เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

71 - ชำระแค้นล้างอาย

71 - ชำระแค้นล้างอาย

71 - ชำระแค้นล้างอาย


71 - ชำระแค้นล้างอาย

หลินอี้กล่าวด้วยรอยยิ้มว่า "ข้ารู้ดีว่ามีรูปโฉมไม่เลวนัก แต่หัวหน้าตู้จ้องมองเช่นนี้ ก็ทำให้ข้าอดรู้สึกกระดากไม่ได้"

มุมปากของตู้ซานเหออดไม่ได้ที่จะกระตุกเบาๆ สมกับที่บุตรีของเขากล่าวไว้ หน้าของท่านอ๋องผู้นี้ช่างหนาเสียจริง

จู่ๆ เขาก็รู้สึกได้ถึงพลังจิตที่ผนึกตัวเขาเอาไว้อย่างแน่นหนา

เขานั้นมีฐานการบ่มเพาะถึงระดับเก้าขั้นสูงสุด

ผ่านมากี่ปีแล้วที่ไม่เคยมีผู้ใดสามารถคุกคามเขาได้ถึงเพียงนี้

เขาจึงหันสายตาไปมองขันทีที่ยืนโค้งตัวข้างหลินอี้ ใบหน้าของเขาเคร่งเครียบทันที

เขาไม่ได้ฝืนกดดันพลังโลหิตที่พลุ่งพล่าน แต่กลับควบคุมสัญชาตญาณไม่ให้ตอบโต้

หลังจากถอนหายใจยาวออกมา เขาจึงกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า "ได้ยินบุตรีน้อยกล่าวว่าท่านอ๋องเป็นคนมีอารมณ์ขัน ไม่นึกเลยว่าวันนี้จะได้เห็นกับตา ชื่อเสียงเลื่องลือจริงแท้"

เมื่อเขาปล่อยวางความเป็นศัตรู พลังจิตที่คุกคามเขาก็จางหายไป

ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาในทันที

"ต่างก็เป็นคนในวงการ ไม่มีความจำเป็นต้องเสแสร้ง"

หลินอี้เอ่ยขึ้นอย่างสบายๆ "เจ้าต้องการชีวิตข้า ส่วนข้าต้องการเงินเจ้า เรื่องง่ายๆ เท่านั้นเอง"

ตู้ซานเหอถึงกับชะงัก

นี่มันช่างตรงไปตรงมาเกินไปแล้ว!

"ท่านอ๋องล้อเล่นแล้ว! สามัญชนต่ำต้อยอย่างกระหม่อมไหนเลยจะบังอาจล่วงเกินผู้สูงศักดิ์!"

ตู้ซานเหอคุกเข่าลง ประสานมือกล่าวว่า "เป็นความผิดอย่างใหญ่หลวง! เป็นความผิดอย่างใหญ่หลวง!"

"อย่าเลย"

หลินอี้ยิ้มกล่าว "ได้ยินมาว่าก่อนจะมาเป็นโจรสลัด หัวหน้าตู้เองก็เคยเป็นบุรุษผู้โด่งดัง ยามขี่ม้าออกศึกก็ดุดันประหนึ่งเสือกลืนฟ้า ข้ายกย่องชมเชยเป็นอย่างยิ่ง นึกไม่ถึงว่าวันนี้กลับดูขลาดเขลาไปถนัดใจ น่าเสียดายนัก"

สีหน้าของตู้ซานเหอเปลี่ยนไปทันที จากนั้นเขาก็ยืนขึ้น สองมือไพล่หลัง หันไปทางตู้อิ๋งเหนียงกับเหวินเฉียนกล่าวว่า "พวกเจ้าทั้งสองออกไปก่อน เรามีเรื่องสำคัญต้องคุยกับท่านอ๋อง"

"ท่านพ่อ"

ตู้อิ๋งเหนียงยังไม่ทันกล่าวสิ่งใด ก็เห็นบิดาหน้าตาเคร่งเครียด ไม่กล้าขัดขืน ได้แต่พยักหน้าให้เหวินเฉียน แล้วพากันออกจากห้องไป

ตู้ซานเหอยังหันไปมองหงอิ๋งอีกครั้ง

หลินอี้ยิ้มกล่าวว่า "แม่ทัพเนี่ย ข้ารู้ว่าท่านก็รู้ทุกเรื่องที่ข้ารู้ เรื่องที่ข้าไม่รู้ ท่านก็รู้เช่นกัน

ดังนั้นไม่มีสิ่งใดต้องปิดบัง

ในห้องนี้มีแค่เราสามคน เจ้าจะพูดอะไรก็พูดออกมาเถิด"

"ข้าแฝงตัวในซานเหอหลายปี เปลี่ยนชื่อแปลงโฉม แม้แต่อิ๋งเหนียงเอง ข้ายังไม่เคยเผยความลับแม้สักครึ่งคำ

ต่อให้พบสหายเก่า ก็ไม่แน่ว่าจะจำข้าได้

ไม่ทราบว่าท่านอ๋องทราบเรื่องนี้จากที่ใด!" ตู้ซานเหอกล่าวอย่างไม่รีบร้อน "ยังต้องขอบคุณท่านอ๋องที่ปิดบังความลับให้ข้า"

"นั่งลงเถิด" หลินอี้ชี้ไปที่เก้าอี้ "เจ้าถึงกับหัวเราะออกมาได้ เช่นนี้ไม่กลัวว่าข้าจะทูลความขึ้นสู่ราชสำนักหรือ?

ถึงตอนนั้น ไม่ต้องให้ข้าพูดมาก องครักษ์เงาและราชองครักษ์ลงมือพร้อมกัน

ไม่เพียงตำแหน่งเจ้าจะไม่เหลือ ชีวิตเองก็ไม่แน่ว่าจะรักษาไว้ได้"

ตู้ซานเหอนั่งลงบนเก้าอี้อย่างมั่นคง เอ่ยว่า "หากท่านอ๋องตั้งใจจะทูลราชสำนัก เกรงว่าคงไม่รอจนถึงวันนี้แล้ว

ข้าขอเอ่ยอีกประโยคหนึ่ง หากทูลขึ้นไป ท่านอ๋องเองจะได้ประโยชน์อันใด?"

สิบกว่าปีก่อน แม้เขาจะเป็นเพียงผู้บ่มเพาะระดับแปด แต่ก็ยังสามารถฝ่าฟันออกจากเมืองหลวง

และหลบหนีจากมือของอันเว่ยและติงเว่ยได้สำเร็จ!

สาเหตุหลักก็คืออันเว่ยและติงเว่ยประมาท

เปิดโอกาสให้เขารอดไปได้

แต่ครานี้ หากอันเว่ยและติงเว่ยได้รับข่าว คงจะยอมทุ่มเททุกอย่างเพื่อตัดรากถอนโคนเขาให้ได้!

เขาคงไม่อาจรอดได้อีกครั้ง!

หลินอี้กล่าวด้วยรอยยิ้ม "เจ้าพูดถูก หากข้าเปิดโปงเจ้า ก็ไร้ซึ่งประโยชน์แก่ข้า

ข้าแค่สงสัยว่า เจ้าสนุกสุขสบายอยู่กลางทะเล ข้าแตะต้องเจ้าไม่ได้ ไยครั้งนี้ถึงได้ยอมมาพบข้า?"

ตู้ซานเหอกล่าวว่า "สิ่งที่ท่านอ๋องทำในซานเหอ ข้าล้วนเห็นชัดเจน

หอจี้เซียงหากปราบโจรกลับมาได้ เกรงว่าคงต้องยุให้ท่านอ๋องเล่นงานข้าแน่"

ใต้ระดับมหาปรมาจารย์ ล้วนเป็นมดปลวก!

แม้ว่าวรยุทธ์ของข้าจะไม่เลว แต่ก็หาใช่คู่มือของมหาปรมาจารย์ไม่

ดีกว่าที่จะมาเข้าเฝ้าท่านอ๋องแต่เนิ่นๆ เปิดใจพูดให้กระจ่างจะดีกว่า

แท้จริงแล้ว การมาครานี้ของข้า นับว่าไม่ผิดพลาดเลย

ท่านอ๋องถึงกับรู้ฐานะของข้า ข้ายิ่งต้องรีบกล่าวชี้แจงเพื่อคลี่คลายความเข้าใจผิด"

หลินอี้อดไม่ได้ที่จะรู้สึกภาคภูมิใจขึ้นมา

ดูท่าว่าเหวินเจาอี้จะไม่เสียเปล่าที่เลี้ยงดูไว้ เพียงไม่นานนักหลังจากกลับมา ชื่อเสียงมหาปรมาจารย์ของนางก็กระจายไปถึงทะเลแล้ว

"เสี่ยวอิ๋งรินน้ำชาให้แม่ทัพเนี่ยสักถ้วยเถิด พูดมาเสียมากขนาดนี้ คงกระหายน้ำไม่น้อย"

"ขอบคุณกงกง"

ตู้ซานเหอลุกขึ้น รับถ้วยชาจากมือหงอิ๋งด้วยกิริยานอบน้อม รอจนหงอิ๋งถอยกลับไปอยู่ข้างหลินอี้แล้วจึงนั่งลงอีกครั้ง วางถ้วยชาบนโต๊ะ

หลินอี้กล่าวต่อว่า "แม่ทัพเนี่ย เจ้าเองก็เป็นบุรุษผู้เกรียงไกร มีสิ่งใดก็ว่ามาเถิด อย่าอ้อมค้อม"

ตู้ซานเหอกล่าวว่า "ข้าดูการที่ท่านอ๋องสร้างโรงเรียน ซ่อมแซมถนนในซานเหอ ล้วนมิใช่เรื่องเล็กน้อย ต้องเป็นผู้มีอุดมการณ์อันยิ่งใหญ่!

มิใช่เรื่องที่สามัญชนจะเข้าใจได้!"

ปกติแล้วอ๋องทั้งหลายก็มักจะหาทางโกยทรัพย์จนแทบไม่ทัน ใครกันเล่าจะยอมเสียเงินทำความดี?

การกระทำเช่นนี้ คงเพื่อรวบรวมใจผู้คน

แต่การรวบรวมใจผู้คนเพื่อสิ่งใดเล่า?

"อุดมการณ์ของข้า คนธรรมดาย่อมเข้าใจได้ยาก"

หลินอี้ยิ้มพลางพยักหน้า

ที่เขาทำเช่นนี้ ก็เพื่อเติมเต็มชีวิตชีวาให้แก่ซานเหอ เพื่อให้มีของกินของดื่ม สิ่งบันเทิงทุกอย่างสมบูรณ์ ท่ามกลางบรรยากาศแห่งความรุ่งเรืองและกลิ่นอายแห่งโลกมนุษย์

เพื่ออุดมการณ์อันยิ่งใหญ่ แม้จะต้องควักเนื้อในตอนนี้ เขาก็เต็มใจ

ตู้ซานเหอกล่าวว่า "ข้ายินดีช่วยเหลือท่านอ๋องอย่างสุดกำลัง!"

หลินอี้กล่าวว่า "ดีเช่นนี้? ข้าว่ายังไม่น่าเชื่ออยู่สักหน่อย"

ตู้ซานเหอคุกเข่าลงทั้งสองข้าง กล่าวด้วยเสียงหนักแน่นว่า "ท่านอ๋องทราบหรือไม่ว่า ข้าสะสมทรัพย์สินนับสิบล้านนี้เพื่อสิ่งใด?"

หลินอี้กล่าวอย่างเรียบเฉยว่า "เงินทองยิ่งมากก็ยิ่งดีมิใช่หรือ?"

"สกุลเนี่ยทั้งตระกูล กว่าหนึ่งร้อยหกสิบชีวิต บัดนี้เหลือเพียงข้าผู้รอดตายเพียงคนเดียว!

บิดามารดา ภรรยา บุตรธิดาล้วนเสียชีวิตอย่างอนาถ!

เหลือเพียงข้าเท่านั้นที่ยังดิ้นรนอยู่บนโลกนี้!"

บุรุษร่างใหญ่ถึงกับหลั่งน้ำตาอาบหน้า "ข้ายังมีชีวิตอยู่ ก็เพียงเพื่อการแก้แค้น!

ไม่ปิดบังท่านอ๋อง ข้ายังเคยคิดจะใช้เงินทองเหล่านี้สนับสนุนกบฏ!

ตราบใดที่สามารถล้างแค้นแทนบิดามารดาและภรรยาบุตรได้ แม้จะต้องเสียทรัพย์สินทั้งหมด ข้าก็ยินดี!"

"คำพูดเช่นนี้ เจ้ากล้าพูดกับข้าด้วยหรือ?"

ใบหน้าของหลินอี้เปลี่ยนสีทันที

"ข้าเพียงแต่เปิดใจให้ท่านอ๋องเห็นเท่านั้น!"

ตู้ซานเหอกล่าวด้วยเสียงขุ่นเคือง "เชื่อว่าท่านอ๋องย่อมมีวิจารณญาณ!

ก่อนมาพบท่านอ๋อง ข้าเพิ่งได้พบกับ 'อิงอ๋อง' เฉาต้าถงมา

บุคคลผู้นั้นรวบรวมผู้ลี้ภัยและนักโทษหลบหนี ก่อกบฏยึดเมือง เมื่อได้เมืองแล้วก็ก่อการสังหารหมู่ เลือดไหลนองพื้น กระดูกทับถมเป็นภูเขา

แม้ว่าข้าจะร้อนใจอยากแก้แค้นเพียงใด ก็ไม่อาจตกต่ำไปคบหากับคนเช่นนั้น

แต่!

ตราบใดที่มีโอกาสแม้เพียงริบหรี่ในการสังหารเหอจิ่น! ข้าก็พร้อมจะสละชีวิต!"

"เหอจิ่น?"

หลินอี้ถึงกับสงสัยว่าตนเองได้ยินผิด

มิใช่ว่าควรไปล้างแค้นฮ่องเต้หรือ?

"หากมีคนชั่วในแผ่นดิน ชาติย่อมล่มสลาย!

ฝ่าบาทก็ถูกคนชั่วเช่นเหอจิ่นล่อลวงจนตาบอด!

ข้าไม่อาจถวายความจงรักภักดีต่อฝ่าบาทได้อีก!"

ตู้ซานเหอร่ำไห้กล่าว "ข้าอยากจะกัดกินเนื้อเขา ดื่มโลหิตเขา ลอกหนังเขา บดกระดูกเขาเป็นผุยผง!"

หลินอี้ถึงกับตะลึง

ก็ผู้ที่มีราชโองการสังหารครอบครัวเจ้าคือฮ่องเต้ไม่ใช่หรือ!

แต่เจ้ากลับกล่าวโทษขันทีคนหนึ่งแทน?

ผ่านมากี่ปี เจ้าก็ยังภักดีจนถึงเพียงนี้?

น่าเหลือเชื่อยิ่งนัก!

อยู่ครู่หนึ่งจึงกล่าวว่า "ฆ่าเหอจิ่นนั้น ข้าไม่แน่ว่าจะมีความสามารถพอ"

เรื่องเช่นนี้ไม่ควรรับปากลอยๆ เป็นดีที่สุด

ฝ่ายตรงข้ามก็ใช่คนธรรมดา จะหลอกได้สักครั้ง แต่ไม่อาจหลอกได้ชั่วชีวิต

…………….

จบบทที่ 71 - ชำระแค้นล้างอาย

คัดลอกลิงก์แล้ว