เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 34 การโต้กลับของหลินเหยียน

บทที่ 34 การโต้กลับของหลินเหยียน

บทที่ 34 การโต้กลับของหลินเหยียน


บทที่ 34 การโต้กลับของหลินเหยียน

“ไม่นึกเลยว่าเสวียนเอ๋อร์เจ้าจะมีวาสนาเช่นนี้” หลินป้าเย่เอ่ยปากด้วยรอยยิ้มเบิกบาน

“ฮึ่ม ตระกูลฉู่เล็กๆ นั่นจะมาเทียบกับมังกรที่แท้จริงของตระกูลหลินข้าได้อย่างไร?”

ผู้อาวุโสห้าในยามนี้ยิ่งดีใจจนหุบปากไม่ลง ตระกูลหลินมีตำราโอสถระดับสองแล้ว เขาคือผู้ที่ได้รับประโยชน์สูงสุดอย่างไม่ต้องสงสัย ในอนาคตตระกูลหลินมีอัจฉริยะด้านการหลอมโอสถก็สามารถฝึกฝนได้ ไม่จำเป็นต้องเสียค่าใช้จ่ายมหาศาลเพื่อส่งไปให้ขุมกำลังอื่น

“ตระกูลหลินของข้ามีเจ้า นับเป็นวาสนาของตระกูลหลินข้าโดยแท้”

ประมุขหลินจ้านในยามนี้ก็มีแววตาซับซ้อน ใบหน้าเผยความยินดี “ถ้าหากเหยียนเอ๋อร์มีพรสวรรค์สักหนึ่งในสิบของเจ้า ข้าก็ไม่ต้องเป็นห่วงถึงเพียงนี้”

แม้ว่าหลินเหยียนจะฟื้นฟูพรสวรรค์แล้ว แต่เขาก็ไม่ได้ป่าวประกาศออกไปมากนัก แม้หลินจ้านจะรู้ว่าหลินเหยียนฟื้นฟูพรสวรรค์แล้ว แต่ก็ไม่รู้ถึงอัตราเร็วในการบำเพ็ญเพียรของเขา คิดเพียงว่าหลินเหยียนอย่างมากก็ทะลวงถึงขอบเขตชุบกายระดับสามเท่านั้น

หลินเสวียนเมื่อได้ยินก็ไม่หยิ่งผยองหรือร้อนรน แววตายังคงไม่เปลี่ยนแปลง เพียงเอ่ยปากอย่างเรียบง่ายว่า “น้องชายหลินเหยียนย่อมจะมีวาสนาของตนเอง เชื่อว่าพรสวรรค์ของเขาย่อมจะฟื้นคืนกลับมา ถึงตอนนั้นย่อมสามารถสร้างความรุ่งโรจน์ให้แก่ตระกูลหลินได้อีกครั้งอย่างแน่นอน”

หลินจ้านเมื่อได้ยินก็ส่ายหน้า คิดเพียงว่านี่เป็นคำถ่อมตนของหลินเสวียน ลูกชายของตนมีระดับไหน เขายังจะไม่รู้อีกหรือ?

หลังจากนั้น หลินเสวียนก็สนทนากับผู้อาวุโสของตระกูลหลินอีกสองสามประโยค ก็ขอตัวลาก่อน ครั้งนี้ที่เขามาก็ตั้งใจจะนำของบางอย่างมาให้ท่านปู่ของตน ตอนนี้ผู้อาวุโสของตระกูลหลินจำนวนมากอยู่ที่นี่ ตราบใดที่ไม่โง่ก็จะจัดสรรทรัพยากรที่ตนมอบให้อย่างสมเหตุสมผล

เมื่อมองร่างในอาภรณ์สีขาวที่เดินจากไปไกล หลินป้าเย่ในยามนี้มีความคิดมากมายผุดขึ้นในใจ ทั้งมีความยินดี แต่ในใจกลับมีความรู้สึกสูญเสียอยู่บ้าง สุดท้ายก็กลายเป็นเสียงถอนหายใจยาว

“ผู้อาวุโสป้าเย่ ท่านถอนหายใจทำไม มีหลานชายที่ดีถึงเพียงนี้ นี่เป็นวาสนาของท่าน”

ผู้อาวุโสสองพูดอย่างไม่พอใจ หากหลานชายของเขารู้ความได้ครึ่งหนึ่งของหลินเสวียน คาดว่าเขานอนหลับทุกคืนคงได้หัวเราะจนตื่น

“เจ้าไม่เข้าใจ”

หลินป้าเย่ลูบเคราสีขาวของตน พลางทำท่าทีลุ่มลึก

“ผู้อาวุโสใหญ่ ไม่ทราบว่าเจ้าหนูหลินเสวียนมีคู่หมั้นหมายแล้วหรือยัง ข้ามีหลานสาวคนหนึ่งที่อยู่ห่างไกลหน้าตาไม่เลว เป็นกุลสตรี ลองให้คนหนุ่มสาวทั้งสองบ้านมีเวลาว่างมาพบเจอกันดูไหม?”

“เหอะ ผู้อาวุโสใหญ่อย่าได้ฟังผู้อาวุโสสามพูดจาเหลวไหลเลย หลานสาวของข้าท่านก็เห็นมาตั้งแต่เล็กจนโต ทั้งดีงามและมีน้ำใจยังเป็นศิษย์ของสำนักศึกษาต้าเยี่ยน ข้าคิดว่ารอให้ชิงเอ๋อร์เด็กคนนั้นกลับมาจากสำนักศึกษาต้าเยี่ยนแล้ว ให้คนหนุ่มสาวทั้งสองได้ทำความรู้จักกันดีๆ”

“เจ้าเฒ่าคนนี้ไม่กลัวว่าเคราของเจ้าจะถูกหลานสาวเจ้าถอนจนหมดหรือ?”

“ไม่กลัว ไม่กลัว หลานสาวข้าดีใจยังไม่ทันเลย ชิงเอ๋อร์เด็กคนนั้นเคยบอกกับข้าผู้เฒ่าไว้นานแล้วว่ามีความรู้สึกดีๆ กับเจ้าหนูหลินเสวียน คนหนุ่มสาวได้แลกเปลี่ยนกันมากๆ ก็มีประโยชน์”

“ได้ยินมาว่าเจ้าหนูหลินเสวียนอยู่กับเจ้าเด็กหลินเยียนหรานนั่นแล้วไม่ใช่หรือ?”

“อยู่ด้วยกันแล้วจะเป็นไร? อัจฉริยะของตระกูลหลินข้าไม่แต่งเพิ่มอีกหลายๆ คนจะคู่ควรกับสายเลือดของตระกูลหลินข้าได้อย่างไร?”

“ใช่ๆ”

หลินเสวียนที่เพิ่งออกจากลานใหญ่ได้ยินเสียงที่แว่วออกมาจากห้องโถงใหญ่ก็เกือบจะสะดุดล้ม

พูดแบบนี้ไม่ได้นะ!

.......

ภูเขาหลังตระกูลหลิน ร่างที่ผอมบางแต่แฝงไปด้วยความมุ่งมั่นกำลังหอบหายใจอย่างหนัก ร่างที่ผอมบางนี้ก็คือหลินเหยียนที่หายตัวไปนาน

หลังจากที่ร่วมปล้นค่ายพยัคฆ์ดำกับหลินเสวียนแล้ว เขาก็เริ่มปิดด่านฝึกตน มีทั้งสมบัติสวรรค์ระดับสี่และสมบัติปฐพีระดับห้า บวกกับท่านปู่ที่เป็นตัวช่วยสุดโกง พลังของเขาในตอนนี้ เรียกได้ว่าก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว ทะลวงจากขอบเขตชุบกายระดับสี่สู่ระดับเก้าโดยตรง ห่างจากขอบเขตรวบรวมปราณเพียงก้าวเดียว

ตามคำแนะนำของท่านปู่ในหัว หลินเหยียนก็สามารถสัมผัสถึงไอพลังได้สำเร็จในไม่ช้า ทะลวงสู่ขอบเขตรวบรวมปราณระดับหนึ่งได้สำเร็จ

ปัง

พร้อมกับเสียงดังเบาๆ หลินเหยียนรู้สึกว่าความเหนื่อยล้าในร่างกายของตนหายไปสิ้น ก๊าซเย็นๆ สายหนึ่งไหลเวียนอยู่ในร่างกายของเขา ร่างกายที่เล็กและผอมบางในยามนี้แฝงไปด้วยพลังอันมหาศาล

“ในที่สุดข้าก็ทะลวงสู่ขอบเขตรวบรวมปราณแล้ว!”

ใบหน้าเล็กๆ ของหลินเหยียนเต็มไปด้วยความยินดี อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเสียงดัง อายุสิบหกปีทะลวงสู่ขอบเขตรวบรวมปราณระดับหนึ่ง แม้จะเทียบไม่ได้กับท่านพี่ที่เป็นปีศาจของตน แต่เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ ในตระกูลหลินก็ถือว่าเหนือกว่ามากแล้ว

ตั้งแต่ที่เขาฟื้นฟูพรสวรรค์จนถึงตอนนี้ก็บำเพ็ญเพียรมาได้เพียงหนึ่งเดือน หนึ่งเดือนจากขอบเขตชุบกายระดับสองทะลวงสู่ขอบเขตรวบรวมปราณระดับหนึ่ง ถามว่าความเร็วระดับนี้ยังมีใครอีก?

หลินเหยียนในยามนี้กระทั่งฮึกเหิมจนตะโกนออกมา “ยังมีใครอีก!”

“เจ้าเหยียนน้อย ข้ารู้ว่าตอนนี้เจ้าตื่นเต้นมาก แต่ขอให้เจ้าอย่าเพิ่งตื่นเต้น” ท่านปู่ในหัวของหลินเหยียนสาดน้ำเย็นใส่เขาโดยไม่ลังเล

“เจ้าเหยียนน้อย เจ้าต้องรู้ว่าเหนือคนยังมีคน เหนือฟ้ายังมีฟ้า เจ้ามีความก้าวหน้าถึงเพียงนี้ ความก้าวหน้าของท่านพี่เจ้าคาดว่าคงไม่น้อยไปกว่าเจ้าเท่าใดนัก”

“ตอนนี้เจ้าอยากจะตามท่านพี่เจ้าให้ทัน ยังมีระยะห่างอยู่พอสมควร”

หลินเหยียนกลอกตาอย่างไม่พอใจ เขาทุ่มเทความพยายามอย่างยากลำบาก ในที่สุดก็ทะลวงสู่ขอบเขตรวบรวมปราณก่อนพิธีบรรลุนิติภาวะของตระกูลหลินได้สำเร็จ กลายเป็นอัจฉริยะคนที่สามในบรรดาคนรุ่นใหม่ของตระกูลหลินที่ทะลวงสู่ขอบเขตรวบรวมปราณได้ เขายังหวังว่าครั้งนี้จะได้ตบหน้าพวกที่เคยดูถูกเขาอย่างสาสม

“ท่านอาจารย์ ตอนนี้ข้าทะลวงสู่ขอบเขตรวบรวมปราณแล้ว สามารถเรียนหลอมโอสถได้แล้วใช่หรือไม่!”

หลินเหยียนเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น เขาไม่ลืมว่าอาจารย์ลึกลับผู้นี้ของตนยังเป็นนักหลอมโอสถที่มีสถานะสูงส่ง นักหลอมโอสถที่อยู่มาหลายล้านปีระดับจะต่ำได้อย่างไร?

สำหรับหนึ่งในอาชีพที่สูงส่งที่สุดบนทวีปนี้ เขาใฝ่ฝันมานานแล้ว นี่เป็นโอกาสเดียวที่เขามีในตอนนี้ที่จะพลิกกลับมาเอาชนะหลินเสวียนได้!

แน่นอนว่า นี่เป็นสิ่งที่หลินเหยียนคิด

“หลอมโอสถ ในเมื่อเจ้าเหยียนน้อยเจ้าอยากเรียนถึงเพียงนี้ เช่นนั้นพรุ่งนี้ก็เริ่มได้เลย”

หลินเหยียนลุกขึ้นยืนอย่างตื่นเต้น เอ่ยถามอย่างรวดเร็ว “จริงๆ หรือ?”

“ไม่ใช่เรื่องจริง หรือจะเป็นเรื่องโกหก?”

“อาจารย์ยังไม่ถึงขั้นที่จะหลอกลวงเจ้าเด็กน้อยเช่นเจ้า”

“แต่ว่า...”

เสียงในหัวของหลินเหยียนดูเหมือนจะขี้เล่นอยู่บ้าง

“แต่อะไร?”

ใบหน้าเล็กๆ ของหลินเหยียนดูร้อนรนอยู่บ้าง

ถ้าไม่ใช่ว่าตีเจ้าเฒ่าคนนี้ไม่ได้ หลินเหยียนอยากจะลากเจ้าเฒ่าคนนี้ออกมาตีให้หนำใจนัก

ช่างยั่วให้อยากรู้อยากเห็นเกินไปแล้ว

“เจ้าเหยียนน้อย เจ้าเพียงแค่เตรียมของที่จำเป็นสำหรับนักหลอมโอสถให้พร้อมก็พอแล้ว”

ในหัวของหลินเหยียนพลันมีข้อมูลมากมายผุดขึ้นมา หลินเหยียนกวาดตามองคร่าวๆ เหล่านี้ล้วนเป็นสมุนไพรพื้นฐาน แต่ว่า...ไฟอสูร เตาหลอมโอสถ?

“ไป ไปหาท่านพ่อ!”

“ยืมเงิน!”

หลินเหยียนลุกขึ้นโดยไม่ลังเล แม้นักหลอมโอสถจะร่ำรวย แต่การลงทุนนี้ทำให้หลินเหยียนพูดไม่ออกจริงๆ ศิลาปราณขั้นต่ำที่เขาได้จากการประมูลโอสถครั้งก่อนใช้ไปหมดแล้ว ตอนนี้ไม่มีเงินสักอีแปะ มีเพียงต้องไปหาท่านพ่อที่เป็นประมุขตระกูลเท่านั้น

...

จบบทที่ บทที่ 34 การโต้กลับของหลินเหยียน

คัดลอกลิงก์แล้ว