ตอนที่39-40
ตอนที่39-40
หากปราศจากความช่วยเหลือจากผู้นำทาง ผู้เข้าสอบก็ยากที่จะเดินทางไปถึงสถานที่จัดงาน
ผู้เข้าสอบจะต้องค้นหาผู้นำทางที่เกี่ยวข้องในแต่ละทวีปและภูมิภาคเสียก่อน และจะต้องผ่านการยืนยันพรสวรรค์จึงจะสามารถไปถึงสถานที่จัดงานได้
แน่นอนว่านี่สำหรับผู้สมัครหน้าใหม่ ส่วนนักสู้ผู้มากประสบการณ์ที่เคยสอบฮันเตอร์มาหลายครั้งก่อนหน้านี้ จะถูกส่งตรงไปยังห้องสอบทุกปี เพราะได้รับการยอมรับจากผู้นำทางแล้ว
“อาคารร้าง” รอนครุ่นคิด จากนั้นก็ส่ายหน้าและยิ้ม
“จะไปเปลืองแรงและสร้างความลำบากทำไม ในเมื่อก็รู้ทิศทางที่ชัดเจนอยู่แล้ว” ทันทีที่คิดได้ รอนก็กล่าวลาบิสเก็ต ส่วนชิสุคุนั้น เมื่ออยู่กับอาจารย์โลลิผู้เก่งกาจ รอนก็วางใจได้
จากนั้น แทนที่จะไปที่อาคารร้างใดๆ รอนก็ขึ้นเรือเหาะไปยังเกาะดอลลี่
สองวันต่อมา เขาก็มาถึงเกาะแห่งนี้
ท่าเรือโดเรย์ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อทั้งทางทะเลและทางอากาศ ที่ท่าเรือ รอนมองดูเรือเทพธิดาที่ค่อยๆ แล่นเข้ามาใกล้บนเส้นขอบฟ้าแต่ไกลก็อดไม่ได้ที่จะยิ้ม และเดินตรงไปยังต้นสนขนาดใหญ่ที่อยู่สูงที่สุดของเกาะ
เมื่อมีเป้าหมายที่ชัดเจน รอนก็ใช้หลักการความเรียบง่ายทันที โดยการเดินฝ่าภูเขาและป่าไป ในขณะเดียวกัน ระหว่างการเดินทาง เขาก็ปล่อยออร่าออกมาเล็กน้อยเพื่อห่อหุ้มร่างกาย ทำให้เหล่าสัตว์ร้ายที่สัมผัสได้ถึงอันตรายโดยสัญชาตญาณต่างพากันถอยหนีไปทีละตัว
หลังจากเดินฝ่ามาตลอดทาง ไม่นานนัก รอนก็มาถึงบ้านหลังเล็กใต้ต้นสนยักษ์ เขาไม่ได้ปกปิดอะไรมากนัก แต่กลับเปิดเผยพลังออร่าของเขาออกมาปกคลุมร่างกายโดยตรงด้วยและแผ่แรงกดดันที่ไม่ธรรมดาออกมา
“ขอโทษนะครับ ผู้นำทางการสอบฮันเตอร์อยู่ที่นี่หรือเปล่าครับ ผมเองก็เป็นผู้สมัครที่ลงทะเบียนในครั้งนี้ครับ” รอนส่งเสียงถามผ่านประตูกระท่อมหลังเล็กอย่างนุ่มนวล
หลังจากความเงียบชั่วครู่ ก็มีเสียงดังขึ้นภายในห้อง “อ่า…อยู่ พวกเราคือผู้นำทางของการสอบ แต่ถ้าคุณต้องการไปสถานที่สอบ โปรดรออีกหนึ่งวัน เราจะออกเดินทางตอนเที่ยงคืน”
เรือเทพธิดาเพิ่งเข้าเทียบท่า ยังมีผู้สมัครอีกมากมายอยู่บนเรือ หากพวกเขาสามารถมาถึงต้นสนขนาดใหญ่และผ่านการทดสอบในวันนี้ไปได้
พวกเขาก็จะถูกพาไปยังสถานที่นัดพบพร้อมกัน เวลาหนึ่งวันนี้เหมือนกับเวลาที่สำรองไว้สำหรับการตอบคำถามระหว่างการสอบ ที่เมื่อหมดเวลา ผู้คุมสอบจะเก็บข้อสอบทันที
รอนก็รู้ว่านี่เป็นกฎและไม่มีอะไรผิดปกติ และจากน้ำเสียงของอสูรจิ้งจอกเมื่อครู่นี้ อีกฝ่ายคงรู้ถึงสถานะและความสามารถของเขาแล้ว
ด้วยเหตุนี้ รอนจึงหาสถานที่พักผ่อน แล้วนั่งขัดสมาธิลงพลางฝึกฝนเน็นไปด้วย
อสูรจิ้งจอกในกระท่อมหลังเล็กมองรอนผ่านหน้าต่าง จากนั้นก็หันสายตาไป และทุกอย่างก็กลับมาสงบลงอีกครั้ง
เวลาผ่านไปอย่างช้าๆ ท้องฟ้าก็มืดลงเรื่อยๆ จนพระจันทร์เริ่มลอยสูงขึ้นบนท้องฟ้า
เมื่อถึงเที่ยงคืน รอนก็ลืมตาขึ้น เสียงประตูห้องบ้านก็ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด และมีจิ้งจอกสีเหลืองตัวสูงใหญ่เดินออกมา
“รอมานานแล้วสินะ จากนี้ไป ข้าจะพาเจ้าไปยังสถานที่สอบฮันเตอร์ในครั้งนี้เอง”
รอนพยักหน้าและไม่พูดอะไรอีก ในครั้งนี้ มีเพียงเขาเท่านั้นที่ติดตามอสูรจิ้งจอกไป ไม่มีผู้สมัครคนอื่นมาถึงต้นสนหลังจากเขาได้เลย
รอนจับเท้าของอสูรจิ้งจอก จากนั้นอสูรจิ้งจอกตัวนั้นก็กระพือปีกและบินขึ้นสู่ท้องฟ้าในพริบตา
สามถึงสี่ชั่วโมงต่อมา พวกเขาก็มาถึงชานเมืองแห่งหนึ่งและอสูรจิ้งจอกก็พาเขาเข้าไปในเมือง
ในเมือง อสูรจิ้งจอกได้กลายร่างเป็นมนุษย์แล้ว เพราะหากยังอยู่ในร่างอสูรต่อจะทำให้มันโดดเด่นเกินไปซึ่งไม่ใช่เรื่องดี แม้ว่าเขาจะเป็นผู้นำทางของสมาคมฮันเตอร์ก็ตาม—
“เจ้าไปที่บาร์ข้างหน้าแล้วบอกบาร์เทนเดอร์ข้างในว่าเจ้าต้องการไวน์ผลไม้สีชมพูสองแก้ว เบียร์สดสามแก้ว และซุปแก้แฮงค์สิบชาม แล้วเขาจะพาเจ้าไปยังที่ที่เจ้าต้องไปเอง” อสูรจิ้งจอกชี้ไปที่บาร์ที่ค่อนข้างทรุดโทรมที่อยู่ข้างหน้าและกล่าว
“ขอบคุณ” หลังจากขอบคุณอสูรจิ้งจอกแล้ว ทั้งสองก็กล่าวลากัน และรอนก็เข้าไปในบาร์
หลังจากตรวจสอบรหัสกับบาร์เทนเดอร์ เขาก็ถูกพาเข้าไปในลิฟต์และลงไปในห้องเก็บไวน์ใต้ดินขนาดใหญ่
เมื่อเขาลงมา เขาก็ได้รับป้ายหมายเลขของเขาหมายเลข 400
ในห้องเก็บไวน์ใต้ดิน มีผู้คนจำนวนมากรออยู่ก่อนแล้ว หลังจากเห็นรอนเข้ามา พวกเขาก็เพียงแค่เหลือบมองอย่างระมัดระวังแล้วก็หันสายตากลับไป
“สามพี่น้องอโมริ, ปอนซ์คนเลี้ยงผึ้ง, หมองู, พ็อคเคิ้ล, เกรต้า, โซมิ, โบโดโร่... คนคุ้นเคยกันทั้งนั้นเลย~”
รอนมองไปรอบๆ อย่างสบายๆ และพบว่ามีใบหน้าคุ้นเคยมากมาย ในเวลานี้ สายตาของเขาก็เลื่อนไปเรื่อยๆจนเห็นผู้สมัครทางซ้ายที่มีจมูกใหญ่ในชุดสูทสีเทา-เหลือง และมีใบหน้าแบบผู้มีความน่าเชื่อถือกำลังเดินเข้ามา
“สวัสดี ดูเหมือนนายจะเป็นเด็กใหม่สินะ ฉันชื่อทอนป้าผู้มีประสบการณ์การสอบฮันเตอร์มายาวนานถึง 34 ปี” ขณะที่เขากล่าว รอยยิ้มที่เรียบง่ายและซื่อสัตย์ก็ปรากฏบนใบหน้า ที่ดูไร้พิษภัยของเขา
“จริงเหรอครับ ในเมื่อคุณเป็นผู้มีประสบการณ์มากมายนาดนี้ งั้นการสอบต่อจากนี้คงต้องรบกวนคุณทอนป้าแล้วครับ” รอนกล่าวด้วยรอยยิ้มที่จริงใจเล็กน้อยบนใบหน้า เพียงแต่ส่วนโค้งของรอยยิ้มนี้เหมือนกับรอยยิ้มที่บิสเก็ตแสดงออกเมื่อเธอกำลังล่อลวงคน อาจกล่าวได้ว่าอาจารย์เป็นเช่นไร ศิษย์ก็เป็นเช่นนั้น~
หลังจากทอนป้าเห็นปฏิกิริยาของรอน รอยยิ้มบนใบหน้าของเขาก็ยิ่งโค้งกว้างมากขึ้น
“ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่เป็นไรหรอก ถ้าไม่เข้าใจอะไรก็ถามฉันได้เลย... อ้อ นายหิวน้ำไหม พอดีฉันมีน้ำผลไม้อยู่สองกระป๋องน่ะ อ่ะ”
เมื่อเห็นท่าทางใจดีของทอนป้า บรรดาคนที่รู้พฤติกรรมของเขาก็พากันสบถในใจอย่างดูถูก จากนั้นก็เฝ้าดูปฏิกิริยาของรอนอย่างสนใจ
“ขอบคุณ...” ทว่า ก่อนที่รอนจะได้ทันมีปฏิกิริยาอะไร จู่ๆ หัวใจของเขาก็เต้นผิดจังหวะ และหันหน้าไปทางทิศหนึ่งทันที เขามองเห็นชายคนหนึ่งที่แต่งหน้าเป็นตัวตลก ถือไพ่โป๊กเกอร์อยู่ในมือและมองมาที่เขาด้วยรอยยิ้มแปลกๆ
“ฮิโซกะ มาอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วยเหรอ?” รอนคิดในใจขณะมองดูป้ายหมายเลข 401 ที่แขวนอยู่บนอกของเขา และค่อยๆระมัดระวังตัวขึ้นมา
“ฉันไม่เคยเห็นเขามาก่อน ดูท่าน่าจะเป็นหน้าใหม่ แต่ดูแล้วไม่น่าจะจัดการง่ายๆ เลย—” หลังจากเห็นฮิโซกะ ทอนป้าก็อยากจะเข้าไปทักทาย แต่หลังจากคิดทบทวนแล้ว เขาก็เลือกที่จะอยู่เฉนๆดีกว่า
ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปีในการสอบฮันเตอร์โดยยังรอดจนมาถึงตอนนี้ สายตาของเขาก็ถือว่าได้รับการจัดเกลามาบ้าง
“โอ้ว ไม่ได้เจอกันเดือนกว่า ความแข็งแกร่งของนายดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นมาไม่น้อยเลย ฉันก็คิดว่านายจะแอปเปิลที่กำลังเติบโต แต่ไม่คิดว่าจะสุกเร็วขนาดนี้!”
ฮิโซกะผู้คิดว่าตนเป็น “คนปลูกผลไม้” เลียริมฝีปาก มองรอนโดยไม่ปิดบังอะไรในดวงตา
รอนหันหน้าหนีไป ตอนนี้ความแข็งแกร่งของเขาเทียบเท่ากับฮิโซกะแล้ว ไม่ว่าจะชนะหรือไม่ อย่างน้อยก็สามารถป้องกันตัวเองได้อย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงไม่สุภาพนัก
และในขณะนั้นเอง ก็มีเสียงประตูเปิดเบาๆดังขึ้น ร่างของทุกคนก็สั่นสะเทือนพร้อมกัน และมองไปยังบันไดเดียวในห้องเก็บไวน์เป็นตาเดียว
ตรงนั้น มีชายวัยกลางคนสวมเสื้อแจ็กเก็ตลำลอง ผมสีเหลือง ใต้ตาคล้ำ เบ้าตาลึก และหาวออกมาพลางเดินลงมา
เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาของทุกคน เขามองไปรอบๆ อย่างสบายๆ จากนั้นก็หยิบกระดิ่งออกมาจากอกเสื้อแล้วเขย่า: “ถึงเวลาแล้ว การสอบฮันเตอร์ครั้งที่ 286 มีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 401 คน” เสียงของเขาดูอ่อนแรง แต่ทุกคนก็ฟังอย่างเคร่งขรึม
“ฉันเป็นหัวหน้าผู้คุมสอบของการทดสอบด่านแรก ชื่อของฉัน...มันยุ่งยากเกินไป เลยไม่ขอพูดถึงแล้วกัน
อย่างไรก็ตาม การผ่านด่านแรกนั้นไม่ง่ายเลย เรามาเข้าเรื่องกันเลยดีกว่า”
“เนื้อหาของการทดสอบด่านแรก...” ผู้คุมสอบผมเหลืองตาคล้ำเม้มปาก จากนั้นก็จมอยู่ในความคิดลึกๆ เห็นเขาครุ่นคิด มุมปากของหลายคนก็กระตุกขึ้นมา
“ท่านผู้คุมสอบครับ นี่ท่านยังไม่ได้คิดเนื้อหาการทดสอบมาใช่ไหมครับ”
“อ้า! ขอโทษที เมื่อคืนฉันคิดเนื้อหาการทดสอบไว้แล้ว แต่พอเช้ามาดันลืมไปซะแล้ว”
จู่ๆ มือซ้ายของผู้คุมสอบผมเหลืองตาคล้ำก็กำหมัดและทุบลงบนฝ่ามือขวา “นึกออกแล้ว”
ผู้เข้าสอบ: “...”
แกลืมเรื่องสำคัญขนาดนี้ได้ยังไง เมื่อคืนแกไปทำอะไรมากันแน่ ชั่วขณะหนึ่ง ผู้เข้าสอบบางคนก็วอกแวกและอดไม่ได้ที่จะมองผู้คุมสอบที่ไม่น่าเชื่อถือคนนี้ด้วยสายตาที่ครุ่นคิด
“เอาล่ะ ที่ฉันคิดก็คือ ถ้าคนเยอะเกินไป งั้นก็ต้องกำจัดคนออกไปให้ได้มากที่สุดก่อน ดังนั้นในการทดสอบรอบแรก ฉันได้เตรียมส่วนแรกและส่วนหลังไว้แล้ว” ผู้คุมสอบผมเหลืองใต้ตาคล้ำพูดพลางหยิบบุหรี่ออกมาจากกระเป๋าและเริ่มสูบ
เมื่อผู้เข้าสอบได้ยินดังนั้น ในใจของพวกเขาก็สั่นสะท้าน และหยุดคิดเรื่องอื่นทันที จากนั้นก็ตั้งใจฟังการจัดเตรียมของผู้คุมสอบ
“ก่อนการทดสอบอย่างเป็นทางการ พวกนายก็หาคู่แล้วจับคู่กันก่อน” ผู้คุมสอบกล่าวอย่างขี้เกียจ
“หลังจากจับคู่กันแล้ว ฉันจะบอกเนื้อหาของการทดสอบต่อไป”
ทันทีที่เขาพูดจบ ผู้เข้าสอบคนหนึ่งก็ยกมือขึ้นแล้วกล่าวว่า “แต่ผู้คุมสอบ พวกเรามี 401 คนตรงนี้ แล้วคนที่ไม่ได้จับคู่ล่ะครับ?”
“ก็กำจัดออกไปเลยสิ!” ผู้คุมสอบผมเหลืองหรี่ตามองผู้พูด
“ถูกคน 400 คนปฏิเสธและไม่เต็มใจที่จะจับคู่ แล้วยังมีหน้าคิดจะเป็นฮันเตอร์อยู่อีกเหรอ”
ขณะที่เขาพูด เขาก็โบกมืออย่างหงุดหงิด “เร็วเข้า! ภายในสิบนาที ผู้สมัครทุกคนที่ยังไม่ได้จับคู่จะถูกคัดออก!”
ทันทีที่สิ้นเสียง ห้องเก็บไวน์ใต้ดินก็พลันเกิดความวุ่นวายราวตลาดสด รอนมองดูผู้สมัครคนอื่นๆที่เริ่มจับคู่กัน และพยายามมองซ้ายมองขวา หาผู้สมัครที่ดูไม่เลวมา แต่ด้วยรอนที่เป็นหน้าใหม่ ที่จู่ๆก็อยากหาคนมาจับคู่ด้วย แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าการทดสอบต่อไปจะเป็นอย่างไร แต่บรรดาคนที่เตอร์สอบฮันเตอร์มาก่อนก็เข้าหาคนประเภทเดียวกันโดยไม่รู้ตัวจนเขาแทบจะหาคนมาคู่ไม่ได้เลย
หลังจากค้นหาอยู่ครู่หนึ่ง รอนก็พบว่าผู้สมัครส่วนใหญ่จับคู่กันแล้ว โซมิคู่กับทอนป้า,พ๊อคเคิ้ลกับปอนซ์, เกรต้ากับหมองู... ส่วนคนที่เหลือ— รอนเหลือบมองฮิโซกะที่กำลังหาคนจับคู่เช่นกัน
อีกฝ่ายราวกับรู้สึกถึงสายตาของเขา ก็หันกลับมามอง พอเห็นว่ารอนก็อยู่คนเดียวเช่นกัน เขาก็หัวเราะออกมาทันที
“ฮ่าฮ่า นายเองก็ยังไม่มีคู่เหมือนกันสินะ ว่าไง มาจับคู่กับฉันไหม”