เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 ถึงเมืองหลวง

บทที่ 11 ถึงเมืองหลวง

บทที่ 11 ถึงเมืองหลวง


​เล่มที่ 01 บทที่ 11 : ถึงเมืองหลวง

“เทียนถัง.. เจ้าไปฝึกปราณตั้งแต่เมื่อไหร่” หลังจากที่เทียนถังอ้วกออกมาจากการพบเจอภาพที่ไม่พึ่งประสงค์แม้สีหน้าจะซีดเซียวแต่ก็ไม่ได้แย่มาก เพราะเห็นได้ชัดว่าตัวเขากำลังปรับสภาพร่างกายให้เหมาะสม หยุนไป๋ไม่สงสัยที่เทียนถังทำไมถึงหน้าซีดเพราะเทียนถังไม่เคยพบเจอเรื่องแบบนี้ จึงเป็นปกติอยู่แล้วที่จะมีปฏิกิริยาแบบนี้

แต่ที่นางสงสัยคือหมัดที่ปล่อยออกมาเมื่อครู่ต้องเป็นฝีมือผู้ฝึกตนขั้นที่หนึ่งแน่นอน.. ส่วนพลังลึกลับที่ทำให้นางบาดเจ็บนางเลิกคิดถึงมัน มันอาจจะเป็นพลังที่นางรับมือจากหงส์เพลิงก็ได้.. เพราะนางไม่คิดว่านั่นเป็นพลังเทียนถัง.. หลังนั้นเทียนถังเองก็ปนรับสภาพร่างกายอย่างช้าๆ

“เอ่อ…” เทียนถังไม่รู้จะตอบยังไงทำสีหน้าลำบากก่อนจะกล่าวออกไปโดยไม่มองหน้าหยุนไป๋ “ข้า … ข้าแอบฝึกมาตั้งนานแล้วล่ะนะ… เอ่อ.. ข้าคิดว่าทำตัวเป็นเสือซ่อนเล็บน่าจะปลอดภัยกว่านะ!” เทียนถังโกหกแถไปแบบหน้าด้านๆ แต่หยุนไป๋คิดครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้า

‘ถ้าไม่ใช่แบบนั้นแล้วคงไม่มีทางอื่น แต่มันทำอย่างไรถึงปกปิดได้สนิทขนาดนั้น’ หยุนไป๋คิด จริงๆ ว่าพลังรอบๆ ตัวเทียนถังไม่มีเลยแม้แต่น้อย กลิ่นอายไม่รอดออกมาจึงมองดูแล้วยังไงก็คนธรรมดาทั้งนี้หากไม่ได้ตั้งใจตรวจสอบคงไม่อาจสัมผัสถึง นางลองมานึกดูก็คิดว่าตัวเองไม่ได้ตั้งใจตรวจสอบเทียนถังมาหลายปีเพราะรู้ว่ายังไงมันก็ไม่ฝึก

นางจึงเชื่อว่าเทียนถังนั้นพูดมาเป็นความจริง เทียนถังจึงได้แต่ถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะเผลอนึกถึงเรื่องเมื่อครู่ทำให้เขาหน้าซีดลงอีกครั้งทั้งยังมีกลิ่นคาวเลือดลอยฟุ้งทั่วอากาศอีกด้วย หยุนไป๋เห็นก็เข้าใจในทันที “เอาล่ะเดินทางกันต่อเถอะอีกไม่นานก็ถึงเมืองหลวงแล้ว”

“เข้าใจแล้ว” เทียนถังพยักหน้าเดินกลับเข้าไปในฉางซี หยุนไป๋กระตุ้นการทำงานมันอีกรอบก่อนที่มันจะลอยขึ้นและเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงอีกรอบ

พอเข้ามาในฉางซีเทียนถังเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ด้วยสีหน้าตายซากตาเหม่อลอยเล็กน้อยเหมือนโลกซึมเศร้าขณะปลอบตัวเองเงียบในใจหยุนไปเห็นสภาพนี้จึงได้แต่ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ทั้งคู่เงียบสนิทๆ ไปครู่หนึ่ง ก่อนที่หยุนไป๋จะรู้สึกว่าตัวเปื้อนเกินไปจากที่นางไล่ตามสังหารคนสามคนเผ่นหนีคนละทิศทำให้เหงื่อไหลออกเยอะไม่น้อย

“ข้าอาบน้ำก่อนนะ” หยุนไป๋กล่าวก่อนจะลุกขึ้น แน่นอนว่าเสียงนี้มันลอยเข้าหูเทียนถังจากทางด้านซ้ายและทะลุหูขวาเหมือนไม่ได้ยินเลย แน่นอนว่าหยุนไป๋ไม่ทราบว่าเทียนถังไม่ได้ยิน ภายในฉางซีระดับกลางนี้เสมือนบ้านเคลื่อนที่มันมีห้องน้ำให้อาบเป็นเรื่องปกติ

อันที่จริงมันไม่ใช่ห้องอาบน้ำธรรมดาแต่มันมี ‘สระปราณ’ อยู่ด้วยซึ่งเป็นบ่อน้ำสะอาดที่มีปราณบริสุทธิ์ ภายในสระแล้วนอกจากจะช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้ามันยังฟื้นพลังในร่างเยอะมากในขณะที่ยังช่วยบำรุงผิวพรรณ แต่การจะทำให้มีสระปราณนี้ ต้องใช้ผลึกปราณเยอะมากพอสมควรจึงไม่เป็นที่นิยม แต่มานิยมใช้ในฉางซีเคลื่อนที่

หยุนไป๋เดินเข้าห้องน้ำก่อนที่จะถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้นางยกมือขวาที่ใช้รับหมัดเทียนถังขึ้นมามองไม่ว่าจะนึกยังไง เทียนถังก็อยู่ในขอบเขตขั้นที่หนึ่งลมปราณจริงๆ แต่ทำไมนางคิดว่ามันไม่ใช่สักเท่าไหร่? เทียนถังนั้นทำตัวเสเพลอยู่ทุกวนมีเรื่องราวพัวพันสตรีไปทั่ว

ไม่มีทางที่จะฝึกปราณได้ อีกอย่างตั้งแต่เมื่อวานถึงนิสัยจะเทียนถังจริงๆ แต่ความรู้สึกของนางเหมือนบอกว่าไม่ใช่.. เทียนถังก็เทียนถังหรอก ความเสเพลขี้เกียจ สนใจแต่เรื่องผู้หญิง ยอมทิ้งโอกาสฝึกตนไปสองเดือนเพื่อที่จะเก่งขึ้นก็ไม่เอา บนโลกใบนี้คงมีแค่เทียนถังคนเดียว

“คิดมากอะไรของข้าอยู่เนี่ย!” หยุนไป๋ส่ายหน้าสะบัดความคิดเหล่านั้นทิ้งก่อนที่จะถอนหายใจออกมาอีกรอบ.. นางค่อยๆ ถอดอาภรณ์อย่างพิถีพิถันภายในห้องเปลี่ยนชุดผิวขาวนวลดุจหิมะปรากฏขึ้นหลังจากถูกปกคลุมด้วยอาภรณ์

นางเคลื่อนไหวอย่างเรียบง่ายหากแต่สภาพที่ไร้ชุดตอนนี้มันทำให้ส่วนโค้งต่างๆ ของร่างกายดูเย้ายวน เนินเขาสองลูกที่จะบอกว่าใหญ่ก็ใหญ่ ไม่ใหญ่ก็ไม่ใหญ่ ถ้าจะให้พูดก็คือมันพอดีมือนี่เอง นางรวบผมสีดำยาวสลวยของนางขึ้นมัดผมไว้ทรงเก็บผมบนหัว

ถอดแหวนสีเงินออกจากนิ้วละเดินเข้าไปในห้องอาบน้ำ เปิดน้ำล้างตัวถูมือไปตามร่างกายทุกซอกทุกมุมอย่างช้าๆ และงดงาม .. ‘ติ๊ง’ .. เสียงหยดน้ำแผ่วเบาดังขึ้นในเวลาที่หยุนไป๋หยุดล้างตัวก่อนจะเดินไปแช่ตัวลงบน สระปราณ และฟื้นพลังเงียบๆ

ถึงนางจะสังหารพวกขอบเขตขั้นห้ามันจะไม่ใช่เรื่องยากแต่การไล่ตามคนละทิศก็อย่างที่กล่าว มันก็ลำบากเหมือนกัน….

เทียนถังนั่งเหม่อลอยภายในใจนึกถึงสภาพตอนที่ตนเองฆ่าซ้ำไปซ้ำมา ซ้ำแล้วซ้ำเล่า นี่ไม่ใช่เพราะว่าเขาไม่สามารถลืมมันหากแต่เขากำลังทำความชินชากับมันอย่างเงียบ เทียนถังคิดว่าเสือย่อมฆ่ากระต่ายเพราะมันอ่อนแอกว่า ในโลกนี้ก็เช่นกันหากไม่ฆ่าตัวเองก็ถูกฆ่า

‘ถึงจะคิดแบบนั้นก็เถอะ...’ พอนึกถึงสภาพที่พวกมันตายแล้วก็อดที่จะหน้าซีดไม่ได้ แต่อย่างน้อยตอนนี้เทียนถังก็ไม่ได้อ้วกออกมา เห็นได้ชัดว่าเริ่มชินกับมันเล็กน้อยแล้ว แม้จะเสี้ยวเดียวก็ตามที

ผ่านไปสักพักเทียนถังปรับสภาพจิตใจแล้วกล่าวตนเองว่า ‘หากคิดมากมันจะแก่เร็วเกินไป!’ เทียนถังเลิกสนใจมันก่อนที่จะสังเกตเห็นว่าหยุนไป๋หายไป “เอ๊ะ? หายไปไหนของเขาเนี่ย” เทียนถังพึมพำออกมา… แต่เมื่อนึกถึงแรงสั่นสะเทือนจากการต่อสู้หยุนไป๋เทียนถังจึงไม่สนใจ

“อ๊ะ.. ตัวข้าเปื้อนเลือดนี่น่า” เทียนถังได้กลิ่นคาวของเลือดรู้สึกสะอิดสะเอียนเพียงเล็กน้อย “ถ้าข้าจำไม่ผิดในฉางซีนี้ เห็นหยุนไป๋พูดว่ามีห้องน้ำด้วยสินะ ไปอาบน้ำดีกว่า” เทียนถังตัดสินใจจึงลุกขึ้นยืนและเดินไปห้องน้ำโดยไม่ทราบว่ามีคนอยู่ในนั้นก่อนแล้ว ที่เทียนถังหันมาใช้คำเรียกแทนตนว่า ‘ข้า’ เวลาอยู่คนเดียวนั้น เขาคิดว่าสมควรต้องฝึกพูดให้ติดปาก

แม้จะรู้สึกว่าตัวเองพิลึกก็ตาม แต่เหมือนในโลกนี้จะปกติ เทียนถังจึงจำเป็นต้องใช้แทนตัวเอง ‘ข้า’ นั่นเอง

เทียนถังเดินไปที่ห้องน้ำและเปิดประตูห้องน้ำเข้าไปก่อนจะถอดชุดแต่ตอนนั้นเขาเหลือบมองไปอาภรณ์ของหยุนไป๋ แต่ว่าเทียนถังก็เบือนหน้าหนีไม่ใช่เพราะว่าเขาไม่ใส่ใจแต่เพราะปกติเขาก็ไม่ใส่ใจอยู่แล้ว อันที่จริงมันเป็นความเคยชินกับสาวๆ ในโลกเดิมของเขา

เทียนถังเปิดประตูห้องน้ำเข้าไปด้วยท่าที่สบายๆ “แคร๊ก” เสียงเปิดประตูออกภายในห้องน้ำมันเงียบเทียนถังจึงไม่เอะใจอะไร แต่ทว่าพอเขาเปิดไปเท่านั้นแหละปากต้องเปิดกว้างออก ภาพที่เขาเห็นคือสตรีราวกับภาพวาดมีเนินเขาสองลูกที่ดูแล้วพอดีมือ

หยุนไป๋เองในตอนแรกไม่ได้ส่งขยายจิตสัมผัสเพราะว่ากำลังซึมซับปราณจากสระเพื่อฟื้นสภาพนางจึงไม่รู้ ทว่าเมื่อเทียนถังเปิดประตูเข้ามานางจึงสะดุ้งแล้วหันมองทันที “….” หยุนไป๋อึ้งเงียบ เทียนถังพูดไม่ออก จึงได้แต่เกาหัวพลางกล่าวว่า “เอ่อ ข้าไม่คิดว่าหน้าอกท่านจะใหญ่แบบนี้และรูปร่างสัดส่วนจะน่าเย้ายวนแบบนี้ ตัวข้าอยู่มาตั้ง 20 ปี ทำไมไม่ทำอะไรเลย!”

“….” หัวใจหยุนไป๋เต้นรัวหน้าแดงอย่างช่วยไม่ได้ ทั้งโกรธ ทั้งอาย ทั้งเขิน ที่มีผู้ชายเห็นร่างของนาง แน่นอนว่าถ้าหากเป็นเทียนถังแต่ก่อนนางคงไม่รู้สึกแบบนี้ แต่เจ้าหมอนี่ไม่ใช่เทียนถัง มันจึงให้ความรู้สึกที่แตกต่างแม้แต่เจ้าตัวจะไม่ทราบอะไรเลยก็ตาม

พอเห็นหยุนไป๋เริ่มโกรธเทียนถังได้แต่ยิ้มแหยๆ “เอ่อ.. ข้าขอตัวก่อนละกัน ดูเหมือนจะอารมณ์ไม่ดี” เทียนถังถอยหลังปิดประตูห้องน้ำดังปัง.. “เฮ้อ” ก่อนจะถอนหายใจออกมา แต่ว่าจิตสังหารอันเย็นเยียบยังจับสัมผัสได้อีกอย่างรุนแรง ยิ่งกว่าตอนที่เขายืนมองเสียอีก

เทียนถังคิ้วกระตุก “หรือว่ายัยนี่เองก็ชอบ ไอ้ตัวเฟิงเทียนถังคนเดิม บ้าชัดๆ เอ็งเป็นพระเอกฮาเร็มยืมพลังผู้หญิงเหมือนนิยายชาวเกาะหรือไง! น่าอิจฉาเพ้ย!” แน่นอนว่าด้วยความเป็นเทพของเทียนถังเขาเริ่มเห็นจุดแปลกของหยุนไป๋แล้วคือเพราะว่านางโกรธกว่าเดิมเมื่อเทียนถังไม่สนใจนาง

แต่ตรงกันข้ามเวลาเจอผู้หญิงอื่นเทียนถังกับกระโดดใส่ทันที ถ้าหากนางชอบเทียนถังมันก็คงโกรธเป็นเรื่องปกติ แน่นอนว่านางไม่รู้ความรู้สึกของตัวเองหญิงโง่งมที่หากเมื่อยอมรับว่าตัวเองรักเขาเมื่อไหร่เธอก็จะกลายเป็นสาวแม่บ้านสุดเพอร์เฟคเลยล่ะ นี่แน่นอนว่าเป็นสิ่งที่เทียนถังคิด

เขาจึงกัดฟันเปิดประตูเข้าไปอีกรอบ “อ๊า ช่างเป็นห้องอาบน้ำที่สุดยอดจริงๆ ผสมกับกลิ่นผู้หญิงข้าว่ามันสุดยอดจริงๆ!” เทียนถังเดินเข้าไปแบบสบายๆ หยุนไป๋ขมวดคิ้วเล็กน้อยแม้จิตสังหารจะลดลงแต่นางยังมีทั้งโกรธทั้งอายนางใช้มือปิดหน้าอกหัวดำลงใต้น้ำโผล่ขึ้นมาแค่ดวงตา ซึ่งมันดูน่ารักมาก

“ใครให้เจ้าเข้ามา ออกไปซะ!” หยุนไป๋ตะโกนใส่เทียนถังแต่ความจริงหากนางต้องการแค่ใช้ปราณผลักเทียนถังออกไปก็เสร็จแล้วแต่นางไม่ได้ทำ เพราะอะไรไม่มีใครทราบ อันที่จริงหยุนไป๋ก็ไม่ได้ชมชอบเทียนถังแบบคนรัก แต่ทว่าแบบญาติข่าย มากกว่า แต่เมื่อเทียนถังไม่สนใจร่างของนาง ไม่แสดงกิริยาใดๆ เหมือนกับผู้หญิงคนอื่นนางจึงรู้สึกเคืองๆ

ใช่ญาติไม่สมควรมีความรักกันนางเห็นเทียนถังเหมือนน้องชาย แต่ตอนนี้ไม่รู้สินางเริ่มมองเทียนถังเป็นผู้ชายคนหนึ่งไปโดยไม่รู้ตัวตั้งแต่ตอนที่เขาฆ่าคน เมื่อได้ยินเสียงหยุนไป๋เทียนถังเมินไม่ตอบแต่นั่งลงล้างตัวตามทำเนียบปฏิบัติเท่านั้นขณะนั้นหยุนไป๋เองก็จ้องมาที่เทียนถัง

เมื่อเห็นเทียนถังสงบเกินไปทำให้นางรู้สึกเคืองน้อยๆ “ฮึ่ม เจ้าเด็กบ้านี่ไม่สนใจร่างกายข้าเลยงั้นเหรอ.. หือ.. ข้าคิดอะไรอยู่เนี่ยยย!” นางคิดพลางหน้าแดงแน่นอนว่าเทียนถังสังเกตเห็นถึงเขาจะไม่ได้อ่านความคิดออกแต่พอเดาความต้องการของนางได้ เทียนถังลุกขึ้นเดินลงมาแช่น้ำในสระ

ทั้งคู่ไม่กล่าวอะไรหยุนไป๋หน้าแดงผาว ตัวตนหนึ่งบอกให้ถีบเขาออกไปแต่ตัวตนหนึ่งบอกอย่าทำรอดูว่าร่างของตัวเองจะเย้ายวนเขาได้ไหม ส่วนเทียนถังเกือบลืมจุดประสงค์หลักคือการมาจีบหยุนไป๋ แต่ว่าเมื่อเขาแช่สระปราณครั้งแรกมันสบายตัวจนบอกไม่ถูกจนครางออกมา “ฮ่าาห์~~”

ในที่สุดหยุนไป๋ก็ทนความอับอายไม่ไหวนางลุกขึ้นทันที แต่ยังไม่ทันจะกล่าวอะไรเทียนถังก็คิดว่าจังหวะนี้ล่ะ เทพจีบหญิงไม่ใช่ชื่อที่ได้กันมาง่ายๆ หรอกนะจะบอกให้ เทียนถังใช้มือดึงเอาแขนอันบอบบางและนุ่มนวลของหยุนไป๋เข้ามา “อ๊ะ..” หยุนไป๋สะดุ้ง

รู้สึกตัวอีกที่ก็สัมผัสได้กับร่างกายของคนอีกคน “เจ้า!!” หยุนไป๋ตะโกนออกมาด้วยความเขินอาย “มันจะมากเกินไปแล้วนะ!” หยุนไป๋ด่ากราดอีก เทียนถังได้แต่ทำสีหน้าขอโทษพลางกล่าว “ท่านก็รู้ว่าข้าเป็นคนยังไง แล้วจะให้ข้ามไม่สนใจรูปร่างอันเย้ายวนของท่านแล้วยังคงนิ่งคงเป็นไปไม่ได้!”

“…” หยุนไป๋พูดไม่ออก “แล้วเจ้าจะเข้ามาทำไมล่ะ” นางกล่าวเขินอายแผ่วเบา เทียนถังได้แต่ด่ากราดในใจว่า “ถ้าตูไม่มา ก็คงยำตูไม่ใช่หรือไงฟ่ะ!” แต่เขาไม่กล้าพูดแบบนั้นแน่นอนเขายิ้มขึ้นและกล่าว “การได้อาบน้ำกับสาวสวยเป็นสิ่งที่ดีกว่านั่งฝึกตนจนเลือนระดับพลังอีกนะรู้ไหม”

“… เจ้าคงใช้วาจาแบบนี้กับสตรีอื่นสินะ” หยุนไป๋กล่าวนึกถึงความชั่วร้ายของเทียนถังนางจึงคิดว่านี่เป็นวาจาจีบสาวนางเริ่มขัดขืนแต่ไม่ได้ใช้พลังปราณใดๆ เลย เนื่องจากกลัวจะทำให้เทียนถังบาดเจ็บ แต่ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเทียนถังที่ฝึกกำลังภายนอกแล้ว นางเหมือนนกน้อยที่อยู่ใต้กรงเหล็ก

ถึงฝึกปราณมันจะช่วยเพิ่มพลังทางกายภาพ มันจะช่วยเพิ่มให้ร่างกายแข็งแกร่งขึ้นก็จริง แต่มันก็ไม่แข็งแกร่งขึ้นเหมือนฝึกกำลังภายนอกโดยเฉพาะอยู่ แต่ถ้าหากสู้กันจริงๆ ต่อให้เป็นกำลังภายนอกขั้นสิบก็ชนะผู้ฝึกปราณขั้นหนึ่งได้

“ข้าพูดจริงๆ!” เทียนถังใช้มือแตะคางนางขึ้นมองหน้าเขาสายตาสองสายบรรจบกัน ความรู้สึกประหลาดบังเกิดขึ้นในหัวใจของนางคำพูดพร้อมหน้าตาที่จริงจังของเขามันทำให้ใจนางสั่นอย่างรุนแรง หยุนไป๋พยายามจะเบือนหน้าดีด้วยสีหน้าแดงผาว แต่เทียนถังไม่ยอม

ก่อนที่จะประกบริมฝีปากดุจสายฟ้าร่างหยุนไป๋สั่นสะท้าน นางๆ ไม่มีประสบการณ์ด้านนี้มาก่อนเลยเมื่อเทียนถังบุกรุกเข้าไปในช่องปากแล้วมันก็ทำการซอกเซาะไปทั่วทุกมุม ร่างหยุนไป๋เริ่มอ่อนแรงอย่างถึงขีดสุด เทียนถังก็เริ่มเมามันจงหลงลืมจุดประสงค์หลัก มือขวาแตะไปที่หน้าอกอันอวบใหญ่ของหยุนไป๋

นางตกใจมากก่อนที่จะใช้พลังผลักเทียนถังเต็มแรงกระแทกใส่ผนังทันที “เจ้าคนชั่วช้า!” นางกระทืบเท้าใส่ทีหนึ่งและเดินออกจากห้องน้ำโดยไม่สนใจเทียนถังอีก.. เทียนถังได้แต่กุมหัวอย่างเจ็บปวด “อ๊าา ผู้หญิงโหดเอ๊ย คอยดูเถอะเดี๋ยวบิดาจะทำให้ติดจนโงหัวไม่ขึ้น” เทียนถังเจ็บจริงๆ เมื่อครู่ถ้าไม่ฝึกกำลังภายในฝึกปราณและกำลังภายนอก เขาคงกลายเป็นเศษเนื้อแน่ๆ

“ข้าเองก็อินกับบทมากไป จนกนทางพิชิต จึงยืดออกอีก” ถ้าเทียนถังเดาไม่ผิดหยุนไป๋หลังจากนี้นางจะไม่อยากเจอหน้าเทียนถังเพราะความอับอายทั้งนางยังพึ่งทำร้ายเขาอีกด้วย โอกาสพูดคุยกันคงหายากกว่าเดิม และการจีบก็จะยากขึ้น แต่ถ้าหากเมื่อครู่จบลงที่การจูบ มันจะเพิ่มความสัมพันธ์การคุยกับหยุนไป๋ขึ้น

หรืออาจจะกลายเป็นความรักเมื่อผ่านเวลาไป แต่เพราะเทียนถังก้าวผิดชีวิตเปลี่ยน.. “เฮ้อ… ช่างเถอะอีกไม่นานนางก็เป็นของข้าแล้ว หึๆ เอาล่ะมารอดูหน้าตาคู่หมั้นสุดสวยกันดีกว่า” เทียนถังเปลี่ยนอารมณ์และเดินร่าเริงออกจากห้องน้ำอย่างสบายใจ

หลังจากนั้น

ในที่สุดก็เดินทางมาถึงฉางซีหยุดเคลื่อนที่เมื่อมาถึงกำแพงเมืองด้านนอกเทียนถังและหยุนไป๋ลงมาจากรถ เมื่อเทียนถังเห็นกำแพงเมืองเขาอดที่จะเปิดปากกว้างไม่ได้ “กำแพงคิดจะป้องกันไททันหรือไงฟ่ะ!” เทียนถังคิดเพราะว่ากำแพงเมืองมันสูงมากเกือบๆ 15-20 เมตรได้

คงเป็นเพราะยุคนี้ยังมีสงครามการสร้างกำแพงแบบนี้ป้องกันต่อการลอบโจมตีได้เมื่อพวกผู้เฝ้าหน้าประตูเมืองเห็นนักเดินทางเร่ร่อนพวกเขาทำเสียงน่าเกรงขามหยิ่งๆ แต่พอเห็นหยุนไป๋มันก้มหัวจนหัวจะปักลงกับพื้น เทียนถังจึงได้แต่ทำหน้าเหยเก “เชิญทางนี้ รถม้าที่ดีที่สุดเตรียมไว้ให้แล้ว!”

มันกล่าวและนำทางไปที่รถม้ามันคล้ายกับรถม้าทั่วไปแต่ดูหรูหราอลังการงานสร้างกว่าเทียนถังกับหยุนไป๋ขึ้นไปนั่งและเดินทางเข้าประตูเมือง เทียนถังต้องตะลึงกับภายในเมือง มันเต็มไปด้วยเทคโนโลยี ในยุคโบราณ.. เอ่อ นั่นแหละ เมืองโบราณจีนน่ะ และมีร้านขายของมากมาย เมื่อนี้มีผู้คนแออัดมาก

แต่ก็มีทางของรถม้าโดยเฉพาะจึงไม่เป็นปัญหา เทียนถังยิ่งมองก็ยิ่งตะลึง นี่สินะเมืองหลวง!

จบบทที่ บทที่ 11 ถึงเมืองหลวง

คัดลอกลิงก์แล้ว