- หน้าแรก
- โจโจ้ : มหาวิปโยคแห่งพหุจักรวาล
- บทที่ 25 : คฤหาสน์ผีเสื้อ
บทที่ 25 : คฤหาสน์ผีเสื้อ
บทที่ 25 : คฤหาสน์ผีเสื้อ
บทที่ 25 : คฤหาสน์ผีเสื้อ
ทันจิโร่ที่นั่งฟังอยู่เงียบ ๆ พลันนึกขึ้นได้
“ไม่คิดเลยว่าจะมีองค์กรแบบนี้อยู่จริง…ไม่น่าแปลกใจแล้วที่กิยูซังถึงจะฆ่าเนซึโกะ”
โทมิโอกะ กิยูไม่ได้ตอบกลับ เขาแพ้แล้ว และในเมื่อให้คำมั่นไว้ เขาก็ต้องรักษาสัญญา เขาเก็บดาบกลับเข้าฝัก ขมวดคิ้วมองเด็กสาวที่นอนอยู่บนรถเข็น ใบหน้าเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
โดยปกติ ใครก็ตามที่ปนเปื้อนเลือดอสูร จะต้องกลายเป็นอสูรในเวลาอันสั้น แต่เด็กสาวคนนี้…ดูเหมือนกำลังฝืนบางอย่างอยู่
ร่างกายของเธอเริ่มมีสัญญาณของการกลายสภาพ แต่จิตสำนึกของเธอกลับยังไม่ฟื้นคืน
เขาไม่เคยเจอสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน
ต่อให้ทันจิโร่ไม่เข้ามาขวาง ในสภาพของเธอแบบนี้…เขาก็คงลงมือไม่ลงอยู่ดี
เขาหันไปมองทันจิโร่
“บอกฉันที ว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมา”
-
“นายบอกว่าเป้าหมายของอสูรคือตัวนาย?”
ทันจิโร่เล่าทุกอย่างอย่างละเอียดที่สุดเท่าที่จำได้ หลังฟังจบ กิยูก็ส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย
“เป็นไปไม่ได้ สิ่งที่ขับเคลื่อนอสูรให้กินมนุษย์คือ ‘ความหิว’ มันจู่โจมนายเพราะต้องการกิน ทำไมต้องเจาะจงมาเล่นงานนายด้วย? ในกลุ่มของพวกนาย…นายไม่ใช่ตัวเลือกที่ดีที่สุดด้วยซ้ำ”
สายตาของกิยูเหลือบมองไปทางโจทาโร่ แล้วก็หันไปมองคิเอะซึ่งยืนอยู่ห่าง ๆ ไม่มีข้อสงสัยเลยสองคนนั้นเหมาะจะเป็นเหยื่อของอสูรมากกว่า
คนหนึ่งสูงใหญ่ กล้ามเนื้อแน่นเต็มร่าง อีกคน แม้จะร่างเล็กกว่า แต่ก็มีความอ่อนนุ่มตามวัย
หากเปรียบโจทาโร่กับเนื้อแดงไร้มัน คิเอะก็คงเป็นหมูสามชั้นลายสวยนุ่ม ชุ่มฉ่ำ เคี้ยวง่าย
เมื่อเทียบกับสองคนนั้น เด็กอย่างทันจิโร่ก็เป็นได้แค่ของหวานหลังอาหาร
อสูรจะจงใจเจาะจงเล่นงานเด็กคนหนึ่งที่ดูไม่น่ากินเอาเสียเลยเพื่ออะไร?
อสูรส่วนใหญ่ขับเคลื่อนด้วยความหิว อิ่มก็หลบ หิวก็ออกล่าง่าย ๆ แค่นั้น
แน่นอนว่าอาจมีอสูรบางตนที่มีรสนิยมแปลก หรือมีเหตุผลเฉพาะตัว แต่หากเป็นอสูรที่แข็งแกร่งขนาดนั้น ครอบครัวคามาโดะก็คงไม่รอดชีวิตมาทั้งบ้านแน่
จากข้อมูลทั้งหมด มันคืออสูรระดับต่ำที่อ่อนแอและหิวโหย ถ้าไม่ใช่แบบนั้น พวกเขาไม่มีทางรอดมาได้ครบ
“แต่โจทาโร่ซังเป็นคนบอกผมเองนะครับ”
ทันจิโร่ยืนยัน สีหน้าเชื่อมั่น
“เขาไม่มีทางโกหกผมแน่ ๆ”
แม้จะเถียงกลับด้วยเหตุผลไม่ได้ กิยูก็ยังยืนกรานตามมุมมองของตัวเอง
“มันอาจเป็นแค่ภาพลวงตาของนายก็ได้”
อสูรที่จงใจไล่ล่าเด็กชายหน้าตาจืดจาง มีแผลเป็นกลางหน้าผาก ที่ทั้งดูไม่น่ากินและไม่น่ารัก…มันน่าจะเป็นเรื่องเพ้อฝันมากกว่า
รูปลักษณ์ของทันจิโร่ไม่เข้าข่ายกลุ่มรสนิยมใด ๆ ทั้งนั้น กิยูไม่สามารถหาเหตุผลใด ๆ ที่จะอธิบายได้เลยว่าทำไมอสูรถึงต้องเลือกเขา
ในทางกลับกัน โจทาโร่คือคนที่มีบาดแผลหนักกว่า แค่กวาดตามองก็รู้ได้ทันทีว่าเขาต้องสู้กับอสูรอย่างดุเดือดแน่
ร่างกายแบบนั้น…ตรงสเปคของอสูรเป๊ะ
ทั้งหมดนี้ยิ่งตอกย้ำสมมุติฐานของกิยู
“เรื่องไร้สาระพวกนี้จบได้แล้ว พวกนายควรไปได้แล้ว อย่ามาเกะกะ” โจทาโร่พูดเสียงเรียบ ใบหน้าเย็นชาอย่างเคย
ทันจิโร่โค้งตัวให้กิยูอย่างสุภาพ
“เนซึโกะอาการแย่ลงเรื่อย ๆ กิยูซัง ขอบคุณที่อุตส่าห์มาหาพวกเรา”
เขากล่าวขอบคุณด้วยใจจริง
“แต่ตอนนี้พวกเราต้องรีบพาเนซึโกะไปโรงพยาบาล ขออนุญาตลาก่อนครับ”
“โรงพยาบาล?”
กิยูชะงักเล็กน้อย ก่อนส่ายหน้า
“ไร้ประโยชน์ โรงพยาบาลรักษาเธอไม่ได้หรอก”
“ผมรู้ครับว่ากิยูซังเคยพูดว่าบางทีมีแค่อสูรเท่านั้นที่รู้วิธีรักษาเนซึโกะ แต่ตอนนี้พวกเรายังไม่รู้ว่าจะหาพวกมันได้จากที่ไหน”
ทันจิโร่กำหมัดแน่น
“แต่สักวัน…ผมจะต้องหาพวกมันให้เจอ และถามให้ได้ว่าจะทำยังไงให้เนซึโกะกลับมาเป็นมนุษย์ ส่วนตอนนี้ สิ่งเดียวที่ทำได้คือพาเธอไปโรงพยาบาล หวังว่าจะช่วยประคองอาการไว้ได้บ้าง”
กิยูนิ่งไปครู่หนึ่ง
“…อาการของเนซึโกะก็ประหลาดจริง ๆ แม้แต่ฉันเองยังไม่เคยเจอแบบนี้ แล้วหมอมนุษย์ธรรมดา ๆ จะรู้อะไรได้ยังไง?”
เพื่อรักษาความสงบของโลกมนุษย์ การมีอยู่ของอสูรเป็นความลับ นอกจากพวกโชคร้าย ไม่อย่างนั้นคนส่วนใหญ่ในชีวิตนี้จะไม่มีวันเห็นอสูรเลยด้วยซ้ำ
หมอธรรมดาจะรับมือกับร่างกายของเนซึโกะได้ยังไง?
เหมือนเขาจะเห็นแววผิดหวังในแววตาทันจิโร่ กิยูจึงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดช้า ๆ
“…แต่ฉันรู้ที่หนึ่ง ที่อาจช่วยพวกนายได้”
จริงเหรอครับ!?”
ทันจิโร่หันไปหาเขา ดวงตาเต็มไปด้วยความหวัง
“กิยูซัง ได้โปรดบอกผมทีเถอะครับ ว่าที่นั่นคือที่ไหน!”
“คฤหาสน์ผีเสื้อ ฐานสนับสนุนของหน่วยพิฆาตอสูร”
กิยูตอบ
“ที่นั่นเป็นศูนย์การแพทย์และการวิจัย มีผู้หญิงคนหนึ่งดูแลอยู่ เธอเชี่ยวชาญด้านเภสัชศาสตร์ อายุยังน้อย แต่ขยันและมีวินัยมาก”
“บางที…เธออาจพอมีหนทางหยุดการกลายร่างของเนซึโกะได้”
เขาหยุดเล็กน้อย
“แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่า…ร่างกายของเนซึโกะตอนนี้ ถูกจัดอยู่ในประเภท ‘อสูร’ แล้ว และด้วยเหตุผลบางอย่าง…เธอคนนั้นอาจไม่ยอมช่วยเหลืออสูร”
“ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังเป็นหนึ่งในเสาหลักของหน่วยพิฆาตอสูร หน้าที่ของเธอ…คือฆ่าอสูร”
การต่อสู้กับอสูรคือหน้าที่หลักของหน่วย บุคลากรทางการแพทย์ของพวกเขาจึงย่อมเข้าใจอสูรมากกว่าหมอทั่วไป
“บอกที่อยู่มา” โจทาโร่พูดเรียบ ๆ ไม่มีแววลังเล
สำหรับเขา เรื่องจะช่วยหรือไม่ช่วย…ไม่สำคัญเลย เพราะหมัดแก้ได้ 99% ของปัญหา ที่เหลืออีก 1% ก็แค่ยังต่อยไม่แรงพอ
“กิยูซัง ได้โปรดเถอะครับ…”
ทันจิโร่พูดอีกครั้งด้วยน้ำเสียงจริงจัง
สมาชิกครอบครัวคามาโดะที่เหลือต่างก็เข้ามาล้อมวง สายตาทุกคู่มองตรงไปยังกิยู เต็มไปด้วยความหวัง
“ก็ได้ ฉันจะพาไปเอง เผื่อมีอะไรผิดพลาดระหว่างทาง”
กิยูถอนหายใจเบา ๆ
“แต่ฉันไม่รับประกันอะไรทั้งนั้นนะ”
“ขอบคุณครับ กิยูซัง!”
ทันจิโร่กับคิเอะกล่าวขอบคุณจากใจ
“เราไม่ปล่อยให้คุณช่วยฟรีแน่ เราจะจ่ายให้!”
“ไม่ต้อง”
กิยูมองสองแม่ลูกที่กำลังจริงจัง ยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉย
“ไม่ต้องจ่ายอะไรทั้งนั้น”
“ไม่ได้ครับ! เราต้องจ่ายให้คุณแน่นอน!” ทั้งคู่ยังยืนยันหนักแน่น
“ยาเระ ยาเระ…”
โจทาโร่หลับตาพูดเสียงเบา
ครอบครัวนี้…จิตใจดีเกินไป และก็ดื้อเกินไปด้วย
หลายคืนถัดมา ใต้แสงจันทร์กลมดุจจานเงิน ท่ามกลางฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาว แม้อากาศยังคงหนาวเหน็บแต่หิมะหนักก็หยุดตกแล้วสภาพอากาศเริ่มดีขึ้นทีละน้อย
โจทาโร่กับครอบครัวคามาโดะเดินตามหลังโทมิโอกะ กิยูอย่างเงียบ ๆ เส้นทางทอดผ่านป่าเขียวชอุ่ม เต็มไปด้วยไม้สนและไซเปรสหนาทึบ พื้นดินถูกคลุมด้วยพืชพรรณที่ปกคลุมด้วยหิมะหนานุ่ม
“เฮ้! อีกไกลแค่ไหนกัน ยังต้องเดินอีกนานแค่ไหนเนี่ย!” โจทาโร่บ่นเสียงหงุดหงิด
กิยูหยุดฝีเท้า
“ถึงแล้ว”
ครอบครัวคามาโดะมองไปรอบ ๆ อย่างงุนงง โดยรอบคือป่าสนเขียวขจีเงียบสงัดและเวิ้งว้าง
ในที่ห่างไกลผู้คนเช่นนี้ จะมีสิ่งปลูกสร้างอยู่ได้อย่างไร?
“ไอ้บ้านี่! อย่าบอกนะว่าล้อฉันเล่น?” โจทาโร่ขมวดคิ้ว หน้าตาเย็นชาเต็มไปด้วยความระแวง
“ก็อยู่ตรงนี้แหละ” กิยูยืนยันเสียงเรียบ
โจทาโร่หรี่ตาลง เตรียมตัวจะลุยเต็มที่ ใครก็ตามที่กล้าหลอกเขา…มักไม่จบสวย
โชคดีที่กิยูอธิบายออกมาทัน
“พวกนายรอตรงนี้ก่อน”
“คฤหาสน์ผีเสื้อเป็นที่พักและศูนย์แพทย์ของหน่วยพิฆาตอสูร ข้างในมีสมาชิกของหน่วยจำนวนมากบางคนสุดโต่งมาก ถ้าพาเนซึโกะเข้าไปโดยไม่เตรียมการ…อันตรายแน่นอน”
สมาชิกส่วนใหญ่ของหน่วยพิฆาตอสูรเคยได้รับความเจ็บปวดจากอสูรมาก่อน จะให้ยอมรับอสูรอย่างเนซึโกะ…ไม่ใช่เรื่องง่าย
สำหรับพวกเขาอสูรคือศัตรูที่ต้องฆ่าเท่านั้น การพาเนซึโกะเข้าไป…ก็เหมือนพาเธอเข้าไปในกับดัก
โจทาโร่เองก็คิดไว้ล่วงหน้าแล้ว และมีแผนรับมือ เมื่อได้ยินคำอธิบายของกิยู จึงไม่ได้โต้แย้งอะไรอีก
อีกอย่างตลอดทางที่ข้ามเขามา เขาเองก็ใช้ สตาร์ แพลตตินั่ม สอดส่องจากยอดเขา และเคยเห็นอาคารหลังหนึ่งซ่อนตัวอยู่ไม่ไกลจากจุดนี้
บ้านหลังนั้นถูกซ่อนอย่างแนบเนียน แต่ สตาร์ แพลตตินั่ม ก็ยังมองเห็นได้อย่างชัดเจน
‘นั่นคงเป็นคฤหาสน์ผีเสื้อที่กิยูพูดถึง’
สำหรับคำถามว่าทำไมต้องสร้างไว้ในที่ลับตาแบบนี้ โจทาโร่ก็มีคำตอบในใจแล้ว
เขาชอบดูซีรีส์นักสืบอย่าง Columbo ตั้งแต่ยังเด็ก มีนิสัยชอบสังเกตและวิเคราะห์จากเบาะแสเล็ก ๆ น้อย ๆ บทบาทของผู้ล่าและผู้ถูกล่า…สามารถสลับกันได้เสมอ
ในเมื่อหน่วยพิฆาตอสูรไล่ล่าอสูร ก็ไม่แปลกเลยที่อสูรจะตามล่าพวกเขากลับ
ถ้าเป็นศูนย์บัญชาการหรือศูนย์แพทย์ที่สำคัญ แต่กลับสร้างแบบเปิดเผย…นั่นสิแปลก
เขาเป็นคนระวังตัวสูง และไม่ไว้ใจใครง่าย ๆ แต่ตลอดการเดินทางที่ผ่านมากิยูไม่ได้แสดงพิรุธใด ๆ เลย
“…ฉันจะเชื่อนายก็ได้แค่ตอนนี้”
โจทาโร่หันไปสบตากับกิยู ดวงตาสีเขียวอ่อนของเขาสงบนิ่ง แต่ถ้อยคำที่เปล่งออกมากลับเย็นเฉียบ
“ถ้านายกล้าหลอกฉันล่ะก็…ฉันจะเตะไข่นายให้แตกเลย”
ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นถึงกับชะงักเงียบ กิยูหันมามองเขานิ่ง ๆ แล้วก็เดินจากไปโดยไม่พูดอะไร
คิเอะมองเสี้ยวหน้าที่เย็นชาของโจทาโร่ ก่อนจะเผยรอยยิ้มบางเบาอย่างอ่อนโยน
‘เด็กคนนี้ภายนอกอาจจะเย็นชา แต่ลึก ๆ แล้วใจดีมากแน่ ๆ ที่พูดแบบนั้น…คงแค่พูดเล่นน่ะแหละ โจทาโร่ซังไม่มีทางทำเรื่องโหดร้ายแบบนั้นได้หรอก’
…แต่ใครก็ตามที่รู้จักโจทาโร่จริง ๆ ย่อมรู้ว่าเขาไม่ได้พูดเล่น
หากไม่ได้มาพบกับระบบก่อนหน้านี้ในโลกเดิมของเขา…ไม่นานนักเขาคงได้เจอกับแก๊งอันธพาล และพวกมันไข่แตกกันทุกคน