ตอนที่37-38
ตอนที่37-38
“พรสวรรค์ด้านความเร็ว ระดับกลาง!”
และเมื่อรวมกับรวมพรสวรรค์ด้านความเร็วระดับกลางที่รอนสะสมไว้ก่อนหน้านี้รวมเป็นห้าชิ้น ก็สามารถสังเคราะห์เป็นระดับสูงได้ ในกรณีนี้ รอนจึงมีพรสวรรค์ด้านพละกำลังระดับสูง ความเร็วระดับสูง และพรสวรรค์ด้านศิลปะการต่อสู้ระดับสูง
และเมื่อรวมกับการฝึกฝนเน็นให้ชำนาญขึ้นอีกสักเล็กน้อย รอนก็แทบจะไม่มีข้อบกพร่องใดๆแล้ว
“ดาบที่เป็นสมบัติของบรรพบุรุษสำนักคลื่นกระแทกฝ่ายใต้ ผู้ที่มิใช่เจ้าสำนักไม่อาจครอบครองได้” หนึ่งในสมบัติที่ได้รับทำให้รอยประหลาดใจอย่างยิ่งจนหยุดชะงักไประยะหนึ่ง
ดูเหมือนว่าฉันจะพบบางสิ่งที่น่าเหลือเชื่อ รอนกะพริบตา จากนั้นก็พลิกฝ่ามือ และมีดทองแดงเก่าแก่ก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา
ใบมีดมีสีเหลืองโบราณและมีลวดลายบางอย่างปกคลุมอยู่อย่างหนาแน่น เมื่อมองด้วยเงียวจสกหนึ่งในทักษะเน็นขั้นสูงก็ดูเหมือนว่าจะยังมีจิตวิญญาณที่ติดอยู่กับมันด้วย
ส่วนมีดนี้ก็คือมีดทองแดงที่ครอด้านำออกมาต่อสู้ในการแข่งขันก่อนหน้านี้!
ดาบประจำสำนักที่น่าจะสืบทอดต่อกันมานานแล้วและได้เก็บรักษาจิตวิญญาณที่น่าจะมาจากการตั้งเงื่อนไขจากเน็นของบรรพบุรุษของสำนักคลื่นกระแทกไว้มากมาย ถ้าไม่ได้รับการยอมรับจากพวกเขา หรือกำจัดจิตวิญญาณเหล่านี้ออกไปก็จะไม่สามารถใช้งานได้เลย
ดังนั้น เฉพาะศิษย์ของสำนักคลื่นกระแทกที่ได้รับการยอมรับจากจิตวิญญาณบนดาบเท่านั้นจึงจะสามารถเป็นเจ้าสำนักได้ และใช้พลังเสริมจากดาบเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของพวกเขาได้อย่างมหาศาล
ถึงจะดูเหมือนจะไร้ประโยชน์กับรอนที่ไม่ใช่คนจากสำนักคลื่นกระแทก อย่างไรก็ตาม กระเป๋าอวกาศของรอนก็มีข้อได้เปรียบที่ไม่เหมือนใครเช่นกัน นั่นคือ สิ่งของที่ใส่เข้าไปจะถูกผูกมัดกับรอน
หากมีดทองแดงแท่งโบราณนี้ถูกใส่เข้าไปในกระเป๋าเป้อวกาศของรอนได้ นั่นหมายความว่ามันได้ถูกผูกมัดกับรอนแล้ว และเขาจะเป็นเจ้าของมีดทองแดงเล่มนี้ตั้งแต่นี้ไป และจิตวิญญาณที่อยู่ในดาบก็จะกลายเป็นผู้ช่วยของรอน เช่นเดียวกับเจ้าสำนักของสำนักคลื่นกระแทกเหล่านั้น ที่สามารถสั่งการจิตวิญญาณเหล่านี้ได้!
นี่มันของดีชัดๆ! รอนไม่คาดคิดว่าเขาจะได้สมบัติชิ้นนี้มา ซึ่งเป็นช่วงที่เขากำลังหาอาวุธอยู่พอดี…เจ้าสำนักครอด้าช่างเป็นคนดีจริงๆ!
ในขณะที่รอนกำลังมีความสุขกับดาบในอ้อมมือ
อีกด้านหนึ่ง แททเชอร์ผู้นำฝ่ายเหนือที่ได้รับชัยชนะก็ตื่นขึ้นมาอย่างโล่งใจแลเดีใจ
ทันทีที่เขาตื่นขึ้น เขาก็รีบคลำที่เอว พอพบว่าดาบของเขายังอยู่ ก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจโล่งอก
สำนักคลื่นกระแทกมีอาวุธประจำสำรักสองอย่าง หนึ่งเป็นดาบ อีกหนึ่งเป็นมีด
ทั้งสองต่างบรรจุจิตวิญญาณที่ช่วยในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของผู้ถือครอง อีกทั้งยังเป็นกุญแจสู่ความรุ่งเรืองของสำนักคลื่นกระแทกที่ไม่อาจให้รั่วไหลไปสู่ภายนอกเด็ดขาด
ในเมื่อเขาชนะการต่อสู้ครั้งนี้แล้ว มีดที่อยู่ของครอด้าก็ควรจะถูกนำกลับคืนมา
นี่ไม่ใช่แค่ข้อพิพาทเรื่องความถูกต้องของสำนัก ก่อนการต่อสู้ ทั้งสองฝ่ายได้ทำข้อตกลงกันแล้วว่าผู้ชนะจะได้ครอบครองอาวุธทั้งสอง
“คนจากสำนักใต้ส่งมีดคลื่นกระแทกมาหรือยัง” แททเชอร์ถามศิษย์ข้างกายเขา
“ผมได้ส่งคนไปขอแล้วครับ ผมคิดว่าน่าจะ...” แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบ เขาก็เห็นศิษย์คนหนึ่งรีบวิ่งกลับมาด้วยใบหน้าโกรธจัด
“ท่านเจ้าสำนักครับ ผมไปหาพวกสารเลวจากสำนักใต้เพื่อขอมีดลื่นกระแทกมาแล้ว แต่พวกมันกลับบอกว่ามีดหายไปแล้วครับ!” ศิษย์ผู้นั้นกล่าวพร้อมระงับความโกรธ
หายรึ? คิดว่าพวกเราโง่หรือไงถึงได้พูดข้ออ้างโง่ๆแบบนั้นออกมา!
ได้ยินดังนั้น ศิษย์ของสำนักเหนือทุกคนต่างโกรธจัด
หายงั้นเหรอ นั่นมันมีดที่อยู่ติดตัวหัวหน้าพวกแกอยู่ตลอด แล้วจะบอกว่าหายไปได้ยังไง!
เห็นได้ชัดว่าพวกมันไม่ยอมรับความพ่ายแพ้และปฏิเสธที่จะมอบมีดมาให้พวกเรา! ทำแบบนี้ไม่ต่างอะไรกับพวกนักเลงข้างถนนเลย!
น่าอับอาย นี่มันเป็นการทำให้ชื่อ “สำนักคลื่นกระแทก” อับอายอย่างสิ้นเชิง!
ชั่วขณะหนึ่ง ศิษย์ฝ่ายเหนือทุกคนต่างมีความเห็นที่ตรงกันต่อสำนักใต้ และรู้สึกว่าพวกเขาไม่สมควรได้รับฉายาคลื่นกระแทกเลย
“ท่านอาจารย์ครับ เราควรทำอย่างไรดี?” ศิษย์บางคนก้าวออกมาและกล่าวอย่างเย็นชา
แททเชอร์เองก็มีสีหน้ามืดครึ้ม แต่กลุ่มคนจากสำนักใต้ปฏิเสธที่จะมอบมีดมาให้ เขาเองก็ทำอะไรไม่ได้
จากนั้น เขาจึงออกคำสั่งชุดหนึ่งเพื่อต่อต้านสำนักใต้ทันที ส่วนสำนักฝ่ายใต้ที่ถูกปรักปรำ— พวกเขาอาจกล่าวได้ว่าถูกปรักปรำ แต่ก็ไม่ได้ถูกปรักปรำเสียทีเดียว เพราะสิ่งที่พวกเขาคิดตั้งแต่แรกคือถึงแพ้ก็ไม่คิดจะให้มีดของฝ่ายตัวเองอยู่แล้ว แต่เมื่อพวกเขาค้นหามีดอันล้ำค่านั้นและวางแผนที่จะซ่อนมัน
พวกเขาก็พบว่า... มีดหายไปแล้วจริงๆ!
รอนกลับมาที่ห้อง ยิ่งเขามองมีดมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งชอบมันมากขึ้นเท่านั้น ไม่เพียงแต่น้ำหนักของมีดจะเหมาะสม แต่ยังรู้สึกดีเมื่อจับที่ด้ามจับ และมันก็ถนัดมืออย่างน่าประหลาด
ตัวใบมีดคมมาก เพียงแค่ฟันเบาๆ ก็ได้ยินเสียงแหวกอากาศเบาๆ ดังขึ้น และรอนก็ค่อนข้างพอใจมาก
แน่นอนว่ามีดเล่มนี้ได้รับการสืบทอดมาจากสำนัก ดังนั้นจึงต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างดี
หลังจากที่พบว่ามีดหายไปแล้ว พวกเขาคงจะตามหากันแทบบ้า นอกจากนี้ รูปลักษณ์ของมีดเล่มนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมาก และคุณสมบัติของมันก็ชัดเจน ถ้าเอาออกมาแบบนี้จะถูกคนอื่นจำได้ง่าย
หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง รอนก็นำกระดาษสปริงซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์พิเศษของโลกฮันเตอร์ออกมา กระดาษสปริงนี้มีสีขาวทั้งแผ่น คล้ายกระดาษ A4 แต่ยืดหยุ่นและเหนียวมาก และราคาก็ค่อนข้างแพงทีเดียว
รอนวาดกระดาษสองชิ้นที่มีรูปร่างเหมือนใบมีด และติดลงบนด้านซ้ายและขวาของใบมีดตามลำดับ เพื่อปกปิดลวดลายบนนั้น
ด้ามจับมีดก็ถูกห่อด้วยกระดาษสปริงด้วยวิธีนี้เช่นกัน ต่อให้ศิษย์ของสำนักคลื่นกระแทกมาเห็นก็อาจจะจำมันไม่ได้
หลังจากทำทั้งหมดนี้แล้ว รอนก็กวัดแกว่งมีดอีกครั้งเพื่อทำความคุ้นเคยกับมัน จากนั้นก็เก็บมีดไว้ด้วยความพึงพอใจ
หนึ่งคืนแห่งความเงียบสงบผ่านไป
วันรุ่งขึ้น ข้อพิพาทระหว่างสำนักคลื่นกระแทกฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้ ไม่เพียงไม่จบลงเพราะการเสียชีวิตของหัวหน้าฝ่ายหนึ่ง
แต่กลับจุดชนวนการต่อสู้ชุดใหม่เนื่องจากกรรมสิทธิ์ในสมบัติประจำสำนักและเรื่องราวก็วุ่นวายขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งพ่อค้าแม่ค้าแผงลอยรอบหอประลองกลางหาวที่ขายซาลาเปาไส้ปูไข่ปลา ก็ยังพรรณนาถึงเหตุการณ์ที่นั่นราวกับเห็นมากับตา ส่วนรอนก็ทำเป็นคล้อยตามไปพลางกินซาลาเปาอย่างคนปกติทั่วไป
เรื่องราวของสำนักคลื่นกระแทกวุ่นวายขึ้นเรื่อยๆ แต่รอนก็ยังคงรับฟังข่าวคราวจากโลกภายนอกไปพลาง และฝึกฝนเน็นกับบิสเก็ตอย่างเต็มที่
เหตุการณ์ในช่วงนี้มีไม่มาก นอกจากการฝึกฝนกับบิสเก็ตแล้ว รอนกับชิสุคุยังได้ลงแข่งขันอีกครั้งภายใน 90 วัน เพื่อยืนยันความแข็งแกร่งของพวกเขา ผลปรากฏว่า รอนในปัจจุบันแข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนมาก และเขายังคงสังหารคู่ต่อสู้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว
อีกเหตุการณ์ คือปัญหาของสำนักคลื่นกระแทก การเสียดสีระหว่างสองฝ่ายไม่เพียงไม่หยุดลงตามกาลเวลา แต่กลับทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จนต่อมาก็กลายเป็นการต่อสู้ครั้งใหญ่ และมีผู้คนเสียชีวิตจำนวนมาก
รอนก็ฉวยโอกาสนี้แทรกซึมเข้าไปในหมู่พวกเขาและได้สัมผัสศพจำนวนมาก ไม่เพียงแต่เขาจะได้รับพลังเน็นบริสุทธิ์จำนวนมากมา ซึ่งเพิ่มพลังให้กับเขา แต่เขายังได้สะสมทักษะหมัดคลื่นกระแทกและลูกเตะคลื่นกระแทกที่เขาเคยได้มาไปจนถึงระดับสูงอีกด้วย
ด้วยวิธีนี้ รอนจึงได้ครอบครองแก่นแท้ของทักษะศิลปะการต่อสู้สองสำนักใหญ่ อย่าง สำนักคลื่นกระแทกและสำนักชิเก็นริวมาได้ อาจกล่าวได้ว่ารอนมีพลังที่เพียงพอที่จะปกป้องตนเองจากโลกใบนี้ได้แล้ว
ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับคุโรโร่อีกครั้ง เขาก็ยังมีความมั่นใจในระดับหนึ่งว่า อย่างน้อยเมื่อเขากลับมาที่ห้องในคืนนั้น เขาก็สามารถรับมือได้อย่างสงบ
ดังนั้น สำหรับการฝึกฝนของบิสเก็ต รอนจึงมีความจริงจังอย่างยิ่งมาตลอด ท้ายที่สุดแล้ว ความรู้สึกที่ตระหนักว่าความแข็งแกร่งของตัวเองแข็งแกร่งขึ้นนั้นยอดเยี่ยมจริงๆ
ในขณะที่รอนกำลังตื่นเต้นกับการฝึกฝนและคิดว่ามันจะคงอยู่อีกนาน
บิสเก็ตก็ยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ดูเหมือนไพ่ให้เขา ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือแบบฟอร์มลงทะเบียนที่มีโลโก้สมาคมฮันเตอร์อยู่บนนั้น
“ด้วยความแข็งแกร่งของนายตอนนี้ ก็เพียงพอที่จะได้รับใบอนุญาตฮันเตอร์แล้ว กระทั่งผู้คุมสอบทั่วไปไม่ใช่คู่ต่อสู้ของนาย อีกอย่างการฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งก็ไม่ใช่เรื่องดี นายควรออกไปหาประสบการณ์บ้าง”
จากนั้น หลังจากมอบแบบฟอร์มลงทะเบียนสอบฮันเตอร์ให้รอนแล้ว บิสเก็ตก็พาชิสุคุไปช้อปปิ้ง
การสอบฮันเตอร์ประจำปีจัดขึ้นในวันที่ 7 มกราคม และตอนนี้เป็นเดือนธันวาคม ปี 1997 ซึ่งถึงเวลาลงทะเบียนแล้ว เพียงแต่~~~
“สอบฮันเตอร์ปี 98 เหรอ เป็นการเปิดการสอบครั้งที่ 286 ก่อนพวกกอร์นและคนอื่นๆใช่หรือเปล่า” รอนมองแบบฟอร์มลงทะเบียนในมือและครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
ตามเนื้อเรื่องเดิม ฮิโซกะจะเข้าร่วมการสอบฮันเตอร์ครั้งนี้ จากนั้นเพราะไม่ชอบผู้คุมสอบคนหนึ่ง เขาจึงซ้อมผู้คุมสอบคนนั้นจนปางตายเลยถูกตัดสิทธิ์ทำให้สอบไม่ผ่าน
ในเวลาเดียวกัน นอกเหนือจากผู้คุมสอบคนนั้นแล้ว ยังมีผู้คุมสอบอีก 20 คนที่โดนเขาจัดการจนไม่สามารถกลับมาทำหน้าที่ได้อีก จนทำให้การสอบฮันเตอร์ครั้งนี้ไม่มีคนผ่านแม้แต่คนเดียว
กล่าวอีกนัยหนึ่ง เมื่อเทียบกับการสอบครั้งถัดไปในรอบของกอร์นที่มีผู้สมัครหน้าใหม่มากมาย แต่ก็มีคนเก่งๆหลายคนผ่านไปได้ จะเห็นได้ว่าความยากของการสอบครั้งนี้น่าจะเป็นระดับนรกชัดๆ
“ระดับนรกเหรอ หึหึ น่าสนใจ!”
ใบหน้าของรอนแสดงออกถึงความกระตือรือร้นและแทบจะอยากจะลงมือเต็มที
อีกอย่าง นี่คือการสอบฮันเตอร์ ผู้ที่เข้าร่วมการสอบแต่ละครั้งล้วนเป็นยอดฝีมือที่ถูกคัดเลือกมาจากผู้คนนับล้านจากทั่วโลก
ถ้าอิงจากการสอบครั้งถัดไปที่มีคนอย่างกอร์น, คิรัวร์, คุราปิก้า, เรโอลีโอ, ฮันโซ... ทีล้วนมีผู้มีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมมากขนาดนี้
ผู้เข้าสอบในครั้งนี้ก็คงไม่ด้อยกว่าเท่าไร และหากมีหนึ่งในพวกเขาที่ตาย เขาคงได้กำไรมหาศาลแน่
อีกอย่าง รอนไม่ได้ตั้งใจที่จะเอาใบอนุญาตในการสอบฮันเตอร์ครั้งนี้มา เพตในฐานะนักเดินทางข้ามเวลา หากเขาไม่เดินตามเส้นหลัก มันคงจะน่าเบื่อเกินไป
ยิ่งไปกว่านั้น แม้ว่ารอนจะอยากได้ใบอนุญาตฮันเตอร์ในการสอบครั้งนี้มา แต่ด้วยการมีฮิโซกะก็คงไม่ง่ายสำหรับเขาที่จะได้มา เพราะแม้แต่ผู้คุมสอบเขายังกล้าลงมือ กับเขายิ่งไม่ต้องพูดถึง
ดังนั้น เขาจึงไม่คิดจะเอาใบอนุญาตมาตั้งแต่แรก แต่ขอแค่ได้สัมผัสศพที่มีค่าสองสามศพไปพลางๆ และดูระดับของการสอบครั้งนี้ไปด้วยจะดีกว่า
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยการที่ฮิโซกะจะโจมตีผู้คุมสอบ รอนจึงผุดความคิดที่กล้าหาญขึ้นมาอย่างหนึ่ง ซึ่งหากทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น ความแข็งแกร่งของเขาก็จะเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดในระยะเวลาอันสั้น!
หลังจากกรอกแบบฟอร์มลงทะเบียนและมอบให้บิสเก็ต หลังจากนั้นสองวัน บิสเก็ตก็ส่งข้อความมาให้เขา
“วันที่ 6 มกราคม ให้ไปรวมตัวกันที่โกดังร้างแห่งนี้ในเมืองนี้ ในเวลานั้น จะมีคนมาแจ้งการเตรียมตัวขั้นต่อไปให้ทราบ”
เนื่องจากผลประโยชน์ที่ได้รับจากใบอนุญาตฮันเตอร์นั้นยิ่งใหญ่เกินไป และยังมีผู้สมัครมากกว่าหนึ่งล้านคนในแต่ละปี เพื่อลดจำนวนผู้เข้าสอบและคัดกรองผู้สมัครที่มีทักษะไม่เพียงพอ สมาคมฮันเตอร์จึงตั้งกับดักต่างๆระหว่างทาง
และผู้สมัครจะต้องอาศัยข้อมูลเล็กๆน้อยๆที่ได้รับเหล่านี้เพื่อค้นหาสถานที่จริงของการสอบ
สถานที่จัดงานแตกต่างกันไปในแต่ละปี และมักจะตั้งอยู่ในสถานที่ที่หาได้ยาก