- หน้าแรก
- ทำไงได้ ก็ข้าไม่อยากเป็นฮ่องเต้นี่หว่า
- 9 - ขี้ขลาดเหมือนหนู
9 - ขี้ขลาดเหมือนหนู
9 - ขี้ขลาดเหมือนหนู
9 - ขี้ขลาดเหมือนหนู
หลินอี้นึกถึงใบหน้าหล่อเหลาที่เข้ากันกับบุคลิกสูงส่งของตนได้อย่างลงตัวในตอนนี้
เขาต้องขอบคุณแม่แท้ๆ ของตนอย่างจริงใจ
พร้อมกับตระหนักถึงความสำคัญของการหาเมียสวยเพื่อปรับปรุงพันธุกรรม
เขาเคยเห็นภาพวาดของหลินเป่าจื้อ ปฐมฮ่องเต้แห่งแคว้นเหลียง ใบหน้าใหญ่กว้าง ตาเรียวเล็ก และนี่คือน้ำพักน้ำแรงของจิตรกรที่ต้องพยายามสุดชีวิตในการ "เสริมจินตนาการ" ให้ออกมาดูดีพอประมาณ
ว่ากันว่า หลินเป่าจื้อซึ่งเป็นเพียงเด็กเลี้ยงวัวที่ผันตัวมาเป็นฮ่องเต้ ให้ความสำคัญกับภาพวาดประวัติศาสตร์นี้มาก
บางจิตรกรวาดสมจริงเกินไป ถึงขนาดใส่ขนจมูกให้ด้วย ฮ่องเต้มองแล้วรู้สึกไม่ได้แสดงอำนาจและสง่าราศีของตนเลย สั่งประหารทิ้ง
บางคนก็วาดหล่อเกินเหตุ ถึงขั้นปั้นให้หล่อเหมือนเทพ ฮ่องเต้ก็โมโหเช่นกัน
เพราะมันดู "เสแสร้งเกินไป" จึงโดนสั่งประหารอีกเช่นกัน
สุดท้าย สังเวยชีวิตจิตรกรไปถึงเจ็ดคน กว่าจะได้ "เซียนวาดภาพ" แห่งยุคอย่างเสียนโหย่วเต้าที่สามารถบรรจงวาดภาพที่มีทั้งความสมจริงและให้บรรยากาศ “น่าเกรงขามจนไม่กล้ามองจ้อง” ได้สำเร็จ
ภาพวาดนั้นยังถูกเก็บรักษาไว้ในห้องทรงพระอักษรของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน
ครั้งแรกที่หลินอี้ได้เห็น ก็ถึงกับตะลึงในใจ...หน้าตาแบบนี้ ต่อให้ใช้กล้องฟรุ้งฟริ้งก็ไม่รอด
หลินเป่าจื้อขึ้นครองราชย์ตอนอายุสี่สิบหก แล้วก็เริ่มเติมเต็มหลังวังจนแน่นขนัด เหล่านางสนมล้วนงามหยาดเยิ้ม
จนมาถึงฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน...หลินซวิน...สืบราชวงศ์ต่อกันมาเป็นสิบห้ารัชกาล รวมแล้วสองร้อยสิบสี่ปี
ตลอดหลายชั่วอายุคน ลูกหลานราชวงศ์ก็สวยหล่อขึ้นเรื่อยๆ บุรุษก็สง่างามราวหยกสลัก สตรีก็งามล่มเมือง
“พระมารดาไม่ต้องเป็นกังวลเพคะ” หลินหนิงกล่าวปลอบโยน “พี่ชาย ย่อมมีเหตุผลของพี่ชายอยู่แล้ว”
นางรู้สึกน้อยใจแทนพี่ชาย ทั้งที่เป็นบุรุษที่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ รูปงามอารมณ์ดี
กลับถูกชาวเมืองล้อเลียน เข้าใจผิดแม้แต่พระมารดายังมองว่าโง่งมไร้หนทาง
คงเจ็บปวดใจมากทีเดียว
หยวนเฟยลูบศีรษะของหลินหนิงด้วยความเอ็นดู พร้อมถอนใจ “เสียดายที่เจ้าเป็นสตรี”
หลินหนิงหัวเราะแห้ง “พระมารดาวิตกเกินไปเพคะ”
หยวนเฟยกล่าวอย่างภาคภูมิ “ตระกูลเราสืบสานวิชามายาวนาน ข้ายังเริ่มฝึกยุทธ์ตั้งแต่อายุห้าขวบ สิบห้าปีก็เข้าถึงขั้นสาม
ถึงจะเข้าวังแล้วร้างฝีมือ ก็ยังพอรักษาอยู่ที่ขั้นห้า
นึกไม่ถึงว่า...”
ประโยคสุดท้ายยังไม่ทันพูดจบ ก็มองหลินอี้ที่ทำหน้าทะเล้นอยู่ตรงหน้าอย่างเจ็บใจ
น่าเสียดายเหลือเกิน...นี่มันลูกแท้ๆ ของตัวเอง
ไม่อย่างนั้นคงตบให้ตายไปแล้ว จะได้ไม่ต้องขวางหูขวางตา
“พระมารดา พูดอย่างนั้นก็...” หลินอี้ยิ้มประจบ “ลูกไม่เอาไหน ทำให้พระมารดาลำบากใจแล้ว”
“เจ้าก็เป็นแบบนี้แหละ ข้าไม่ได้หวังอะไรมากนักแล้ว ข้าก็แค่อยากให้เจ้าสนิทกับทางญาติฝั่งแม่ให้มากขึ้นหน่อย”
หยวนเฟยเหลือบมองหลินอี้แล้วกล่าว “ลองคิดดูสิว่ายายทวดของเจ้าเป็นใคร
นั่นคือทวดแท้ๆ ของเจ้า ผู้บัญชาการหญิงอันดับหนึ่ง แม้แต่แม่ทัพผู้บัญชาการดินแดนตะวันตกอย่าง ‘อวี้เหวินป๋อซวี’ ยังเคยเป็นเพียงองครักษ์ตัวเล็กๆ ข้างกายนาง
แม้แต่ยายของเจ้า กับป้าสะใภ้ของเจ้า ก็ล้วนเป็นสตรีกล้าหาญ มีชื่อเสียงในกองทัพ
คนอื่นอยากสนิทยังไม่มีโอกาส เจ้าอย่าทำให้พวกนางเสียใจล่ะ”
“พระมารดาตรัสได้ถูกต้องยิ่งนัก”
หลินอี้รู้ดีว่าพระมารดาเป็นคนเช่นไร...เรื่องอะไรก็ตาม ตอบรับไว้ก่อน ส่วนจะทำหรือไม่นั้น ค่อยว่ากันทีหลัง
อย่างไรอีกไม่กี่วันข้างหน้าตนก็จะเดินทางไปซานเหอแล้ว
คิดถึงตรงนี้ก็อดยิ้มออกไม่ได้
หยวนเฟยเห็นเขายิ้มแบบนั้น ก็แทบอยากจะขว้างถ้วยชาใส่หน้าให้รู้แล้วรู้รอด
แต่สุดท้ายก็ได้แต่ถอนหายใจลึกๆ หนึ่งเฮือก แล้วกล่าวอย่างช้าๆ “ข้าเตรียมของขวัญไว้ให้เจ้าแล้ว อีกไม่กี่วันเจ้าต้องนำไปมอบให้ตระกูลของท่านตา
พูดจาให้ดีๆ แม้ไม่ใช่ท่านลุงของเจ้าออกหน้าด้วยตัวเอง อย่างน้อยๆ พวกลูกพี่ลูกน้องของเจ้าก็พอจะชี้แนะเจ้าบ้าง”
“พระมารดาอาจจะยังไม่ทราบ ลูกเพิ่งได้รับแต่งตั้ง คนกำลังจะมาแสดงความยินดีกันให้วุ่นเลย ไม่ว่างจริงๆ...”
หลินอี้นึกในใจ...ตนกลายเป็น “โคลนเปียก” ไปแล้ว แม่ยังจะพยายามเอาไปป้ายบนผนังอยู่ได้
ไม่คิดบ้างหรือว่า ตอนนี้ตระกูลหยวนมีอำนาจในกองทัพมากเกินไปจนฮ่องเต้เองยังต้องระวัง
ถ้าตนไปใกล้ชิดมากเกินไป ไม่แน่อาจจะโดนลูกหลง
ถึงสุดท้ายตระกูลหยวนจะไม่เป็นไร แต่ถ้าเขาได้บัลลังก์มา ก็ทำอะไรได้?
แคว้นมีภัยธรรมชาติไม่หยุด...ภัยแล้ง น้ำท่วม ฝูงตั๊กแตน ไม่มีผลผลิต ประชาชนอพยพหนีตาย สิบบ้านเหลือไม่ถึงหนึ่ง
แม้ฮ่องเต้จะถือว่าเป็นกษัตริย์ที่ขยัน แต่ก็ช่วยคนไม่ได้มากพอ ศพอดตายยังเต็มท้องทุ่ง
ประชาชนในตะวันตกเฉียงเหนือ ตะวันตกเฉียงใต้ที่อยู่ไม่ได้ ก็เริ่มเข้าร่วมกบฏ
ตอนนี้อาจยังควบคุมได้ แต่อนาคตเล่า?
ทางเหนือแคว้นหวาตานก็ยังรุกล้ำไม่หยุด งบประมาณร่อยหรอ หากไม่มีเงินเหลือ แม่ทัพใหญ่ทั้งหลายอย่างหยวนชิง จิ้งอ๋อง เหม่ยจิ้งจือ จะทนได้นานแค่ไหน?
เพราะฉะนั้น นี่ไม่ใช่การเป็นฮ่องเต้...นี่มันการเป็น “ช่างแปะฝา”
ผิดพลาดนิดเดียว ก็เข้าวงจรประวัติศาสตร์ทันที...เจริญแล้วเสื่อม เสื่อมแล้วล่ม ลูปไม่จบสิ้น
“สารเลวโง่เขลา!”
หยวนเฟยเอานิ้วเรียวเคาะโต๊ะเสียงดังอย่างโกรธเคือง “นี่เขาหมายใจจะประจานเจ้าให้ขายหน้า!
แดนกันดารนั่นจะมีอะไรให้แสดงความยินดีนัก!”
หลินอี้ยิ้มแห้ง “ลูกแค่อยากเก็บของขวัญไว้เป็นทุนเดินทางเท่านั้น”
“เจ้าคิดจะไปจริงหรือ?” หยวนเฟยถึงกับตกตะลึง
นางรู้จักลูกตนเองดี...ตั้งแต่เล็กก็ติดสบาย จะนอนยังไม่อยากลุก
ซานเหอเป็นที่แบบไหนกัน?
ลูกนางจะทนไหวหรือ?
“ลูกซึมซับคำสอนของพระมารดาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยลืมเลยว่า...หากเป็นพญาอินทรี ก็ต้องกางปีกโบยบินในท้องฟ้ากว้าง หากเป็นหมาป่า ก็ต้อง...” หลินอี้เห็นใบหน้าพระมารดาเริ่มมืดมน จึงรีบหุบปาก
หยวนเฟยแค่นเสียง “เมื่อไรเจ้าจะเชื่อฟังคำข้าบ้าง พูดมาตรงๆ”
หลินอี้ยิ้มพลางกล่าว “ลูกพูดความจริงนี่แหละ”
หากฮ่องเต้ไม่บังคับให้ไปจริงๆ ก็ไม่มีใครอยากไปหรอก อยู่ในเมืองหลวง กินดีอยู่ดีดีกว่าเยอะ
ในหมู่พระโอรสสิบสองพระองค์ นอกจากองค์ชายณองที่สิ้นพระชนม์ตั้งแต่เด็กแล้ว ผู้ที่ออกไปประจำตำแหน่งตามต่างถิ่นจริงๆ มีเพียงจิ้งอ๋ององค์เดียว
“เจ้าทำให้ข้าหนักใจเสียจริง ซานเหอเป็นที่แบบไหน เจ้าไม่รู้อะไรเลย
แต่เดิมเป็นที่เนรเทศ ตั้งแต่สมัยราชวงศ์ก่อนแล้ว เต็มไปด้วยกบฏ กับโจรภูเขา พวกป่าดงไม่ยอมสยบ
ตั้งแต่พ่อเจ้าขึ้นครองราชย์ กองทัพออกศึกถึงสามครั้ง เสียเงินเสียข้าวสารนับไม่ถ้วน
ไม่กี่ปีก่อนบอกว่ากลับใจแล้ว แต่ถึงตอนนี้ยังไม่มีแม้แต่ศาลาว่าการ
คนป่าพวกนั้นยังปกครองกันเอง ยุ่งเหยิงไม่หยุด
เจ้าวรยุทธ์ก็ไม่มี ไปแล้วอาจไม่รอดกลับมา”
พูดจบ นางก็โบกมืออย่างเบื่อหน่าย “ไปเถอะ อีกไม่กี่วันข้าจะให้คนส่งของขวัญไปให้เจ้า”
นางไม่เชื่อหรอกว่า แค่ขู่เท่านี้ ลูกชายยังคิดจะไปอีก
ไม่มีใครรู้ใจบุตรเกิดมารดา ลูกชายคนนี้ขี้ขลาดจะตาย ไม่ต่างอะไรกับหนูตัวหนึ่ง
กลัวขี่ม้าล้มตาย เลยยอมขี่แค่ล่อ เพราะล่อช้า ล้มก็ไม่เจ็บมาก ม้าวิ่งเร็ว ล้มทีขาหักแน่นอน
ตอนอายุเจ็ด เขายังกล้าพูดว่า “คนตายเพราะสมบัติสัตว์ตายเพราะอาหาร”
เพื่อเงินไม่กี่อีแปะ ยังกล้าด่าสหราชองครักษ์จอมโหดอย่างเจียงจ้งกลางถนนเลย
“ลูกทูลลา”
พอออกจากวังได้ หลินอี้ก็โล่งใจทันที
เขาคิดในใจว่า ต้องเร่งแผนการออกเดินทางไปประจำถิ่นให้เร็วขึ้นแล้ว
………..