เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่41-42

ตอนที่41-42

ตอนที่41-42


“...ไม่ล่ะ ฉันขอปฏิเสธ!” รอนรีบปฏิเสธไปโดยไม่รู้ตัว

“งั้นเหรอ น่าเสียดายจังเลยนะ ว่าแต่ ฉันยังไม่รู้ชื่อนายเลย นายชื่ออะไรเหรอ”

“รอน”

“โอ้ รอนน้อยนี่เอง!”

....รอนน้อย! เส้นเลือดผลุดขึ้นบนหน้าผากรอนในฉับพลัน เขาไม่น่าคุยกับฮิโซกะเลยจริงๆ

จากนั้น เขาก็หันหน้าไปหาคนอื่น พอเห็นดังนั้น ฮิโซกะก็หัวเราะสองครั้ง และเมื่อเห็นผู้สมัครคนหนึ่งมองไปรอบๆ อย่างกังวลอยู่คนเดียว เขาก็อดไม่ได้ที่จะเม้มปากและเดินเข้าไปหาคนนั้น

“ฉันจะหาใครดีนะ” เห็นว่าใกล้หมดเวลาแล้ว รอนก็รู้สึกจนปัญญาเล็กน้อย

“นี่! เราเป็นพี่น้องกันนะ! พวกพี่จะทิ้งฉันไว้คนเดียวแบบนี้ได้ยังไง!” เสียงกระวนกระวายใจดังเข้าหูรอน ทำให้เขาหยุดและหันไปมอง

“ถ้าพวกพี่จับคู่กัน แล้วผมที่อยู่คนเดียวจะทำยังไง!!” ในบรรดาสามพี่น้องอโมริ น้องคนเล็กสุดกุมศีรษะแล้วตะโกน

“มันช่วยไม่ได้นี่น้องชาย ก็ผู้คุมสอบบอกว่าให้จับคู่กันแค่สองคน อีกอย่าง ตอนนี้นายก็ไม่ใช่เด็กๆแล้ว ถึงเวลาเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาด้วยตัวเองได้แล้วนะ” พี่ชายคนรองในบรรดาสามพี่น้อง อดไม่ได้ที่จะสอนน้องชายเหมือนพี่ชายที่แสนดี

“แต่ผม...” ขณะที่คนน้องกำลังจะพูดโต้แย้ง เขาก็รู้สึกถึงการแตะบ่าเบาๆ

“อืม นายยังไม่มีคู่ใช่ไหม” เมื่อหันกลับมา เขาก็เห็นรอยยิ้มจริงใจของรอน

“พอดีฉันก็ยังไม่มีคู่เหมือนกัน”

“เจ้าเด็กใหม่—” อโมริคนน้องขัดขืนโดยไม่รู้ตัว จากนั้นก็ได้ยินรอนพูดต่อว่า:

“นายอาจจะคิดว่าฉันเป็นมือใหม่ แต่ความแข็งแกร่งของฉันก็ไม่ด้อยเลยนะ ฉันเคยไปถึงชั้น 150 ของหอประลองกลางหาวมาแล้ว”

“ชั้น 150 ของหอประลองกลางหาวงั้นเหรอ” ได้ยินดังนั้น ดวงตาของอโมริคนน้องก็เป็นประกาย

รู้ไหมว่าสามพี่น้องมักจะป้วนเปี้ยนอยู่ในหอประลองกลางหาวเพื่อหาเงินค่ากินค่าอยู่อยู่เป็นประจำ และสถิติที่ดีที่สุดของพวกเขาก็แค่ฟลุกๆ ขึ้นไปถึงชั้น 170 เท่านั้น

ดูเหมือนว่าไอ้หน้าใหม่คนนี้จะไม่ธรรมดาจริงๆ! ไม่น่าแปลกใจที่กล้ามาสอบฮันเตอร์!

อโมริคนน้องขยับมือด้วยความยินดีในใจ จากนั้นก็ตบไหล่รอนราวกับคนคุ้นเคยกันดี

“ดีมากไอ้หนุ่ม นายมีสายตาที่ดีนะเนี่ยถึงได้รีบมาหาฉันเพื่อจับคู่ ไม่ต้องห่วงนะ พี่อโมริคนนี้จะพานายผ่านการทดสอบรอบแรกไปให้ได้ ฮ่าฮ่าฮ่า!”

รอนยิ้มอย่างไม่คิเอะไรกับสิ่งที่ชายคนนี้ที่ดูไม่แก่กว่าตัวเองมากนักพูด

สิบนาทีผ่านไป

ผู้เข้าสอบทุกคนก็ได้จับคู่กันแล้ว รวมทั้งหมด 200 คู่ ส่วนคนที่โชคร้ายที่ไม่มีใครต้องการ ก็ถูกไล่ออกจากที่นี่ไปตามระเบียบ เขาถูกขับไล่ออกจากทางออกที่ปลอดภัยในห้องเก็บไวน์

“ได้คู่กันครบแล้วใช่ไหม ถ้าอย่างนั้นฉันจะเริ่มอธิบายเนื้อหาการทดสอบแล้ว”

“การทดสอบคือ…แย่งชิงป้ายหมายเลขของฝ่ายตรงข้ามมาให้ได้คู่ละ 2 ป้าย”

ผู้คุมสอบผมเหลืองตาคล้ำคาบบุหรี่ ชูฝ่ามือขึ้น และกางนิ้วสี่นิ้ว “นั่นหมายความว่า พวกนายจะต้องมีป้ายหมายเลขสี่อันในมือ และต้องแน่ใจว่าป้ายหมายเลขสองอันบนตัวจะไม่ถูกเอาไป”

“เพียงแค่คนสองคนจากทีมเดียวกันถือป้ายหมายเลขสี่อันรวมกัน แล้วเอามาให้ฉันดู ก็จะถือว่าผ่านได้”

“เอาล่ะ เงื่อนไขก็ได้บอกไปแล้ว ส่วนที่เหลืออย่างวิธีการแย่งชิงป้ายหมายเลข พวกนายก็ต้องคิดกันเอาเอง”

หลังจากพูดจบ ผู้คุมสอบก็ปรบมือและนั่งลงบนบันได “ถ้าอย่างนั้น เริ่มการทดสอบได้!”

หลังเขาพูดจบ บรรยากาศในบริเวณนั้นก็เปลี่ยนไปทันที

“แย่งป้ายหมายเลขเหรอ ในการสอบฮันเตอร์ การทดสอบแบบนี้มีให้เห็นบ่อยมาก—”

อย่างการทดสอบในครั้งที่ 288 ที่จะผ่านด่านได้หลังจากได้รับป้ายหมายเลขห้าอัน ซึ่งทุกอย่างก็เกี่ยวข้องกับป้ายหมายเลขทั้งสิ้น

เมื่อรู้ถึงกติกาผ่านด่าน บรรยากาศก็ยิ่งแย่ลงเรื่อยๆ ในสถานการณ์นี้ ขอเพียงมีชนวนเพียงนิดเดียว ทุกอย่างก็พร้อมปะทุออกมาได้

อโมริคนน้องก้มหน้าคิด “อันดับแรก ฉันควรจะติดต่อพี่ชายและคนอื่นๆก่อน แล้วจากนั้น...”

“ปัง! ปัง!”

ก่อนที่เขาจะคิดจบ เขาก็ได้ยินเสียงเบาสองครั้งข้างหู เขาหันไปตามเสียงโดยไม่รู้ตัว แล้วก็ตัวแข็งทื่อ ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น แต่แม้แต่ผู้เข้าสอบคนอื่นๆ ที่มองมาก็เบิกตากว้าง

“ขอโทษที พอดีสองคนนั้นคิดจะลอบโจมตีฉันน่ะ ฉันเลยต้องลงมือ รบกวนทุกคนแล้ว”

รอนกล่าวด้วยรอยยิ้มพร้อมมือของเขาคลายออก จากนั้นนักฆ่าหน้าใหม่ทอนป้าที่กำลังน้ำลายฟูมปากตาเหลือกกับโซมิคู่ของเขาก็ร่วงลงสู่พื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง เห็นได้ชัดว่าหมดสติไปแล้ว

“นั่นคือทอนป้านักฆ่าหน้าใหม่...” คนที่เคยสอบฮันเตอร์มาก่อนบางคนกระซิบกับตัวเอง จสกนั้นมองรอนด้วยความกลัวโดยไม่มีร่องรอยของการดูถูกเลยแม้แต่น้อย

ถึงกับทำให้ทอนป้านักฆ่าหน้าใหม่ตกรอบตั้งแต่รอบแรก เด็กใหม่คนนี้ทรงพลังมาก!

อโมริคนน้องก็มองรอนด้วยความตะลึงเล็กน้อย “นี่...นี่คือความแข็งแกร่งของชั้น 150 จริงๆหรือ ไม่สิ อาจจะมากกว่านั้นซะอีก!”

โชคดีที่อโมริคนน้องไม่ใช่คนโง่ เขาตอบสนองได้อย่างสบายๆและจากนั้นสายตาที่เขามองรอนก็เปลี่ยนไป

ก่อนหน้านี้เขาก็ยังจำสิ่งที่ตนพูดกับรอนได้อยู่เลยจึงอดไม่ได้ที่หน้าตาจะออกดูเกร็งๆไปบ้าง

เขากลืนน้ำลายดังเอื้อก จากนั้นก็เดินไปหารอนด้วยรอยยิ้มที่ฝืนๆ บนใบหน้า

“นั่น...”

“อ้า!!!”

ทันทีที่อโมริพูดได้สองคำ เสียงกรีดร้องอีกครั้งก็ดังขึ้นข้างหูจนทำให้เขาตัวสั่นโดยไม่รู้ตัว

รอนก็ได้ยินความเคลื่อนไหวเช่นกัน เลยมองไปรอบๆ

สิ่งที่เห็นคือฮิโซกะที่ถือไพ่โป๊กเกอร์อยู่ในมือข้างหนึ่ง ยืนอยู่คนเดียวในบ่อเลือดที่เท้าเขา โดยมีรอยยิ้มโรคจิตประดับอยู่บนใบหน้า

เขาไม่ได้ตั้งใจจะควบคุมตัวเองเลย เขายกมือขึ้นอีกครั้งภายใต้สายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของเพื่อนร่วมทีมของอีกฝ่าย

เพื่อนร่วมทีมของชายที่ล้มอยู่ในบ่อเลือดรูม่านตาขยาย จากนั้นเลือดก็ไหลอาบคอ และร่างกายก็ร่วงหล่นลงมาอย่างหมดแรง

“ไปเอาป้ายหมายเลขของทั้งสองคนนั้นมาสิ” ฮิโซกะกล่าวโดยหันหลังให้เพื่อนร่วมทีม จนทำให้เพื่อนร่วมทีมตัวสั่นเล็กน้อย

“...ครับ”

เขาเดินไปข้างหน้าอย่างสั่นเทา หยิบป้ายหมายเลขสองอันที่เปื้อนเลือดขึ้นมา แล้วจากนั้นก็เดินกลับมา

ระหว่างทางไม่มีใครกล้าเข้ามาแย่งชิงเลย ทุกคนต่างรีบออกห่างจากฮิโซกะด้วยความกลัว จนปล่อยให้มีพื้นที่กว้างใหญ่ด้านข้างเขา

“หน้าใหม่ปีนี้ดูเหมือนจะไม่ธรรมดาเลยแฮะ...”

ผู้คุมสอบผมเหลืองมองรอนและฮิโซกะอย่างตั้งใจ จากนั้นก็หาวอีกครั้ง

การกระทำของรอนและฮิโซกะทำให้ห้องเก็บไวน์เงียบไปชั่วขณะ จากนั้นการต่อสู้ที่รุนแรงกว่าเดิมก็ปะทุขึ้น

เสียงต่อสู้และเสียงกรีดร้องดังขึ้นไม่หยุด หลังจากได้รับคุณสมบัติในการเลื่อนขั้นและระบายอารมณ์ออกไปเล็กน้อย ฮิโซกะก็ดูเหมือนจะเข้าสู่ห้วงเวลาแห่งความสงบ และพาเพื่อนร่วมทีมที่ตัวสั่นไปที่ด้านข้างแล้วรอ

ส่วนรอน เขาก็ยกตัวอโมริคนน้องที่อยากจะช่วยพี่ชายของเขาไปที่ข้างสนามเหมือนลูกเจี๊ยบ

หลังจากเห็นความแข็งแกร่งของรอน อโมริก็ไม่กล้าขัดขืนโดยธรรมชาติ และเชื่อฟังอยู่ข้างๆ

เมื่อเวลาผ่านไป ผู้คนจำนวนมากก็เริ่มผ่านการทดสอบและยืนอยู่นอกสนามเพื่อรักษาอาการยาดเจ็ยบ

สองชั่วโมงต่อมา เสียงตะโกนและการฆ่าฟันในโถงก็ค่อยๆลดลงและหายไปในที่สุด

ผู้คุมสอบผมเหลืองจุดบุหรี่มวนสุดท้ายของเขา

“176 คน มากกว่าที่ฉันคิดไว้นิดหน่อย” ผู้คุมสอบผมเหลืองกรอกตา จากนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วกดโทรออก

ไม่นานนัก ชายชุดดำก็เข้ามาจากทางออกฉุกเฉินของห้องเก็บไวน์และพาผู้สมัครที่ถูกคัดออกโดยการเอาป้ายหมายเลขไปออกไป

“พ๊อคเคิ้ลกับปอนซ์, เกรต้ากับหมองูบาร์บอน... แล้วก็พี่น้องอโมริอีกสองคน พวกเขาน่าผ่านการสอบแล้วใช่ไหม”

รอนไม่ได้มองอโมริที่กลับไปอยู่ข้างพี่น้องอีกครั้ง แต่เหลือบมองไปรอบๆ ครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับมา

เขาเห็นคนที่มีใบหน้าคุ้นเคยหลายคนผ่านการสอบ และแน่นอนว่าก็มีนักสู้ผู้มากประสบการณ์บางคนถูกคัดออกเช่นกัน เช่น ทอนป้าและโซมิที่ถูกรอนจัดการไป และยังมีโบโดโร่ด้วยอีกคนที่โดนคัดออก

“ในเมื่อทุกคนผ่านการทดสอบครึ่งแรกมาได้แล้ว งั้นเราจะเริ่มการทดสอบครึ่งหลังขึ้นทันที”

ผู้คุมสอบผมเหลืองพูดขึ้นอย่างทันท่วงที “กฎสำหรับครึ่งหลังนั้นง่ายมาก...”

เห็นสายตามากมายที่มองมา เขาก็เผยรอยยิ้มจนฟันเหลืองๆ ของเขาโผล่ออกมา

“นั่นคือ การเอาชนะเพื่อนร่วมทีมที่เพิ่งจับคู่กับตัวเองเพื่อผ่านด่านเมื่อครู่มา” ทันทีที่ผู้คุมสอบผมเหลืองพูดจบ สีหน้าของหลายคนก็เปลี่ยนไปทันที

อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้สนใจสีหน้าของทุกคนเลย และยังคงพูดต่อว่า: “ไม่ว่าจะฆ่าหรือทำให้สลบ ตราบใดที่สามารถทำให้อีกฝ่ายหมดความสามารถในการต่อสู้หรือยอมแพ้ได้ ก็ถือว่าผ่านการทดสอบรอบแรกแล้ว”

“มีเพียงการเอาชนะคู่ต่อสู้ของตัวเองได้เท่านั้น พวกนายจึงจะสามารถปีนบันไดนี้ขึ้นไปได้ ส่วนด้านนอกจะมีผู้คุมสอบสำหรับการทดสอบรอบที่สองรอพวกนายอยู่”

ผู้คุมสอบผมเหลืองกล่าว จากนั้นก็ปรบมือ เสียงปรบมืออันกังวานก็ดังขึ้นในห้องเก็บไวน์ที่ว่างเปล่า “ถ้าอย่างนั้น กำหนดเวลาการต่อสู้สองชั่วโมงนับจากนี้ เมื่อหมดเวลา ถ้ายังตัดสินผู้ชนะไม่ได้ก็จะถูกคัดออก เอาล่ะ การต่อสู้ครึ่งหลังของการทดสอบ...เริ่ม!”

สองคนที่เพิ่งต่อสู้เคียงข้างกันเมื่อครู่ ตอนนี้กลับกำลังจะชักดาบเข้าหากัน

ในสถานการณ์นี้ไม่มีใครสักคนที่จะยังยินดีอยู่ได้ที่ต้องมาสู้กับเพื่อนกับพี่น้องที่เพิ่งร่วมสู้กันมา

ต้องบอกเลยว่า บททดสอบของผู้คุมสอบผมเหลืองนั้นแย่จริงๆ แต่ไม่ว่าจะเลวร้ายแค่ไหนมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับรอน เขามองอโมริคนน้องที่กำลังตัวสั่นอยู่ตรงนั้น และอดไม่ได้ที่จะส่ายหน้า

“ไม่ต้องห่วง ฉันจะเบามือให้ นายจะไม่เจ็บนักหรอก...” ได้ยินดังนั้น อโมริคนน้องที่ยังไม่ทันตั้งตัวก็ถูกรอนฟาดเข้าที่ท้ายทอยและสลบลงไปบนพื้นแล้ว

พี่น้องอโมริทั้งสามคน รวมถึงทอนป้าและโซมิล้วนเป็นพวกที่สร้างสีสันสำหรับเนื้อเรื่องหลักที่จะเริ่มขึ้นนับจากนี้ แม้ว่าจะฆ่าเพื่อดูดทักษะไปเลยอาจจะดี แต่ไม่ว่าจะดูดปีนี้หรือปีหน้าก็คงไม่ต่างกันเท่าไร

หลังจากที่รอนทำให้อโมริสลบไปแล้ว แทนที่จะเดินขึ้นบันได เขาก็เดินไปยังผู้สมัครคนหนึ่งที่ถูกฆ่าตายจากการแย่งชิงป้ายหมายเลข เพราะคงน่าเสียดายแย่ที่จะปล่อยให้ศพมากมายขนาดนี้เสียเปล่า

ฮิโซกะก็เหลือบมองรอนด้วยรอยยิ้ม พร้อมสังหารเพื่อนร่วมทีมที่น่าสงสารของเขาอย่างไม่ใยดี และเดินขึ้นบันไดไปก่อน

จากนั้น เสียงสังหารในห้องเก็บไวน์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง

“เอาล่ะ เธอควรไปได้แล้ว ส่วนฉันจะมาสอบใหม่ปีหน้า” พ็อคเคิ้ลมองปอนซ์ที่ลังเลที่จะพูดอะไรบางอย่าง และกล่าวด้วยรอยยิ้มที่ฝืนๆ บนใบหน้า

“...อืม”

ปอนซ์อ้าปาก ไม่รู้จะพูดอะไรดี แต่ในที่สุดเธอก็พยักหน้าเบาๆ และเดินขึ้นบันไดไป

จบบทที่ ตอนที่41-42

คัดลอกลิงก์แล้ว