เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่43-44

ตอนที่43-44

ตอนที่43-44


เมื่อเห็นดังนั้น พ็อคเคิ้ลก็นั่งลงบนพื้น ถอนหายใจโล่งอก

จากนั้นก็มองพี่น้องสองคนที่กำลังต่อสู้กันอยู่ข้างๆ ด้วยแววตาที่ว่างเปล่า

“นี่พี่ชาย ในฐานะพี่ ทำไมไม่เสียสละให้ผมสักครั้งล่ะ”

“บนเส้นทางแห่งความฝัน ไม่มีคำว่าพี่ว่าน้องหรอก!!” อโมริคนพี่กับอโมริคนรองทะเลาะกันไม่จบสิ้นและสุดท้ายก็ยังคงต้องใช้กำลังตัดสินผู้ผ่านเข้ารอบสุดท้าย

ท้ายที่สุดแล้ว ขนาดพี่น้องสองคนที่เป็นญาติสนิทก็ยังเริ่มลงมือกันแล้ว กับคนอื่นๆยิ่งไม่ต้องพูดถึง...เว้นพ็อคเคิ้ลไว้สักคนละกัน

ดังนั้น ภายในเวลาไม่ถึงสองชั่วโมง ผู้ผ่านเข้ารอบทั้ง 88 คนที่ได้รับชัยชนะก็มาถึงด้านนอกห้องเก็บไวน์ทางบันไดทั้งหมด

หลังจากสัมผัสศพ รอนก็ติดตามผู้สมัครคนสุดท้ายที่ผ่านเข้ารอบ ซึ่งเป็นพี่ชายคนโตในบรรดาสามพี่น้องอโมริลงมาถึงพื้นดิน และในเวลานี้ก็เป็นเวลาเที่ยงพอดี

“เอาละทุกคน ก่อนอื่น ยินดีด้วยที่ผ่านการทดสอบรอบแรกมาได้ แต่…ทุกอย่างก็เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!” ผู้คุมสอบรอบที่สองในชุดฉูดฉาด สไตล์พังก์กล่าวด้วยอารมณ์ที่เต็มเปี่ยม

เมื่อเทียบกับชายผมเหลืองที่ดูง่วงเหงาหาวนอนดูครึ่งหลับครึ่งตื่นแล้ว ช่างต่างกันอย่างสิ้นเชิง

จากนั้น ผู้คุมสอบก็นำผู้สมัครทั้ง 88 คนไปยังถ้ำแห่งหนึ่งในชานเมือง

“นี่คือของดีประจำเมืองแห่งนี้ เป็นหนึ่งในสถานที่ไม่กี่แห่งที่สามารถขุดแร่เมลามิได้…เอาล่ะ นี่คือบททดสอบรอบที่สอง ฉันต้องการให้พวกนายเข้าไปเอาแร่มาให้ฉันสามชิ้น”

“จำไว้ว่าสามชิ้น ขาดไปแม้แต่ชิ้นเดียวก็ไม่ได้นะเด็กๆ…” หากได้แร่มา ก็จะผ่านการทดสอบ บททดสอบแบบนี้สบายกว่าที่ผู้คุมสอบผมเหลืองให้มาเมื่อก่อนมาก

หลายคนคิดเช่นนั้น และต่างพากันแย่งกันเข้าไปในถ้ำ จากนั้นก็มีเสียงกรีดร้องดังขึ้นเป็นระลอก

ผู้สมัครบางคนที่ยังอยู่นอกถ้ำรีบหันไปมองผู้คุมสอบทันทีที่ได้ยินเสียง “เส้นทางภายในนั้นค่อนข้างซับซ้อน ดังนั้นระวังอย่าไปเจอสัตว์ประหลาดที่อาศัยอยู่ในเหมืองล่ะ…”

ไอ้บัดซบ ถ้าจะบอกช้าขนาดนี้ ไตรอบอกพรุ่งนี้เลยล่ะ!

ผู้สมัครหลายคนสาปแช่งในใจ แต่ก็ต้องระมัดระวังอย่างยิ่งยวดขณะเข้าไปในถ้ำอย่างระมัดระวัง

รอนและฮิโซกะเองก็เข้าไปตามลำดับ

ไม่มีอะไรจะกล่าวถึงหลังจากนี้ หลังจากสังหารสัตว์ประหลาดคล้ายแมงมุมสองหรือสามตัวที่ออกมาสร้างความวุ่นวาย และได้แร่มาสามชิ้น รอนก็ผ่านการทดสอบไปอย่างสมเหตุสมผล

อย่างไรก็ตาม มันมีเรื่องน่าสนใจระหว่างนั้นเช่นกัน คือเมื่อรอนเก็บแร่ชิ้นที่สามได้ ก็เกิดเหตุการณ์แปลกๆขึ้นเล็กน้อยขึ้น นั่นคือ แร่เองดูเหมือนจะมีแรงดึงดูดบางอย่างต่อสัตว์ประหลาดคล้ายแมงมุม

และเมื่อแร่สามชิ้นรวมกัน แรงดึงดูดก็ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นอย่างทวีคูณจนประหลาดแมงมุมจำนวนมากต่างกรูกันเข้ามา

ไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้คุมสอบจะต้องการแร่สามชิ้น...

หลังจากนั้น ก็มีคนทยอยออกมาเรื่อยๆ จนในที่สุดก็มีผู้ผ่านเข้ารอบที่สองทั้งหมด 43 คน

มีคนมากกว่าครึ่งหนึ่งถูกคัดออก ในจำนวนนี้ยกเว้นรอนและฮิโซกะที่เป็นหน้าใหม่ในการสอบฮันเตอร์ ที่เหลือล้วนเป็นผู้มากประสบการณ์ทั้งนั้น

จากนั้นก็มาถึงการทดสอบรอบที่สาม

ในตอนที่รอนกำลังรู้สึกเบื่อขณะกำลังเดินตามเจ้าหน้าที่ของสมาคมฮันเตอร์ไปยังสถานที่ทดสอบด่านต่อไป เขาก็พลันมีกำลังใจขึ้นมาทันทีหลังจากเห็นใบหน้าของผู้คุมสอบ เพราะผู้คุมสอบคนนี้คือคนที่ในฉบับต้นฉบับมาดักรอฮิโซกะเพื่อล้างแค้น แต่กลับถูกฮิโซกะฆ่าทิ้งในหอคอยทริกทาวเวอร์แทน

กล่าวอีกนัยหนึ่ง เขาคือคนน่าสงสารที่กำลังจะถูกฮิโซกะซ้อมจนปางตาย และนี่ก็เป็นเหตุผลหลักที่ทำให้ไม่มีใครสอบผ่านฮันเตอร์ในปีนี้เลย

รอนพลันสนใจ และเริ่มหลบไปยืนข้างๆอย่างเงียบๆ กลายเป็นผู้ชมขณะที่กำลังกินเมล็ดแตงโมไปด้วย

“43 คน…ตัวเลขนี้น้อยกว่าการทดสอบในปีก่อนๆ และน้อยกว่าตอนที่ฉันสอบฮันเตอร์มาก”

ผู้คุมสอบผู้น่าสงสารมองไปรอบๆ อย่างสบายๆโดยที่เชิดคอตั้งสูงขณะบ่นออกมาเบาๆพร้อมดูถูกผู้เข้าสมัครไปด้วย

“เฮ้อ…คนสมัยนี้แย่ลงเรื่อยๆเลย ดูท่าก็คงจะมาได้แค่นี้”

“หึ มีแต่หน้าเดิมๆทั้งนั้น พวกนายที่มาสอบหลายครั้งขนาดนี้แต่ก็ยังไม่ผ่านสักที นี่ไม่ได้หมายความว่าพวกนายไม่มีคุณสมบัติที่จะเป็นฮันเตอร์เลยเหรอ แล้วทำไมพวกคุณถึงยังอยู่ที่นี่อยู่อีก ทั้งที่ฉันแค่สอบครั้งเดียวก็ผ่านแล้ว”

สมองของชายคนนี้ป่วยจริงๆ รอนที่ซ่อนตัวอยู่ในฝูงชน สังเกตเห็นว่าบรรยากาศที่นี่ต่างผสมปนเปไปด้วยความไม่พอใจและความขุ่นเคืองที่ค่อยๆเพิ่มขึ้นในหมู่ผู้สมัครเรื่อยๆ

เขาก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า

บางสิ่งที่ชายคนนี้พูดก็คล้ายกับสิ่งที่บิสเก็ตพูดในตอนแรกเช่นกัน แต่คนหลังเป็นความรู้สึกและการหวนรำลึกถึงประสบการณ์ของตัวเองตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ส่วนสิ่งที่ชายคนนี้ทำก็เป็นแค่การดูถูกผู้สมัครและเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของพวกเขาเพื่อแสดงความเหนือกว่าที่เขาคิดเองเออเองไปคนเดียวทั้งนั้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเมื่อเกือบทุกคนที่อยู่ตรงนี้เป็นผู้ที่สอบมาแล้วหลายครั้ง

นี่...อีกฝ่ายไม่ได้กำลังดูถูกพวกตนหรอกเหรอ แล้วดูเหมือนจะตั้งใจซะด้วย!

“ท่านผู้คุมสอบ หัวข้อการทดสอบรอบที่สามของเราคืออะไรครับ” ในที่สุด ก็มีคนอดใจไม่ไหวและถามขึ้น ผู้สมัครที่เหลือก็มองไปที่เขาด้วย

แต่ผู้คุมสอบทำเพียงแค่เหลือบมองคนที่ส่งเสียงออกมา จากนั้นก็หันสายตาออกไปทันที ราวกับไม่เห็นอีกฝ่ายอยู่ในสายตาและกล่าววาจาอย่างโอหังว่า

“จะรีบไปไหน นายกำลังขัดจังหวะฉันอยู่นะ ถึงเวลาเดี๋ยวฉันก็บอกเองนั่นแหละ”

‘หึ ดูท่าสิ่งที่ฮิโซกะทำไปจะไร้เหตุผลซะทีเดียว'

แม้แต่รอนทีาได้เห็นอีกฝ่ายแสดงท่าทางเช่นนี้ ก็อยากจะเดินไปซัดสักทีสองที

สมาคมฮันเตอร์คิดอะไรอยู่ถึงได้เอาคนแบบนี้มาเป็นหัวหน้าผู้คุมสอบ

จากนั้น ราวกับว่าเขาสัมผัสได้ว่าบรรยากาศไม่ค่อยดีนัก เขาจึงหยุดพูดและเตรียมจะบอกเนื้อหาของการทดสอบรอบที่สาม

“การทดสอบรอบที่สาม การทดสอบที่ฉันจะให้ก็คือ...” เขากล่าว

จากนั้นก็เหลือบมองโดยไม่รู้ตัว และเห็นฮิโซกะส่งรอยยิ้มประหลาดให้เขา ดูเหมือนจะมีความประชดประชันและดูถูก

ผู้คุมสอบหลักหยุดพูดทันที หรี่ตาลงและมองฮิโซกะด้วยสีหน้าแปลกๆ “ผู้เข้าสอบคนนั้นน่ะ สีหน้าแบบนั้นมันคืออะไร?!”

ภายใต้สีหน้าที่ตกตะลึงของรอน ชายคนนั้นก็ตะโกนใส่ฮิโซกะโดยตรง

เขาไม่เห็นอันตรายในตัวฮิโซกะงั้นหรือ? กล้าที่จะเข้าไปหาเรื่องตรงๆ อย่างนั้นเหรอ?

รอนคิดด้วยสีหน้าแปลกๆ จากนั้นเขาก็เห็นรอยยิ้มบนใบหน้าของฮิโซกะกว้างขึ้นจนปากของเขาก็ดูเหมือนจะฉีกออก

พอเห็นเขาเป็นแบบนี้ รอนก็ถอยหลังออกไปอย่างเงียบๆ

เจ้านั่นมันคนบ้า ขืนยังยืนอยู่ต่อไปได้เดือดร้อนแน่

ไม่ใช่แค่รอนเท่านั้น ผู้สมัครคนอื่นๆ ที่มีประสบการณ์ก็สัมผัสได้ถึงอันตรายและเริ่มเคลื่อนไหว

“เห้ย ไม่ได้ยินที่ฉันพูดเหรอ? ทำหน้าแบบนั้น...

“ฉัวะ!”

“ฉัวะ!”

เสียงแหวกอากาศดังขึ้น ไพ่โป๊กเกอร์สองใบที่อัดแน่นด้วยพลังก็บินออกไปอย่างรวดเร็ว และก่อนที่ผู้คุมสอบจะทันได้ตอบสนอง พวกมันก็ฟันเข้าที่แก้มของเขาทันที

“อ้า!!”

พร้อมกับเสียงร้องอันน่าสังเวช ซึ่งบ่งบอกถึงความเจ็บปวด

ทันทีที่ฮิโซกะลงมือ รอนที่ถอยห่างออกไปไกล ก็หลีกเลี่ยงเรื่องวุ่นวายได้อย่างหวุดหวิด

หลังจากนั้น เขาก็เห็นผู้คุมสอบวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วโดยที่ใบหน้าเต็มไปด้วยเลือด ขณะที่ฮิโซกะกำลังสับไพ่ออมชอม และเดินตามเขาไปอย่างสบายๆ

ผู้คุมสอบของการทดสอบฮันเตอร์ถูกโจมตีโดยผู้สมัคร!

ผู้สมัครทุกคนที่หลบได้ทันต่างจ้องมองเหตุการณ์นี้ด้วยปากอ้าตาค้าง “การที่ผู้คุมสอบถูกผู้สมัครตามล่าก็คงเป็นเรื่องที่น่าอับอายสำหรับสมาคมฮันเตอร์ด้วยใช่ไหม?”

จากระยะไกล รอนเห็นเจ้าหน้าที่ของสมาคมฮันเตอร์ที่พาพวกเขามาที่นี่ รีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาเพื่อรายงานสถานการณ์

รอนอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสะใจ ตามการจัดการในฉบับต้นฉบับ เรื่องนี้ได้รับการแก้ไขไปอย่างไม่ยากเย็นอะไร ซึ่งคือการยุติการสอบ…

เพราะตอนนี้ฮิโซกะที่คลั่งไปแล้วจะปล่อยให้สอบต่อก็เป็นไปไม่ได้ ดังนั้นถ้าให้ดีที่สุดก็คือยุติการสอบตั้งแต่ตอนนี้ ส่วนผู้สมัครคนอื่นก็คงไม่มีใครไม่เห็นด้วย เพราะบรรยากาศและจิตให้ที่ฮึกเหิมในตอนแรกก็จางหายไปเยอะจสกเหตุการณ์ก่อนหน้านี้แล้ว บางทีคงจะดีกว่าที่จะกลับไปเตรียมสอบฮันเตอร์ในปีหน้า แต่...ถ้าจะสอบต่อก็ได้ แต่ต้องเอาฮิโซกะออกไปก่อน

ดังนั้น การทดสอบฮันเตอร์ครั้งนี้ก็ได้ดำเนินการมาจนถึงช่วงท้ายของการสอบปีนี้แล้ว

หลังจากนั้นไม่นาน

หลังจากฮิโซกะซ้อมผู้คุมสอบจนปาฝตาย สมาคมฮันเตอร์ก็ส่งคนมาจัดการเรื่องนี้ในที่สุด

ผู้สมัครสอบฮันเตอร์ตามล่าผู้คุมสอบ เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์สมาคมฮันเตอร์!

ทางสมาคมให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก ไม่เพียงแต่ส่งบุคคลสำคัญอย่างบีนส์ที่เป็นเลขาของประธานสมาคมมาเท่านั้น

แต่ยังรวมถึงหนึ่งในสิบสองนักษัตรตัวแทนความแข็งแกร่งของสมาคมฮันเตอร์ นั่นคือนักษัตรวัว มิสไซล์สตรอม

มิสไซล์ สตรอม ฮันเตอร์นักล่าอาชญากรระดับสองดาว ที่เป็นทั้งทนายความ ผู้พิพากษา และผู้บริหารบริษัทรักษาความปลอดภัย เขาเป็นผู้ยึดมั่นในกฏ ใจเย็น รับฟังเหตุผลและมีความเป็นธรรม

ดังนั้น การส่งเขามาไกล่เกลี่ยข้อพิพาทในเรื่องนี้นั้นย่อมเหมาะสมที่สุด

“หยุด‼!!” มิสไซล์ สตรอมกล่าว จากนั้นก็ชี้ไปที่ฮิโซกะด้วยการ์ดใบเหลืองในมือ

“ผู้สมัครคนนี้ โปรดหยุดพฤติกรรมที่รุนแรงของนายด้วย!”

มิสไซล์ สตรอม ในฐานะผู้ยึดมั่นในหลักการทางกฎหมายและหลีกเลี่ยงการกระทำที่รุนแรง เลือกใช้วิธีในการปรามฮิโซกะแบบประณีประนอที่สุด

ฮิโซกะที่กำลังจะฆ่าผู้คุมสอบโง่ๆ คนนั้น จ้องมองมิสไซล์ สตรอมครู่หนึ่ง จากนั้นก็ถอยหลังไปด้วยรอยยิ้มแปลกๆพลางคิดในใจ

“92 คะแนน”

นี่คือการประเมินมิสไซล์ สตรอมเบื้องต้นของฮิโซกะ

มิสไซล์ สตรอมเหลือบมองฮิโซกะอย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นฮิโซกะยอมประณีประนอม เขาก็ลดใบเหลืองในมือลงเล็กน้อย

จากนั้นก็โบกมืออีกข้างหนึ่ง เจ้าหน้าที่พยาบาลที่มาด้วยก็พาผู้คุมสอบที่โดนซ้อมปางตายขึ้นเปลหามและพาเขากลับไปรักษา

นอกจากเขาแล้ว ยังมีผู้สมัครอีก 20 กว่าคนที่หลบไม่ทันจนโดนลูกหลงไปด้วยที่ถูกหามออกไป

อีกด้านหนึ่ง บีนส์ก็แสดงความขอโทษต่อผู้สมัครอีก 22 คนที่ยังยืนอยู่ได้

“เป็นความประมาทเลินเล่อของสมาคมฮันเตอร์ของเราที่ทำให้เกิดเรื่องไม่คาดฝันเช่นนี้ขึ้นอย่างการแต่งตั้งผู้คุมสอบที่มีคุณสมบัติบกพร่องเช่นนี้ ดังนั้น ผมขอแสดงความขอโทษอย่างจริงใจต่อทุกคนด้วย” ขณะที่เขากล่าว บีนส์ก็โค้งคำนับต่อผู้สมัครทุกคน

เพราะก่อนที่จะมาถึง พวกบีนส์ก็ได้รู้เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นผ่านเจ้าหน้าที่ที่อยู่ในที่เกิดเหตุก่อนแล้ว

และคราวนี้ฝ่ายสมาคมฮันเตอร์ก็เป็นฝ่ายที่ผิดจริงๆ การจะขอโทษเหล่าผู้สมัครจึงเป็นเรื่องปกติ

จากนั้น…

“เพื่อไม่ให้การสอบของทุกคนล่าช้า และเพื่อเป็นการชดเชยให้กับทุกคน การทดสอบครั้งต่อไปจะเป็นการทดสอบรอบสุดท้าย” บีนส์กล่าวด้วยสีหน้าขอโทษอย่างรู้สึกผิด

จึงทำให้สีหน้าของผู้สมัครคนอื่นๆผ่อนคลายลงมาก แต่ก็ยังลังเลใจ และมองฮิโซกะที่ยืนอยู่ข้างๆ เป็นครั้งคราว

“เนื่องจากผู้สมัครหมายเลข 401 ไม่ได้ร้องเรียนต่อสมาคมผ่านช่องทางปกติและใช้การกระทำที่รุนแรงตามใจตนเอง เขาจึงถูกตัดสิทธิ์จากการสอบในครั้งนี้” ขณะมิสไซล์ สตรอมกำลังพูดก็ยังไม่ละความสนใจฮิโซกะที่อยู่ข้างสนามเสมอและ คอยระวังการโจมตีอย่างกะทันหันของเขาอยู่ตลอดเวลา

“แต่ถึงอย่างไร ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นก็เกิดมาจากสมาคมฮันเตอร์ของเราก่อน ดังนั้น ไม่ว่าความผิดของเขาจะเป็นอย่างไร เราก็จะขอเพียงยกเลิกคุณสมบัติสำหรับการสอบในปีนี้ แต่ในปีหน้าก็ยังสามารถสมัครสอบฮันเตอร์ได้ต่อ” หลังจากที่มิสไซล์ สตรอมพูดจบ ผู้สมัครที่ยังยืนอยู่ทุกคนต่างก็ตัวกระตุกไปทั้งตัว

จบบทที่ ตอนที่43-44

คัดลอกลิงก์แล้ว