยุด มองด้วยความฉงน "สวรรค์! จับเจ้าสัตว์นี่มาทำไมกัน? พวกเขาหิวขนาดนั้นเลยหรือ? คิดจะกินเนื้อตัวนากหรือ?"
เขาไม่เคยได้ยินว่าซานเหอขาดแคลนอาหาร?
เพิ่งจะเก็บเกี่ยวฤดูใบไม้ร่วงเสร็จหมาดๆ!
อีกอย่าง หากอาหารไม่พอ เรือของซานเหอก็จะไปซื้อจากท่าเรืออายุประเทศ
เพราะอย่างนั้น ซานเหอไม่เพียงมีอาหารเหลือเฟือ ยังส่งไปช่วยบรรเทาทุกข์ให้เยว่โจวกับหงโจวอีกด้วย
หม่ากุ้ยกล่าว "ท่านอ๋อง พวกเขาจับตัวนากพวกนี้ไปบุกเบิกที่ดินแดน ข้างในเต็มไปด้วยจระเข้ ซ่อนตัวอยู่ในบ่อน้ำ หากไม่ระวังจะโดนกัดเอา
ดังนั้นทุกคนจึงคิดหาทางเอาหนูน้ำพวกนี้ไปปล่อยในบ่อ ไม่ต้องดูถูกตัวเล็กๆ แบบนี้ แค่เจ็ดแปดตัวก็สามารถรุมกัดจระเข้จนตายได้"
หลินอี้ไม่ไปโต้เถียงเรื่อง "ตัวนาก" กับ "หนู" แค่กล่าวด้วยความสงสัย "เจ้าสัตว์นี่กินจระเข้ได้จริงๆ หรือ?"
นี่มันนอกเหนือจากความรู้ของเขาแล้ว
เขารู้เพียงว่าจระเข้คือจ้าวแห่งสายน้ำ คิดไม่ถึงเลยว่าตัวนากตัวเล็กๆ จะเป็นคู่มือของจระเข้ได้!
"ท่านอ๋อง ข้าไม่ได้พูดมั่วนะ"
หม่ากุ้ยยืนยันหนักแน่น "เจ้าสัตว์พวกนี้เวลาสู้กับจระเข้ ดุร้ายยิ่งนัก แม้แต่หนังหนาจระเข้พวกมันก็สามารถกัดทะลุได้"
"ก็อาจจะเป็นไปได้"
หลินอี้คิดดูดีๆ ตัวนากดูเหมือนจะแข็งแกร่งจริงๆ
เขาเคยเห็นมากับตาว่าตัวนากสองตัวฆ่าเต่าโดยการแทะกินสดๆ
เต่ามีเกราะแข็ง ไม่ว่าเป็นสัตว์ประเภทใดก็มักไม่มีทางลงมือได้ แต่ตัวนากสามารถทำได้ ถึงขั้นลอกกระดองออกมาได้!
ตัวนากอย่าดูถูก น้ำทะเลอย่าตักด้วยกระบวย!
มองดูขบวนเกวียนผ่านหน้าเขาไป หลินอี้ก็ไม่ได้ใส่ใจอีก กลับถึงจวน
ช่างไม้กำลังซ่อมศาลาริมน้ำที่ถูกทุบเสียหาย หลินอี้มองอยู่สองสามตา ก็วางใจ เสาระเบียงใหม่ก็ดูไม่เลว ไม่ขัดตาเกินไป
โจวจิ่วหลิงกับหยวนปู้เซิงเรียนจบแล้ว ทั้งคู่ตื้นตันจนน้ำตาไหล ในที่สุดก็ไม่ต้องแออัดเรียนกับพวกเด็กๆ อีกต่อไป
ในที่ว่าการ ซานฉีจัดงานเลี้ยงส่งให้ทั้งสองคนโดยเฉพาะ
"ขอบคุณท่านทั้งหลาย!"
โจวจิ่วหลิงยืนขึ้นดื่มสุราหมดจอก แล้วนั่งลงใหม่ พลางแอบมองหญิงสาวที่นั่งตรงข้าม—เฉาเสี่ยวฮวน
ตามการจัดการของซานฉี หญิงสาวผู้นี้พรุ่งนี้จะนำพวกยามเมืองสองร้อยนายร่วมทางกับเขาไปยังเยว่โจว ช่วยรักษาความสงบ
เขามีความลังเลในใจ
ซานเหอไม่มีคนแล้วหรือไร?
ถึงได้ให้ผู้หญิงมาเป็นหัวหน้ามือปราบ!
แต่ถึงจะไม่พอใจ เขาก็ทำได้แค่เก็บไว้ในใจ ไม่กล้าพูดออกมา
อย่างไรเสียเขาก็เปลี่ยนความจริงนี้ไม่ได้ พูดออกไปก็แค่ทำให้นางขุ่นเคืองเปล่าๆ
ต่อไปชีวิตเขาที่เยว่โจวยังต้องพึ่งพาหญิงสาวผู้นี้กับเป่าไคว่ในการปกป้อง
"ท่านโจว อย่าดูแคลนท่านมือปราบเฉาเลย"
เซี่ยจ้านเหมือนเข้าใจในใจของโจวจิ่วหลิง ชี้ไปที่เฉาเสี่ยวฮวนกล่าวว่า "แม้ท่านมือปราบเฉาจะเป็นสตรี แต่ก็เด็ดเดี่ยวไม่แพ้บุรุษ เป็นยอดหญิงแท้จริง ทัพซานเหอสู้กับพวกอาหยู นางมักนำหน้าเสมอ
ภายหลังซานเหอปรับโครงสร้าง จึงจำต้องออกจากกองทัพ
มาเป็นหัวหน้ามือปราบ นับว่าเสียศักดิ์ศรีไม่น้อย
หากไม่ใช่เพราะท่านโจว พวกเราก็ไม่ยอมปล่อยนางไปหรอก"
"อย่างนี้นี่เอง!"
โจวจิ่วหลิงยืนขึ้นยกจอกอีกครั้งกล่าวว่า "ต่อไปต้องขอรบกวนท่านมือปราบเฉามากแล้ว"
"ไม่กล้า!"
เฉาเสี่ยวฮวนก็ยืนขึ้นยกจอกด้วยเช่นกัน "ต่อไปขอฝากตัวกับท่านโจวด้วย"
เซี่ยจ้านชี้ไปที่หวังซวีกล่าวว่า "หัวหน้าหวังก็ยอดคนเช่นกัน ร่วมมือกับท่านหยวน ท่านหยวนคงวางใจได้แล้ว!"
คำพูดนี้เขาโกหกตัวเองไม่น้อย
อย่างไรหวังซวีก็ไม่มีความสามารถเด่นใด จุดเดียวที่ดีคือซื่อสัตย์ภักดีต่อท่านอ๋องอย่างมาก
หยวนปู้เซิงดื่มกับหวังซวีกล่าวว่า "ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะหัวหน้าหวัง"
"ท่านหยวนพูดเกินไปแล้ว!"
หวังซวีดื่มสุราหมดจอกทันที
ซานฉีหัวเราะลูบเคราแล้วกล่าวว่า "หานจิ้น เหลียงหยวนจือ"
"ขอรับ!"
หานจิ้นกับเหลียงหยวนจือรีบลุกขึ้นคำนับพร้อมกัน
ซานฉียิ้มกล่าวว่า "ท่านโจว ท่านหยวน หานจิ้น เหลียงหยวนจือเป็นยอดคนของซานเหอ เป็นศิษย์คนโปรดของท่านเซี่ยจ้าน สองท่านต้องดูแลพวกเขาให้ดี"
"ท่านซานวางใจเถิด"
โจวจิ่วหลิงยิ้มกล่าวว่า "ท่านอ๋องสั่งการข้าไว้โดยตรงว่า แผนการระยะยาว ต้องเริ่มจากการศึกษา ข้าจะไม่ทำให้ท่านอ๋องผิดหวังแน่นอน"
"ข้าแม้อาวุโสกว่าท่านอาจารย์หานหลายปี แต่ผู้รู้ย่อมเป็นครู ข้านับถือในความรู้ของท่านอาจารย์หาน"
หยวนปู้เซิงยิ้มกล่าวว่า "เมื่อถึงหงโจว ข้าจะเคารพท่านในฐานะอาจารย์"
ซานฉีพึงพอใจ พยักหน้าแล้วกล่าวว่า "หานจิ้น เหลียงหยวนจือ ออกไปแล้วอย่าได้หลงตัวเอง ท่านหยวนกับท่านโจวล้วนเป็นมหาบัณฑิตชื่อดัง มีความรู้ลึกซึ้ง เจ้าทั้งสองต้องขอคำชี้แนะให้มาก วันข้างหน้าอาจสอบได้เป็นจ้วงหยวนก็เป็นได้"
"ขอรับ"
ทั้งสองตอบพร้อมกัน "น้อมรับคำสั่งสอนของใต้เท้า"
"ดี ดีมาก!"
ซานฉีหัวเราะยกจอก ไม่นานก็ครื้นเครงกันทั่วงาน
รุ่งเช้า ขบวนเกวียนจำนวนมากก็ออกเดินทาง หลังจากถึงอำเภอซินกวน ขบวนแยกเป็นสองสาย สายหนึ่งไปทางตะวันตกสู่เยว่โจว อีกสายไปทางเหนือเข้าสู่หงโจว
มือปราบจากซานเหอเข้าไปยังหงโจวกับเยว่โจว สำหรับพ่อค้าแล้วหมายถึงอะไร?
"คนปัญญาอ่อนยังรู้เลย!"
หลิวโต้วยืนอยู่หน้าร้านผ้า เดินไปเดินมาอย่างตื่นเต้นกล่าวว่า "มั่นคง! มั่งคั่งแน่นอน!"
บิดาเขา หลิวป้านจื่อ กล่าวไม่สบอารมณ์ว่า "นอกจากเรื่องค้าขาย เจ้าจะคิดเรื่องทายาทบ้างไม่ได้หรืออย่างไร? โตแล้ว ควรจะหาภรรยาได้แล้ว!"
"ท่านพ่อ!
เรื่องนี้ไว้ทีหลังก็ได้" หลิวโต้วตอบแบบขอไปที แล้วหันไปพูดกับเด็กในร้าน เฉินเซี่ยงตงว่า "มัวยืนบื้ออยู่ทำไม รีบไปตามเจ้าเว่ยอี้ซานนั่นกลับมา! พรุ่งนี้เราจะไปเปิดสาขาที่หงโจว!"
เฉินเซี่ยงตงพอได้ยินเรื่องเปิดสาขา ก็ตาเป็นประกาย รีบตบอกตนเองกล่าวว่า "ท่านเจ้าของร้าน ข้าก็ทำได้! จะไปหามันทำไม!"
"เจ้ารู้เรื่องอะไรบ้างเล่า!"
หลิวโต้วเตะเขาเข้าเต็มแรง
เฉินเซี่ยงตงรีบหลบไป แล้วพอเห็นเจ้าของร้านยืนกรานก็ได้แต่จำใจวิ่งออกไป
"เสร็จธุระหรือยัง?"
หลิวป้านจื่อถามอย่างไม่สบอารมณ์ "ข้าว่าบุตรีของคนฆ่าสัตว์เจียงก็ใช้ได้นะ เจ้าจะยอมหรือไม่พ่อไม่สนใจ พรุ่งนี้พ่อจะให้คนไปขอสู่แน่นอน"
"โอ๊ยยย"
หลิวโต้วบ่นอย่างขัดใจ "คนฆ่าสัตว์เจียงนั่นมันตัวอะไร ท่านพ่อก็รู้ดีอยู่!
หญิงดีๆ มีตั้งเยอะ ทำไมต้องไปเกี่ยวข้องกับพวกนั้นด้วย เรื่องนี้ท่านพ่ออย่ายุ่ง ข้ารู้ตัวดีแล้ว"
"ใครล่ะ?"
หลิวป้านจื่อรีบถาม "นอกจากนางหนูเจียง รอบๆ นี้ยังมีใครเหมาะอีกหรือ?"
หลิวโต้วมองซ้ายขวา เห็นไม่มีคนอยู่จึงกระซิบว่า "โจวซวิน"
"โฮ่ สาวคนนั้นน่ะหรือ"
หลิวป้านจื่อจุดกล้องยาสูบ ตบปากสองที แล้วครุ่นคิดอยู่พักใหญ่ก่อนกล่าวว่า "ไม่ได้ บ้านเราจะหาสะใภ้แบบนี้ไม่เหมาะหรอก"
หลิวโต้วยิ้มกล่าวว่า "เฉาเสี่ยวฮวนไปแล้ว ตอนนี้โจวซวินเป็นหัวหน้ามือปราบหญิงแล้ว ท่านพ่อยังไม่รู้หรือ?"
……….