เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 มารดาเฟิงเทียนถัง

บทที่ 14 มารดาเฟิงเทียนถัง

บทที่ 14 มารดาเฟิงเทียนถัง


​เล่มที่ 01 บทที่ 14 : มารดาเฟิงเทียนถัง

หลังจากนั้นหยุนไป๋ก็เอาข้อมูลขั้นตอนการแต่งงานมาให้เทียนถังซึ่งเป็นข้อมูลทำเนียบการปฏิบัติการวางตัว ขั้นตอนแต่ละขั้นอย่างละเอียด การแต่งงานค่อนข้างคล้ายกับงานแต่งในยุคโบราณแต่มันต่างเล็กน้อยเนื่องจากการแต่งงานนี้มันนับว่ายิ่งใหญ่มาก

ส่วนภาษานั้นเป็นภาษาที่ไม่รู้จักจริงๆ แต่เทียนถังสามารถอ่านออกได้โดยไม่รู้ตัว ไม่รู้สิถ้าจะพูดก็คือราวกับว่าภาษาที่เขียนอยู่นี่ จู่ๆ ก็เข้าใจขึ้นมาเองตั้งแต่ตอนที่เขาอยู่ฆ่าคนตอนนั้น แม้เทียนถังจะไม่ทราบว่าทำไมก็ตามที ถ้าจะกล่าวเรียบๆ คือมันคล้ายกับว่าเขาเข้าใจมันดีงั้นแหละ

เทียนถังอ่านไปสักพักก็สรุปได้ว่าขั้นตอนงานแต่งขั้นตอนแรกคือรับเจ้าสาวและมาทำพิธีแต่งงานที่บ้านฝั่งชายหลังจากนั้นก็จะจัดงานเลี้ยงสังสรรค์ก่อนที่ฝ่ายชายและฝ่ายหญิงจะเข้าหอ งานแต่งมันค่อนข้างคล้ายกับการแต่งงานของคนจีนยุคก่อนจริงๆ

เทียนถังอ่านเสร็จก็ถึงยามค่ำแล้วจึงเข้านอนแต่เขานอนไม่หลับสักเท่าไหร่เพราะวันนี้มันรู้สึกว่างๆ “อืม.. ดูเหมือนว่ามาโลกนี้จะไม่ใช่เรื่องดีซะแล้ว!” เทียนถังบ่นกับตัวเองเพราะมาวันนี้เขาก็อดมีเซ็กแล้วเนี่ย! เทียนถังรู้สึกอยากกลับโลกเดิมเพราะไม่ได้มีเซ็กแค่คืนเดียวมันอาจจะเป็นเรื่องตลก แต่มันก็มีอยู่จริงๆ .

หลังจากพลิกตัวไปมาก็ลุกขึ้นนั่งบนเตียง “นอนไม่หลับ!!” เทียนถังบ่นออกมาหน้ามุ่ยหน่อยๆ ว่าแล้วเชียวไม่ได้ทำอะไรหนึ่งคืนนี่อยู่ไม่ได้จริงๆ เทียนถังคิดว่าน้องชายตัวเองต้องเหงาตายแน่ๆ หากไม่ได้มีอะไรละก็…

เทียนถังกัดฟันลุกขึ้นเปลี่ยนเสื้อผ้า “เอาล่ะ งั้นไปทัวร์เมืองหลวงดีกว่า” เทียนถังกล่าวขณะกระโดดโลดเต้นกำลังจะเดินออกจากห้องแต่ขาก็หยุดชะงัก “เอ๋… เดี๋ยวสิเราไม่รู้จักทางในเมืองเลยนี่น่า..” เทียนถังคอตกเดินกลับมานั่งบนเตียง เขาเป็นถึงชายชาตรี หลงทางนี่ไม่เท่เอาซะเลย

ถึงจะตกหญิงได้แต่หลงทางนี่ก็หมดเท่พอดีสิ แต่ในขณะที่กำลังเสียใจนั้นเทียนถังมองไปผนังห้องก็เห็นแผ่นกระดาษแปะอยู่ในกระดาษนั้นมีแผนที่.. เป็นแผนที่ในเมือง “นั่นมัน!!” เทียนถังตาลุกวาววิ่งไปดูแผนมี่เมืองที่ละเอียดยิบ!

“ฮ่าๆ ๆ ๆ แผนที่! แผนที่ เจ้าคนเดิมฉัน.. เอ้ย ข้าขอบใจนายจริงๆ!” เทียนถังระเบิดหัวเราะอย่างพอใจมองไปยังกระดาษละเอียดอีกรอบนัยน์ตาลุกวาว ภายในแผนที่นั่นไม่เพียงมีเส้นทางอย่างดี มีกระทั่งทางหลบหนีออกจากเขตตระกูลอย่างเงียบ

สถานที่ที่มีสาวงามเยอะๆ โรงเตี๊ยมดีๆ เทียนถังมองดูแผนที่ละเอียดยิบนี้เหมือนเจ้าคนเดิมมันจะเขียนขึ้นเอง เทียนถังจึงแปลกใจต่อรายละเอียดที่ใส่มาอย่าประณีตตัวอักษรที่มันบรรจงเขียนลงนั้นเป็นตัวอักษรที่งดงาม

และที่สำคัญภาพแบบผังเมืองของมันนับว่าดูแล้วเข้าใจทันที เห็นได้ชัดว่ามันเก่งทางด้านจิตรกรอย่างชัดเจน เทียนถังยิ่งมองก็ยิ่งเห็นพรสวรรค์ทางด้านจิตรกรของมันจนเทียนถังพูดออกมาว่า “ก็ใช้ได้นะ…” แน่นอนถ้าผู้เชี่ยวชาญทางด้านแผนที่มาได้ยิน

ฝ่ามือคงจะบรรจงลงหน้าเทียนถังแน่นอนเพราะว่าแผนที่นี้มันยอดเยี่ยมมาก! “อื่ม.. จะว่าไปแล้วเจ้าคนเดิมมีเงินเก็บไหมเนี่ย.. ถ้าฉั— ข้าออกไปไม่มีเงินก็ไม่มีประโยชน์นี่หว่า!” เทียนถังคิดได้แบบนั้นก็เริ่มค้นห้องที่เป็นของตัวเอง ซึ่งแน่นอนว่าเทียนถังนั้นได้คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าคนเดิมไปแล้ว

“เดี๋ยวสิ…” ค้นไปค้นมาเขาก็ตระหนักได้ “ไม่ๆ ข้าเป็นสุภาพบุรุษ ไม่เหมือนเยว่หยางนะ..” เทียนถังคิดว่าตัวเองต้องไม่ลอกเลียนแบบเยว่หยางเด็ดขาดเขาคิดว่า “ไม่เอาเดี๋ยวซ้ำ.. ไปขอยัยยักษ์หยุนไป๋ก็ได้..” เทียนถังตัดสินใจได้กำลังจะเดินออกจากห้องไป แต่นึกขึ้นได้ว่าตัวเองต้องแอบออกจากบ้านยามดึกนี่หว่า

เขาจึงได้แต่กัดฟันค้นห้องต่อ… หนึ่งชั่วโมง.. หนึ่งชั่วยาม… หลังจากผ่านมาแล้วชั่วยามหนึ่งดวงตาเทียนถังปรากฏเส้นเลือดฝอยแดงก่ำอยากจะแหกไปว่า “ไอ้สารเลวเทียนถัง!!!” ก็ค้นห้องแล้วไม่มีอะไรนี่หว่า อย่าว่าแต่เงินสักเหรียญเลยขนาดเศษเหรียญยังไม่มี!

“เอ็งเป็นถึงนายน้อยตระกูลใหญ่แต่ไม่เก็บเงินไว้สักเหรียญไม่รู้จักป้องกันตัวจริงๆ! หรืองกเก็บไว้กับตัวกันแน่ฟ่ะ! รวยขนาดนี้ยังจะงกอีกเรอะสารเลวเอ้ย!” เทียนถังด่ากราดในใจอยากจะทุบห้องทิ้งไม่หนำซ้ำเมื่อกี้เขายังเจอแมลงสาบเวอร์ชันต่างโลกอีกตั้งหาก เขาเกือบโดนมันกัด!

แม้แต่สมุดบันทึกสักเล่มยังไม่เลย แบบสมุดบันทึกเหมือนที่เยว่หยางเจอแล้วเปิดอ่านอดีตนี่คงจะดีไม่น้อย แต่นี่ไม่มีเลยนอกจากแผนที่โง่ๆ ด้วยอิทธิพลตระกูลสามารถสู้ได้เป็นภูเขา คนอะไรจะงกขนาดนั้น! เทียนถังเกลียดคนแบบนี้จริงๆ จังๆ โดยไม่มองดูตัวเองเลยว่า

ตัวเองนั้นรวยโคตรๆ แต่งกแม้แต่ลูกอมสักก้อนยังไม่ซื้อให้คนอื่นโดยไม่มีสาเหตุ.. “มีแต่ต้องไปขอยัยยักษ์นั่นเหรอ.. แต่ถ้าทำแบบนั้นคงโดนห้ามแน่ๆ ให้ตายสิ!” เทียนถังทำหน้าลำบากซึ่งมันดูน่าสงสารอย่างยิ่ง กล่าวได้ว่าคงไม่มีใครทำหน้าได้น่าสงสารเทียบเคียงเขา

“เฮ้อ .. ถ้างั้นก็ช่างมันเถอะ ออกไปเดินเล่นก็ดีกว่านอนก็ไม่หลับ!” เทียนถังกล่าวออกมาแบบนั้นก็ลุกขึ้นยืนเตรียมตัวออกไปด้านนอก.. ในขณะเดียวกันเหนือพื้นหลายร้อยจั้งมีร่างร่างหนึ่งยืนมองลงมาห้องเทียนถัง.. ภายใต้จันทราที่ไม่เต็มดวงใบหน้าของร่างนี้จึงไม่อาจจะประจักษ์ให้ทราบว่ามีรูปโฉมฉันใด

หากแต่มองจากรูปร่างสูงเพรียวสัดส่วนที่สมบูรณ์แบบอาภรณ์สีขาวโบกสะบัดตามแรงลมเห็นได้ชัดว่าเป็นสตรี! เนินเขาสองลูกตั้งตระหง่านชัดเจนอย่างยิ่งยวด ผมเผ้าโบกตามแรงลมยามดึกด้านหลังมีคนสองคนยืนอยู่หากแต่ว่าคนสองคนนี้นั้นสามารถเห็นใบหน้าของพวกเขาได้

หนึ่งคือชายวัยกลางคน.. อีกหนึ่งคือสตรีที่มีรูปโฉมงดงาม ทั้งคู่สวมอาภรณ์สีขาวก้มหน้าให้กับสตรีที่ไม่ทราบโฉมเบื้องหน้าเห็นได้ชัดว่าพวกเขาเคารพนางอย่างมาก นางทอดสายตามองร่างเทียนถังอยู่ในห้องราวกับว่าความสูงและสิ่งกรีดขวางไม่มีผลแก่สายตาของนาง

“พวกเจ้าคิดว่ามีอะไรแปลกไปจากแต่ก่อน..” นางกล่าวขึ้นเบี่ยงหน้าไปด้านข้างเห็นชัดว่านางกำลังถามความเห็นคนทั้งสองเบื้องหลัง.. คนทั้งสองมองลงไปก่อนที่จะดึงสายตากลับมา.. ชายคนนั้นกล่าวว่า “ข้าคิดว่า.. ข้าได้กลิ่นอายปีศาจ.. ไม่สิ.. ถ้าจะกล่าวให้ถูกคือมาร จากความรุนแรงระดับนี้น่าจะเชื้อพระวงศ์ หรือบางทีอาจจะเป็นราชามาร”

ถ้าคำพูดนี้กล่าวให้คนในตระกูลฟังพวกมันคงหัวร่อ.. แต่ถ้ากล่าวให้พวกที่อยู่ระดับเดียวกับคนพวกนี้ฟังพวกมันคงปฏิเสธหัวชนฝาว่าไม่มีทางเป็นไปได้… “แล้วเจ้าคิดว่าอย่างไร..” หลังจากพยักหน้าให้ชายคนนั้นเห็นชัดเจนว่านางก็คิดแบบนั้น ค่อยหันมาถามหญิงสาว

นางกล่าวตอบว่า “ข้าสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายเทพ.. หรืออาจจะรุนแรงกว่านั้น.. อาจจะดูเกินเลยแต่ข้าคาดว่าเหนือกว่าท่านหลายขุม..” นางกล่าวอย่างนอบน้อมก่อนจะเสริม “ที่ข้าเห็นชัดเจนคือจากหมัดขวาของเขา..” นางกล่าวมาแบบนั้นสตรีนางนี้ไม่เพียงไม่โกรธแต่พยักหน้าให้

“ลูกชายของข้าทั้งๆ ที่ไม่มีทางที่จะมีพลังของเทพไฉนถึงจู่ๆ ก็ปรากฏขึ้นมา แล้วไฉนถึงมีเศษเสี้ยวพลังด้านลบอยู่ด้วย… ไม่เพียงเท่านั้นข้ายังได้กลิ่นอายการข้ามมิติ..” นางกล่าวเรียบๆ หนึ่งสตรีหนึ่งบุรุษตะลึงงันไปชั่วครู่ ก่อนที่บุรุษหนุ่มจะกล่าว “หรือว่าจะมีคนปลอมตัวเป็นลูกชายของท่าน..”

นางส่ายหน้าเล็กน้อย “ถึงข้าจะสัมผัสถึงสายเลือดทางตงหลี่ไม่ได้ แต่สายเลือดทางข้ามันชัดเจนขึ้น.. เจ้าก็คงจะรู้ว่าในทวีปแห่งนี้ไม่มีใครปลอมแปลงสายเลือดของข้าได้… อีกทั้ง..” นางเงียบครู่หนึ่งก่อนจะกล่าว “ต่อให้ปลอมแปลงก็ไม่มีทางที่จะหาคนที่มีรูปโฉมนิสัยทุกอย่างเหมือนกันราวกับคนๆ เดียวกันได้.. ถึงจะเสียความทรงจำแต่นั่นมันทำให้รู้ชัดเจนว่าเขาคือลูกชายข้าตัวจริง..”

นางกล่าวแน่นอนว่าหากมีคนสวมหน้ากากมีหรือจะหลุดพ้นจากสายตาของนางได้ นางรู้ว่านี่คือลูกนางจริงๆ ทั้งใบหน้าทั้งสายเลือดของนาง ในห้วงมิติเหมันต์แห่งนี้ คงไม่มีใครปลอมแปลงได้.. “ส่วนเรื่องกลิ่นอาย ข้าว่าลูกชายข้าคงได้วาสนาบางอย่าง.. ทั้งตอนนี้เขายังเข้าขอลบเขตขั้นที่หนึ่งแล้ว… ถ้าหากเป็นเขาตอนนี้.. ถ้าหากเข้าขอบเขตขั้นที่สอง.. ละก็..”

เมื่อนางกล่าวถึงมุมปากนางยิ้มขึ้นเล็กน้อยก่อนจะโบกมือหนึ่งครั้ง ถุงเงินพุ่งตรงลงไปหน้าห้องเทียนถังและกล่าวกับสองคนด้านหลังว่า “พวกเจ้าไปคอยปกป้องลูกชายข้า..” ทั้งสองคนคำนับแล้วหายวับไปในทันที สตรีนางนั้นหันกายหายวับไปเช่นกัน

ในห้องหินภายในภูเขาเขตตระกูลเฟิง .. ร่างจองสตรีปรากฏขึ้นในห้องฝึกตนนี้.. เมื่อนางปรากฏตัวขึ้นมีชายคนหนึ่งรออยู่.. “เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคิดว่ามีอะไรแปลกไปหรืิอไม่ เจ้าได้เจอเขาหรือเปล่า” เสียงของชายคนนี้คือตงหลี่บิดาเฟิงเทียนถังนั่นเอง

“ไม่… บุตรของข้าก็คือบุตรของข้า เจ้าออกไปได้แล้ว” นางกล่าวเย็นชาแม้จะเป็นสามีภรรยากันและมีลูกด้วยกันก็ตามที.. แต่นั่นมันเพื่อบิดาของนางเท่านั้นเอง ถึงจะมีลูกด้วยกันแต่ก็เกิดขึ้นด้วยวิธีการพิเศษบางอย่างของบิดานาง นางคิดว่าครั้งแรกของนางต้องมอบให้กับชายที่รักเท่านั้น

“ข.. ข้าเข้าใจแล้ว” ตงหลี่กล่าวก่อนจะหันกายกลับไปแต่ตอนนั้นเองเขาก็หยุดลงและกล่าวว่า “พวกเราก็แต่งงานกันมามากกว่ายี่สิบปีแล้ว.. เจ้าไม่..” ก่อนที่ตงหลี่จะกล่าวจบเสียงเย็นชาจองสตรีนางนั้นพลันดังขึ้น “หุบปาก!” นางตะคอกใส่หนึ่งครั้ง

หากแต่คลื่นพลังความเย็นกระแทกใส่ตงหลี่กระเด็นออกจากห้องฝึกตนทันทีพร้อมกระอักเลือดคำโต.. ถ้าหากว่ามีคนเห็นคงตะลึง.. เพราะว่าชายคนที่แกร่งที่สุดในอาณาจักรถูกตะคอกใส่เพียงหนึ่งครั้งก็หน้าซีดเผือดเปลี่ยนสี.. แม้แต่ปราณคุมร่างก็เหมือนกับไม่มีอยู่

เขาลุกขึ้นเช็ดเลือดมุมปากก่อนจะถอนหายใจยาวออกมา เสียงนางตามมาด้วยว่า “ถ้าหากพระบิดาข้าไม่บังคับข้า และไม่ใช่เพราะถังเอ๋อร์ข้าไม่มีทางมาอยู่ที่นี่ อย่าเข้าใจสถานะตนเองผิดไป!” ทำให้ตงหลี่ถอนหายใจออกมาอีก…

เขาเดินจากไปห้องฝึกตนภายในภูเขาก็ปิดลงข้างในห้องเงียบสนิทและมืดก่อนที่สตรีนางนั้นจะจุดไฟในตะเกียง แสงสลัวๆ สาดส่องใส่ใบหน้าของนางปรากฏขึ้นในจักษุสายตา นางมีผิวที่ขาวดุจหิมะใบหน้าที่ราวกับออกแบบมาอย่างประณีต ปากนางเปิดออกพึมพำ “เมื่อไหร่เจ้าจะปรากฏตัวเจ้าให้ข้ารอมายี่สิบปีแล้วนะ….”

ทางด้านเทียนถัง เปิดประตูออกมาเขาเจอถุงเล็กๆ ถุงหนึ่งเขาแปลกใจเล็กน้อยก่อนจะหยิบขึ้นมาเปิดดูพอเห็นก็ตะลึงงันข้างในมีเหรียญทองราวๆ 20 เหรียญได้ ถึงเทียนถังจะไม่รู้ว่ามันมากขนาดไหนแต่เขาก็รู้ว่ามันเยอะ.. แน่นอนว่าปริมาณขนาดนี้ครอบครัวยากจนอยู่ได้เป็นปี

“หือ..นี่มันเงินของใครละเนี่ย…” เทียนถังพูดออกมาก่อนจะวางมันไว้ที่เดิมและพูดว่า “เหอะ ถึงจ้าจะถังแตกไม่มีเงินสักเหรียญแต่ข้าไม่คิดที่จะหยิบเอาเงินที่คนที่หล่นไว้หรอก..” เทียนถังพูดออกมาแบบนั้น เดินจากไป.. คนสองคนที่แอบมองอยู่ที่ห่างไกลแสดงสีหน้าชื่นชมออกมา

หนึ่งก้าว.. สองก้าว.. สามก้าว.. ห้าก้าว.. สิบก้าว.. หลังจากก้าวไปได้สิบก้าวเทียนถังหันหลังกลับมาเก็บเอาถุงเงินและกล่าวว่า “นี่มันเขตห้องข้าเงินนี้ก็ต้องเป็นของข้าสิ ฮ่าๆ” เทียนถังเก็บเงินใส่ถุงและผิวปากเดินสบายใจ.. คนสองคนที่แอบดูอยู่คิ้วกระตุกทันที เมื่อกี้เขาอุตส่าห์ชื่นชม..

“ถ้าข้าไม่เอาก็คงไม่มีคนเอาละนะ เท่ากับว่าเงินมันเสียเปล่า เงินตั้งขนาดนี้ถ้าถูกทิ้งถูกขวางแบบนั้นเสียดายออกถือว่าข้าใช้แทนละกัน” เทียนถังยังสรรหาคำมาปลอบตัวเองว่าตัวเองยังเป็นสุภาพบุรุษ.. ขณะแอบย่องออกจากบ้านด้วยเส้นทางตามเทียนถังคนเดิมทำไว้

เขาลัดเลาะออกไปใช้เวลากว่าครึ่งก้านธูปในที่สุดก็หลุดออกมานอกกำแพงตระกูล “ฮ่าห์!!” เขาถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด่ากราดว่า บ้านอะไรจะใหญ่ขนาดนั้นใช้เวลาตั้งนานกว่าจะออกมาได้!

ที่ปรากฏต่อจักษุสายตาเขาคือเมืองที่มีแสงประดับประดางดงามแผงลอยยามกลางคืนควรจะเงียบหากแต่มันตรงกันข้ามมันครึกครื้นกว่าตอนกลางวันเสียอีกนัยน์ตาเทียนถังลุกวาวด้วยความสนใจเขาอยากจะลองสัมผัสอากาศแบบนี้มานานแล้ว

เทียนถังเดินไปตามทางเห็นแผงลอยหลากหลายกลิ่นหอมของอาหารทอดปิ้งข้างถนนลอยเตะจมูกเทียนถังเดินไปร้านแผงลอยร้านหนึ่งมันขายอาหารปิ้ง.. มันเขียนไว้หน้าร้านว่า “ปิ้งหมูป่างวงช้าง” กลิ่นมันหอมแตะจมูกรสชาติน่าจะจัดจ้านน่าดู

เทียนถังไม่เคยกินอาหารแผงลอยมาก่อนในโลกเดิม ถึงเขาจะอยากแต่แม่เขาไม่ให้กินเพราะว่ากลัวมันไม่ดีต่อสุขภาพ เทียนถังจึงอดแต่เขาจะกินให้ดูตอนนี้ล่ะถึงจะไม่รู้ว่าหมาป่างวงช้างคืออะไรแต่กลิ่นหอมมาก เทียนถังถาม “ขายยังไง” เขาไม่พูดเยอะเจ็บคอ

ชายที่ขายของหันมามองเทียนถัง หัวจรดเท้าก่อนจะพูดมาว่า “ไม้ละหนึ่งเหรียญทอง” เทียนถังอุทานออกมาว่า “ห๊า?” เขางงจริงราคาทำไมสูงจังถ้าสามไม้หนึ่งเหรียญเขาก็จะไม่คิดว่ามันโกงเลยแท้ๆ

“ขายแพงไปไหม เจ้าคิดจะโก่งราคากันหน้าด้านๆ แบบนี้เหรอ ข้าไม่โง่นะเว้ย!” เทียนถังพูดขึ้นมา ชายขายแผงลอยพูดขึ้นทันทีว่า “งั้นสามไม้หนึ่งเหรียญทอง” มันพูดขึ้นง่ายๆ เทียนถังเข้าใจทันทีว่าจริงๆแล้วมันถูกกว่านี้ แต่เขาก็ต่อรองไม่เป็นซะด้วย

จึงหยิบเหรียญทองออกมากำลังจะยืนให้ แต่ในตอนนั้นเอง มีมืออันนุ่มนวลจับแขนเทียนถังไว้ เซนเซอร์ตรวจจับเทียนถังเผลอคิดไปว่าเป็นผู้หญิงแต่เสียงที่ดังมากลับเป็นผู้ชายกล่าวว่า “เดี๋ยวสิ เจ้าพ่อค้าจะโก่งราคามากเกินไปกับหนุ่มคนนี้เกินไปไหม หมูป่างวงช้างปิ้งของเจ้าสูงสุดก็แค่สองไม้ต่อเหรียญเงินเท่านั้น”

“!!!!” เทียนถังตะลึงไม่คิดว่ามันจะโก่งราคาขนาดนี้

จบบทที่ บทที่ 14 มารดาเฟิงเทียนถัง

คัดลอกลิงก์แล้ว