เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 ตระกูลเฟิง

บทที่ 12 ตระกูลเฟิง

บทที่ 12 ตระกูลเฟิง


​เล่มที่ 01 บทที่ 12 : ตระกูลเฟิง

หลังจากนั้นไม่นานรถม้าก็มาหยุดอยู่หน้าปราสาทจีนยุคโบราณมีกำแพงสูงราวๆ 1.5 – 2 เมตรได้ ส่วนกำแพงก็ค่อนข้างหนาก็กำแพงจีนยุคเก่าที่พบเจอได้บ่อยๆ ตามหนังกำลังภายในนั่นแหละ เทียนถังเดินลงมาจากรถม้าปากก็เปิดกว้างออกอย่างช่วยไม่ได้

มันใหญ่โตมโหฬารจริงๆ กำแพงทอดยาวไปไกลมากแม้จะไม่อยู่ใจกลางเมืองแต่มันอยู่แถวๆ ทิศตะวันออกของเมือง มันกินพื้นที่ไปเยอะมากบ้านเรือนข้างๆ เป็นเหมือนตัวประกอบประดับให้ภาพสวยเฉยๆ ไปเลย หน้าประตูทางเข้าตระกูลมียามยืนเฝ้าอยู่ในมือถือหอกยาว

เทียนถังเองก็ทราบมาว่าตระกูลเฟิงฝึกวิชายุทธ์ด้านหอกเป็นหลักและฝึกวรยุทธ์ธาตุลมเป็นหลักเขาจึงไม่แปลกใจมากก่อนที่หยุนไป๋จะลงตามหลังมา… ไม่นานก็มีชายวัยกลางคนหน้าตาหล่อเหลาเดินออกมาพร้อมกับชายชราอีกหนึ่งคนหน้าตาทั้งสองดูคล้ายกันมาก แถมหล่อมากอีกด้วย

ว่าก็ว่าเถอะเหมือนเทียนถังเอง แน่นอนว่าทั้งสองคือบิดาและปู่ของเทียนถังเองเดินมาหาเทียนถัง “ในที่สุดเจ้าก็มาถึงเสียที ฮ่าๆ” เสียงของชายชราดังขึ้นเดินมาเขาคนนี้มีชื่อว่า เฟิงหลง เป็นปู่ของเทียนถังแน่นอนว่าเทียนถังมันทราบทันทีที่เจอ เพราะหน้าตาหล่อเหลาคล้ายกับตัวเอง

และจากที่ได้ฟังหยุนไป๋ด้วย เทียนถังทำหน้าสับสนเล็กน้อยไม่รู้จะตอบอย่างไรดี “ท่านพ่อพาถังเอ๋อร์เข้าบ้านก่อนสิ ถังเอ๋อร์เดินทางมาไกลคงจะเหนื่อย” ชายวัยกลางคนกล่าวขึ้นเขาคือ เฟิงตงหลี่ บิดาของเทียนถังนั่นเอง

“นั่นสิ ฮ่าๆ แล้วภรรยาของเจ้าหายไปไหนเล่า เห็นบ่นว่าอยากเจอลูกชายไม่ใช่หรือ?” เฟิงหลงกล่าวขึ้น “นางบอกว่าจะมาหาถังเอ๋อร์ยามดึกน่ะ!” ทั้งสองคุยกันในขณะที่ลากเทียนถังเข้าปราสาทตระกูลโดยไม่สนใจไยดีอะไรเทียนถังก็เงียบไม่กล่าวอะไรเดินตามหลัง

เมื่อเดินผ่านกำแพงมาภายในตระกูลมีบ้านยาวระเบียงเดินยาว เอาจริงๆ มันก็เหมือนในนิยายจีนนั่นแหละแต่พอเทียนถังมาสัมผัสพบเจอด้วยตนเองเขาอดที่จะแปลกใจไม่ได้ เพราะมันแปลกตาอยู่พอสมควร หลังจากนั้นพวกเขาพาเทียนถังเดินไปตามระเบียงและพูดคุยไปด้วย แน่นอนว่าทั้งคู่รู้เรื่องที่เทียนถังเสียความทรงจำแล้ว

หยุนไป๋เองก็ยังไม่ได้กล่าวถึงเรื่องลอบโจมตี เดินมาสักพักก็มาถึงห้องนั่งเล่นที่ประดับไปด้วยสิ่งของต่างๆ ดูแปลกตาเทียนถังแปลกใจเพราะว่าในหนังจีนบางเรื่องก็ไม่ใช่แบบนี้ มันพิสูจน์ให้เขาเห็นว่ามันต่างกันแต่โดยรวมแล้วก็ใกล้เคียงกันเกือบๆ 60>#/p###

หลังจากนั้นที่นั่งลงก็มีคนเอาน้ำชามาวางให้เป็นสตรีเทียนถังแปลกใจเล็กน้อยถึงจะบอกว่าเป็นแค่คนรับใช้ทั่วไปแค่เฉลี่ยความงามแล้วจัดได้ว่าสวย ถึงจะไม่สวยงามไร้ที่เปรียบแต่ก็เรียกได้ว่างดงาม เพียงแต่เทียนถังรู้สึกแปลกๆ กับสายตาของคนรับใช้ ไม่รู้สิมันให้อารมณ์เหมือนพวกเขามองขยะ

เทียนถังด่าทอในใจว่า “เว้ย ข้าเป็นนายน้อยนะเว้ย!” เทียนถังอยากจะตบหน้านางสักครั้งจริงๆ ถึงจะไม่คิดจะทำร้ายผู้หญิงก็เถอะพอหยุนไป๋เห็นท่าทีเทียนถังนางจึงกระซิบที่หูว่า “เป็นปกติที่พวกคนในตระกูลหลักจะดูถูกเจ้า เพราะไม่ฝึกปราณ ต่างจากตระกูลสาขาที่ต้องคอยเกรงใจคนตระกูลหลักเช่นเจ้า มันเลยต้องเคารพเจ้า”

เทียนถังพยักหน้าพลางคิดว่า “อืม ถ้าแบบนั้นอยู่ตระกูลสาขาก็สบายกว่าสิ นั่นสิ ไม่เห็นจะต้องมาสถานที่แบบนี้เล๊ย” แน่นอนว่าเขาไม่ได้พูดในสิ่งที่คิดออกมา เทียนถังลอบมองเฟิงตงหลี่บ่อยครั้งแต่เหมือนเขาจะจับผิดตัวเขาไม่ได้เลย ทำให้เขาโล่งอก

“เอาล่ะ ไหนเจ้าเล่ามาหน่อยสิว่าเกิดอะไรขึ้น” เฟิงหลงกล่าวหันหน้าไปหาหยุนไป๋ “ถูกลอบโจมตีจากพวกกลุ่มหงส์เพลิง ไม่ทราบว่าใครจ้างพวกมันมา” หยุนไป๋ตอบอย่างนอบน้อม “แล้วทำไมเจ้าถึงไม่จับมันมาถามไถ่ล่ะ” เฟิงตงหลี่กล่าวขัดขึ้นก่อน

“คือ…” และหยุนไป๋ก็อธิบายเรื่องขึ้นเริ่มตั้งแต่ถูกโจมตีจนถึงตอนจบเทียนถังทำหน้าเหมือนส่วนเกินไม่พูดอะไรเยอะกลัวโดนจับผิดว่าตัวเองเป็นตัวปลอมเขาจึงเลี่ยงที่จะพูด หลังจากทั้งสองคนได้ยินเรื่องราวทั้งหมดก็ลุกขึ้นยืนพร้อมตะโกนพร้อมๆ กัน “ว่ากระไรนะ!”

“เทียนถังเข้าสู่ขอบเขตขั้นที่หนึ่งแล้ว!” หยุนไป๋กล่าวยืนยันแม้แต่ตัวนางที่เห็นเทียนถังมีพลังขอบเขตขั้นที่หนึ่งยังตกใจไฟไหม้ เฟิงหลงและตงหลี่หันมามองเทียนถังใบหน้าเปี่ยมน้ำตาก่อนจะกระโดดกอดเทียนถัง “ใน.. ในที่สุดเจ้าก็ยอมฝึกสินะ!”

ตงหลี่กล่าวพลางดีใจ “นั่นสิ! ในที่สุดเจ้าก็ยอมฝึกที่บอกว่าไม่สนใจเพราะกลัวไม่ได้มีอะไรกับสาวๆ เนี่ยโกหกจริงๆ สินะ ในโลกนี้คงไม่มีคนโง่ขนาดนั้นหรอก หลานข้าแอบฝึกทั้งยังไม่ใช้ทรัพยากรจากตระกูลด้วย อ๊าา ช่างเป็นเด็กดีจริงๆ”

คิ้วเทียนถังกระตุกเล็กน้อย.. “ไม่มีเรอะคนแบบนั้นที่ว่า ก็มีอยู่นี่ไงแถมสองคนอีกตั้งหากข้าคนเก่าและปัจจุบันก็สองหัวไม่ใช่หรือไง! แถมยังมาว่าโง่อีกตาแก่นี่หาเรื่องสินะเว้ย!” เทียนถังด่ากราดในจิตใจหากแต่ใบหน้ากลับแสดงสีหน้าเขินอายออกมาตามสภาพการณ์นี้

ทำให้คนอื่นคิดว่าเขาเขินอายที่ถูกชมจึงรู้สึกชื่นชมเทียนถังเข้าไปอีก “ว่าแต่คนในโลกนี้มันไม่คิดสงสัยว่าข้าเป็นตัวปลอมเลยรึไงฟ่ะ ทั้งๆ ที่โอกาสเป็นไปได้เยอะกว่าแอบฝึกลับๆ แท้ๆ” พอเทียนถังคิดแบบนั้นก็นึกขึ้นหยุนไป๋คนที่แข็งแกร่งดุจพระเจ้าใครจะมาลอบเปลี่ยนตัวโดยไม่รู้ตัวได้ล่ะ

“ฮะๆ ข้าไม่อยากให้คนอื่นรู้ความสามารถน่ะเมื่อถึงเวลาจนตรอกจริงๆ ถึงจะมีไพ่ตายไว้เอาชีวิตรอด” เทียนถังเริ่มตอแหลหน้าด้านอีกครั้ง แต่ไม่รู้ทำไมด้วยทักษะตอแหลในอีกโลกมันก้าวไกลมากในโลกนี้ความตอแหลต่ำตมจึงแยกไม่ออกว่าคำพูดนี่เป็นคำพูดตอแหลจากตัวปลอม

“ฮ่าๆ สมกับเป็นลูกชายข้าจริง ฮ่าๆ สุดยอดจริงๆ!” ตงหลี่หัวเราะร่า.. หลังจากนั้นสนทนาเรื่องความสามารถต่างๆ ของเทียนถังก็รู้ว่าแม้เทียนถังจะเข้าขอบเขตขั้นที่หนึ่งลมปราณแต่เทียนถังยังไม่เริ่มฝึกวิชาอะไรเลย พวกเขาจึงตัดสินใจจะให้เทียนถังเข้าไปในหอสมบัติตระกูลเพื่อเลือกวิชาที่เหมาะสมภายหลัง

เทียนถังทำสีหน้าน่าเบื่อเล็กน้อย แม้เขาจะสื่อสารกับคนอื่นได้แต่ไม่แน่ใจว่าจะอ่านออกหรือไม่ “หวังว่าไอ้ระบบเลวทรามนี่จะมีพวกของวิเศษเรียนภาษาขายนะ” เทียนถังคิดในใจกันเงียบๆ

“เอาล่ะมาคุยเรื่องสำคัญกันต่อ.. ถังเอ๋อร์เจ้าสูญเสียความทรงจำไปมากเท่าไหร่ เจ้ายังพอจำอะไรได้หรือเปล่า” เฟิงหลงกล่าวด้วยใบหน้าที่จริงจัง หน้าเทียนถังมีเหงื่อผุดบนใบหน้า หากบอกว่าลืมทั้งหมดคงถูกสงสัยแม้หยุนไป๋จะไม่สงสัยอะไรมากแต่ตาแก่อย่างเฟิงหลงนี่จับผิดได้แน่

“คิดสิ คิดสิ!” เทียนถังนึกหาวิธีแก้ตัวก่อนจะนึกขึ้นไปถึงหนังหรือการ์ตูนที่ตัวละครเสียความทรงจำเวลาพวกมันลองนึกดูมันจะปวดหัว ใช่แบบนี้ล่ะ เทียนถังทำสีหน้าครุ่นคิด “ข้า.. จำไม่ได้”

ถึงจะกล่าวออกมาแต่สีหน้าดูจริงจังคิ้วขมวดทำให้มองดูเหมือนกำลังนึกอย่างสุดชีวิตแต่ในตอนนั้นเองเขาแสดงสีหน้าเจ็บปวดด้วยการกัดลิ้นตัวเองเพื่อความสมจริง เขาใช้มือจับหัวทรุดลง “ข้าจำไม่ได้…”

“ถังเอ๋อร์!” ทั้งคู่เห็นสภาพเทียนถังทรุดลงหัวใจกระสับกระส่ายตอนแรกสงสัยว่ามันจะหายไปทั้งหมดหรือไม่แต่ดูท่าแล้วจะเป็นเรื่องจริง การถูกกระทบกับเหล็กอย่างรุนแรงสามารถทำให้สูญเสียความทรงจำได้! “หยุนไป๋เจ้าพาทั้งเอ๋อร์ไปพักผ่อนในห้องเก่าของเขาซะ ส่วนเรื่องอื่นๆ งานแต่งงานพรุ่งนี้ข้าจัดการเอง” ตงหลี่กล่าว

หยุนไป๋พยักหน้าก่อนที่จะอุ้มเทียนถังเดินออกจากห้องจนลับสายตาไป.. เมื่อเทียนถังกับหยุนไป๋จากไปสองพ่อลูกที่ยังอยู่ถอนหายใจออกมาพร้อมๆ กันก่อนจะกล่าว “ภรรยาของเจ้ายังไม่ทราบเรื่องที่ว่า เจ้าต้องไปแจ้งให้นางทราบเพราะยังไงเสียถังเอ๋อร์ก็อยู่ที่นี่แล้ว”

“ข้าเข้าใจ..” ตงหลี่กล่าว ก่อนจะกล่าวต่อเนื่อง “เฮ้อ.. พรุ่งนี้ก็งานแต่งถังเอ๋อร์แล้วแต่ดูภายในตระกูลสิ..” เฟิงหลงพยักหน้ากล่าว “ช่างเถอะพวกมันล้วนคิดว่าถังเอ๋อร์เป็นขยะของตระกูลก็แล้วแต่ เพราะตอนนี้ถังเอ๋อร์ของข้าฝึกลมปราณแล้ว.. พูดถึงฝึกถังเอ๋อร์ใช้เวลากี่ปีในการฝึกโดยไม่ใช้ยาเสริมใดๆ เลย”

“ถ้าอธิบายตามหลักแล้วอย่างน้อยก็ต้องมากกว่าสิบปีแน่ๆ เพราะการฝึกที่ไม่ใช้ยาอะไรก็เหมือนปีนหน้าผาโดยไม่มีอุปกรณ์ .. ไม่สิใช้เวลาสิบปีก็สมควรเรียกว่าอัจฉริยะแล้ว” ตงหลี่กล่าวคาดเดาตอบ เฟิงหลงกล่าวต่อ “ถึงงั้นก็เถอะแค่ขั้นที่หนึ่ง จะสามารถเอาชนะพวกตระกูลสาขาอื่นๆ คงยากแล้ว เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนแล้วแท้ๆ เฮ้อ”

“ข้าก็คิดแบบนั้นถึงจะใช้ทรัพยากรทั้งหมดภายในสองเดือนก็คงไม่ไหวที่จะเข้าสู่ขั้นที่สองได้” ตงหลี่ส่ายหน้า ก่อนที่จะกล่าวต่อว่า “ช่างเถอะที่จะมาถึงคืองานแต่งของถังเอ๋อร์แล้ว” หลังจากนั้นทั้งคู่ก็คุยกันสักพักก่อนที่จะแยกกันตงหลี่ไปแจ้งภรรยาของตัวเองขณะที่ เฟิงหลงไปเตรียมงานต่างๆ

ทางด้านเทียนถังกับหยุนไป๋หลังจากเดินมาสักพักเทียนถังจึงกล่าวขึ้น “เอ่อ ท่านช่วยปล่อยข้าลง—” ก่อนที่จะกล่าวจบหยุนไป๋ปล่อยมือทันทีและแสดงสีหน้าอะไรเทียนถังร้องออกมาอย่างเจ็บปวดในใจขบด่า “จะเกรี้ยวกราดไปแล้วเพ้ย!” หยุนไป๋กล่าวเย็นชา “ตามข้ามา”

เทียนถังคอตกเดินตามหลังหยุนไป๋ไปเงียบๆ ผ่านไปสักพักเทียนถังจึงกล่าว “เอ่อ ท่านยังโกรธข้าสินะ ข้าขอโทษสำหรับเรื่องเมื่อตอนนั้น” หยุนไป๋จึงตอบกลับมาด้วยใบหน้าเรียบเฉย “เรื่องอะไร ข้าทำไมต้องโกรธเจ้าด้วย” นางยังคงเดินต่อไป เทียนถังเริ่มขอโทษอย่างบ้าคลั่ง

จนหยุนไป๋รู้สึกรำคาญหน่อยๆ แต่ในตอนนั้นเองก็มีคนเดินมาอายุราวๆ หยุนไป๋แต่น่าจะน้อยกว่ามันเป็นชายตัวสูงหน้าตาหยิ่งยโสเทียนถังเห็นแล้วแทบจะวิ่งไปตบ ใบหน้ามันนับว่าหล่อเหลาจริงๆ หากถ้าเปรียบเทียบเทียนถังแล้ว ขนตูดยังเทียบไม่ได้ นี่แน่นอนว่าความคิดเทียนถังเท่านั้น

แค่เห็นก็รู้สึกไม่ถูกชะตาซะแล้ว มันกล่าวขึ้น “เป็นแค่ขยะริอาจคุยกับปลายฟ้า เหอะ..” เสียงกล่าวมันถากถางใส่เทียนถังต่อหน้าเส้นเลือดผุดบนใบหน้าเทียนถังสตรีด่าเขา เขาก็โกรธแทบจะหักคอแล้ว แต่พอผู้ชายด่าเขา เขาแทบจะอยากฉีกมันออกเป็นชิ้นๆ

“วาจาสุนัขหน้าตาดั่งปลวกทาทีโง่เขลา เหอะ” เทียนถังตอบโต้ทันที เขาไม่สนว่ามันเป็นใครอยู่แล้ว ตั้งแต่เจอกันครั้งแรกเทียนถังก็ไม่ชอบหน้ามันแล้ว หยุนไป๋แสดงสีหน้าแปลกๆ แต่มันไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆ เลยมันเดินหาหยุนไป๋ก่อนจะกล่าวถาม “เฮ้อ ~ ท่านคงยากลำบากที่ต้องดูแลขยะเช่นนี้สินะ ข้าเหนื่อยแทนท่านเสียจริง ไม่ทราบว่าท่านมีเวลาพอที่จะไปเดินเล่นกับข้าหรือไม่”

หยุนไป๋ไม่เหลือบมองมันเลยหันไปหาเทียนถังแล้วกล่าว “เจ้ายืนบื้ออยู่ทำไม รีบไปต่อได้แล้วอย่าบอกนะว่าเจ้าโกหกที่ว่าปวดหัว” ไม่รอเทียนถังนางดึงแขนลากไปไม่สนชายอวดดีตรงนี้เลย มันเห็นมันตะลึงทั้งเสียหน้าและโกรธเคือง “อุ๊บ ฮ่าๆ ๆ” เทียนถังหลุดหัวเราะออกมาพลางแสดงสีหน้าเยาะเย้ย “ถ้าข้าเป็นขยะเจ้าคงเป็นลูกชายของเศษสวะหรือไม่”

เส้นเลือดปูดบนหน้าของมันแต่หยุนไป๋ก็ลากเทียนถังหนีไปแล้ว.. มันกัดฟันกรอดด่ากราด “เดี๋ยวเถอะ อีกไม่นานแกก็ต้องตายไอ้นายน้อยเฮงซวยเป็นเพราะแก!” มันไม่คิดว่าหยุนไป๋ผิดแต่มันโยนความผิดให้เทียนถังทั้งหมด.. มันยืนคิดก่อนจะเดินตามหลังไปเงียบๆ

ด้วยพลังของมันไม่อาจหลุดพ้นจากจิตสัมผัสของหยุนไป๋ได้.. แต่เมื่อเทียนถังก่อกวนหยุนไป๋ทำให้จิตสัมผัสนางไม่คงที่จึงไม่อาจสัมผัสว่ามีคนตามหลังมา แน่นอนว่ามันคิดจะมาชวนอีกครั้งเท่านั้น หยุนไป๋กับเทียนถังเดินหน้าต่อไปในที่สุดเทียนถังก็ทนไม่ไหวเพราะนางเมินเขามากเกินไปแล้ว

เทียนถังใช้มือคว้าข้อมือหยุนไป๋ “ข้าบอกให้หยุดก่อน!” ร่างของหยุนไป๋สั่นสะท้านเล็กน้อยนางนึกถึงตอนที่ถูกขืนใจในสระปราณนางจึงพยายามจะสะบัดมือทิ้งแต่ทำไม่ได้เลยเทียนถังฉุดดึงแขนของหยุนไป๋มาท่าเดิม “ท่านฟังข้าซะมั้งสิ!”

หยุนไป๋หน้าแดงราวกับลูกแอปเปิลดิ้นรนเล็กน้อย “ข้าฟังอยู่” นางกล่าวพึมพำ “ฟังอยู่งั้นเหรอ? ทำไมถึงทำเย็นชาใส่ข้า” แน่นอนว่านี่คือวิธีรุกแบบหนึ่งสำหรับการแก้ความผิดพลาดในครั้งแรกที่เทียนถังทำ นางหน้าแดงไม่ได้ใช้ปราณผลักเทียนถังออก

ผู้ชายหน้าด้านคนหนึ่งยืนมองอย่างตะลึง… มันคิดไม่ถึงว่าหยุนไป๋กับเทียนถังจะมีความสัมพันธ์แบบนี้กัน!

จบบทที่ บทที่ 12 ตระกูลเฟิง

คัดลอกลิงก์แล้ว