เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

72 - ตัวข้าเป็นเพียงขยะไร้ค่าเท่านั้น

72 - ตัวข้าเป็นเพียงขยะไร้ค่าเท่านั้น

72 - ตัวข้าเป็นเพียงขยะไร้ค่าเท่านั้น


72 - ตัวข้าเป็นเพียงขยะไร้ค่าเท่านั้น

อีกทั้งคนเช่นนี้ มิใช่คนดีงามที่ไหน หากมิใช่ดุร้ายเด็ดขาดแล้วไซร้ ไหนเลยจักสั่งสมกิจการใหญ่โตได้ เช่นนั้นตนเองก็ต้องระวังการย้อนศรตอบโต้เช่นกัน

ผ่านมาสองชาติภพ สิ่งที่เขารังเกียจที่สุดก็คือการต้องแก่งแย่งหลอกลวง ชิงไหวชิงพริบกับผู้อื่น

สิ่งที่เขาใฝ่หาคือความอิสระเสรีอย่างแท้จริง

"เหอจิ่นเป็นคนชั่วร้าย กำลังจะทำลายแผ่นดิน ท่านอ๋องหากชำระข้างพระกายให้บริสุทธิ์ ชาวโลกย่อมร่วมใจสนองตอบ!"

ตู้ซานเหอคำนับอีกครั้ง

"เจ้าก็ดูสูงส่งข้าเกินไปแล้ว น่าเสียดาย ข้าไม่มีความสามารถถึงเพียงนั้น เจ้าควรไปหาใครสักคนที่เหมาะสมกับเรื่องยิ่งใหญ่นี้เถิด"

หลินอี้คิดกระจ่างขึ้น ก็ไม่รู้สึกแปลกใจนัก

การต่อต้านอำนาจมืด แต่ไม่ต่อต้านองค์จักรพรรดิ มิใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร

คนที่เคยอ่านพงศาวดารสุยถังย่อมรู้ วีรบุรุษทั้งหลายต่างต่อต้านขุนนางชั่ว แต่ในช่วงปลายของราชวงศ์สุยกลับไม่มีผู้ใดชูธงต่อบ้านราชสำนักโดยตรง

"ท่านอ๋อง!"

ตู้ซานเหอเงยหน้าขึ้นอย่างฉับพลันกล่าวว่า "ข้าเคยพูดไว้ ตราบใดที่ยังมีแม้แต่เสี้ยวโอกาส ข้าย่อมไม่เสียดายชีวิต!"

หลินอี้ส่ายหน้ากล่าวว่า "ต่างก็ไม่ใช่เด็กแล้ว อย่าเอาแต่พูดวาจาอ่อนหัดเช่นนี้เลย"

ตู้ซานเหอกล่าวเสียงดังว่า "ข้ายินดีบริจาคเงินหนึ่งล้านตำลึง เพื่อช่วยแบ่งเบาภาระของท่านอ๋อง!"

"เช่นนั้นข้าก็ไม่เกรงใจแล้วนะ?"

หลินอี้โบกมือกล่าวว่า "แม่ทัพเนี่ย เชิญดื่มชา อย่าได้เกรงใจ

เมื่อข้าสร้างเส้นทางไปยังหนานโจวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขอเพียงพวกเจ้าทำตามข้อกำหนดของข้า ก็ให้พวกเจ้าโลดแล่นได้ตามใจ"

"ขอบคุณท่านอ๋อง!"

ตู้ซานเหอมองหงอิ๋งแวบหนึ่ง ก่อนจะเบาๆ ยกถ้วยชาขึ้นจิบ แล้วค่อยๆ วางลงอย่างนุ่มนวล

หลินอี้กล่าวต่อ "สอนทำเบ็ดดีกว่ามอบปลาให้ ไม่ทราบว่าแม่ทัพเนี่ยเข้าใจหรือไม่?

การให้อาหารเพียงช่วยเหลือในยามฉุกเฉิน แต่การสอนวิธีจับปลากลับช่วยเหลือตลอดชีวิต"

เนี่ยโหยวเต้ากัดฟันกล่าว "ข้ายินดีมอบเรือใหญ่สามลำ!

จากนี้ไปตราบใดที่เป็นเรือที่ชักธงวังอ๋อง ข้ารับรองว่าท่องทะเลใต้ได้โดยไร้อุปสรรค"

"แม่ทัพเนี่ย ช่างมีน้ำใจนัก"

หลินอี้หันไปบอกหงอิ๋งเสียงดัง "ไปสั่งการ วันนี้ต้องมีทั้งสุราและอาหารดีๆ เราจะเลี้ยงแม่ทัพเนี่ยสักมื้อ"

"ท่านอ๋อง!"

ตู้ซานเหอลุกขึ้นกล่าวว่า "ข้าเป็นคนที่ถูกหมายหัว ไม่ควรอยู่บนฝั่งนานเกินไป ควรรีบกลับไป ท่านอ๋องมีน้ำใจ ข้าซาบซึ้งแล้ว"

"อ้อ จริงสิ" หลินอี้กล่าวขึ้นทันใด "เจ้ารู้จักเถียนซื่อโหย่วหรือไม่?"

ตู้ซานเหอกล่าวอย่างดูแคลน "ก็แค่ไก่หางเปียก หมาเปียกฝนเท่านั้น"

หลินอี้กล่าว "ได้ยินมาว่าเจ้าปล้นเกลือของเขา อย่างนั้นก็ต้องคืนของเขานะ

ไป เรียกเถียนซื่อโหย่วเข้ามา"

เขามีข้อดีอยู่อย่างหนึ่ง คือเมื่อรับเงินของใครมาแล้ว ก็ต้องช่วยคลี่คลายเคราะห์ให้ ไม่ยอมทำลายชื่อเสียงตนเอง

ตู้ซานเหอกล่าว "เมื่อท่านอ๋องมีบัญชา ข้าย่อมต้องทำตาม"

เถียนซื่อโหย่วเดินตามหงอิ๋งเข้ามา จ้องเขาเขม็งด้วยความโกรธ แต่เขากลับทำเหมือนไม่เห็น

หลินอี้ ส่งเสียงใส่เถียนซื่อโหย่วว่า "เขาเป็นแขกของเรา

เจ้าจะมองแขกด้วยท่าทีเช่นนี้หรือ?

อีกอย่าง เขาก็คืนเกลือให้เจ้าแล้ว

อย่าชักช้า รีบขอบคุณหัวหน้าตู้เสีย"

เถียนซื่อโหย่วอ้าปากค้างอยู่ครู่ใหญ่ กว่าจะฝืนใจประสานมือคำนับตู้ซานเหออย่างไม่เต็มใจว่า "ขอบคุณหัวหน้าตู้!"

โดนปล้นแล้วยังต้องขอบคุณอีก!

จะให้ไปฟ้องใครได้เล่า?

ตู้ซานเหอสะบัดเสียงเย็นชา ไม่ชายตามองแม้แต่นิดเดียว

เถียนซื่อโหย่วกัดฟันแน่นด้วยความคั่งแค้น

หลินอี้พอใจ พยักหน้าแล้วกล่าวว่า "หัวหน้าตู้กล่าวว่าจะมอบเรือใหญ่สามลำแก่ข้า จากนี้ไปก็ฝากให้เจ้าดูแลแทนข้า

หัวหน้าตู้ยังบอกด้วยว่า หากภายหน้าในทะเลเกิดปัญหาใดๆ ก็ตาม ไปหาเขาได้เลย"

ตู้ซานเหอกล่าวว่า "ท่านอ๋อง ข้าขอลา"

เมื่อเดินผ่านลานบ้าน เขาเห็นเหวินเจาอี๋กำลังเล่นกับเด็กตัวน้อยอยู่ จึงหยุดฝีเท้าทันที

ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ

แต่เหวินเจาอี๋กลับเพียงปรายตามองเขา แล้วหันไปหยอกล้อกับเด็กที่กำลังหัดเดินต่ออย่างไม่สนใจ

(ผมแปลผิดนะครับก่อนหน้านี้ต้องเป็น เหวินเจาอี๋ แปลว่าผู้งามล้ำแซ่เหวิน เป็นตำแหน่งผินอันดับหนึ่ง(สนมเอก) ของราชวงศ์ถัง ไม่ใช่ชื่อคน แบบว่าในแต่ล่ะราชวงศ์ก็จะมีการตั้งชื่อตำแหน่งต่างกันออกไปนะครับ)

"เดินทางดีๆ"

มองดูเงาร่างของตู้ซานเหอที่จู่ๆ ก็แข็งทื่อขึ้นมา หลินอี้เผยรอยยิ้มพึงพอใจออกมา

ตู้ซานเหอหันกลับมาอีกครั้ง ประสานมือคำนับให้หลินอี้ ก่อนจะก้าวเท้าออกไปอย่างองอาจ

เถียนซื่อโหย่วกล่าวอย่างขุ่นเคืองว่า "ท่านอ๋อง คนเช่นนี้ไว้ใจไม่ได้"

หลินอี้กล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ว่า "แล้วเจ้าคิดว่าข้าไว้ใจเจ้าได้หรือ?"

เถียนซื่อโหย่วรีบกล่าวว่า "ความจงรักภักดีของกระหม่อม ฟ้าดินย่อมเป็นพยาน!"

"เลิกพล่าม" หลินอี้โบกมืออย่างไม่ใส่ใจ "เตรียมคนให้พร้อม พอเรือลำใหญ่ของเขามาถึง เจ้าก็ไปรับช่วงต่อ

ทำไมต้องทำท่าลำบากใจด้วย?

เจ้าทำเอง ตัวเล็กตัวน้อย ปีหนึ่งได้เงินไม่กี่แสน เหนื่อยจนแทบตาย มันมีความหมายอะไร?

ตามข้ามาทำให้ใหญ่โตรุ่งเรือง ไม่ดีกว่าหรือ เข้าใจไหม?"

"ได้ยินเช่นนี้ กระหม่อมก็วางใจแล้ว"

เถียนซื่อโหย่วถึงกับยิ้มแย้มอย่างปลื้มปิติ

ถ้าอย่างที่ท่านอ๋องพูดเป็นความจริง บนบกมีท่านอ๋องหนุนหลัง ในทะเลมีตู้ซานเหอหนุนหลัง ทำกิจการอะไรจะไม่ทำกำไร?

แน่นอนว่าต้องดีกว่าเดิมมากนัก!

"ข้ายังมีเรื่องจะถามเจ้าอีกอย่างหนึ่ง"

หลินอี้นั่งไขว่ห้าง ถือถ้วยชาขึ้นจิบ พูดอย่างเยือกเย็นว่า "ตกลงแล้ว เป็นใครกันที่ส่งเจ้ามาพบข้า รีบพูดมา หากไม่ยอมพูด ก็เชิญออกประตูซ้ายไป จากนี้ไป เจ้าและข้า ไม่มีความเกี่ยวข้องกันอีกแม้แต่น้อย"

"ท่านอ๋อง......"

เถียนซื่อโหย่วหัวเราะแห้งๆ กล่าวว่า "แน่นอนว่ามีคนสอนกระหม่อมอยู่จริงๆ สอนว่าควรคำนับอย่างไร พูดอย่างไร

ทุกครั้งที่มา ล้วนสวมหน้ากากปิดหน้า หากมิใช่ว่าฝีมือวรยุทธ์สูงส่ง กระหม่อมอยากจะถอดหน้ากากดูนักว่าเป็นใคร"

หลินอี้กล่าวว่า "สรุปว่าเจ้าก็ไม่รู้สินะ?"

เถียนซื่อโหย่วรีบกล่าวว่า "กระหม่อมมิได้ตั้งใจปิดบังท่านอ๋อง เพียงแต่ไม่รู้จริงๆ"

หลินอี้โบกมือกล่าวว่า "หลังจากนี้จงตั้งใจสอดส่อง หากอีกฝ่ายมาหาเจ้าอีก ให้ถ่วงเวลาไว้ แล้วจัดการจับตัวทันที"

เถียนซื่อโหย่วรีบพยักหน้าตอบว่า "กระหม่อมรับทราบ"

หลินอี้โบกมือไล่ "เช่นนั้นก็ไปได้แล้ว อย่าลืม รีบรวบรวมคนมา"

หลังจากรับประทานอาหารกลางวันเสร็จ

เขานั่งอยู่ในลานบ้าน อาบแดดไปพลาง มองเหวินเจาอี๋กำลังสอนหมิงเยว่และจื่อเซี่ยอยู่

นี่ก็เป็นไปตามที่หลินอี้ร้องขอ ทักษะของมหาปรมาจารย์สูงส่งนัก หากไม่ใช้ให้เกิดประโยชน์ก็น่าเสียดายเกินไป

สองสาวหมุนตัวเคลื่อนไหวอยู่กลางอากาศ รวดเร็วเสียจนหลินอี้มองเห็นเพียงเงาเท่านั้น แม้จะถืออ้อยเคี้ยวอยู่ในมือ ก็ยังอดไม่ได้ที่จะปรบมือส่งเสียงชมเชยทั้งที่เคี้ยวไม่ทันกลืน

ไม่ทันคิดว่า เหวินเจาอี๋กวัดชายแขนเสื้อเบาๆ ร่างของหมิงเยว่และจื่อเซี่ยะจึงตกจากกลางอากาศ พอเกือบจะล้มลงกับพื้น ปลายเท้าทั้งสองกลับแตะพื้นเบาๆ แล้วเหมือนตุ๊กตาล้มลุก ตั้งตัวขึ้นมายืนได้อย่างมั่นคง

หลินอี้โล่งใจไปเปลาะหนึ่ง

"วิชาตัวเบาพอตัวแล้ว" เหวินเจาอี๋กล่าวพร้อมรอยยิ้ม "น่าเสียดายที่ยังไม่พอ"

หมิงเยว่และจื่อเซี่ยะประสานมือคารวะกล่าวพร้อมกันว่า "ขอเหวินพี่สาวโปรดชี้แนะ"

เหวินเจาอี๋กล่าวว่า "เมื่อข้าเพิ่งออกท่องยุทธภพ เคยรู้จักบุรุษผู้หนึ่ง เพียงแค่ระดับห้า แต่วิชาตัวเบาเหนือกว่าทั่วทั้งใต้หล้า

ในเวลานั้น แม้ว่าข้าจะมีอยู่ในระดับเจ็ดขั้นสูงสุด ก็ยังไล่ตามเขาไม่ทัน และปล่อยให้เขาหลบหนีไปได้

ดังนั้น พวกเจ้าทั้งสอง ยังเร็วไม่พอ

ข้าจะสอนพวกเจ้าท่าไม้ตายหนึ่ง เรียกว่า 'หงซิ่วเจา'

หากฝึกสำเร็จ แม้ในหน้าเผชิญหน้ามหาปรมาจารย์ก็ยังยากจะหนี แต่หากพบกับผู้บ่มเพาะแปดหรือเก้า ก็ยังพอมีหนทางเอาชีวิตรอดบ้าง"

"ขอบคุณพี่สาวเหวิน"

สองสาวกล่าวขอบคุณพร้อมกัน

หลินอี้นั่งอยู่ข้างๆ มองดูทั้งสามราวกับเทพธิดาล่องลอยอยู่ในสายลม จู่ๆ ก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงความจริงอันโหดร้ายว่า ตนเองเป็นเพียง "ขยะไร้ค่า"

พลันรู้สึกโศกเศร้าในอกขึ้นมาอีกครั้ง

………………

จบบทที่ 72 - ตัวข้าเป็นเพียงขยะไร้ค่าเท่านั้น

คัดลอกลิงก์แล้ว