- หน้าแรก
- ยอดนักดาบไร้เทียมทาน แอบลงชื่อครบสามพันปี
- บทที่ 10 ข้าคือเศษสวะ! เจ้าไปให้พ้น!
บทที่ 10 ข้าคือเศษสวะ! เจ้าไปให้พ้น!
บทที่ 10 ข้าคือเศษสวะ! เจ้าไปให้พ้น!
บทที่ 10 ข้าคือเศษสวะ! เจ้าไปให้พ้น!
“ลงชื่อที่รูปปั้นเทพกระบี่ สำเร็จ +1”
“ได้รับรางวัล: คัมภีร์กระบี่ต้าลั่วภาคควบคุมกระบี่ ระดับบรรลุ 20 ปี”
ยี่สิบปีแห่งการฝึกฝนคัมภีร์กระบี่ต้าลั่วภาคควบคุมกระบี่อีกครั้ง
และครั้งนี้...
เสิ่นชางเกอรู้สึกได้ว่าคัมภีร์กระบี่ต้าลั่วที่ตนเคยเข้าถึงอย่างลึกซึ้ง ได้พลิกขึ้นสู่ระดับที่ล้ำลึกยิ่งกว่าเดิม!
เขาหลับตาลงเบา ๆ เพียงครู่เดียว พลังแห่งสายลมที่ยากจะพรรณนาก็พลันแผ่ซ่านออกไปรอบตัว ก่อนจะเริ่มกระเพื่อมขึ้นอย่างรุนแรง ลมแปรเปลี่ยนจากเสียงหวีดหวิวกลายเป็นเสียงซ่า ๆ ชวนให้ขนลุก ตามมาด้วยกระแสอำนาจอันปั่นป่วนก่อตัวขึ้นจากเสียงลมพายุแปรเปลี่ยนเป็นเสียงฟ้าคำราม ฝุ่นใบไม้ที่ปลิวว่อนลอยขึ้นสูง แล้วจู่ ๆ ก็ถูกอำนาจนั้นบดขยี้จนสลายไปในพริบตา!
“ลุกคลื่น!”
คัมภีร์กระบี่ต้าลั่วภาคควบคุมกระบี่ระยะที่สามลุกคลื่น!
ทั้งนิกายกระบี่ต้าลั่ว น่าจะมีเพียงผู้อาวุโสบางท่านหรือศิษย์น้องเล็กผู้โดดเด่นเท่านั้นที่สามารถเข้าสู่ระดับลุกคลื่นในวิชาควบคุมกระบี่ได้
ลุกคลื่นหาใช่พลังเฉพาะของคัมภีร์กระบี่ต้าลั่วเท่านั้น หากเป็นเคล็ดวิชาควบคุมกระบี่อื่นก็สามารถบรรลุถึงขั้นนี้ได้ แต่ความต่างนั้นก็ราวฟ้ากับเหว
ลุกคลื่นของวิชาอื่น อาจเป็นเพียงแค่ความรู้สึกบางเบา ทำให้คนตาโตอุทานออกมาว่า:
โอ๊ยเฮ้ย ลุกคลื่นแล้ว!
แต่สำหรับคัมภีร์กระบี่ต้าลั่วลุกคลื่นคือพลังฟ้าคำราม สายลมบ้าคลั่ง ใบไม้ถูกทำลายจนสิ้น รุนแรงดุดัน
ใครพบเห็นคงได้แต่อุทานว่า:
โอ๊ยเฮ้ย หนีเร็ว!
นี่แหละคือความแตกต่าง
เสิ่นชางเกอสูดลมหายใจลึก
“ใครอยู่ที่นั่น?”
เสียงหนึ่งดังขึ้น ศิษย์ลาดตระเวนยามเช้าเดินผ่าน เหมือนรู้สึกถึงพลังอำนาจแปลกประหลาดที่อธิบายไม่ถูก พวกเขาไม่กล้าเข้าใกล้ จึงได้แต่ส่งเสียงทักอย่างหวาด ๆ
เสิ่นชางเกอจากไปแล้ว
เหลือไว้เพียงพลังลมฟ้าคำรามที่ยังคงกรุ่นอยู่
ไม่นานหลังจากนั้น
ศิษย์สองคนเดินเข้ามาด้วยความระมัดระวัง
“นี่มัน...พลังสายฟ้า? นอกจากผู้อาวุโสไม่กี่ท่านกับศิษย์พี่ชิงเฉินแล้ว ใครจะทำได้ถึงขั้นนี้?”
“ได้ยินว่าปีศาจเมื่อวานถูกสังหารโดยจอมยุทธ์ผู้เชี่ยวชาญวิชาควบคุมกระบี่ที่เข้าถึงระดับควบคุมแล้ว...หลายคนก็สงสัยว่าอาจเป็นปรมาจารย์ลึกลับในนิกายที่ลงมือเอง…ตอนแรกเรานึกว่าเขาเพิ่งเข้าถึงระดับควบคุม แต่นี่กลับเป็นขั้นลุกคลื่น แถมยังเป็นพลังสายลมและสายฟ้าที่หายากสุด ๆ”
สองศิษย์มองกันด้วยความตกตะลึง
“เมื่อกี้ข้าเหมือนจะเห็นร่างหนึ่งมุ่งไปทางโน้น”
อีกคนพลันหดตา
“หุบปาก! ระวังล่วงเกินท่านอาวุโส!”
ทั้งสองรีบโค้งตัว แววตานอบน้อมเคารพ
…
“ลงชื่อที่ลานฝึก สำเร็จ +1”
“ได้รับรางวัล: ระดับบรรลุ 30 ปี / เคล็ดวิชาลมหายใจ: คำภีร์นำพาจิตวิญญาณ”
คำภีร์นำพาจิตวิญญาณ!
ดวงตาเสิ่นชางเกอพลันวาบขึ้น
นี่คือเคล็ดวิชาลมหายใจ!
และตอนนี้การบรรลุถึงสามสิบปีกลับยกระดับพลังของเขาไปถึงแค่ระดับแน่นจิตขั้นกลางเท่านั้น
ทำให้เสิ่นชางเกอเริ่มรู้สึกสงสัยในพรสวรรค์ของตนเอง
“ข้ามัน...เศษสวะจริงหรือ?”
“ใครเป็นคนกำหนดกันว่าผู้ที่ข้ามมาพร้อมระบบต้องได้ร่างกายห่วย ๆ ด้วย!”
เขารู้สึกว่าทัศนคตินี้มันผิดมหันต์!
หากวันหน้าเขาได้แต่งนิยาย ขายให้ชาวบ้านอ่าน เขาจะให้พระเอกมีร่างกายเทพไร้เทียมทาน กำเนิดมาก็มีร่างจักรพรรดิ กระดูกจักรพรรดิ ออกจากครรภ์ก็เรียกฟ้าผ่าลงสามสิบสาย สั่นสะเทือนสวรรค์ปฐพี!
เสิ่นชางเกอถอนหายใจ ก่อนจะจดจ่อกับคำภีร์นำพาจิตวิญญาณ
เคล็ดลมหายใจ!
ของล้ำค่าหายาก
แม้แต่นิกายกระบี่ต้าลั่วในยุครุ่งเรืองยังถือว่ามีน้อยมาก
ในความทรงจำของเสิ่นชางเกอสมัยยังเป็นมนุษย์โลก เคล็ดวิชาลมหายใจนับเป็นพื้นฐานสุด ๆ แต่โลกนี้กลับไม่ใช่แบบนั้น เพราะในยุคนี้ พลังวิญญาณของโลกเข้มข้นดุดัน เหมาะสำหรับฝึกกระบี่ แต่กลับยากสำหรับควบคุมด้วยพลังเบา
ดังนั้นการดูดซับพลังจึงต้องอาศัยการขัดเกลาช่องพลังภายใน
เสริมความแกร่งของเส้นลมปราณ
และวิชาลมหายใจธรรมดา ไม่สามารถรับมือกับพลังที่รุนแรงเช่นนี้ได้
นั่นจึงทำให้เคล็ดลมหายใจหายากยิ่ง
เช่นเดียวกับเจ้าคำภีร์นำพาจิตวิญญาณที่ชื่อธรรมดาแต่น่าตกใจ
ข้อมูลพลันระเบิดในสมองของเสิ่นชางเกอทันที จนรู้สึกเหมือนสมองจะระเบิด เคล็ดนี้ซับซ้อนเกินคาด ปริมาณข้อมูลมหาศาลเกินจินตนาการ!
เคล็ดลมหายใจที่เหมาะสม มีคุณสมบัติมากมาย:
ซ่อนกลิ่นอาย
ควบคุมการไหลเวียนพลัง
เพิ่มความเร็วในการฝึกฝน
เร่งฟื้นฟูพลัง
และที่สำคัญค่อย ๆ พัฒนาพรสวรรค์ของผู้ฝึก!
ดังนั้น เคล็ดลมหายใจชั้นยอดจึงถูกเก็บไว้ให้เฉพาะศิษย์แกนกลางของนิกายใหญ่เท่านั้น!
“ข้าจะเริ่มจากเบื้องต้นก่อน หากวันหน้าลงชื่อได้พลังเพิ่มอีก ด้วยเคล็ดนี้ ผลลัพธ์คงจะทวีคูณ!”
เสิ่นชางเกอยิ้มพอใจ
และเขาก็ตัดสินใจเริ่มฝึกฝนทันที
ตอนนี้พลังของเขาได้ทะยานขึ้นไปอีกขั้น
ระดับแน่นจิตขั้นกลาง คัมภีร์กระบี่ต้าลั่วภาคควบคุมกระบี่เข้าสู่ขั้นลุกคลื่นและจากความรู้สึกของเขาอีกไม่กี่วันของการลงชื่อ เขาก็คงเข้าสู่ขั้นควบคลื่นได้ไม่ยาก
เขาควบคุมกระบี่ด้วยวิชาจูเฟิงใช้กระบี่สังหารด้วยฉือเล่ย
สองกระบวนท่านี้ในนิกายกระบี่ต้าลั่ว ศิษย์ส่วนใหญ่ไม่มีแม้แต่เงื่อนไขจะฝึกได้
เพราะพวกเขาไม่มีแม้แต่กระบี่ควบคุมหรือกระบี่สังหาร!
ตอนนี้ เสิ่นชางเกออาจจะไร้เทียมทานในหมู่ศิษย์ด้วยกันแล้วก็ว่าได้
และอย่าลืมว่าเขาเพิ่งลงชื่อมาแค่ห้าวันเท่านั้น!
นี่คือพลังของระบบทองคำสินะ?
เสิ่นชางเกอส่ายหน้า แล้วเดินตรงไปยังเชิงเขาศักดิ์สิทธิ์ต้าลั่ว
ตรงนั้น มีศิษย์หลายคนกำลังมุงดูและเพราะซากไก่เน่ายังคงอยู่ หมอกดำรอบ ๆ จึงเริ่มสลายไปบ้าง แม้จะยังจางลงไม่มากนัก
“ศิษย์พี่ใหญ่?”
มีคนเห็นเสิ่นชางเกอ
ศิษย์คนหนึ่งเดินเข้ามาหา ดวงตาจริงจัง
“ข้าได้ยินว่า ศิษย์พี่ใหญ่เข้าสู่ระดับช่องเปิดสวรรค์แล้ว ข้าติดขัดในการฝึกอยู่หลายวัน ไม่ทราบว่าจะขอคำชี้แนะได้หรือไม่?”
ศิษย์ผู้นี้อยู่ในระดับช่องเปิดสวรรค์ขั้นกลาง
โดยปกติแล้วคำพูดเช่นนี้ไม่ถือว่าเสียมารยาท เพราะศิษย์พี่สอนศิษย์น้องนั้นเป็นเรื่องธรรมดา
ทว่าสำหรับเสิ่นชางเกอที่ในสายตาทุกคนเพิ่งจะเข้าสู่ช่องเปิดสวรรค์
ชายผู้นี้แค่อยากลองของ ใส่หน้ากากมาขอคำแนะนำ แต่จริง ๆ ก็อยากแกล้งหาเรื่อง
จีหลิงหัวเราะเยาะในใจ
แต่สิ่งที่เขาได้รับคือ
เสิ่นชางเกอผลักเขาออกไปทันที
“คำชี้แนะ? ไปถามไอ้แก่จางนู่น! มาหาข้าทำไม? เคยเห็นข้าเป็นศิษย์พี่ที่ชอบสั่งสอนใครรึไง? ข้าเศษสวะ! ไปให้พ้น!”
เสิ่นชางเกอพูดอย่างไม่เกรงใจแม้แต่น้อย
พวกเจ้าคิดอะไรกันอยู่?
แค่พวกมดปลวก...
จะตายก็ไม่เสียดาย!
จีหลิงยืนงง
เขาถูกผลักไปด้านข้าง
และในเสี้ยววินาทีที่เสิ่นชางเกอแตะตัวเขา
ภายในเสื้อของเขามีเสียงคล้ายของบางอย่างแตกหักดังขึ้นมา
หัวใจของจีหลิงกระตุกวูบ เขาจ้องแผ่นหลังของเสิ่นชางเกอด้วยแววตาตกตะลึง
เขามีสมบัติล้ำค่าอยู่ชิ้นหนึ่ง
แต่เมื่อครู่.
มันแตกไปแล้ว
(จบตอน)