เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่31-32

ตอนที่31-32

ตอนที่31-32


ถ้าจะพูดให้ชัดกว่านั้นคือ…พวกเขากำลังมองไปที่สาวน้อยโลลิผมบลอนด์น่ารักในที่กำลังเบื่อจัดจนเตะขาไปมาและเอามือเท้าคางเหมือนตุ๊กตาที่แสนบอบบาง

“นี่ วิง นายแน่ใจนะว่าอีกฝ่ายมี”น้ำตาราชินีเงือก" จริงๆน่ะ”

“ผมมั่นใจครับอาจารย์ ผมเคยเห็นมันมาก่อน ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คืออัญมณีชิ้นนั้นจริงๆ แต่แน่นอนว่าก็ไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ที่มันอาจถูกปลอมแปลงโดยเน็นพิเศษบางอย่างออกไปได้ครับ”

“อืม ถ้ามันถูกปลอมแปลงด้วยเน็น ก็อย่าหวังว่าจะรอดพ้นสายตาฉันที่เคยเห็นอัญมณีมานับไม่ถ้วนได้เลย ถ้ามันเป็นของจริง”น้ำตาราชินีเงือก" โฮะ โฮะ โฮะ~”

เมื่อเห็นอาจารย์ของตนในสภาพนี้ มุมปากวิงก็กระตุกล็กน้อย จากนั้นก็ลุกขึ้นนั่งตัวตรง

“โชคดีจริงๆ ที่ฉันไม่ได้พาซูชิมาที่นี่ด้วย ไม่อย่างนั้นถ้าให้เขาเห็นอาจารย์เป็นแบบนี้ เขาอาจจะคิดอะไรบางอย่างในใจก็ได้”

เพื่อป้องกันไม่ให้ซูชิตกใจบิสเก็ต วิงจึงทิ้งเขาไว้ที่โรงแรม และตอนนี้ดูเหมือนว่านี่เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องอย่างไม่ต้องสงสัย

“อาจารย์ครับ เขามาถึงแล้วครับ”

คำพูดของวิงดึงบิสเก็ตกลับสู่ความเป็นจริงจากภวังค์ได้ทันเวลา และมองไปที่รอนที่กำลังเดินมาทางพวกเขา

ทันทีที่รอนก้าวเข้ามาในร้านกาแฟ เขาก็เห็นบิสเก็ตและวิงทันที โดยไม่ต้องมีใครชี้ เพราะรูปลักษณ์ปัจจุบันของบิสเก็ตนั้นโดดเด่นเกินไปจริงๆ

ถ้าหากมีพวกตัวอันตรายเห็นบิสเก็ตเป็นแบบนี้ คงเกิดเรื่องไม่คาดฝันนับไม่ถ้วน—

“คุณวิงครับ นี่คือผู้อาวุ…คคุณบิสเก็ตใช่ไหมครับ? เธอสวยจนน่าตกใจมากเลยครับ”

เมื่อมาถึงที่นั่ง เขาก็ทักทายวิงก่อน และเมื่อเจอสายตาอันตรายของบิสเก็ต รอนก็เปลี่ยนคำว่า “ท่านอาวุโส” เป็น “คุณ” อย่างกะทันหัน

“เธอคือคนที่มี”น้ำตาราชินีเงือก" ใช่ไหม?”

บิสเก็ตเท้าคางด้วยมือ กระพริบตาโตที่ชุ่มฉ่ำของเธอ และพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่สามารถกระตุ้นความปรารถนาของผู้คนได้อย่างง่ายดาย จนทำให้ขนของรอนลุกชันไปหมด

วิงที่อยู่ข้างๆ ไอเบาๆ จากนั้นก็หันหน้าหนีด้วยความเขินอาย

“ครับ ท่าน…คุณบิสเก็ต นี่คือ”น้ำตาราชินีเงือก" ครับ”

รอนทำเหมือนวันนั้นอีกครั้ง เพียงแค่พลิกฝ่ามือ กล่องไม้ก็ปรากฏขึ้นและเขาก็วางกล่องลงบนโต๊ะ

บิสเก็ตที่เห็นการเคลื่อนไหวของรอนก็ไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร แต่กลับรอไม่ไหวที่จะเปิดกล่องออก

และจากนั้น~~~ เมื่อเห็นแววตาเคลิบเคลิ้มของอาจารย์ วิงก็รู้ทันทีว่าอัญมณีที่อยู่ข้างในเป็นจองแท้

เวลาผ่านไปสักพัก เมื่อเห็นว่าบิสเก็ตไม่มีทีท่าว่าจะตื่นจากภวังค์ วิงก็อดไม่ได้ที่จะกระแอมไอสองครั้ง

“อ่า ขอโทษที พอดีฉันมัวแต่หลงใหลไปพักหนึ่งจนลืมเวลาไปเลย ต้องขอโทษด้ววจริงๆ”

หลังจากตื่นขึ้น บิสเก็ตก็กลับมาอยู่ในท่าทางของเด็กสาวอีกครั้ง เป็นท่าทางที่น่าสงสารจนทำให้แขกที่นั่งอยู่โต๊ะข้างๆ จ้องมองอย่างไม่วางตา

วิงรู้สึกเหมือนมีเส้นเลือดปูดขึ้นที่หน้าผาก แต่เขาก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี จึงทำได้เพียงจิบกาแฟที่อยู่ตรงหน้าเข้าไป ซึ่งมันขมเหลือเกิน

“เธออยากพบฉันมากขนาดนี้ แถมยังมอบอัญมณีล้ำค่าขนาดนี้ให้ฉันอีก มันจะต้องไม่ใช่แค่ความชื่นชมหรือความเคารพอย่างแน่นอน บอกมาซิเจ้าหนู เธอต้องการให้ฉันทำอะไร จากที่วิงพูด ดูเหมือนเธอจะรู้จักฉันดีพอสมควร ถ้าหากมันขัดกับหลักการของฉันล่ะก็ ไม่ว่าอัญมณีนี้จะน่าเย้ายวนใจแค่ไหน ฉันก็จะไม่ช่วยเด็ดขาด”

ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล บิสเก็ตกล่าวถ้อยคำที่ดูชอบธรรมและน่าเกรงขาม

อืม มันจะน่าเชื่อถือกว่านี้ถ้าเธอไม่กดมือลงบนกล่องไม้อย่างหนักแน่นและไม่ยอมปล่อยมันไปขณะที่พูดประโยคนี้

รอนและวิงต่างบ่นในใจไปพร้อมๆ กัน

“อะแฮ่ม คืออย่างนี้ครับ คุณบิสเก็ต ผมมีความสงสัยและความสับสนในการฝึกฝนเน็น ดังนั้นผมจึงอยากจะขอให้คุณช่วยชี้แนะครับ”

ในเมื่ออีกฝ่ายพูดออกมาตรงๆ รอนก็ไม่อาจปกปิดได้อีกต่อไป และเผยความคิดที่แท้จริงของเขาออกมา

“ขอแค่คุณสอนผมห้า... ไม่สิ สามวัน ขอแค่คุณสอนผมสามวัน ผมก็พอใจมากแล้วครับ”

รอนพนมมือเข้าหากัน และพูดด้วยความจริงจัง ขณะที่แอบยิ้มในใจ นี่เรียกว่าการเล่นตัว และเมื่อมาถึงจุดนี้ ด้วยนิสัยของบิสเก็ตแล้ว มันจะต้องมากกว่าสามวันแน่ๆ

“สามวันเหรอ” แน่นอน บิสเก็ตขมวดคิ้วเมื่อได้ยินคำพูดของรอน

“เอาล่ะ ครึ่งเดือนก็แล้วกัน ฉันจะสอนเน็นให้เธออย่างจริงจังและเต็มที่ให้ในช่วงครึ่งเดือนต่อจากนี้”

เมื่อพูดถึงเรื่องวิชาชีพ น้ำเสียงของบิสเก็ตก็เปลี่ยนไปทันที กลายเป็นน้ำเสียงที่ดูเป็นผู้ใหญ่และมั่นคง ไม่ใช่ท่าทางของเด็กสาวเมื่อก่อนอีกต่อไป

“อีกอย่าง เราก็มีความสัมพันธ์แบบว่าจ้างเท่านั้น เธอให้อัญมณีฉัน ฉันก็จะให้คำแนะนำเธอ แล้วก็…อย่าคาดหวังเรื่อฃความสัมพันธ์ใดๆ ระหว่างเราล่ะ นอกจากนี้ ฉันหน้าตาน่าเกลียด ถ้าหากเธอมีรูปลักษณ์ที่แย่ ท่าทีของฉันก็อาจจะแย่ตามไปด้วย”

บิสเก็ตกล่าว จากนั้นก็เก็บกล่องไม้บนโต๊ะทันที

“เข้าใจแล้วครับ! ท่านอาจารย์บิสเก็ต ผมจะไม่ทำให้คุณผิดหวัง!”

ด้วยความตื่นเต้น รอนเผลออุทานคำว่า “ท่านอาจารย์” ออกไปจนทำให้ได้รับสายตาค้อนจากโลลินักกล้าม

เห็นได้ชัดว่าเธออารมณ์ดีที่ได้อัญมณี จนไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดหนึ่งหรือสองคำของรอนที่ทำให้เธอนึกถึงอายุของเธอเลย

ตอนนี้รอนมีความสุขมากที่ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่นตามที่เขาจินตนาการไว้

บิสเก็ตเต็มใจที่จะสอนเขาเพื่ออัญมณีจริงๆ ส่วนเรื่องแค่ครึ่งเดือนน่ะเหรอ…

หึ กับอาจารย์คนนี้ที่ขัดเกลานักเรียนผู้มีพรสวรรค์ราวเพชรดิบมาแล้ว เธอไม่มีทางปล่อยนักเรียนที่ถูกใจเธอไปแน่ๆ

ด้วยเหตุนี้ รอนจึงละทิ้งทุกสิ่งและเริ่มฝึกฝนกับบิสเก็ตตลอดครึ่งเดือนที่ผ่านมา

“ใช้เน็นได้ผิดหลักแล้ว! เวลาเผชิญหน้าศัตรู ไม่จำเป็นต้องปกคลุมเน็นไปทั่วร่างกายขนาดนั้น เพราะมันสิ้นเปลืองเกินไป!”

“การเคลื่อนไหวก็ผิด! และความยืดหยุ่นและไม่มีความต่อเนื่อง ถ้าศัตรูฉวยโอกาสโจมตี นายจะบาดเจ็บร้อยเปอร์เซนต์แน่”

“นี่นายโง่หรือไง! นายไปผิดทางแล้ว ตาของนายมีไว้แค่โชว์รึไง!”

“มีการเคลื่อนไหวเกินจำเป็นเยอะเกินไป ไม่เพียงแต่เปลืองพลังงาน แต่ยังทำให้ร่างกายไม่ประสานกันด้วย”

“ต้องตอบสนองให้เร็วกว่านี้! ทันทีที่ฉันยื่นนิ้วออกไป ให้บอกตัวเลขฉันทันที... ถ้าช้าไป 0.5 วินาที ไปวิดพื้น 500 ครั้ง!”

ไม่ถึงสามวัน บิสเก็ตก็พบข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ จากรอนนับ

สิบๆ ข้อ ตามคำพูดของบิสเก็ต ข้อผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ เหล่านี้ดูเหมือนจะไม่มีอันตรายมากนัก แต่ถ้ากำลังต่อสู้กับปรมาจารย์ตัวจริง ความไม่ระมัดระวังนี้จะเป็นตัวสำคัญในการติดสินชัยชนะหรือความพ่ายแพ้

รอนย่อมเชื่อฟังผู้เชี่ยวชาญอยู่แล้ว คนหนึ่งสอนอย่างจริงจัง อีกคนหนึ่งก็ตั้งใจเรียนรู้อย่างหนัก

ไม่นานนัก ในเวลาเพียงไม่กี่วัน รอนก็รู้สึกราวกับว่าเขาได้เกิดใหม่

ด้วยเหตุนี้ ครึ่งเดือนก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว ครบคามวันที่กำหนด—

“ตามความก้าวหน้าในปัจจุบันของนาย ไม่เกิดครึ่งปีก็ถึงจะไประดับที่ฉันเคยเป็นในตอนนั้นแล้ว” บิสเก็ตไม่เคยเอ่ยถึงเรื่องการจากไปเลย

“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันจะเปลี่ยนแผนใหม่ทั้งหมด ทั้งเรื่องอาหาร เวลาพักผ่อน ความเข้มข้นในการฝึก ทุกอย่างจะต้องเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่...”

บิสเก็ตกล่าว แต่รอนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกลับยิ้ม เขารู้ดีว่าการที่โลลิตรงหน้าจะจัดตารางการฝึกเช่นนี้ หมายความว่าอย่างไร

“หัวเราะอะไรไม่ทราบ”

“เปล่าครับ ท่านอาจารย์บิสเก็ต”

หลังจากที่รอนเรียกคำต่อท้ายว่า "ท่านอาจารย์" แทนที่จะเป็น "ท่านอาวุโส" หรือ "คุณ" ร่างของบิสเก็ตก็หยุดนิ่งอย่างเห็นได้ชัด

“ถ้าไม่ได้หัวเราะ งั้นก็รีบไปทำตามแผนที่ฉันให้ไปฝึกซะ!”

บิสเก็ตไม่ได้แก้ไขคำเรียกขานว่า "ท่านอาจารย์" เห็นได้ชัดว่ายอมรับความสัมพันธ์นี้แล้ว รอนยิ้มกว้างขึ้นไปอีก “ครับ! ท่านอาจารย์บิสเก็ต!!”

เดิมที เธอตั้งใจจะอยู่ที่นี่เพียงครึ่งเดือน แต่ต่อมาบิสเก็ตก็ไม่สามารถหยุดการสอนได้ ศิษย์ที่มีพรสวรรค์ย่อมเลือกอาจารย์ที่มีความสามารถ และอาจารย์ที่มีความสามารถก็ย่อมชื่นชอบศิษย์ที่มีพรสวรรค์

ความสัมพันธ์ระหว่างรอนกับบิสเก็ตตอนนี้ก็เป็นเช่นนั้น เห็นได้ชัดว่าพรสวรรค์ที่รอนแสดงให้เห็นในช่วงหลายวันนี้ได้พิชิตใจบิสเก็ตอย่างสิ้นเชิงแล้ว

พรสวรรค์ที่หนึ่งในสิบล้านคนจะมีได้ บวกกับความจริงที่ว่ารอนอายุเพียงสิบหกหรือสิบเจ็ดปีเท่านั้น นี่ถือเป็นคนที่น่าสนใจในการสั่งสอนอย่างยิ่ง

หลังจากสร้างความสัมพันธ์แบบศิษย์-อาจารย์อย่างเป็นทางการแล้ว บิสเก็ตก็ไม่ปิดบังอีกต่อไป หลังจากรอนฝึกฝนเสร็จ เธอจะส่งมิสคุกกี้ ผู้ใช้เน็นอันงดงามของเธอ ซึ่งเป็นเน็นของเธอเอง มาช่วยรอนนวดบำบัด

แน่นอนว่ารอนไม่ได้ปกปิด และบอกบิสเก็ตเกี่ยวกับเน็นของเขา (ที่สามารถดูดซับพลังงานจากความอาฆาตของศพไดเ) บิสเก็ตไม่ได้สนใจเน็นของเขาเลย

สิ่งที่เธอสนใจมีแค่อัญมณีและความงามเท่านั้น ส่วนงานอดิเรกของเธอก็คือการโกหก ทำตัวน่ารัก และครุ่นคิดเรื่องต่างๆนาๆ

เมื่อเห็นว่ารอนกลายเป็นศิษย์น้องของเขา

และอาจารย์ของเขา และบิสเก็ตก็มีท่าทีว่าจะอยู่ที่นี่อีกนาน วิงจึงคิดทบทวน แล้วัดสินใจพาซูชิ ศิษย์ที่เขาค้นพบ ไปเยี่ยมอาจารย์ของเขา

แม้ตามลำดับอาวุโส เธอจะเป็นปรมาจารย์ก็จริง แต่จากท่าทางจริงจังของบิสเก็ต การจะเรียกว่า "ท่านอาวุโส" น่าจะดีกว่าการเรียกว่า "ปรมาจารย์" เพราะการเรียกว่า "ปรมาจารย์" จะทำให้เธอดูแก่เกินไป ซึ่งฟังไม่น่าฟังเอาเสียเลย

วิงถึงกับพูดไม่ออก ส่วนซูชิก็ประหลาดใจเช่นกันหลังจากได้เห็นเธอ... ท่านอาจารย์อาวุโสมีรูปร่างหน้าตาแบบนี้นี่เอง

อย่างไรก็ตาม เขาก็มีนิสัยที่ค่อนข้างมองโลกในแง่ดีและค่อนข้างจะซื่ออยู่บ้าง หลังจากที่เขาตั้งสติได้ เขาก็คำนับอย่างนอบน้อมทันที

บิสเก็ตมองสำรวจซูชิตั้งแต่หัวจรดเท้าและพยักหน้าเล็กน้อย

แม้ว่าพรสวรรค์ซูชิจะดีก็จริง แต่เธอก็ชอบการเปรียบเทียบในทุกสิ่ง

เมื่อเทียบกับรอนแล้ว เธอไม่ได้สนใจซูชิมากนัก แต่ไม่ว่าจะอย่างไร เขาก็เป็นหลานศิษย์ของเธอเอง ดังนั้นบิสเก็ตจึงขอให้ซูชิติดตามรอนและสอนเขาเป็นครั้งคราว

แม้ว่าเธอจะไม่ได้ให้ความสนใจกับตนเองมากเท่ารอนนัก แต่ซูชืก็ยังรู้สึกว่าเขาได้รับประโยชน์มากมายและพอใจมากแล้ว

หลังจากเห็นว่าบิสเก็ตยอมรับซูชิแล้ว รอนก็คิดทบทวนแล้วดึงชิสุคุออกจากห้อง

แต่จากนั้น รอนก็ถูกบิสเก็ตตำหนิเรื่องที่ทำอะไรไม่ปรึกษาเธอ แต่หลังจากคิดว่าจะเลี้ยงแกะทั้งทีก็ต้องเลี้ยงทั้งฝูงเธอจึงยอมให้ชิสุคุมาฝึกด้วย

ต่อมา พอได้เห็นพรสวรรค์และความแข็งแกร่งที่ไม่ธรรมดาของเธอแล้ว บวกกับนิสัยของเธอที่เรียบง่ายแต่น่ารัก เธอก็ยอมรับชิสุคุอย่างง่ายดายเพราะประทับใจ และให้ชิสุคุเปลี่ยนคำเรียกและสถานะของเธอมาเป็นน้องสาวของตนเอง

สรุปคือ รอนเป็นศิษย์ของบิสเก็ต ส่วนบิสเก็ตกับชิสุคุเป็นพี่สาวน้องสาวกัน และรอนกับชิสุคุก็เป็น... ลำดับขั้นของสายสัมพันธ์นี้ช่างวุ่นวายเสียจริง ซูชิเองก็รู้สึกเวียนหัวไปหมด

วันเวลาหลังจากนั้นก็ดำเนินไปอย่างเรียบง่าย ในตอนกลางวัน ก็ติดตามบิสเก็ตฝึกฝนการใช้เน็น และในตอนกลางคืน ก็ไปที่ห้องเก็บศพตามปกติ

เวลาผ่านไปอย่างเงียบเชียบ และเดือนหนึ่งก็ผ่านไปในพริบตา

จบบทที่ ตอนที่31-32

คัดลอกลิงก์แล้ว