เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 เฟิงรั่ว

บทที่ 13 เฟิงรั่ว

บทที่ 13 เฟิงรั่ว


เล่มที่ 01 บทที่ 13 : เฟิงรั่ว

ถึงเทียนถังและหยุนไป๋จะอยู่ด้วยกันแต่มันรู้ดีว่าอย่างหยุนไป๋นั้นเป็นราวกับเทพธิดาไม่มีทางที่นางจะชอบขยะเช่นเทียนถัง ในตอนที่เห็นนางเย็นชาใส่มันคิดว่าเป็นเพราะเทียนถังรบกวนนาง แต่มันไม่คิดว่าพวกเขาทะเลาะกัน ทั้งตอนนี้ยังทำให้ดูเหมือนคู่รัก

มันเข็ดเขี้ยวฟัน มันเป็นถึงอัจฉริยะรุ่นเยาว์แห่งตระกูลเฟิง เฟิงหยู! ถึงมันจะไม่โดดเด่นสุดในตระกูลเฟิง แต่ว่ามันก็อยู่ในขอบเขตขั้นที่สองลมปราณเป็นสุดยอดอัจฉริยะไม่คิดว่าตัวเองด้อยกว่าขยะที่ไม่ฝึกลมปราณเทียนถังเลยแม้แต่น้อย มันเริ่มมีความรู้สึกแปลกๆ เข้ามา..

หรือว่าพวกมันจะมีความสัมพันธ์อะไรกัน.. เฟิงหยูเข็ดเขี้ยวฟันแอบมองด้วยความโกรธความจริงมันอยากจะพุ่งไปฉีกร่างเทียนถังตอนนี้ด้วยซ้ำ แต่ถ้ามันเข้าไป มันนั่นแหละจะถูกหยุนไป๋ฉีกร่างทิ้งเอา

ทางด้านเทียนถังก็กล่าวว่า “ข้าเพียงแค่แตะหน้าอกท่านมิใช่หรือ ท่านทำไมถึงต้องเย็นชาใส่ข้า!” เสียงเทียนถังไม่เบาและก็ไม่แรงมาก หยุนไป๋อายแทบแทรกแผ่นดินหนีนางขบด่าในใจ “เจ้ากล้าพูดว่า ‘แค่’ เนี่ยนะ!” แต่นางกล่าวว่า “ข้าเข้าใจแล้วรีบปล่อยข้าเดี๋ยวนี้”

นางกล่าวไม่กล้ามองหน้าเทียนถัง … เทียนถังยิ้มมุมปากและกล่าวอย่างเป็นนัยๆ “อ่อ ข้าเข้าใจแล้วท่านไม่มั่นใจนี่เอง ไม่มั่นใจว่าหน้าอกของตัวเองเลิศสินะ พอโดนข้าจับก็โมโหเป็นฟืนเป็นไฟ!” หยุนไป๋หน้าแดงจัดอยากจะฉีกเทียนถังทิ้งที่เอาเรื่องนี้มาอ้างในตอนนี้

“ข้าไม่ได้…” หยุนไป๋กล่าวอย่างลำบาก แต่เทียนถังกล่าวขัด “หึๆ ถ้าไม่ได้ไม่มั่นใจก็ไม่เห็นต้องโกรธเลยจริงมั้ย” หยุนไป๋ได้แต่พยักหน้า ในที่สุดเทียนถังก็ปล่อยนาง นางถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก… แต่ในตอนนั้นเองนางพลันรู้สึกถึงสายตาเฟิงหยู

นางจึงหันไปส่งจิตสังหารรุนแรงใส่จนเข่ามันอ่อนทรุดลงกับพื้นเป็นการขู่ที่ว่าหากเรื่องที่ได้ยินแพร่งพรายออกไปเอ็งตาย! ประมาณนี้อย่างแน่นอน จากนั้นพาเทียนถังเดินต่อ …

เฟิงหยูตาค้างขาสั่นมันตะลึงตั้งแต่เทียนถังบอกว่าแตะหน้าอกหยุนไป๋.. ผ่านไปสักพักมันเข็ดเขี้ยวฟัน “คอยกันเถอะ ไอ้ขยะโสมมข้าจะฆ่าแกเอง.. นังผู้หญิงแพศยานั่นก็ด้วย เหอะข้าอุตส่าห์เสียเวลาตั้งนาน!” แน่นอนว่าสิ่งที่มันคิดนั้น ใครๆ ก็คงเดาออก!

บิดาของมันคือผู้อาวุโสลำดับ 5 ของตระกูลเฟิงผู้มีความแข็งแกร่งขอบขั้นที่ห้าลมปราณ ในตระกูลเฟิงมีเพียงแค่ไม่กี่สิบคนเท่านั้น แน่นอนว่ามันไม่ทราบเรื่องที่หยุนไป๋ฆ่าขอบเขตขั้นห้าง่ายเหมือนปลอกกล้วย เพราะเรื่องที่ว่าหยุนไป๋ในปัจจุบันแข็งแกร่งถึงขอบเขตขั้นหกนั้นมีเพียงผู้อาวุโสระดับสูงเท่านั้น

เฟิงหยูย่อมไม่รู้เรื่องดังกล่าว

ขณะนั้นทางด้านเทียนถังกับเฟิงหยูเดินไปอีกสักพักก็มาถึงห้องหนึ่ง.. ไม่สิมันคล้ายสวนส่วนตัวมากกว่าขอบเขตบริเวณห้องค่อนข้างกว้างมีกระทั่งสวนภายในเขตห้องแสงอาทิตย์สาดส่องเทียนถังต้องแปลกใจอีกครั้งต่อการออกแบบห้องสุดหรูสไตล์แหวกแนว

แต่ในตอนนั้นสายตาเขาไปชะงักอยู่ตรงทางเดินเพราะเขาเห็ยร่างร่างหนึ่ง นางเป็นสตรีดูอายุพอๆ กับเทียนถังหากแต่บรรยากาศรอบตัวอ่อนโยนมาก นางมีผมสีดำยาวสลวยผมงดงาม ไม่สูงไม่เตี้ยจนเกินไปมีหน้าอกที่ไม่นับว่าใหญ่และไม่นับว่ากระดาน

สวมอาภรณ์สีขาวผสมกับผิวพรรณที่ขาวประดุจไข่มุกจากทะเลที่ไร้ที่ติของนางทำให้งดงามหาที่เปรียบเทียนถังเปิดปากกว้างออก “นางคือใคร!?” เทียนถังนึกไม่ออกว่าหยุนไป๋เคยเล่าให้เขาฟังว่านางเป็นใคร แต่อย่างไรนางก็งดงามหยุนไป๋ไม่มีทางลืมที่จะเล่าเรื่องของบุคคลสำคัญแน่ๆ!

หยุนไป๋เห็นท่าทีของเทียนถังก็รู้สึกแปลกๆ เล็กน้อยสายตาที่มองหญิงสาวคนนั้นไม่ใช่สายตามองญาติสายเลือดเดียวกันเลยแม้แต่น้อยนางได้แต่กุมหน้าผากคิดว่า “เจ้านี่ เสียความทรงจำเหมือนจะไม่เป็นผลดีสินะ” เพราะง่านางรู้สึกว่าหากไม่กล่าวบอกอย่างละเอียดมันคงจับลูกพี่ลูกน้องมันขึ้นห้องแน่ๆ

“นางคือ เฟิงรั่ว ข้ายังไม่ได้บอกเรื่องนี้กับเจ้าสินะ นางคือหนึ่งในสี่สาวงามแห่งอาณาจักร ถึงเห็นแบบนั้นนางก็งามอันดับสองเลยนะ.. อีกอย่างการฝึกปรือของนางก็พึ่งจะบรรลุขั้นสองระยะต้นไม่นานมานี้เองนับว่ามีพรสวรรค์ นางคือลูกสาวของพี่ชายของพ่อเจ้า ถึงจะไม่มีสิทธิชิงตำแหน่งผู้นำตระกูลเนื่องจากพ่อของนางเกิดจากท่านปู่ของเจ้าและภรรยาน้อยก็ตามที”

นางกระซิบแผ่วเบาเทียนถังพยักหน้า .. ตอนแรกเขาคิดว่าในโลกนี้จะสามารถมีภรรยาได้มากกว่าหนึ่งซะอีกแต่เขาคิดผิดเพราะฟังว่าลูกที่เกิดจากภรรยาน้อยไม่มีสิทธิสืบทอดราชวงศ์ตระกูลเนี่ยทำให้เขาเข้าใจแบบนี้

แต่ใครจะรู้อันที่จริงเป็นเพราะปู่เทียนถังนั้นไม่ได้จะมีลูกกับผู้หญิงคนอื่นเลยเพราะเขารักภรรยามาก หมายความว่าที่เป็นภรรยาน้อยนั้นไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ .. แน่นอนว่าโลกแห่งนี้สามารถมีภรรยาได้มากกว่าหนึ่งอยู่แล้ว

“อันที่จริงเรื่องนี้เป็นความลับนะ” นางกล่าวต่ออีกหน่อยเทียนถังพยักหน้าไม่แปลกใจโชคดีที่เข้าใจสถานการณ์หมายความว่านางเป็นลูกพี่ลูกน้องเขาน่ะสิ.. “จะว่าเถอะใครสนกันละ” เทียนถังคิดเพราะว่าตัวเขาไม่ใช่เฟิงเทียนถังคนเดิมสักหน่อย ขนาดมารดาของเฟิงเทียนถังเขายังสามารถทำลูกได้โดยไม่ผิดศีลธรรม!

เทียนถังจ้องมองอย่างสนใจไปที่เฟิงรั่วและในตอนนั้นเองเฟิงรั่วก็หันมาเห็นเทียนถังนางแสดงสีหน้าตะลึงออกมา.. ก่อนจะเรียกสติและวิ่งเข้าหาเทียนถังอย่างรวดเร็วก่อนจะกอดเทียนถัง จนเทียนถังแสดงสีหน้างุนงงออกมา “เทียนถัง ในที่สุดเจ้าก็ได้กลับมาตระกูลใหญ่แล้วสินะ! ในที่สุดท่านปู่ก็ชนะเจ้าพวกอาวุโสงี่เง่าสินะข้าคิดถึงเจ้ามากเลย!!!”

เทียนถังตะลึงลานดูเหมือนว่าหยุนไป๋จะตั้งใจไม่เล่าเรื่องของนางสินะเนี่ย… เทียนถังมองไปยังหยุนไป๋.. “อันที่จริง…” เทียนถังกำลังจะอธิบายจริงๆ แล้วไม่ได้พากลับมาแต่พากลับมาแต่งงานตั้งหาก.. ทว่าหยุนไป๋ก็เหมือนจะพยายามหยุด

แต่ว่าไม่สำเร็จ “ข้าถูกพามาที่นี่เพราะต้องไปแต่งงานน่ะสิ…” เทียนถังพูดออกไปแบบนั้นแต่เมื่อมันเข้าสู่โสตประสาทของเฟิงรั่วนางตะลึงงัน… ก่อนที่จะส่งเสียงร้องไห้ออกมาน้ำตาไหลนองใบหน้า เทียนถังคิ้วกระตุกเขาเข้าใจผู้หญิงดี.. แต่มามุขนี้เขาก็ไม่เข้าใจนะเอ่อ..

หยุนไป๋ถอนหายใจและส่ายหน้าก่อนจะบอกว่า “เอาล่ๆ กบับเข้าห้องก่อน เดี๋ยวข้าจะอธิบายให้เอง” พอได้ยินหยุนไป๋พูดแบบนั้นเทียนถังด่าทอในใจว่ายัยนี่จะบอกก็ไม่บอกให้หมดทำตัวมีลับลมคมใน! “เดี๋ยวเถอะบิดาจะเปิดโปงทั้งจิตใจและร่างกายเธอให้ได้เลยคอยดู” เทียนถังคิด

หลังจากนั้นการพล่ามของหยุนไป๋ก็เริ่มขึ้นแต่มันทำให้เทียนเข้าใจตัวเองมากขึ้น เอ่อ ถ้าจะพูดให้ถูกคือ เจ้าคนก่อนนั่นล่ะ… หยุนไป๋นางอายุ 18 ปี เป็นอัจฉริยะรุ่นเยาว์ยากที่จะพบเจอ แต่นางมีจิตใจที่อ่อนโยนไยดีเอื้อเฟื้อ

แม้นางจะไม่ใช่หลานที่ต้องการของปู่เทียนถังแต่เขาก็ยังภูมิในสายเลือดเชื้อไขของตัวเองอยู่มาก แต่ทั้งนี้มีคนในตระกูลต่างไม่ชอบนางมีเยอะมากถึงจะไม่เท่าพวกที่เกลียดชังขยะเช่นเทียนถังแต่ก็ยังมีเยอะพอสมควร ทว่าด้วยอิทธิพลคำว่าอัจฉริยะของนางและบิดานางทำให้กลายเป็นเสาหลักตระกูล

ถึงบิดานางจะไม่แข็งแกร่งเทียบเทียมเฟิงตงหลี่ แต่ทว่าก็นับว่าอัจฉริยะยากที่จะพบเจอ.. อย่างไรก็ตามด้วยความงดงามของนางมีคนชอบพออยู่ไม่น้อยแม้กระทั่งผู้เยาว์ในตระกูลยังเคยคิดที่จะขืนใจนางเลยด้วยซ้ำ

แต่เทียนถังคนเดิมถึงจะชั่วช้าก็ไม่คิดที่จะมีอะไรกับคนในสายเลือดอยู่แล้วถึงสายเลือดจะเบาบางแต่ก็ยังเป็นสายเลือดจากปู่ของเทียนถังเทียนถังในสมัยเด็กจึงคอยปกป้องนางเวลาถูกรังแกบ่อยๆ เทียนถังจึงคล้ายพี่ชายนางมาก

หยุนไป๋นั้นรู้เรื่องราวทั้งหมดเลยสาธยายออกมาจนหมดเปลือก เทียนถังรู้สึกขนลุกคิดว่ายัยนี่น่ากลัว.. เฟิงรั่วนั้นคิดว่าที่เทียนถังแต่งงานนั้นต้องเป็นเพราะถูกบังคับอย่างแน่นอนซึ่งท่านปู่ไม่มีทางบังคับหมายความว่าก็ต้องเป็นพวกผู้อาวุโสกดดัน

ด้วยนิสัยเทียนถังนางย่อมรู้ดีว่ามันไม่อยากจะแต่งงานดังนั้น หญิงสาวงดงามนางนี้จึงร้องไห้เพื่อเทียนถัง นางเองก็มองเทียนถังเป็นเหมือนพี่ชายที่แสนจะสำคัญที่สุดรองจากบิดาและมารดา เรื่องที่ว่าเทียนถังมีคู่หมั้นนั้นปิดนางมาตลอด อันที่จริงในวันนี้นางสมควรจะเข้าถ้ำฝึกตนอยู่

และเข้าถ้ำก็ใช้เวลามากกว่าเดือนพอแบบนั้นงานต่างๆ ก็จบลงเทียนถังก็กลับไปหมดแล้ว แต่ทว่านางกลับไม่ได้อยู่ในถ้ำเหนือการคาดการณ์ของพวกผู้ใหญ่.. อันที่จริงจะให้เทียนถังบอกว่าเป็นความต้องการของเขาเอง ให้นางสงบลงก็ได้

แต่ก่อนหน้านั้นคิดว่าเทียนถังจะพูดเหรอ.. ไม่เลย.. ตอนนี้ถึงจะกล้าพูดแต่มาบอกให้เฟิงรั่วรู้กะทันหันคงไม่ดีเหมือนกันดังนั้นจึงวางแผนอย่างช่ำชอง.. แต่ก็พังไม่เป็นท่า และเมื่อเฟิงรั่วรู้ว่าเทียนถังเสียความทรงจำนางมองเทียนถังด้วยสายตายากจะเข้าใจ

เรื่องที่เทียนถังเสียความทรงจำไม่มีความจำเป็นที่จะต้องปกปิดนางนั่นเอง… ก่อนที่จะคุยกันอีกสักพักแต่เห็นได้ชัดว่าบรรยากาศแตกต่างเพราะว่าเฟิงรั่วคิดว่าเทียนถังนี่ไม่ใช่เทียนถังเดิมเขาเสียความทรงจำไปแล้ว

นางจึงค่อนข้างตรึงเครียดเกินไปหน่อย.. หลังจากนั้นหยุนไป๋ก็ออกจากห้องไปเทียนถังถอนหายใจในห้องขบคิดว่า.. “เมื่อไม่กี่วันก่อนข้ายังเป็นแค่คนธรรมดา.. แต่ทำไมตอนนี้ข้าถึงกลายเป็นถึงผู้ฝึกตนไปซะแล้ว..”

หวนนึกถึงวันเก่าๆ ทำให้เทียนถังรู้สึกแปล๊บๆ ในใจไม่ได้ในโลกที่มีอยู่ตัวคนเดียวญาติหรือคนรู้จักไม่มี มาอยู่ในโลกที่ไม่รู้จัก มันน่าหวาดกลัวมากเป็นความรู้สึกราวกับว่าบนโลกใบนี้มีแค่ตัวเองคนเดียวที่ยังคงอยู่ นึกถึงคู่หมั้นของเขายิ่งทำให้โหยหาบ้านอีก…

“กงรั่ว.. พ่อ.. แม่.. ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง ตอนนี้ผมมาอยู่ในโลกที่ไม่รู้จักแล้วนะ…” เทียนถังพึมพำในจิตใจ ถึงเขาจะเก่งกว่านี้แต่เมื่อรู้สึกโดดเดี่ยวนั้นก็เป็นเรื่องปกติหากเจอสถานการณ์แบบเดียวกับเขา ภาพกงรั่ว..สะท้อนขึ้นมาในใจ ก่อนจะตามมาด้วยพ่อที่บ้าพลัง

และแม่ที่คอยเตือนตัวเองว่า “ลูกต้องห้ามขาดสติไม่ว่าจะอยู่ที่ไหยน” เป็นเหมือนคำพูดติดปากที่แม่ของเขาพูดกับเขาบ่อยครั้งเทียนถัวเองย่อมไม่เข้าใจมากนักหรอกแต่เขาก็เชื่อฟังคำแม่มาก.. ก่อนที่จะมีภาพเงาของหญิงงามคนหนึ่งซ้อนทับลงมาเป็นคนที่สี่… ปากพึมพำออกมาว่า “หลินเยว่… ผมในตอนนี้มาอยู่ในโลกที่เธอโหยหาแล้วนะ..”

ความเงียบเข้าปกคลุมเมื่อชายหนุ่มกล่าวถึง หลินเยว่ เห็นได้ชัดว่าเป็นชื่อสตรี .. “และก็เคยสังหารคน..” ปากพึมพำแผ่วเบาสุดหยังนี่อาจจะเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่เทียนถังฆ่าคนเพราะเขาบอกกับตัวเองว่าจะไม่ฆ่าคน..

เอาล่ะนะครับ คงจะตกใจกันว่าทำไมพระเอกใจอ่อนอยังงี้ แต่อย่าพึ่งแปลกใจกันไปครับ พระเอกก่อนหน้านี้คือคนธรรมดา ธรรมดาโดยสิ้นเชิง

เป็นธรรมดาที่จะตื่นกลัวในการสังหารคน… แต่ แต่ แต่… พระเอกของเราเก่งขึ้นแบบบัตรทรู.. แต่ไม่ฆ่าคนแล้วมันก็กระจอกอยู่ดีไม่ใช่เหรอ?

อ๊ะ อ๊า ถ้าอย่างนั้นแล้วพระเอกจะทำยังไงถึงจะเริ่มฆ่าคนหว่า… แน่ะ งี้ต้องมีสถานการณ์บังคับสินะ ฮ่าๆ

จบบทที่ บทที่ 13 เฟิงรั่ว

คัดลอกลิงก์แล้ว