- หน้าแรก
- ฝึกเซียนเริ่มจากความเป็นอมตะ
- บทที่ 27 งานเฉลิมฉลองครบรอบหนึ่งร้อยปี
บทที่ 27 งานเฉลิมฉลองครบรอบหนึ่งร้อยปี
บทที่ 27 งานเฉลิมฉลองร้อยปี
บทที่ 27 งานเฉลิมฉลองร้อยปี
ณ เมืองอวิ๋นจง หลินเจียงจัดการทำเค้กก้อนใหญ่มหึมาให้ตัวเองหนึ่งก้อน แล้วปักเทียนลงไปหนึ่งร้อยห้าดอก
“หนึ่งร้อยห้าปีแล้วหรือ...”
หลินเจียงถอนหายใจหนึ่งเฮือก แล้วเป่าเทียนทั้งหมดดับลงในคราวเดียว วันนี้เป็นวันเกิดของเขา เขาอายุครบหนึ่งร้อยห้าปีแล้ว แต่ยังอยู่แค่ชำระปราณขั้นที่เจ็ดเท่านั้น
นั่นทำให้หลินเจียงรู้สึกจนปัญญาเต็มที ร่างกายนี้มีพรสวรรค์การฝึกตนห่วยแตกที่สุดก็ว่าได้ หนึ่งร้อยห้าปีแต่เพิ่งจะถึงชำระปราณขั้นเจ็ด ใช้เวลาฝึกมาทั้งหมดเก้าสิบสามปี เละเทะถึงที่สุด ถ้าไม่พึ่งระบบช่วยโกง คงลงหลุมไปนานแล้ว
หลังจากกินเค้กเสร็จ หลินเจียงก็จัดของ เตรียมออกเดินทางไปยังตั๋วเป่าเก๋อ เพื่อจะไปซื้อโอสถเพิ่มเติม ตอนนี้เขาใช้อยู่หลัก ๆ สามชนิด ได้แก่ เม็ดยารวบรวมวิญญาณ เม็ดยาเพ่ยหยวนและโอสถเลี้ยงญาณ ต้องซื้อใหม่ทุกเดือนและเสียหายเป็นศิลาวิญญาณไม่น้อยเลยทีเดียว
“สหายเจียง!”
“ที่ตั๋วเป่าเก๋อนี่คิดจะจัดงานอะไรกันหรือ ทำไมถึงดูครึกครื้นอย่างนี้”
ที่หน้าตั๋วเป่าเก๋อ หลินเจียงเห็นพนักงานของตั๋วเป่าเก๋อกำลังทำความสะอาดประตู หน้าต่าง ผนัง กันขวักไขว่ บางคนก็กำลังเอาผ้าแพรแดงไปประดับที่ป้ายหน้าประตู ดูยังกับจะมีงานแต่ง
“งานเฉลิมฉลองร้อยปีของเมืองอวิ๋นจงน่ะสิ สหายเจียงไม่รู้หรือ?”
“ไม่เคยได้ยินเลย บอกให้ฟังหน่อยสิ?”
“ได้เลย เมืองอวิ๋นจงก่อตั้งมาเมื่อหนึ่งพันสามร้อยกว่าปีก่อน เริ่มจากพันปีก่อน ก็จะมีงานฉลองใหญ่ทุก ๆ หนึ่งร้อยปี ตอนงานจะยกเว้นค่าผ่านประตูเมืองทั้งหมด แล้วก็จะจัดกิจกรรมมากมาย เช่น เชิญคณะกายกรรม คณะงิ้วอะไรพวกนี้มาแสดงให้ชมฟรี
นอกจากนี้ บรรดาร้านค้าทั้งหลายก็จะจัดโปรโมชั่นมากมาย เช่น ลดราคาสินค้าเหลือแปดส่วนหรือของแถมต่าง ๆ และสำหรับพวกเราตั๋วเป่าเก๋อที่เป็นร้านค้าระดับใหญ่ ก็จะเอาของล้ำค่าที่เก็บงำไว้ออกมาวางขาย เช่นโอสถสร้างฐานที่ไม่ค่อยจะได้เห็นกัน พอถึงเวลาก็จะมีออกมาเพียบเลย สหายเจียงเตรียมตัวไว้ให้ดี เผื่อจะได้ของดีสักชิ้นก็เป็นได้”
“เทศกาลลดราคาฝั่งโลกเซียนสินะ”
หลินเจียงอดไม่ได้ที่จะบ่นขึ้นมา ใครบอกว่าผู้ฝึกตนไม่เล่นการตลาด นี่มันชัด ๆ แถมเขาจัดกันมาตั้งพันปีแล้วอีกต่างหาก เก่งจริง ๆ ให้ตายเถอะ
“สหายเจียง เทศกาลลดราคานั่นมันคืออะไรหรือ?”
“ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่ธรรมเนียมบ้านเกิดข้า วันที่สิบเอ็ดเดือนสิบเอ็ด ร้านค้าทั้งหลายจะจัดงานพร้อมกัน มีลดราคาหลากหลายอย่าง ก็คล้าย ๆ กับพวกเจ้านี่แหละ เอาไว้ดึงดูดลูกค้าให้จับจ่าย”
“แล้วทำไมต้องเป็นวันที่สิบเอ็ดเดือนสิบเอ็ดล่ะ? วันอื่นทำไม่ได้หรือ?”
“เอ่อ...ประเด็นมันไม่ใช่ตรงนั้นน่ะ”
หลินเจียงกลอกตาในใจ จะให้เขาบอกได้ยังไงว่าทั้งหมดมันเป็นฝีมือของเหล่าพ่อค้าขูดรีด วันนั้นเดิมทีเป็นวันคนโสด พวกพ่อค้าหน้าเลือดเหล่านี้ดันเปลี่ยนมันให้กลายเป็นเทศกาลช้อปปิ้งไปได้ บัดซบจริง
“ฮ่า ๆ เป็นแบบนี้นี่เอง สหายเจียง ข้าขอแนะนำว่าเจ้าควรเตรียมศิลาวิญญาณไว้เยอะ ๆ หน่อย พอถึงเวลาก็จะได้ของในราคาดีกว่าเดิม”
“งานเฉลิมฉลองร้อยปีนี่จัดเมื่อไร?”
“อีกครึ่งเดือน แต่ก่อนหน้านั้นเจ็ดวัน จะมีประกาศจากจวนเจ้าเมือง เราแค่ได้ข่าวมาก่อนน่ะ เลยรีบเตรียมตัวไว้”
“เข้าใจแล้ว กำลังวอร์มเครื่องสินะ ได้ ข้าจะกลับมาวันนั้น ขอให้เก็บของดี ๆ ไว้ให้ข้าบ้างล่ะ”
“แน่นอน สหายเจียงคือแขกคนสำคัญของเราเลย”
ผู้ดูแลพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม เขาและหลินเจียงทำธุรกิจกันมาหลายปี ค่อนข้างคุ้นเคยกันดี ลูกค้าที่กล้าซื้อกล้าจ่ายแบบหลินเจียงนี่แหละคือคนที่พวกเขาชอบที่สุด
จากตั๋วเป่าเก๋อมาถึงตลาดใหญ่ ฝั่งตลาดก็มีคนพูดถึงงานฉลองร้อยปีกันอื้ออึง ดูเหมือนข่าวจะกระจายออกไปเรียบร้อยแล้ว เว้นแต่หลินเจียงที่ไม่ค่อยรับรู้ข่าวสารภายนอกเลยยังไม่ทราบเรื่อง
“สหายเจียง มาแล้วหรือ!”
หญิงสาวหน้าตาสะสวยทักเขาด้วยความร้อนแรงเช่นเคย
“สหายหลิว สวัสดี”
หลินเจียงประสานมือทักตอบ เวลาผ่านไปนานเข้า เขาก็ไม่ได้รู้สึกเย็นชาหรือขัดใจหญิงคนนี้เหมือนก่อนแล้ว
เพราะตอนนี้หลินเจียงทราบเรื่องราวเบื้องหลังของนางแล้ว หญิงสาวผู้นี้แซ่หลิว ชื่อหลิวไป๋เสวี่ย มีสามีมีลูกแล้ว สามีของนางเป็นผู้ฝึกตนระดับชำระปราณขั้นสูงสุด แต่เมื่อไม่กี่ปีก่อนถูกทำร้ายจนเส้นลมปราณขาด กลายเป็นอัมพาต ส่วนลูกก็ยังเล็ก ตอนนี้ทั้งครอบครัวต้องอาศัยนางดูแลทั้งหมด
กลางวันนางตั้งแผงขายของในตลาด กลางคืนยังต้องกลับไปทำนา ดูแลบ้านอีก เรียกได้ว่าเสียสละเวลาฝึกตนทั้งหมดเพื่อเลี้ยงครอบครัว
เหตุที่ต้องไปพัวพันกับชายมากมาย ก็เป็นเพราะต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดในฐานะหญิงสาวคนหนึ่งที่ขาดประสบการณ์ในโลกนี้ นางจึงใช้ความสามารถที่หญิงทั่วไปถนัดที่สุด บุคลิกอ่อนหวาน วาจาไพเราะ
พอหลินเจียงรู้ความหลังเช่นนี้ เขาก็อดนับถือนางไม่ได้ ผู้หญิงที่มีความรับผิดชอบถึงเพียงนี้ หาได้ยากแล้วในยุคนี้ แม้นางจะมีวิธีการที่ดูไม่ดีนัก แต่คนเราย่อมไม่มีใครสมบูรณ์พร้อม จะไปเรียกร้องอะไรมากมายได้เล่า
“สหายเจียงกินข้าวหรือยัง? ข้าพกข้าวมาเผื่อด้วยนะ”
“ข้ากินแล้ว ขอบใจสหายหลิวมาก”
หลินเจียงโบกมือปฏิเสธ แม้ตอนนี้เขาจะไม่ได้ตั้งกำแพงใส่นางเหมือนเมื่อก่อน แต่ก็ไม่ได้คิดจะสนิทสนมเกินเหตุเช่นกัน เขาไม่ได้อยากกลายเป็น “เขา” คนนั้นหรอก อย่างมากก็ทำตัวเหมือนนักแสดงผู้ยิ่งใหญ่ในตำนานก็พอ
“สหายเจียงรู้เรื่องงานเฉลิมฉลองร้อยปีของเมืองอวิ๋นจงหรือยัง?”
“ก็เพิ่งได้ยินมานี่แหละ”
“งั้นเจ้ารู้ไหมว่า ปีนี้เป็นงานร้อยปีครั้งที่สิบ ข้าได้ยินมาว่า สำนักจงสิงกับสำนักกระบี่อวิ๋นคิดจะอัปเกรดเป็นงานเฉลิมฉลองพันปีเลยนะ ขนาดงานจะใหญ่กว่าทุกครั้งที่ผ่านมาอีก!”
“มีเรื่องแบบนั้นด้วยหรือ?”
“แน่นอนอยู่แล้ว นี่มันเรียกว่างานพันปีชัด ๆ ขนาดงานใหญ่ขึ้น รายได้ก็เยอะขึ้นแม้จะยกเว้นค่าผ่านเมือง แต่ภาษีจากร้านค้าไม่ลดลงแน่นอน ถ้าจัดได้ดี รายได้จากครึ่งเดือนนี้อาจเท่ากับสิบปีปกติก็ได้เลยนะ!”
“พูดมีเหตุผล ฟังดูแล้วก็น่าเชื่อถือดีแฮะ”
หลินเจียงพยักหน้า เหมือนจะมีมูลอยู่ กลยุทธ์การตลาดแบบนี้ ยอดขายต้องพุ่งสูงแน่ ๆ และสองสำนักใหญ่นั้นย่อมต้องมีผู้มีปัญญาไม่น้อย มองออกแน่ ๆ
“สหายเจียงเองก็ควรเตรียมตัวไว้บ้างนะ ถึงเวลานั้นจะมีผู้ฝึกตนหลั่งไหลเข้ามาในเมืองอวิ๋นจงจำนวนมาก ข้าเคยได้ยินมาว่า งานเฉลิมฉลองครั้งที่แล้วมีผู้ฝึกตนจากต่างถิ่นมาร่วมงานเป็นหมื่น ๆ คน พวกเราพ่อค้าแม่ค้าตัวเล็ก ๆ ยังได้เงินกันถ้วนหน้าเลย
อีกทั้งยังจะมีของดีหายากมากมายให้เลือกซื้อ ไม่ว่าจะเป็นคัมภีร์ วิชาลับ โอสถ หรืออาวุธ ล้วนมีเยอะและราคายังจะถูกกว่าปกติด้วย”
“เข้าใจแล้ว ข้าจะเตรียมไว้”
หลินเจียงพยักหน้าอย่างมุ่งมั่น สิ่งที่เขามีติดตัวและขายได้ดีที่สุดตอนนี้ก็คือยันต์วิญญาณ ดูท่าว่าต้องเร่งผลิตตุนไว้ล่วงหน้า แล้วหาโอกาสทำกำไรก้อนโตเสียที
อีกอย่าง เขายังมีของบางอย่างที่อยากปล่อยของ เช่น โอสถหินเขียวที่หลินอิงเคยซื้อให้เขาเมื่อก่อน มันอยู่ติดตัวเขามาหลายปีแล้ว ปกติก็หาที่ลงขายไม่ได้ คราวนี้แหละเหมาะสุด ถ้าปล่อยไว้นานเกินไป ประสิทธิภาพยาจะลดลง เสียดายแย่
“สหายเจียง ไว้มาช่วยเหลือแลกเปลี่ยนกันนะ พวกเราผู้ฝึกตนระดับล่างต้องช่วยเหลือกันไว้!”
“ขอบใจสหายหลิวมาก ข้าจะจำไว้”
หลินเจียงพยักหน้า หญิงสาวผู้นี้ก็ไม่ได้ไร้ประโยชน์อะไรเลย อย่างน้อยนางก็มีเพื่อนเยอะ คนติดพันก็เยอะ ข้อมูลข่าวสารก็แม่นกว่าเขาที่วัน ๆ เอาแต่เก็บตัวเสียอีก ถ้ามีโอกาสก็ต้องหาทางเก็บเกี่ยวข่าวสารจากนางให้มากไว้