- หน้าแรก
- วันสิ้นโลก: ขบวนรถไฟสู่รุ่งอรุณ
- บทที่ 4: เด็กสาวลึกลับ
บทที่ 4: เด็กสาวลึกลับ
บทที่ 4: เด็กสาวลึกลับ
บทที่ 4: เด็กสาวลึกลับ
"อ๊า—อ๊าก!"
เสียงกรีดร้องสะเทือนขวัญดังก้องไปทั่ว หลินเซียนที่เฝ้าดูภาพเบื้องหน้า สีหน้าก็พลันมืดครึ้มลง เด็กสาวยังดูอายุน้อยเหลือเกิน แม้เขาจะเห็นโศกนาฏกรรมมาไม่รู้กี่ครั้งในช่วงไม่กี่วันนี้ แต่ก็ยังอดรู้สึกสงสารไม่ได้
ทว่าในขณะที่เขาคิดว่าเด็กสาวกำลังจะถูกซอมบี้และแมลงปีศาจกลืนกิน ทันใดนั้น แรงระเบิดจากพลังลึกลับก็พลันปะทุออกจากร่างของเธอ คลื่นกระแทกมหาศาลปะทะออกมาพร้อมเสียงระเบิดดังสนั่น!
ตูม!
ยังไม่ทันที่หลินเซียนจะตั้งตัวได้ ประตูเหล็กเบื้องหน้ากับร่างของเขาก็ถูกพัดปลิวกระเด็นกระแทกเข้ากับลูกกรงเหล็กในห้องนั่งเล่น
แก้วทุกบานแตกกระจาย เฟอร์นิเจอร์แตกเป็นเสี่ยง ๆ
ร่างของเขาถูกเหวี่ยงกระแทกอย่างรุนแรง จนหูอื้อ หน้ามืด ตาลาย หากร่างกายเขาไม่ผ่านการเสริมพลังมาก่อน ป่านนี้คงสลบไปแล้ว
แรงกระแทกสั่นสะเทือนทั้งอาคาร เสียงคำรามดังระงมไม่หยุด ฝูงซอมบี้เริ่มแห่กันเข้ามาในโถงทางเดิน
"บัดซบ!"
หลินเซียนพยายามลุกขึ้น สีหน้าบึ้งตึง เพียงพริบตาเดียว “ตาหลี่” ที่ถูกแมลงปีศาจควบคุมก็พุ่งตัวเข้ามาในห้องนั่งเล่นอย่างเงียบเชียบ
เขารีบเปิดไฟฉาย และต้องตกตะลึงเมื่อเห็นร่างของ “ตาหลี่” คลานสี่ขา ก่อนจะคำรามเสียงต่ำ แล้วพุ่งใส่เขาเต็มแรง ร่างเน่าเหม็นพุ่งเข้าหาดั่งปีศาจคลั่ง
หลินเซียนใจหายวาบ ถอยหลังพลางยกมือขึ้น ปล่อยพลัง “ปืนใหญ่อากาศ” ใส่เต็มแรง
ฟวู้บ!
กระสุนลมแรงสูงพุ่งออกอย่างฉับไว แรงกระแทกมหาศาลปะทะใบหน้าซอมบี้จนระเบิดออก!
เลือดดำกระเซ็นทั่วพื้น ศีรษะของร่างเน่าแหลกครึ่งซีก เนื้อเน่ากระจายกลาดเกลื่อน
หลินเซียนไม่ปล่อยโอกาสให้หลุดมือ รีบพุ่งเข้าใส่ แทงมีดสั้นทะลุร่างแมลงปีศาจสีดำในทันที
ฉึก!
กรี๊ดดด—!!
เสียงกรีดร้องแหลมสูงดังก้อง แมลงสีดำดิ้นพล่านราวกับโดนเผา หลินเซียนยังกำมีดแน่นด้วยสัญชาตญาณ ทว่าทันใดนั้น เจ้าแมลงกลับดิ้นตัวหลุดออกจากใบมีด แล้วเร้นหายเข้าเงามืดอย่างรวดเร็ว
"บัดซบ! สิ่งนี้ฉลาดขนาดนี้เลยเรอะ?!"
เขาสบถเบา ๆ ก่อนจะหันไปหยิบเป้ สะพายไว้แน่น เอาของจำเป็นยัดใส่อย่างไวแล้วหันไปทางโถงทางเดิน
เด็กสาวยังนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้น
เธอเพิ่งปล่อยพลังขนาดนั้นออกมา แต่กลับยังหมดสติอยู่?
"ต้องเป็นผู้มีพลังพิเศษแน่ ๆ...แต่ทำไมถึงมาหาเราวะ?"
เขาคิดไม่ออก แต่ก็ไม่มีเวลามากพอให้ลังเล
กัดฟันแน่น เขารีบช้อนร่างเด็กสาวขึ้นอุ้ม แล้ววิ่งลงบันไดหนีไฟทันที
ที่พักของเขาไม่ปลอดภัยอีกต่อไป ทางรอดเดียวคือ อุโมงค์ใต้ดิน
ด้านหลัง ซอมบี้แห่กันเข้ามาราวคลื่นสึนามิ เสียงฝีเท้าโห่ร้องดังสะท้าน
เพล้ง! เพล้ง!
หลินเซียนปล่อย “ปืนใหญ่อากาศ” หลายครั้งจนเก็บซอมบี้ได้เป็นโหล ก่อนจะวิ่งทะลุถึงขบวนรถไฟ “อินฟินิท” ในที่สุด
เขาวางมือลงบนตัวรถ พลัง "หัวใจจักรกล" ทำงาน ประตูห้องควบคุมเปิดออก
หลินเซียนผลักร่างเด็กสาวเข้าไปก่อน แล้วกระโดดตามเข้าไป
ปัง!
ประตูเหล็กปิดสนิท แสงไฟในห้องโดยสารสว่างขึ้น เขาทิ้งตัวพิงผนังเหล็ก หอบหายใจแรง
"อ๊าาาาา!! อ๊าาาาา!"
ซอมบี้นับร้อยพุ่งล้อมรอบขบวนรถไฟ กรงเล็บขูดผิวรถจนเกิดเสียงแหลมสะท้าน
แต่มันไม่รู้เลยว่า สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือ “ยักษ์เหล็ก” หนักหลายร้อยตัน เกราะบางที่สุดยังหนาถึง 40 มิลลิเมตร กระสุนธรรมดายังไม่ระคายเคือง แล้วกรงเล็บเน่าจะมีผลอะไร?
หลินเซียนปาดเหงื่อ เดินไปที่ตู้โดยสารแรก แล้วดึงผ้าม่านป้องกันแสงขึ้น
แสงภายในรถสะท้อนให้เห็นใบหน้าเน่าผุของซอมบี้นับไม่ถ้วน
เขาดึงม่านลงอย่างไม่พูดอะไรอีก
โชคดีที่ก่อนหน้านั้น หลินเซียนสามารถติดตั้งชุดเกราะของขบวนรถไฟเสร็จสิ้นได้ทันเวลา เขาไม่ประมาท ตรวจสอบระบบทั้งหมดอย่างรวดเร็วอีกครั้ง ก่อนจะดับไฟภายในรถให้มืดสนิท
จากนั้น เขาเดินไปยังห้องควบคุม หยิบรีโมตสีดำออกมาหนึ่งตัว
ในอีกฟากของอุโมงค์ เขาได้ตั้งลำโพงขนาดใหญ่แบบควบคุมระยะไกลไว้ตั้งแต่ต้น เพื่อเป็นตัวล่อในกรณีที่โดนฝูงซอมบี้ล้อมขณะสตาร์ทรถไฟ
ปี๊บ—
เสียงกระหึ่มดังก้องออกมาจากปลายทางทันที ซอมบี้ทั้งฝูงหันหัวพุ่งไปราวกับบ้าคลั่ง
เสียงข่วนเกราะเหล็กของขบวนรถค่อย ๆ เงียบลง
ภายในรถ หลินเซียนถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาเปิดไฟฉายในมือถือ แล้วเดินกลับมาตรวจดูสภาพของเด็กสาว
เขาประหลาดใจ เมื่อพบว่าเธอไม่มีบาดแผลภายนอกเลยแม้แต่น้อย เลือดที่เปื้อนตามตัว…ดูจะไม่ใช่ของเธอด้วยซ้ำ
เด็กคนนี้…แปลกเกินไป
หลินเซียนมองเด็กสาวที่หลับไม่รู้สึกตัวด้วยความรู้สึกอึดอัดในใจ การปรากฏตัวของเธอทำให้แผนของเขาเสียหายหมด ที่สำคัญคือ สัญชาตญาณของเขาบอกว่า เด็กคนนี้ “ต้องมีพลังพิเศษ” ไม่อย่างนั้นคงไม่มีทางรอดชีวิตฝ่าคืนมืดมิดมาได้ถึงหน้าประตูบ้านเขา โดยไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วน
การพาเด็กแบบนี้ไปด้วย มีแต่จะเป็นภาระ เป็นระเบิดเวลา
หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง หลินเซียนก็มัดมือมัดเท้าเธอไว้แน่นหนาด้วยเชือก ก่อนจะอุ้มไปวางบนผ้าห่มในตู้โดยสารหมายเลข 2 ให้เธอนอนพักไว้ที่นั่น
เสร็จแล้ว เขากลับไปที่ตู้หมายเลข 1 เพื่อนั่งวางแผนก้าวต่อไป
คิ้วของเขาขมวดแน่น ขณะเปิดแผนที่ขึ้นมาอีกครั้ง
"ถ้าพรุ่งนี้เริ่มขับรถไฟ แล้ววิ่งตามสายที่ 3 ไปหาอาจารย์เฉิน จะกลายเป็นเส้นทางที่สั้นกว่ามั้ยนะ?"
แผนการนี้บ้าบิ่นก็จริง แต่หากสำเร็จ เขาจะสามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงส่วนใหญ่ได้ และยังถือเป็นการทดลองขับขบวน “อินฟินิท” ครั้งแรกอย่างเป็นทางการ
พอเช็กแผนที่ดูให้ดี หลินเซียนก็พบว่า คอนโดที่เฉินซื่อเสวียนอยู่ อยู่ห่างจากสถานีรถไฟใต้ดินที่ใกล้ที่สุดไม่ถึง 300 เมตร
"หึ~"
เขายิ้มมุมปากแล้วพึมพำเบา ๆ "ทำเลเทพจริง ๆ อาจารย์เฉิน...เลือกที่อยู่ได้โคตรคุ้ม"
คืนวันนั้น หลินเซียนไม่อาจข่มตาหลับได้เต็มตา
นี่คือค่ำคืนแรกที่เขานอนบนขบวนอินฟินิท แม้จะเป็นป้อมเหล็กที่สร้างด้วยมือของตัวเอง แต่ความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ก็ยังตามหลอกหลอน
นี่คือครั้งแรกที่เขาได้เจอกับ “สิ่งผิดปกติ” ยามค่ำคืน มันไม่ใช่แค่แมลงประหลาดธรรมดา แต่ยังฉลาดผิดมนุษย์ผิดผี และยังมีเด็กสาวลึกลับนอนอยู่ในตู้โดยสารอีกคน ใครจะไปหลับลง?
จนกระทั่งเวลา 14:00 น. กลางวันก็มาถึง ช้ากว่าที่ควรจะเป็นไปอีกหนึ่งชั่วโมง
หลินเซียนยังคงอยู่ในอุโมงค์รถไฟใต้ดิน รอบข้างคือความมืดมิดสนิท มีเพียงนาฬิกาข้อมือที่บอกว่า ตอนนี้คือเวลากลางวันแล้ว
เขานั่งอยู่ในที่นั่งคนขับของอินฟินิท แววตาทอแสงเล็กน้อยราวกับเชื่อมต่อจิตกับเครื่องจักรขนาดยักษ์
วรูม—
เครื่องยนต์เทอร์ไบน์ส่งเสียงคำราม เพลาข้อเหวี่ยงกับก้านสูบกระทบกันดังแกร๊ง ประตูระบบ “ขอบฟ้า” เปิดออก
แกร๊ก! ไฟหน้าสีอำพัน-ส้มสว่างวาบ สาดแสงเต็มอุโมงค์มืดให้กลายเป็นกลางวัน
สายตาของหลินเซียนเฉียบคมขึ้น
"ได้เวลาออกเดินทางแล้ว...เพื่อนรัก"
ครึ้ง! ครึ้ง!
ยักษ์เหล็กที่หลับใหลมานานนับสิบปี เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง ฝุ่นผงและเศษเหล็กเก่าไหลหล่นลงพื้น
ขบวนอินฟินิท พ่วงด้วยตู้หุ้มเกราะสามคัน ค่อย ๆ เคลื่อนจากรางซ่อมบำรุงเข้าสู่เส้นทางหลักของรถไฟใต้ดิน
มันกลืนกินหมอกดำเบื้องหน้า แล้วพุ่งทะยานไปข้างหน้าพร้อมเสียงคำรามสะเทือนผืนดิน!