ตอนที่43-44
ตอนที่43-44
เมื่อเห็นดังนั้น พ็อคเคิ้ลก็นั่งลงบนพื้น ถอนหายใจโล่งอก
จากนั้นก็มองพี่น้องสองคนที่กำลังต่อสู้กันอยู่ข้างๆ ด้วยแววตาที่ว่างเปล่า
“นี่พี่ชาย ในฐานะพี่ ทำไมไม่เสียสละให้ผมสักครั้งล่ะ”
“บนเส้นทางแห่งความฝัน ไม่มีคำว่าพี่ว่าน้องหรอก!!” อโมริคนพี่กับอโมริคนรองทะเลาะกันไม่จบสิ้นและสุดท้ายก็ยังคงต้องใช้กำลังตัดสินผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้าย
ท้ายที่สุดแล้ว ขนาดพี่น้องสองคนที่เป็นญาติสนิทก็ยังเริ่มลงมือกันแล้ว กับคนอื่นๆยิ่งไม่ต้องพูดถึง...เว้นพ็อคเคิ้ลไว้สักคนละกัน
ดังนั้น ภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง ผู้ผ่านเข้ารอบทั้ง 88 คนที่ได้รับชัยชนะก็มาถึงด้านนอกห้องเก็บไวน์ทางบันไดทั้งหมด
หลังจากสัมผัสศพ รอนก็ติดตามผู้สมัครคนสุดท้ายที่ผ่านเข้ารอบ ซึ่งเป็นพี่ชายคนโตในบรรดาสามพี่น้องอโมริลงมาถึงพื้นดิน และในเวลานี้ก็เป็นเวลาเที่ยงพอดี
“เอาละทุกคน ก่อนอื่น ยินดีด้วยที่ผ่านการทดสอบรอบแรกมาได้ แต่…ทุกอย่างก็เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!” ผู้คุมสอบรอบที่สองในชุดฉูดฉาด สไตล์พังก์กล่าวด้วยอารมณ์ที่เต็มเปี่ยม
เมื่อเทียบกับชายผมเหลืองที่ดูง่วงเหงาหาวนอนดูครึ่งหลับครึ่งตื่นแล้ว ช่างต่างกันอย่างสิ้นเชิง
จากนั้น ผู้คุมสอบก็นำผู้สมัครทั้ง 88 คนไปยังถ้ำแห่งหนึ่งในชานเมือง
“นี่คือของดีประจำเมืองแห่งนี้ เป็นหนึ่งในสถานที่ไม่กี่แห่งที่สามารถขุดแร่เมลามิได้…เอาล่ะ นี่คือบททดสอบรอบที่สอง ฉันต้องการให้พวกนายเข้าไปเอาแร่มาให้ฉันสามชิ้น”
“จำไว้ว่าสามชิ้น ขาดไปแม้แต่ชิ้นเดียวก็ไม่ได้นะเด็กๆ…” หากได้แร่มา ก็จะผ่านการทดสอบ บททดสอบแบบนี้สบายกว่าที่ผู้คุมสอบผมเหลืองให้มาเมื่อก่อนมาก
หลายคนคิดเช่นนั้น และต่างพากันแย่งกันเข้าไปในถ้ำ จากนั้นก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้นเป็นระลอก
ผู้สมัครบางคนที่ยังอยู่นอกถ้ำรีบหันไปมองผู้คุมสอบทันทีที่ได้ยินเสียง “เส้นทางภายในนั้นค่อนข้างซับซ้อน ดังนั้นระวังอย่าไปเจอสัตว์ประหลาดที่อาศัยอยู่ในเหมืองล่ะ…”
ไอ้บัดซบ ถ้าจะบอกช้าขนาดนี้ ไตรอบอกพรุ่งนี้เลยล่ะ!
ผู้สมัครหลายคนสาปแช่งในใจ แต่ก็ต้องระมัดระวังอย่างยิ่งยวดขณะเข้าไปในถ้ำอย่างระมัดระวัง
รอนและฮิโซกะเองก็เข้าไปตามลำดับ
ไม่มีอะไรจะกล่าวถึงหลังจากนี้ หลังจากสังหารสัตว์ประหลาดคล้ายแมงมุมสองหรือสามตัวที่ออกมาสร้างความวุ่นวาย และได้แร่มาสามชิ้น รอนก็ผ่านการทดสอบไปอย่างสมเหตุสมผล
อย่างไรก็ตาม มันมีเรื่องน่าสนใจระหว่างนั้นเช่นกัน คือเมื่อรอนเก็บแร่ชิ้นที่สามได้ ก็เกิดเหตุการณ์แปลกๆขึ้นเล็กน้อยขึ้น นั่นคือ แร่เองดูเหมือนจะมีแรงดึงดูดบางอย่างต่อสัตว์ประหลาดคล้ายแมงมุม
และเมื่อแร่สามชิ้นรวมกัน แรงดึงดูดก็ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณจนประหลาดแมงมุมจำนวนมากต่างกรูกันเข้ามา
ไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้คุมสอบจะต้องการแร่สามชิ้น...
หลังจากนั้น ก็มีคนทยอยออกมาเรื่อยๆ จนในที่สุดก็มีผู้ผ่านเข้ารอบที่สองทั้งหมด 43 คน
มีคนมากกว่าครึ่งหนึ่งถูกคัดออก ในจำนวนนี้ยกเว้นรอนและฮิโซกะที่เป็นหน้าใหม่ในการสอบฮันเตอร์ ที่เหลือล้วนเป็นผู้มากประสบการณ์ทั้งนั้น
จากนั้นก็มาถึงการทดสอบรอบที่สาม
ในตอนที่รอนกำลังรู้สึกเบื่อขณะกำลังเดินตามเจ้าหน้าที่ของสมาคมฮันเตอร์ไปยังสถานที่ทดสอบด่านต่อไป เขาก็พลันมีกำลังใจขึ้นมาทันทีหลังจากเห็นใบหน้าของผู้คุมสอบ เพราะผู้คุมสอบคนนี้คือคนที่ในฉบับต้นฉบับมาดักรอฮิโซกะเพื่อล้างแค้น แต่กลับถูกฮิโซกะฆ่าทิ้งในหอคอยทริกทาวเวอร์แทน
กล่าวอีกนัยหนึ่ง เขาคือคนน่าสงสารที่กำลังจะถูกฮิโซกะซ้อมจนปางตาย และนี่ก็เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ไม่มีใครสอบผ่านฮันเตอร์ในปีนี้เลย
รอนพลันสนใจ และเริ่มหลบไปยืนข้างๆอย่างเงียบๆ กลายเป็นผู้ชมขณะที่กำลังกินเมล็ดแตงโมไปด้วย
“43 คน…ตัวเลขนี้น้อยกว่าการทดสอบในปีก่อนๆ และน้อยกว่าตอนที่ฉันสอบฮันเตอร์มาก”
ผู้คุมสอบผู้น่าสงสารมองไปรอบๆ อย่างสบายๆโดยที่เชิดคอตั้งสูงขณะบ่นออกมาเบาๆพร้อมดูถูกผู้เข้าสมัครไปด้วย
“เฮ้อ…คนสมัยนี้แย่ลงเรื่อยๆเลย ดูท่าก็คงจะมาได้แค่นี้”
“หึ มีแต่หน้าเดิมๆทั้งนั้น พวกนายที่มาสอบหลายครั้งขนาดนี้แต่ก็ยังไม่ผ่านสักที นี่ไม่ได้หมายความว่าพวกนายไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นฮันเตอร์เลยเหรอ แล้วทำไมพวกคุณถึงยังอยู่ที่นี่อยู่อีก ทั้งที่ฉันแค่สอบครั้งเดียวก็ผ่านแล้ว”
สมองของชายคนนี้ป่วยจริงๆ รอนที่ซ่อนตัวอยู่ในฝูงชน สังเกตเห็นว่าบรรยากาศที่นี่ต่างผสมปนเปไปด้วยความไม่พอใจและความขุ่นเคืองที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นในหมู่ผู้สมัครเรื่อยๆ
เขาก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า
บางสิ่งที่ชายคนนี้พูดก็คล้ายกับสิ่งที่บิสเก็ตพูดในตอนแรกเช่นกัน แต่คนหลังเป็นความรู้สึกและการหวนรำลึกถึงประสบการณ์ของตัวเองตลอดหลายปีที่ผ่านมา
ส่วนสิ่งที่ชายคนนี้ทำก็เป็นแค่การดูถูกผู้สมัครและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของพวกเขาเพื่อแสดงความเหนือกว่าที่เขาคิดเองเออเองไปคนเดียวทั้งนั้น
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมื่อเกือบทุกคนที่อยู่ตรงนี้เป็นผู้ที่สอบมาแล้วหลายครั้ง
นี่...อีกฝ่ายไม่ได้กำลังดูถูกพวกตนหรอกเหรอ แล้วดูเหมือนจะตั้งใจซะด้วย!
“ท่านผู้คุมสอบ หัวข้อการทดสอบรอบที่สามของเราคืออะไรครับ” ในที่สุด ก็มีคนอดใจไม่ไหวและถามขึ้น ผู้สมัครที่เหลือก็มองไปที่เขาด้วย
แต่ผู้คุมสอบทำเพียงแค่เหลือบมองคนที่ส่งเสียงออกมา จากนั้นก็หันสายตาออกไปทันที ราวกับไม่เห็นอีกฝ่ายอยู่ในสายตาและกล่าววาจาอย่างโอหังว่า
“จะรีบไปไหน นายกำลังขัดจังหวะฉันอยู่นะ ถึงเวลาเดี๋ยวฉันก็บอกเองนั่นแหละ”
‘หึ ดูท่าสิ่งที่ฮิโซกะทำไปจะไร้เหตุผลซะทีเดียว'
แม้แต่รอนทีาได้เห็นอีกฝ่ายแสดงท่าทางเช่นนี้ ก็อยากจะเดินไปซัดสักทีสองที
สมาคมฮันเตอร์คิดอะไรอยู่ถึงได้เอาคนแบบนี้มาเป็นหัวหน้าผู้คุมสอบ
จากนั้น ราวกับว่าเขาสัมผัสได้ว่าบรรยากาศไม่ค่อยดีนัก เขาจึงหยุดพูดและเตรียมจะบอกเนื้อหาของการทดสอบรอบที่สาม
“การทดสอบรอบที่สาม การทดสอบที่ฉันจะให้ก็คือ...” เขากล่าว
จากนั้นก็เหลือบมองโดยไม่รู้ตัว และเห็นฮิโซกะส่งรอยยิ้มประหลาดให้เขา ดูเหมือนจะมีความประชดประชันและดูถูก
ผู้คุมสอบหลักหยุดพูดทันที หรี่ตาลงและมองฮิโซกะด้วยสีหน้าแปลกๆ “ผู้เข้าสอบคนนั้นน่ะ สีหน้าแบบนั้นมันคืออะไร?!”
ภายใต้สีหน้าที่ตกตะลึงของรอน ชายคนนั้นก็ตะโกนใส่ฮิโซกะโดยตรง
เขาไม่เห็นอันตรายในตัวฮิโซกะงั้นหรือ? กล้าที่จะเข้าไปหาเรื่องตรงๆ อย่างนั้นเหรอ?
รอนคิดด้วยสีหน้าแปลกๆ จากนั้นเขาก็เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของฮิโซกะกว้างขึ้นจนปากของเขาก็ดูเหมือนจะฉีกออก
พอเห็นเขาเป็นแบบนี้ รอนก็ถอยหลังออกไปอย่างเงียบๆ
เจ้านั่นมันคนบ้า ขืนยังยืนอยู่ต่อไปได้เดือดร้อนแน่
ไม่ใช่แค่รอนเท่านั้น ผู้สมัครคนอื่นๆ ที่มีประสบการณ์ก็สัมผัสได้ถึงอันตรายและเริ่มเคลื่อนไหว
“เห้ย ไม่ได้ยินที่ฉันพูดเหรอ? ทำหน้าแบบนั้น...
“ฉัวะ!”
“ฉัวะ!”
เสียงแหวกอากาศดังขึ้น ไพ่โป๊กเกอร์สองใบที่อัดแน่นด้วยพลังก็บินออกไปอย่างรวดเร็ว และก่อนที่ผู้คุมสอบจะทันได้ตอบสนอง พวกมันก็ฟันเข้าที่แก้มของเขาทันที
“อ้า!!”
พร้อมกับเสียงร้องอันน่าสังเวช ซึ่งบ่งบอกถึงความเจ็บปวด
ทันทีที่ฮิโซกะลงมือ รอนที่ถอยห่างออกไปไกล ก็หลีกเลี่ยงเรื่องวุ่นวายได้อย่างหวุดหวิด
หลังจากนั้น เขาก็เห็นผู้คุมสอบวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วโดยที่ใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด ขณะที่ฮิโซกะกำลังสับไพ่ออมชอม และเดินตามเขาไปอย่างสบายๆ
ผู้คุมสอบของการทดสอบฮันเตอร์ถูกโจมตีโดยผู้สมัคร!
ผู้สมัครทุกคนที่หลบได้ทันต่างจ้องมองเหตุการณ์นี้ด้วยปากอ้าตาค้าง “การที่ผู้คุมสอบถูกผู้สมัครตามล่าก็คงเป็นเรื่องที่น่าอับอายสำหรับสมาคมฮันเตอร์ด้วยใช่ไหม?”
จากระยะไกล รอนเห็นเจ้าหน้าที่ของสมาคมฮันเตอร์ที่พาพวกเขามาที่นี่ รีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเพื่อรายงานสถานการณ์
รอนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสะใจ ตามการจัดการในฉบับต้นฉบับ เรื่องนี้ได้รับการแก้ไขไปอย่างไม่ยากเย็นอะไร ซึ่งคือการยุติการสอบ…
เพราะตอนนี้ฮิโซกะที่คลั่งไปแล้วจะปล่อยให้สอบต่อก็เป็นไปไม่ได้ ดังนั้นถ้าให้ดีที่สุดก็คือยุติการสอบตั้งแต่ตอนนี้ ส่วนผู้สมัครคนอื่นก็คงไม่มีใครไม่เห็นด้วย เพราะบรรยากาศและจิตให้ที่ฮึกเหิมในตอนแรกก็จางหายไปเยอะจสกเหตุการณ์ก่อนหน้านี้แล้ว บางทีคงจะดีกว่าที่จะกลับไปเตรียมสอบฮันเตอร์ในปีหน้า แต่...ถ้าจะสอบต่อก็ได้ แต่ต้องเอาฮิโซกะออกไปก่อน
ดังนั้น การทดสอบฮันเตอร์ครั้งนี้ก็ได้ดำเนินการมาจนถึงช่วงท้ายของการสอบปีนี้แล้ว
หลังจากนั้นไม่นาน
หลังจากฮิโซกะซ้อมผู้คุมสอบจนปาฝตาย สมาคมฮันเตอร์ก็ส่งคนมาจัดการเรื่องนี้ในที่สุด
ผู้สมัครสอบฮันเตอร์ตามล่าผู้คุมสอบ เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์สมาคมฮันเตอร์!
ทางสมาคมให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ไม่เพียงแต่ส่งบุคคลสำคัญอย่างบีนส์ที่เป็นเลขาของประธานสมาคมมาเท่านั้น
แต่ยังรวมถึงหนึ่งในสิบสองนักษัตรตัวแทนความแข็งแกร่งของสมาคมฮันเตอร์ นั่นคือนักษัตรวัว มิสไซล์สตรอม
มิสไซล์ สตรอม ฮันเตอร์นักล่าอาชญากรระดับสองดาว ที่เป็นทั้งทนายความ ผู้พิพากษา และผู้บริหารบริษัทรักษาความปลอดภัย เขาเป็นผู้ยึดมั่นในกฏ ใจเย็น รับฟังเหตุผลและมีความเป็นธรรม
ดังนั้น การส่งเขามาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในเรื่องนี้นั้นย่อมเหมาะสมที่สุด
“หยุด‼!!” มิสไซล์ สตรอมกล่าว จากนั้นก็ชี้ไปที่ฮิโซกะด้วยการ์ดใบเหลืองในมือ
“ผู้สมัครคนนี้ โปรดหยุดพฤติกรรมที่รุนแรงของนายด้วย!”
มิสไซล์ สตรอม ในฐานะผู้ยึดมั่นในหลักการทางกฎหมายและหลีกเลี่ยงการกระทำที่รุนแรง เลือกใช้วิธีในการปรามฮิโซกะแบบประณีประนอที่สุด
ฮิโซกะที่กำลังจะฆ่าผู้คุมสอบโง่ๆ คนนั้น จ้องมองมิสไซล์ สตรอมครู่หนึ่ง จากนั้นก็ถอยหลังไปด้วยรอยยิ้มแปลกๆพลางคิดในใจ
“92 คะแนน”
นี่คือการประเมินมิสไซล์ สตรอมเบื้องต้นของฮิโซกะ
มิสไซล์ สตรอมเหลือบมองฮิโซกะอย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นฮิโซกะยอมประณีประนอม เขาก็ลดใบเหลืองในมือลงเล็กน้อย
จากนั้นก็โบกมืออีกข้างหนึ่ง เจ้าหน้าที่พยาบาลที่มาด้วยก็พาผู้คุมสอบที่โดนซ้อมปางตายขึ้นเปลหามและพาเขากลับไปรักษา
นอกจากเขาแล้ว ยังมีผู้สมัครอีก 20 กว่าคนที่หลบไม่ทันจนโดนลูกหลงไปด้วยที่ถูกหามออกไป
อีกด้านหนึ่ง บีนส์ก็แสดงความขอโทษต่อผู้สมัครอีก 22 คนที่ยังยืนอยู่ได้
“เป็นความประมาทเลินเล่อของสมาคมฮันเตอร์ของเราที่ทำให้เกิดเรื่องไม่คาดฝันเช่นนี้ขึ้นอย่างการแต่งตั้งผู้คุมสอบที่มีคุณสมบัติบกพร่องเช่นนี้ ดังนั้น ผมขอแสดงความขอโทษอย่างจริงใจต่อทุกคนด้วย” ขณะที่เขากล่าว บีนส์ก็โค้งคำนับต่อผู้สมัครทุกคน
เพราะก่อนที่จะมาถึง พวกบีนส์ก็ได้รู้เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นผ่านเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในที่เกิดเหตุก่อนแล้ว
และคราวนี้ฝ่ายสมาคมฮันเตอร์ก็เป็นฝ่ายที่ผิดจริงๆ การจะขอโทษเหล่าผู้สมัครจึงเป็นเรื่องปกติ
จากนั้น…
“เพื่อไม่ให้การสอบของทุกคนล่าช้า และเพื่อเป็นการชดเชยให้กับทุกคน การทดสอบครั้งต่อไปจะเป็นการทดสอบรอบสุดท้าย” บีนส์กล่าวด้วยสีหน้าขอโทษอย่างรู้สึกผิด
จึงทำให้สีหน้าของผู้สมัครคนอื่นๆผ่อนคลายลงมาก แต่ก็ยังลังเลใจ และมองฮิโซกะที่ยืนอยู่ข้างๆ เป็นครั้งคราว
“เนื่องจากผู้สมัครหมายเลข 401 ไม่ได้ร้องเรียนต่อสมาคมผ่านช่องทางปกติและใช้การกระทำที่รุนแรงตามใจตนเอง เขาจึงถูกตัดสิทธิ์จากการสอบในครั้งนี้” ขณะมิสไซล์ สตรอมกำลังพูดก็ยังไม่ละความสนใจฮิโซกะที่อยู่ข้างสนามเสมอและ คอยระวังการโจมตีอย่างกะทันหันของเขาอยู่ตลอดเวลา
“แต่ถึงอย่างไร ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นก็เกิดมาจากสมาคมฮันเตอร์ของเราก่อน ดังนั้น ไม่ว่าความผิดของเขาจะเป็นอย่างไร เราก็จะขอเพียงยกเลิกคุณสมบัติสำหรับการสอบในปีนี้ แต่ในปีหน้าก็ยังสามารถสมัครสอบฮันเตอร์ได้ต่อ” หลังจากที่มิสไซล์ สตรอมพูดจบ ผู้สมัครที่ยังยืนอยู่ทุกคนต่างก็ตัวกระตุกไปทั้งตัว